facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บท 7 : ไม่มีทาง

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 750

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2564 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 7 : ไม่มีทาง
แบบอักษร

บท 7 ไม่มีทาง 

คำก็คุณมิ้ม สองคำก็คุณมิ้ม ใบหน้าเธอก็คอยแต่จะวนเวียนเข้ามารบกวน เขาอยากจะเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่อง อยากรู้ว่าเธอคิดอย่างไร อยากจะรู้ว่าเธอเศร้าหรือเปล่า มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาลังเลว่าจะเริ่มต้นประโยคคุยกับเธออย่างไรดี จนกระทั่งเห็นข้อความที่มนวดีส่งมาก่อน

‘ขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมานะคะ’ 

ทำไมอ่านแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจขึ้นมาตามมาด้วยความวูบโหวงแปลกๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คำขอโทษในเรื่องต่างๆที่ผ่านมา มันหมายความว่ากำลังบอกลากันใช่ไหม

“เป็นอะไรอิฐ”

ชินดนัยที่เห็นเพื่อนนิ่งไปนานจึงถามขึ้น

“...”

อชิระรีบเก็บมือถือคืน พยายามไม่สนใจอีก

“สรุปว่าไง มึงรักคุณมิ้มเขาหรือเปล่า”

เพราะถ้าอชิระรัก ธวัฒน์ก็พร้อมที่จะพลักดันเพื่อนให้สมหวัง

“ไม่รู้”

ชายหนุ่มถอดแว่นตาออก ใช้นิ้วนวดหัวคิ้ว ก่อนเติมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงแก้วแล้วยกขึ้นดื่มอีกครั้งและอีกครั้ง

ข้อสรุปสุดท้ายก็คือไม่ได้ข้อสรุปเพราะหลังจากที่อชิระตอบว่าไม่รู้ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องคู่หมั้นอีกเลย ทว่าท่าทีที่เอาเเต่ดื่มไม่สนโลกแบบนี้ มันเป็นอาการของคนอกหักชัดๆ

พอลองแหย่เรื่องคู่หมั้นสาวอีกครั้งก็ออกอาการทันที

"นี่กำลังเสียใจเรื่องคุณมิ้มใช่ไหม"

"เสียใจอะไร ทำไมต้องเสียใจด้วย"

"เอ้า ก็เลิกกันแบบงงๆ"

"กูแค่หงุดหงิดเพราะ แผนกูพัง เสียเวลาก็แค่นั้น"

"เออๆ น่าเสียดายเนอะ"

อชิระพยักหน้ารับเพราะคิดว่าเพื่อนเสียดายเรื่องของตัวเอง พอประโยคมาเขาจึงรู้ว่าตนนั้นคิดผิด

"คุณมิ้มเขาเลยต้องมาเสียเวลาเลย คนน่ารักๆ น่าทะนุถนอม แบบคุณมิ้ม อายุยังน้อย เดี๋ยวก็มีคนมาจีบเป็นแฟนเร็วๆนี้แหละ ว่าไหม?"

คนพูดรอดูปฏิกิริยา แต่สิ่งที่ได้กลับมาสายตาพิฆาตพร้อมเชือด

"..."

"ปากแข็งมาก ระวังจะหมาคาบไปแดกนะครับ" ธวัฒน์ยิ้มกวนๆให้

“ไม่มีทาง”

“หวงก้างนี่หว่า” ธวัฒน์แกล้งแซวอีก

“ไม่ได้หวง กูพูดตามหลักความจริง มิ้มเขาไม่ได้มีใครสักหน่อย”

“อ้าว เลิกกันไปแล้วอนาคตมึงจะรู้ได้ไงว่าเขาจะไม่มีใคร”

“...”

“ไม่พูดตอนนี้ ระวังเสียใจในอนาคตนะ เพื่อนรัก”

หนุ่มขี้เล่นทำเป็นบีบไหล่ให้กำลังใจอชิระ

“ไม่มีทาง”

“กูจะคอยดู”

งุนงงกับเพื่อนสนิทจะต้องเอาให้ชัดเจนอีกขนาดไหน

ชินดนัยผู้แอบลองสังเกตุ จะว่าตลกก็ตลกไม่ออกสักเท่าไร อชิระเป็นพวกหัวดื้อ อยู่กับหลักการและเหตุผลจนด้านชาและขาดความเข้าใจความรู้สึกตัวเอง ครั้นพวกเขาจะไปขยั้นขยอให้อชิระยอมรับ หมอนั่นก็คงจะไม่เข้าใจ

จึงทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างมันดำเนินไปในทางของมันเอง...

 

ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาได้สองอาทิตย์กว่า ทั้งมนวดีและอชิระยังไม่ได้ติดต่อหากันอีกเลย ราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างคนต่างดำเนินชีวิตไปอย่างปกติ ทว่าความขุ่นข้องในใจยังไม่ถูกชำระล้างออกไปจากจิตใจของทั้งสองคน

ช่วงวันแรกๆหลังจากส่งข้อความไปหาอชิระแล้วไม่มีการตอบกลับมา หัวใจก็เจ็บหน่วงขึ้นมาเป็นบางครั้ง ความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของใคร กำลังตอกย้ำให้เธอว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง

ยิ่งไม่เห็นอชิระมีปฏิกิริยาใดๆ น้ำตาเธอก็พลอยจะไหลออกมา แม้ว่ามนวดีจะนั่งคิดหาวิธี หรือคำพูดที่คุยกับเขา ลังเลอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความกล้าที่ไม่มากพอ...คนขี้ขลาดแบบเธอก็ต้องยอมรับชะตากรรมไป

ตอนนี้ชีวิตของเขาคงเป็นปกติสุขดี แตกต่างจากเธอสิ้นเชิง เรื่องของธเนศมาทำให้ช่วงสัปดาห์ผ่านมาค่อนข้างวุ่นวาย เธอจึงเอาเวลาไปคิดเรื่องส่วนตัวไม่ได้มากนัก

มนวดีต้องช่วยบิดา จัดการเรื่องทรัพย์สินและข้าวของในบ้านต่างๆ นั่นเป็นเพราะว่า ธเนศตั้งใจจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับมนภัทร ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และค่อยให้มนวดีตามไปทีหลัง

เนื่องจากมนวดียังมีหน้าที่การงานคั่งค้างอยู่ ไม่สามารถลาออกกะทันหันได้ อีกอย่างเธอคงต้องหางานที่นู้นให้ได้ก่อนถึงจะย้ายตามไปได้

ทรัพย์สินต่างๆ จึงถูกขายเพื่อเป็นทุนสำหรับการตั้งต้นใหม่ของครอบครัวหญิงสาว

วันหยุดที่ผ่านมาสองพ่อลูกขับรถตะเวนหาคอนโดใหม่ซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยให้ลูกสาวคนเล็กชั่วคราวจนกว่ามนวดีจะสามารถตามไปอยู่ต่างประเทศได้

“มิ้มว่า เราหาที่ถูกๆกว่านี้ก็ได้นะคะ”

คอนโดตกแต่งสวยงามสไตล์โมเดิร์นขนาดกลางหนึ่งห้องนอน กว้างใหญ่ไปสำหรับเธอผู้อาศัยอยู่คนเดียว เพราะทั้งความสวยงาม ปลอดภัย ใกล้แหล่งการค้า ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทำให้ราคาที่เช่าสูงลิบตามความสะดวก

“ที่นี่มันสะดวกสบายดีนะมิ้ม สมกับราคาเท่านี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

แพงเท่าไรก็สู้ ธเนศจะไม่ยอมให้ลูกสาวต้องมาลำบาก

“แต่ว่า...”

“หนูต้องอยู่คนเดียว เลือกที่ที่ความปลอดภัยสูงไว้ก่อนดีกว่านะลูก”

     “งั้น มิ้มจะช่วยออกค่าใช้จ่ายนะคะ”

     “ไม่ต้อง พ่อจ่ายให้เอง”

           ในช่วงสภาวะการเงินน่าเป็นห่วงแบบนี้ ธเนศยังให้มนวดีใช้ชีวิตแบบเดิม ทว่าคนเป็นลูกสาวกลับเป็นห่วงและเกรงใจบิดา พ่อของเธอยอมอดและลำบากเพื่อให้เธอสบายแล้วเธอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร

           “ให้มิ้มช่วยเถอะนะคะ มิ้มไม่อยากให้พ่อต้องแบกภาระทุกอย่างไว้คนเดียว มิ้มโตแล้วมิ้มมีเงินเดือน มิ้มจ่ายได้”

           ธเนศอึ้งไปพักหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กในสายตาของเขาเธอดูเหมือนเด็ก เขาไม่คิดว่าเธอโตเลย จนกระทั่งเกิดวิกฤตของบ้าน มนวดีกลับเป็นผู้ใหญ่กว่าที่เขาคิด

           “ถ้าไม่พอใช้ยังไงต้องบอกพ่อนะ”

           หญิงสาวยิ้มออก พยักหน้าให้ ก่อนกล่าวขอบคุณ

หลังจากเจราจาขอเช่ากับเจ้าของคอนโดเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่จึงขับรถออกไปหาร้านอาหารเพื่อรับประทานข้าวเที่ยง

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามนวดีคอยช่วยเหลือธเนศตลอด เธอทำด้วยความตั้งใจและคอยให้กำลังอยู่เสมอ จนความเสียใจเริ่มจางหายกลายเป็นความรู้สึกผิดเข้ามาแทนที่ ธเนศได้บทเรียนแล้วว่าสิ่งที่เขาทำมันมักง่ายและผิด ส่งผลกระทบต่อคนอื่นและครอบครัวอย่างไร

อีกหนึ่งเรื่องที่ยังรู้สึกติดอยูในใจ เขาเองก็รู้สึกผิดต่อมนวดีเรื่องของอชิระอยู่ไม่น้อย

ครั้งแรกที่รู้จักกับอชิระ เขาเห็นว่าชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ ทำงานเก่ง มีความรับผิดชอบ บุคลิกภายนอกดูเย็นชาและเงียบขรึม พอลองได้ทำงานร่วมครั้งสองครั้งจึงเห็นว่านิสัยนิ่งๆแต่แฝงไปด้วยความเป็นผู้นำ เขาจึงเกิดความประทับใจ ยิ่งรู้ว่าชายหนุ่มโสด และคิดจะหาแฟน ธเนศเลยนึกถึงผลประโยชน์ในอนาคตหากได้อชิระมาเกี่ยวดอง จึงลองแนะนำมนวดีให้รู้จัก

พอทั้งคู่ตกลงลองคบกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อนข้างราบรื่นไม่หวือหวา ไม่แม้กระทั่งแสดงออกว่ารักกันให้คนอื่นเห็นเลย แปลกอยู่ไม่น้อย

ทว่าธเนศก็ตัดสินอะไรไม่ได้มากนัก ในเมื่อทั้งสองไม่มีปัญหาอะไรก็น่าจะแปลว่าเป็นไปในทางที่ดี

ซึ่งก็เป็นที่น่าพอใจ เมื่อเขาลองเอ่ยปากเรื่องหมั้นหมายกับอชิระ แล้วชายหนุ่มตอบรับมาอย่างว่าง่าย เท่านี้เขาก็พอใจ มนวดีจะได้มีคนดูแลในอนาคตสักที

จนกระทั่งเกิดเรื่องและเขาเป็นคนบอกเลิกให้กับลูกสาว...

ธเนศลองมาคิดดู ตนเองอาจจะเห็นแก่ตัวและละเลยความรู้สึกของลูกไปจริงๆ ถ้าอชิระยอมรับหมั้น นั่นก็แปลว่าสองหนุ่มสาวคงมีความรู้สึกดีต่อกันบางอย่าง แต่เขากลับเป็นคนทำลายมันลงด้วยความโกรธและอยากเอาชนะ

ความรู้สึกกระอักกระอ่วนต่อมนวดียังมีอยู่ จึงตัดสินใจถามเธอดู

"เอ้อ แล้วเจ้านั่นติดต่อมาบ้างไหม"

คนมีทิฐิ รู้ว่าตนผิดแต่ไม่กล้าที่จะไปรื้อฟื้นขอให้อชิระกลับมาคืนดี เขารู้สึกเสียหน้ามากถ้าต้องทำอย่างนั้น อีกอย่าง คู่หมั้นมนวดี ก็ดูตอบรับคำปฏิเสธง่ายได้ แถมยังพูดจาอวดดีอีก หรือว่าบางทีก็อยากจบกันอยู่แล้ว

"คะ? คุณอิฐเหรอคะ"

"ใช่"

มนวดีหน้าเจื่อนลงก่อนปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อตอบบิดาให้ท่านสบายใจ

"ไม่ค่ะ พ่อไม่ต้องคิดมากหรอก มิ้มไม่เป็นไร"

เธอยิ้มให้บิดา แสร้งทำว่าไม่เป็นไร ทั้งๆที่ในใจมันเป็นไปแล้ว หญิงสาวไม่อยากให้บิดามีเรื่องต้องคิดหรือเป็นห่วงเพิ่มอีก

"งั้นก็แปลว่าฝ่ายนั้นเขาก็อยากเลิกกับเราจริงๆ...เชอะ ถ้าไม่รักไม่ชอบกันจะมามงมาหมั้นทำไม"

จะได้เข้าใจตรงกันว่าที่ผ่านมาก็แค่ผลประโยชน์และธเนศจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดมากที่ให้มนวดีเลิกลา ถ้าอชิระทำแบบนี้ก็แปลว่าไม่ได้รักไม่ได้แคร์ลูกสาวเขาเลย

"..."

"มิ้มไม่ต้องไปเสียใจ เสียน้ำตาให้เขานะ ไม่ต้องติดต่อหากันอีก เขาหายไปเลยแบบนี้ มันก็ชัดแล้วว่าเขาไม่ได้สนใจเรา"

"ค่ะ"

หญิงสาวฝืนยิ้มรับเล็กๆ

"แต่หนูต้องไม่ปิดกั้นตัวเองนะลูก ผู้ชายที่ดีและรักลูกก็ยังมีอยู่ พ่อเชื่อว่าเขาต้องรอลูกอยู่แน่ๆ"

"ตอนนี้มิ้มยังไม่คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะ"

"ยังไม่คิดก็ไม่เป็นไร แค่อย่าปิดกั้นก็พอ"

มือสากลูบศีรษะลูกสาว มนวดีเป็นเด็กดี เขาภาวนาขอให้ลูกเจอคนดีๆ ที่รักเธอจริงๆและจะไม่ทำให้เธอเสียใจ

"กินเถอะลูก เดี๋ยวข้าวเย็นหมด"

"ค่ะ"

สองพ่อลูกไม่ได้คุยเรื่องอะไรกันต่อ เพียงรับผิดชอบอาหารในจานของตนให้หมด พอรับประทานเสร็จ ก็วนรถกลับไปขนของที่เหลือมาไว้ที่คอนโดของมนวดีจนหมด

กว่าจะจัดข้าวของทุกอย่างท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีเป็นสีเข้มแล้ว นี่เป็นอีกครั้งที่เธอได้ย้ายถิ่นฐาน ครั้งแรกจากบ้านเช่าเล็กๆ ก็ได้มาอยู่หลังใหญ่ และตอนนี้ก็อีกครั้ง

ช่วงที่ธเนศรอจัดการธุระของตนให้ครบ บิดาก็มาอยู่ที่คอนโดด้วยเพราะว่าบ้านขายไปแล้ว กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการทุกอย่างก็น่าจะสิ้นเดือน ถึงเวลานั้นเธอคงต้องอยู่คนเดียวและเริ่มต้นชีวิตใหม่จริงๆเสียที


เป็นตอนที่กำลังอึนๆ คุณอิฐก็ปากแข็ง หนูมิ้มก็ไม่กล้า เห้อ ความรักจะลงเอยเช่นไรหนอ ฝากกดไลค์ คอมเม้น ติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว