facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บท 6 : แผนล่ม

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 770

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2564 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 6 : แผนล่ม
แบบอักษร

บท 6 แผนล่ม 

           สถานบันเทิงเริงรมย์ เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายอารมณ์ บางคนมาเพื่อหาความสนุกสนาน ตื่นเต้น คลายเหงา บางคนมาเพื่อทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ บางคนมาเพื่อหาหนทางดับทุกข์

คลับแห่งนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียง และกว้างใหญ่ ภายในแบ่งโซนชัดเจน โซนสำหรับความสนุกสนาน และโซนสำหรับนั่งชิว คนสวยคนหล่อแต่งตัวชวนมองละลานตาเต็มไปหมด แสงไฟวิบวับส่องเชิดฉายยิ่งทำให้ผู้คนเหล่านั้นโดดเด่นขึ้นไปอีก

ปึก! เสียงแก้วกระทบลงบนโต๊ะดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศไฟสลัวๆตรงมุมแขกวีไอพี บ่งบอกว่าเจ้าของแก้วใบนี้อารมณ์ช่างขัดกับทำนองเพลงช้าฟังสบายผ่อนคลายเหลือเกิน

"วางเบาๆหน่อยไอ้อิฐ แก้วจะแตกแล้ว"

'ธวัฒน์' เพื่อนสนิทอชิระตั้งแต่สมัยมัธยม พวกเขาเป็นคนจังหวัดเดียวกัน บ้านทำธุรกิจเหมือนกัน ทว่าบ้านของธวัฒน์ขยายกิจการโรงแรมในเครือมาที่เมืองหลวง จึงถูกใจหนุ่มเจ้าสำราญผู้ชื่นชอบชีวิตศรีวิไลเป็นอย่างมาก

"ไปเจอเรื่องอะไรมาวะ ถึงเรียกพวกกูออกมากะทันหันแบบนี้"

"เซ็ง"

คิ้วเข้มยังคงขมวดปมเข้าหากัน ขอดื่มอีกสักแก้วสองแก้วให้ความรู้สึกที่ตีกันข้างในสงบลงก่อน จึงจะค่อยพูดออกไป

แม้นิสัยธวัฒน์กับอชิระจะต่างกันสุดขั้ว เเต่เพื่อนอย่างเขารู้ดีว่าถ้าหนุ่มแว่นข้างๆตนยังไม่อยากเล่าอะไร ก็ไม่ควรไปเซ้าซี้ จนกระทั่งบุคคลที่สามเดินเข้ามาทัก ต่อมอยากรู้อยากเห็นของเขาจึงเริ่มถูกกระตุกมากขึ้น

"ไง ทิ้งบอมเสร็จ ก็มานั่งเศร้าแดกเหล้าเลยนะไอ้คุณอิฐ" เสียงผู้มาเยือนใหม่

"กูไม่ได้เศร้า"

"เรื่องไรวะ" ทิ้งบอมอะไร ธวัฒน์สงสัย

'ชินดนัย' หนุ่มนักธุรกิจควบตำแหน่งรองประธานบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่อชิระทำงานอยู่ เพิ่งมาถึงสถานที่ที่เพื่อนๆนัดไว้

เจ้าของร่างสูงใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงศอก เดินเข้ามาด้วยยิ้มทรงเสน่ห์ ท่วงท่าสมาร์ท สบายๆขัดกับบุคลิกเวลาทำงานซึ่งอชิระเห็นจนชินตาแล้ว

ชินดนัยมารู้จักกับธวัฒน์และอชิระตอนเรียนมหาลัย ก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศ คนในบริษัทไม่รู้ว่าชายหนุ่มเป็นเพื่อนกับหนุ่มนักบัญชีคนนี้ เพราะทั้งคู่แทบไม่เจอกันในเวลางาน แต่ถ้าเลิกงานพวกเขาก็นัดเจอกันบ่อยตามประสาหนุ่มโสดไม่สนิท ยกเว้นอชิระที่มีแฟนแต่ก็ดูเหมือนไม่มี

"เอ่อ ถ้ามึงไม่ได้เศร้า งั้นมึงก็เล่ามา"

ธวัฒน์ตบบ่าแกร่งแรงๆไปที ในขณะที่ชินดนัยยังมีทีท่าสบายๆ สั่งเครื่องดื่มมาเพิ่มราวกับรู้มาแล้วว่าเรื่องอะไร

"กูถูกถอนหมั้น"

"เชี่ย!" ธวัฒน์หลุดปากด้วยความตกใจ ส่วนชินดนัยก็แทบสำลักเครื่องดื่ม เพราะไม่คิดว่าเรื่องที่ตนรู้มาจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดนี้

"เกิดอะไรขึ้นวะ กูไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่ขนาดนี้"

หนุ่มเจ้าสำอางพ่วงตำแหน่งรองประธานเอ่ยขึ้น

"กูก็ไม่คิด..."

อชิระกล่าวด้วยใบหน้าเบื่อโลกก่อนเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นให้ธวัฒน์ที่ไม่รู้อะไรมาก่อนฟัง

ในยุคที่พนักงานรุ่นเก่าขึ้นบริหาร การเอื้อกันในทางทุจริตเพื่อผลประโยชน์ มีมาตั้งนานจนฝั่งรากลึกและกลายเป็นวัฒนธรรม แม้จะโกงเล็กๆน้อยๆ ไม่บ่อยครั้ง ทว่าหากลองนับว่ากระทำมาเเล้วหลายปี จำนวนเงินก็มิใช่น้อย พอถึงยุคที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างชินดนัยขึ้นมาทำหน้าที่ ชายหนุ่มต้องการให้บริษัทพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ใช่ทำงานกันแบบเดิมๆคนเดิมๆ ชินดนัยจึงไหว้วานให้อชิระช่วยตรวจสอบบัญชีย้อนหลังเพื่อหาจุดผิดพลาด เพราะเขาไม่ไว้ใจพนักรุ่นเก่าที่ทำงานมานาน

ความจริงจึงปรากฏว่ามีการโกงกินกันในบริษัท ไม่ใช่เเค่ธเนศที่ถูกสอบสวนยังมีอีกหลายๆคนที่เกี่ยวข้องก็ถูกเด้งสายฟ้าแล่บเช่นกัน ส่งผลให้ชินดนัยถูกหมายหัวและจับตามองจากคนในบริษัทซึ่งก็มีทั้งชื่นชมและหมั่นไส้

"กูจะไปคุยกับคุณธเนศให้เอง"

ชินดนัยรู้สึกไม่สบายใจกับการที่อชิระถูกถอนหมั้น มันไม่ยุติธรรมสำหรับอชิระ

"ไม่ต้อง"

ในบริษัทอชิระถือเป็นลูกน้องของเขาย่อมต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย ดังนั้นอชิระไม่ผิด การที่ธเนศไม่พอใจที่ตนเองถูกเชิญให้ออกจากบริษัทจึงไม่ควรเหมารวมไปเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว

 ชินดนัยไม่คิดว่าธเนศจะทำแบบนี้กับเพื่อนของเขา

 ก่อนจะถึงวันสอบสวนเขากับอชิระรู้มาว่าพนักงานบัญชีเก่าแก่รายหนึ่งร่วมมือลงเรือกันโกงค่าสินค้ากับธเนศ ตอนนั้นชินดนัยก็หนักใจ เพราะธเนศมีศักดิ์เป็นว่าที่พ่อตาของเพื่อนสนิทเขา

‘เอาไงดี’  

พอชินดนัยเห็นรายชื่อคนทำผิด จึงเรียกอชิระออกมาคุย

‘ไม่ทำไง ก็ว่าไปตามความจริง’ 

คนไม่ยี่หระ ยืนพิงขอบโต๊ะอวดขายาวยกถ้วยกาแฟดำขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายๆ

‘มึงจะไม่มีปัญหากับคุณมิ้มและพ่อของเขาเหรอ’ 

เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเพียงแต่ว่าจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ต่อให้ชินดนัยเบี่ยงประเด็นไม่พูดถึงผู้ที่ช่วยตรวจสอบบัญชี สักวันใครๆก็ต้องรู้ความจริง

‘ถึงเวลานั้นค่อยมาคิดอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อ’ 

สุดท้ายเรื่องราวก็เป็นอย่างที่คิด บรรดาคนที่ถูกสอบสวนพากันล่าแม่มดจึงรู้ว่าใครเป็นคนทำงานให้ชินดนัย

"กูไม่โอเค มันไม่ยุติธรรมกับมึงเลย"

"ที่จริง ก่อนหน้าพ่อมิ้มเคยมาขอร้องกูแล้ว แต่กูเเค่ไม่ช่วย"

มือหนาจับแก้วเครื่องดื่มหมุนวนข้อมือเพื่อให้ของเหลวผสมกัน ในหัวสมองใช้ความคิด ก่อนกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูด

อชิระอธิบายต่อว่า ก่อนหน้านั้นที่ธเนศเริ่มไหวตัวทันและยังไม่รู้ว่า ว่าที่ลูกเขยเป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบ ธเนศได้มาขอร้องให้อชิระช่วย ให้เขาหลุดจากการโดนสอบ ซึ่งถ้าอชิระจะทำก็ทำได้ แต่ว่าเขาไม่ชอบทำผิดในเรื่องงาน อีกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทพวกเขาต้องถอนลากถอนโคลนล้มกระดานกระบวนการทุจริตไปให้หมดเพื่อไม่ให้พนักงานรุ่นหลังเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ดังนั้นถ้าช่วยธเนศก็ต้องช่วยคนอื่นอีกและที่สำคัญมันผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

ทั้งธวัฒน์และชินดนัยถอนหายใจ

"กูไม่คิดว่าคุณธเนศจะทำแบบนี้ กูขอโทษ"

ถึงเบื้องหน้าชินดนัยจะดูเหมือนไม่แคร์ใคร ทว่าหากเป็นคนสำคัญเขาจะใส่ใจและคิดมากเป็นพิเศษ

"ไม่ต้องขอโทษ ไม่ใช่ความผิดมึง ก็แค่ผู้ใหญ่ที่ความคิดไม่รู้จักโต"

"ไอ้อิฐ นั่นว่าที่พ่อตามึงนะ"

ธวัฒน์ตบไหล่เพื่อนนิสัยหุ่นยนต์เข้าให้ ตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยเปลี่ยน เย็นชาแบบไหนแบบนั้น

"แล้วคุณมิ้มละ ว่าไงบ้าง"

"หึ"

อชิระแค่นยิ้มไม่สบอารมณ์ รายนั้นเหรอจะพูดอะไรได้ ก็นี่ไงถึงเป็นสาเหตุให้เขารู้สึกเซ็ง

"กูจะไปคุยกับคุณมิ้มให้"

ชินดนัยยังคิดว่าพอจะมีหนทางช่วยเหลืออชิระได้

"ไม่มีประโยชน์หรอก"

"ทำไมพูดแบบนั้น หรือว่ามึงจะยอมรับสภาพนี้จริงๆ"

"อืม"

เพื่อนสมัยมัธยมอย่างธวัฒน์ เริ่มไม่แน่ใจความคิดและความรู้สึกของคนข้างๆ เดิมทีอชิระเป็นพวกที่ถูกขนานนามว่าคือหุ่นยนต์เดินได้ ผู้ไม่ไหวติงต่อสิ่งเร้า หมายความว่าต่อให้มีอะไรมายั่วยุให้ทำตาม หากขัดกับธงในใจของหมอนั่นแล้ว อชิระไม่มีทางสนใจเด็ดขาด

"ถามจริง แล้วแผนแต่งงาน 33 มีลูก 33-34 ของมึงละ ล่มไม่เป็นท่านะเว้ย"

ลองแหย่หนุ่มแว่นหน้าตายไปที เผื่อมันจะรู้สึก

"ช่าง กูหาใหม่ได้"

พูดไปทั้งๆที่ใบหน้าหวานยังลอยมารบกวนจิตใจ

"เอ่อ มึงมันรูปหล่อพ่อรวย"

ไม่ได้อวยเกินเหตุแต่อชิระฮอตมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มีผู้หญิงเข้าหาตลอดแต่ด้วยความที่หนุ่มแว่นผู้รักในกฎเกณฑ์และแบบแผนยิ่งชีพ จึงไม่เคยหลุดกรอบของตนเลย

จะเรียนอะไร เรียนที่ไหน ทำงานที่ไหน อชิระวางแผนและทำตามเป้าหมายมาตลอด คนบ้าอะไรขนาดจะมีแฟนยังกำหนดได้ว่าต้องการแบบไหนและหาได้ตามนั้นจริงๆ

และเท่าที่ผ่านมาโปรไฟล์ดีขนาดไหนสวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ก็ไม่เคยรอด จนกระทั่งมนวดีหญิงสาวอ่อนหวานจิตใจดีช่างตรงข้ามกับใครๆที่ผ่านมา กลับเป็นผู้พิชิตใจ? พิชิตตำแหน่งคู่หมั้นได้เป็นคนแรก

 ถึงแม้จะเป็นแค่ตำแหน่งนี้ ก็ทำเอาบรรดาเพื่อนๆอย่างพวกเขาอึ้งว่ามนวดีทำได้อย่างไร เพราะเท่าที่เคยเจอตัวจริง หญิงสาวจะเอาแต่ยิ้มให้แล้วพูดว่า ‘ค่ะ , ได้ค่ะ , ขอบคุณค่ะ’ และก็ยิ้ม

พอสอบถามอชิระว่าตัวจริงมนวดีเป็นคนแบบไหน คำตอบที่ได้ก็คือ

‘แบบที่เห็นนั่นแหละ’ 

‘แล้วทำไมมึงหมั้นกับเขาวะ’ 

พูดน้อย เหนียมอาย เกรงอกเกรงใจแบบมนวดี วันๆนี่คุยกับอชิระถึงสิบประโยคไหม

‘มิ้มเขาว่านอนสอนง่ายดี’ 

‘=_=’

ธวัฒน์ถึงกลับกุมขมับถึงเขาจะเจ้าชู้ไปเรื่อยแต่เขาก็รู้เหตุผลของการเลือกใครสักคน พออชิระตอบแบบนี้บวกกับสีหน้านิ่งๆที่ไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าเหตุผลที่เพื่อนใช้มันแปลว่ารักได้หรือเปล่า

“คือมึงจะเปลี่ยนคน แต่ไม่เปลี่ยนแผนใช่ไหม”

ชินดนัยถามขึ้น หากเป็นแบบนั้น มนวดีคงน่าสงสารน่าดูเพราะดูเหมือนเธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลย

“กูยังไม่ได้อายุ 33 สักหน่อย”

ไม่มีใครขัดกับแผนชีวิตของอชิระได้...คิดว่านะจะอย่างนั้นมั้ง

“มึงจะปล่อยคุณมิ้มไปง่ายๆ แบบนี้ มึงไม่สงสารเขาเหรอ”

“…”

อชิระยกแก้วขึ้นดื่มแก้วที่เท่าไรไม่รู้ เขาต้องใช้ความคิดทว่าสมองดันไม่แล่น ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นเขากับมนวดีคงไปต่อด้วยหนทางที่ราบเรียบ แต่พอมีเรื่องธเนศเข้ามาเกี่ยว ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนทางของเขามันสะดุด จะแต่งกับใครก็เหมือนแต่งกับครอบครัวเขาด้วย นิสัยแบบธเนศเสี่ยงมีปัญหากับเขาแน่นอน

“ถามจริงมึงรู้สึกยังไงกับคุณมิ้ม” ธวัฒน์ถามขึ้น


คุณอิฐอย่านิ่งเฉยสิ จะเปลี่ยนคนไม่เปลี่ยนแผนจริงๆเหรอ สงสารหนูมิ้ม ฝากกดไลค์ คอมเม้น ขอกำลังใจในการปั่นหน่อยนะ อิอิ ขอบคุณค่า
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว