facebook-icon

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุน กดติดตามไว้นะคะ ไรท์ฟรีให้ทุกตอน3ชั่วโมงค่ะ

RENE..(50) ปลดปมในใจ | ฟรี 1 วัน⏰

ชื่อตอน : RENE..(50) ปลดปมในใจ | ฟรี 1 วัน⏰

คำค้น : มาเฟีย โหด นิ่ง ร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 413

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2564 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
RENE..(50) ปลดปมในใจ | ฟรี 1 วัน⏰
แบบอักษร

Rene 50 

"โรเนล..นายทำอะไร? หญิงสาวเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มขนของใช้ส่วนตัวของมินนิทเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของตนเอง  

"ฉันจะให้ลูกมานอนด้วย" 

"อะไรนะ ?  

"ฉันพาลูกกับเธอมาเที่ยวทะเลก็ต้องใช้เวลาร่วมกันตลอดเวลาสิ" 

"มินนิทอาจจะมีนิสัยที่ไม่น่ารัก และงอแงในตอนกลางคืนจนนายนอนไม่ได้จะทนได้รึเปล่า? 

"ถึงยังไงมินนิทก็คือลูกของฉัน" โรเนลยืนกรานหนักแน่น และนั่งจัดแจงเสื้อผ้ารวมถึงของใช้ส่วนตัวของลูกสาวด้วยตนเอง โดยที่มีนทีและพี่เลี้ยงเด็กคอยอธิบายว่าของสิ่งนั้นใช้กับอะไรให้โรเนลได้ทราบ.. 

หญิงสาวแอบยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัวผู้ชายที่ขี้กังวลและระวังตัวอย่างโรเนลมักจะไม่ชอบให้มีเสียงดังในห้องนอนเพราะเขาชอบความเงียบและความสงบ แต่วันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว.. 

หญิงสาวตรงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมานอนเมื่อเห็นว่ามินนิทนั้นห่วงเล่นตุ๊กตาทั้งที่เปลือกตาจะปิดแล้ว.. 

"ได้เวลานอนแล้วลูก พรุ่งนี้ค่อยเล่นกันใหม่นะคะ" เรเน่จูบลงบนหน้าผากกว้างของลูกสาวด้วยความรัก ก่อนที่จะวางมินนิทลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่.. 

เมื่อโรเนลจัดแจงของใช้จนเสร็จเรียบร้อยก็ได้ไปอาบน้ำชำระร่างกายแล้วตรงมายังเตียงนอนทันที.. 

"เรเน่..เธอจะนอนแล้วหรอ? ชายหนุ่มเอ่ยถาม 

"อื้ม..วันนี้ฉันรู้สึกเพลียๆ" 

"อย่าพึ่งนอนสิ..วันนี้เรา...." 

"จะบ้าหรอโรเนล..ลูกนอนอยู่ตรงกลางเนี่ยมองเห็นบ้างไหม? 

"แต่ลูกก็หลับไปแล้วหนิ" 

"ถ้าเสียงดังเดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก" 

"เธอก็ต้องห้ามเสียงของตัวเองไม่ใช่มาห้ามให้ฉันทำ" 

"โรเนล.." 

"หึหึ..กลัวจะเสียวจนทนไม่ไหวสินะ" คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอต้องเงียบไปเพราะพูดไม่ออก 

เขาไม่รอช้าที่จะอุ้มหญิงสาวพาดบ่าเข้ามายังห้องแต่งตัวที่ค่อนข้างจะเก็บเสียง หญิงสาวปฏิเสธและเสียงดังโวยวายไม่ได้เพราะกลัวว่าลูกสาวที่นอนหลับไปแล้วจะตื่นขึ้นมากลางดึก.. 

"โรเนล..แต่ฉันยังโกรธนายอยู่นะ" 

"ให้โอกาสฉันแล้วก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีหน่อยสิ" 

"คะ ใครเป็นภรรยาของนายไม่ทราบเรายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย" 

"ก็แต่งเลยสิ" 

"..........." 

"เลิกตกใจได้แล้ว มันใช่เวลาที่ต้องคิดเรื่องอื่นรึเปล่าแค่รู้ว่าตอนนี้ฉันต้องการเธอแค่นั้นก็พอแล้ว" โรเนลวางหญิงสาวให้นั่งอยู่บนโต๊ะซึ่งเป็นโต๊ะกระจกที่ถูกสั่งทำไว้ใส่เครื่องประดับของเขาโดยเฉพาะ แม้ว่ามันจะไม่หรูหราเท่ากับห้องแต่งตัวที่อยู่คฤหาสน์แต่ก็ยังคงความเรียบหรูดูแพงไว้อยู่เช่นเดียวกัน บ้านพักตากอากาศของเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ใดจะมีการตกแต่งหรูหราตามสไตล์ของชายหนุ่มแบบนี้อยู่เสมอ.. 

ค่ำคืนอันยาวนานแฝงไปด้วยอารมณ์ที่เร่าร้อนและรุนแรงอย่างเช่นทุกๆครั้งที่ผ่านมา ความรักที่แฝงไปด้วยความต้องการอันแนบแน่นยิ่งตอกย้ำลึกในใจว่าเธอและเขาต้องการกันและกันมากแค่ไหน.. 

. 

. 

..เช้าวันใหม่.. 

กิริยาของเรเน่ที่ดูจะระบมและเหนื่อยล้าจากการร่วมรักกับเขาในเมื่อคืนนี้ทำเอาโรเนลกระตุกมุมปากยิ้มอย่างเอ็นดู หญิงสาวสวมผ้าเช็ดตัวเตรียมจะเดินไปชำระร่างกายที่ห้องน้ำเพราะกลัวว่ามินนิทจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้ เมื่อร่างบางขยับหันตัวไปอีกทางอย่างเกียจคร้านกึ่งรำคาญในนิสัยที่เอาแต่ใจและไม่รู้จักพอของแฟนหนุ่ม ก็ทำให้เขาได้เห็นร่องรอยรักสีแดงระเรื่อบนแผ่นหลังและซอกหอขาวที่เขาได้ตีตราประทับเอาไว้ระหว่างที่ร่วมรักกัน.. 

"เธอเป็นคนเดียวบนโลกจริงๆเรเน่..ที่ฉันไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย" 

"แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน ฉันก็ยังหลงใหลในทุกอย่างที่เป็นเธอ" 

"ทั้งนิสัย และร่างกายทุกสัดส่วนช่างน่ารักซะจริงๆ" 

"แถมสถานะที่เธอมีนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาของฉัน เพราะเธอคือ..แม่ของลูก.." ชายหนุ่มมองแฟนสาวด้วยสายตาหวานเยิ้มและดูจะภาคภูมิใจมากที่ได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ 

"โรเนล..นายคิดอะไรอยู่หน้าตาโรคจิตชะมัด" หญิงสาวพูดขึ้นมาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ 

"เธอ พะ พูดอะไรนะ" 

"อีกสักพักมินนิทจะตื่นแล้ว ฝากดูลูกด้วยนะฉันจะอาบน้ำ" 

"ครับผม..มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่ออย่างฉันอยู่แล้วหนิ" 

คำพูดของโรเนลส่งผลให้หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ นับจากนี้เป็นต้นไปคงถึงเวลาที่พวกเขาทั้งสามคนจะใช้ชีวิตแบบครอบครัวกันจริงๆสักที.. 

. 

. 

ในยามเย็นของวันใหม่หญิงสาวสวมชุดว่ายน้ำรัดรูปเห็นสัดส่วนชัดเจนมาเล่นน้ำทะเลกับลูกสาวตัวน้อย มินนิทสวมชุดว่ายน้ำสีชมพูพุงป่องๆยื่นออกมาช่างดูน่ารักน่าชังในสายตาของผู้เป็นพ่อและแม่จริงๆ.. 

ชายหนุ่มที่กลัวดำ !! และกลัวไม่หล่อ !! นั่งมองดูเรเน่และมินนิทอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในระยะที่ไม่ไกลนัก เขานั่งอยู่บนเก้าอี้จิบไวน์ที่หอมละมุนลิ้นอย่างสบายใจ.. 

"ผู้หญิงที่มีลูกแล้วสามารถสวยได้ขนาดนี้เลยหรอ? ชายหนุ่มเอ่ยชมแฟนสาวอยู่ในใจ  

"ฉันจะปล่อยให้ตัวเองโทรมไม่ได้..กาลเวลาไม่เคยทำให้เธอโทรมลงสักนิด" 

"แดดทะเลตอนเย็นยังรู้สึกร้อนขนาดนี้..ให้ตายสิอยากกลับเข้าบ้านแต่ก็ไม่ไว้ใจปล่อยเรเน่ไว้กับมินนิทสองคน เกิดถูกใครอุ้มไปจะทำยังไง" 

"ผิวของฉันจะเสียไหมเนี่ย..ปกติฉันไม่คิดจะโดนแดดด้วยซ้ำ" โรเนลแม่จะรู้สึกร้อนแต่ก็พยายามอดทนเพราะเป็นห่วงแฟนสาวและลูกน้อย.. 

เขาเป็นผู้ชายรักสบายชอบความเย็นและเกลียดอากาศร้อนจัด ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่บ่นให้แฟนสาวได้ยินเลยสักนิด เพราะรู้ดีว่านับจากนี้ไปจะนึกถึงแค่ตนเองไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่เขาควรคำนึงถึงมากกว่าตนเองคือสองสาวที่กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่ตอนนี้.. 

ระยะเวลาผ่านไปสักพักเรเน่ก็อุ้มมินนิทกลับเข้ามาหาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้.. 

"ไม่เล่นน้ำกันต่อแล้วหรอ? โรเนลเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ชิวๆ.. 

"ไม่แล้วแหละ เดี๋ยวมินนิทจะไม่สบาย" 

"นั่งพักก่อนไหม?  

"นายร้อนไม่ใช่หรอ? 

"เปล่าสักหน่อย" 

"เหงื่อท่วมตัวขนาดนี้ยังมาปากดีอีก" 

"เอ่อ..คือ.." 

"อย่าทำเหมือนฉันไม่รู้จักนายไปหน่อยเลย ฉันรู้ว่านายพยายามนึกถึงฉันกับลูก แต่ความเป็นจริงคนในครอบครัวจะต้องนึกถึงกันและกัน ฉันและลูกเล่นน้ำเสร็จแล้วเรารีบกลับเข้าบ้านไปตากแอร์เย็นๆกันเถอะ"  

"อื้มม" โรเนลตอบรับสั้นๆด้วยรอยยิ้ม 

"หม่ำๆ.." มินนิทเริ่มดูดนิ้วเมื่อรู้สึกหิวและง่วงทำให้ทุกคนหัวเราะขึ้นมาด้วยความชอบใจ.. 

ทั้งสามคนกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกันพี่เลี้ยงรีบมารับตัวมินนิทไปอาบน้ำกินนมนอน ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อไปอาบน้ำทันที ส่วนเรเน่ก็ได้แต่ยิ้มในใจแล้วเดินตามหลังชายหนุ่มเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า.. 

ในระหว่างนั้นเธอก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาด้วยใบหน้าแห่งความสุข เธอได้เห็นภาพในจินตนาการที่มีโรเนล ตัวเธอและลูกสาวเป็นครอบครัวที่อบอุ่น การยอมลดทิฐิลงมาสามารถพยุงคำว่าครอบครัวและเดินหน้าต่อไปได้ 

พวกเขาใช้เวลาอยู่บ้านพักตากอากาศริมทะเลอยู่หลายวันก่อนที่จะเดินทางกลับ.. 

. 

. 

@คฤหาสน์ตระกูลอาร์ลอต 

Rene Talk :  

ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาฉันเห็นและสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและการเปลี่ยนแปลงของโรเนลได้อย่างชัดเจน ผู้ชายที่เคยเอาแต่ใจโมโหร้ายแปรเปลี่ยนเป็นคนใจเย็นและอารมณ์ดีต่อหน้ามินนิทลูกสาวอยู่เสมอ แม้มินนิทจะดื้อหรือซนไปบ้างเขาก็ไม่เคยที่จะดุลูกเลยแม้แต่น้อย แถมยังตามใจลูกสาวไปหมดทุกอย่างทำให้ฉันตกกระป๋องไปซะอย่างนั้นกลายเป็นลูกสาวที่ตามติดโรเนลแทบตลอดเวลาหรือจะเรียกว่าเป็นเงาตามตัวเลยก็ว่าได้.. 

ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้ดีและมีความสุข เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังทำให้ฉันและโรเนลเป็นกังวลคือมินนิทไม่ยอมพูดเลย ประโยคที่พวกเรามักจะได้ยินสม่ำเสมอยังคงเป็นประโยคเดิมๆ เช่น หม่ำๆ และ มะม๊า แต่วิวัฒนาการของมินนิททุกอย่างเหมือนเด็กปกติและเฉลียวฉลาดสามารถเข้าใจอะไรได้ง่าย.. 

ฉันและโรเนลเครียดกับเรื่องนี้มากคุณหมอพูดกับฉันและโรเนลว่า ที่มินนิทเป็นเช่นนี้อาจเพราะมีปมในใจที่ยังไม่คลายส่งผลให้ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา เด็กหญิงไม่ได้ผิดปกติแต่จิตใต้สำนึกสั่งการไม่ให้พูดซะมากกว่า.. 

"โรเนล..นายคิดว่าฉันขาดตกบกพร่องในการเป็นแม่ที่ตรงไหนรึเปล่า" ฉันเอ่ยถามสามีออกไป ใช่แล้วค่ะเราได้แต่งงานกันแล้วเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเป็นงานแต่งงานเล็กๆที่ถูกจัดขึ้นเฉพาะคนสนิทและคนในครอบครัว เพราะฉันไม่ชอบอะไรที่เรียบง่ายและสบายใจซะมากกว่า 

"เธอเป็นแม่ที่ไร้ที่ติแล้วเรเน่" 

"แล้วปมในใจของมินนิทคืออะไร" 

"เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้.." ฉันและโรเนลจับเข่าคุยกันในเรื่องนี้อย่างจริงจัง 

"ฉันแสดงความรักกับลูกน้อยไปรึเปล่า" 

"ก็ไม่นะ" 

"เฮ้อ..." 

"เรเน่แล้วเธอคิดว่าฉันขาดตกบกพร่องในการเป็นพ่อรึเปล่า" โรเนลเอ่ยถามฉันด้วยแววตาเศร้าสร้อย ฉันรับรู้ดีว่าที่ผ่านมาเขาพยายามจะเป็นพ่อที่ดีที่สุดของลูกมากขนาดไหน 

"ทุกวันนี้นายทำดีแล้ว นายมอบความรักให้ลูกและดูแลลูกเป็นอย่างดี" มันถึงเวลาที่ฉันต้องเอ่ยชมเขาในเรื่องนี้แล้วสินะ 

"แล้วปมของมินนิทคืออะไรกันแน่" โรเนลดูเครียดมากฉันสัมผัสมันได้จากแววตาที่เป็นกังวล 

เขาเดินตรงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมเบาๆ จากนั้นก็พามินนิทไปเดินเล่นที่บริเวณสนามหญ้าเพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายเพื่อจะทำให้ลูกสบายใจและคลายปมได้บ้าง.. 

แต่ไม่นานนักเสียงของมินนิทก็กรีดร้องขึ้นมาเสียงดัง ลูกสาวตัวน้อยของฉันร้องไห้โวยวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ฉันตกใจมากแล้วต้องรีบวิ่งมาดู.. 

มินนิทในตอนนี้กรี๊ดเสียงแหลมจนฉันปวดแก้วหูแทบร้องไห้เสียงดังทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตกใจมากไปตามๆกัน.. 

"เกิดอะไรขึ้นหรอโรเนล" ฉันรีบเอ่ยถามด้วยความตกใจ ซึ่งเขาก็ยังคงอึ้งในพฤติกรรมของลูกสาวอยู่เหมือนกัน 

"คะ คือ..ฉันแค่บอกรักมินนิท"  

"แล้วทำไมลูกถึงร้องไห้ขนาดนี้" 

"อาจเป็นเพราะฉันไม่เคยพูดคำนั้นกับลูก" 

"นะ นายไม่เคยพูดเลยหรอ" 

"การกระทำของฉันมันชัดเจนอยู่แล้วเลยไม่เคยพูดกับลูกออกไป" 

"กลับเข้าบ้านกันเถอะ" ฉันในตอนนี้ดูตกใจมากในตอนนี้สิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดคือทำให้มินนิทหยุดร้องไห้ 

ฉันพาลูกกลับเข้ามาในห้องส่วนตัวของพวกเราสามคน พยายามที่จะปลอบและหาวิธีให้มินนิทหยุดร้องแต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าฉันและโรเนลจะพยายามมากแค่ไหนมินนิทก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้เลย ฉันกลัวว่าลูกจะร้องไห้จนช็อกจึงรีบตามแพทย์มาที่คฤหาสน์ทันทีแต่ก็ไม่มีใครสามารถทำให้มินนิทหยุดร้องไห้ได้ ลูกรักของฉันร้องไห้จนเผลอหลับไปในที่สุด.. 

ค่ำคืนนั้นฉันแอบได้ยินเสียงสะอื้นของโรเนลที่หน้าระเบียงเขาคงจะรู้สึกผิดและโทษตัวเองอยู่สินะ..ฉันเดินเข้าไปกอดโรเนลแล้วร้องไห้ไปพร้อมกันกับเขา.. 

"โรเนล..ไม่เป็นไรนะไม่มีใครโทษนายหรอก"  

"เรเน่..ฮือ ลูกจะไม่อาการแย่ลงเพราะฉันใช่ไหม" 

"อย่าเอาแต่โทษตัวเองสิ...ลูกอาจจะตกใจเฉยๆก็ได้" 

"ฉะ ฉันไม่เคยเห็นลูกร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนฉันไม่ควรบอกรักลูกใช่ไหม" 

"เปล่าเลย..การบอกรักลูกไม่ใช่เรื่องที่ผิด" 

"ระ เรเน่..ฮือ ลูกจะยังรักฉันใช่ไหม" 

"รักสิ..ลูกต้องรักนายอยู่แล้ว" 

"ขอบใจนะเรเน่" 

"กลับไปนอนกันเถอะนะ ถ้าลูกตื่นกลางดึกแล้วไม่เห็นเราคงต้องร้องไห้อีกแน่ๆ" 

"อื้มม" 

ตลอดทั้งคืนชายหนุ่มนอนไม่หลับดิ้นไปมาอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ ในสมองคิดไปต่างๆนานากลัวลูกสาวมีอาการหนักขึ้นและรู้สึกตีตัวออกห่าง หากเป็นเช่นนั้นจริงๆเขาคงทำใจไม่ได้.. 

"มินนิท..พ่อขอโทษ" โรเนลลูบหัวลูกสาวตัวน้อยที่นอนหลับใหลสู่ห้วงนิทรา ก่อนจะยื่นริมฝีปากไปหอมแก้มเบาๆด้วยความรักและความเอ็นดู.. 

ในชีวิตของเขานอกจากเรเน่แล้วก็มีเพียงมินนิทนี่แหละที่เขาอยากจะรักษาเอาไว้ เฝ้าทะนุถนอมทุกย่างก้าวกลัวว่าจะได้รับอันตราย โหยหาที่จะเจอที่จะสัมผัสและมอบความรักให้กันและกัน..นี่สินะ.. 

ที่เรียกว่า... "ครอบครัว" 

. 

. 

"หนูไม่ต้องการพ่อค่ะ" 

"หนูไม่อยากมีพ่อ" 

"พ่อจะฆ่าหนู !! 

"พ่อจะฆ่าหนู !!!!!! 

ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเหงื่อไหลท่วมตัวไปหมด แม้ว่าภายในห้องจะมีเครื่องปรับอากาศก็ตาม.. 

"ฝันไปหรอ..ตกใจหมดเลย" ความฝันอันเลวร้ายซ้ำเติมให้เขามีความกลัวอยู่ภายในจิตใจ..เพราะเขากลัวว่าลูกจะไม่รักและไม่ยอมรับว่ามีเขาเป็นพ่อ.. 

เขารีบหันไปมองลูกสาวเพื่อตอกย้ำว่าเมื่อสักครู่นั้นเป็นแค่ความฝันไม่ใช่ความจริง มินนิทลืมตาขึ้นมาพอดิบพอดีเด็กหญิงนอนตะแคงข้างสายตาจ้องมองโรเนลอยู่ แก้มใหญ่ทั้งสองข้างเบียดกันจนจะมองไม่เห็นริมฝีปากอยู่แล้ว.. 

"เด็กอ้วนของพ่อ" เขายื่นมือเข้ามาบีบแก้มลูกสาวเบาๆด้วยความมันเขี้ยว.. 

และแล้วเสียงบางอย่างก็ทำให้เขาหัวใจแทบหยุดเต้น !!! 

"ปะ ปะ ปะ ป๊า"  

ชายหนุ่มเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ลูกสาวกำลังเรียกเขาหรือนี่เขาไม่อยากที่จะเชื่อหูของตัวเองเลยสักนิด  

โรเนลมองซ้ายมองขวากลัวว่าสิ่งที่มินนิทพูดออกมาจะไม่ได้หมายถึงเขา แต่สายตาจากมินนิทที่จ้องมองโรเนลนั้นคือคำตอบที่ชัดเจน.. 

"ระ เรียกพ่อหรอลูก? ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งน้ำตา หัวใจของเขาสุขใจยิ่งกว่าการมีเงินทองมหาศาลเสียอีก.. 

มินนิทพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเรียกโรเนลอีกครั้ง.. 

"ปะ ป๊าาา" 

"หม่ำๆ" มินนิทพูดออกมาด้วยท่าทางไร้เดียงสา 

"เด็กอ้วนของพ่อ หิวอีกแล้วสินะ" ชายหนุ่มรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาแล้วเดินตรงไปแกะกล่องนมให้มินนิทในทันที.. 

"หิว..หิวมาก"  

"ละ ลูกพูดได้อีกแล้วหรอ? มินนิทพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม.. 

"หรือปมในใจมินนิทคือตัวเราจริงๆ" โรเนลได้แต่คิดในใจ แล้วรีบป้อนนมลูกสาวสุดที่รักทันทีเด็กอ้วนดื่มนมหมดอย่างรวดเร็วแล้วชี้ไปที่กล่องนมอันใหม่.. 

"หม่ำๆอีก หม่ำๆ" 

"พอแล้ว..ลูกต้องทานข้าวอีกนะ" 

"โอเค" มินนิทยังเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน  

"พ่อรักลูกที่สุดเลย" 

ฟอดดดดดด ~  

ชายหนุ่มเอาลูกนั่งบนหน้าตักพร้อมกับหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองได้บอกรักลูกไปเขากลัวว่ามินนิทจะร้องไห้หนักอีกอย่างเมื่อวาน.. 

แต่มินนิทกลับยิ้มแป้นแล้วยืดตัวขึ้นมาหอมใบหน้าของพ่อแทน.. 

"ยัก ยัก..(รัก รัก)" 

"มะ มินนิท" เรเน่ตื่นขึ้นมาในจังหวะที่ได้ยินลูกสาวพูดพอดิบพอดี เธอดีใจมากในที่สุดมินนิทก็ยอมที่จะพูดออกมาแล้ว.. 

"มะ ม๊า.." 

"จ๋าลูก..แม่อยู่นี่ไง" เรเน่ดึงลูกมากอดและหอมด้วยความรัก 

"เรเน่..ฝึกลูกเรียกคำว่าพ่อกับแม่หน่อยสิ" โรเนลเสนอความคิด 

"ลูกถนัดเรียกแบบไหนก็เรียกแบบนั้นเถอะ เด็กอายุแค่นี้มักจะถนัดสระ-า" 

"ถ้างั้นก็ได้" 

ในระหว่างที่โรเนลและเรเน่สลับกันกอดหอมลูกสาวอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา โรเนลตอบรับอนุญาตให้เข้ามาได้พี่เลี้ยงของมินนิททั้งหลายก็เดินตรงเข้ามาทันที.. 

"ได้เวลาที่คุณหนูต้องอาบน้ำแล้วทานข้าวแล้วค่ะ" พี่เลี้ยงคนหนึ่งพูดขึ้นมา 

"โอเคจ๊ะ.." เรเน่พยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจ 

เมื่อพี่เลี้ยงพามินนิทออกไปแล้วก็ได้เวลาที่สองสามีภรรยาจะหันมาปรึกษากันในเรื่องลูก.. 

"เรเน่..ฉันคิดว่าปมในใจของมินนิทคือฉันเอง ลูกยอมที่จะพูดแถมเวลาที่ฉันบอกรักยังยิ้มให้อีก" 

"ความจริงฉันก็รับรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเกี่ยวข้องกับนาย" 

"ทำไมเธอถึงรู้ล่ะ? 

"ก็ตอนที่ฉันท้อง..ฉันคุยกับลูกทุกเรื่องมันน่าอัศจรรย์ใช่ไหมล่ะ ฉันก็ตกใจมากเหมือนกันที่มินนิทรับรู้มันได้" 

"อย่างน้อยๆตอนนี้มินนิทก็ดีขึ้นแล้ว ฉันเรียกหมอมาดูอาการของลูกดีกว่า" ชายหนุ่มรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาคุณหมอที่ดูแลมินนิทในทันที.. 

ไม่นานนักคุณหมอก็มาตรวจดูอาการของมินนิท ซึ่งพบว่ามันดีขึ้นมากกว่าจากเดิม แต่เด็กยังคงต้องได้รับความรักอย่างต่อเนื่องเพราะนั่นคือยาที่รักษาปมในใจของมินนิท ไม่ช้าก็คงจะหายแล้วกลายเป็นเด็กปกติสามารถพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้.. 

หลังจากที่มินนิทยอมพูดก็สามารถพูดและเรียนรู้ทุกอย่างได้เร็วมาก ราวกับว่าช่วงเวลาที่ไม่ได้พูดอยู่นั้นได้เรียนรู้และรับฟังคำพูดต่างๆเพียงแต่ไม่พูดมันออกมาเท่านั้น.. 

--------------------- 

ตอนต่อไปคือตอนพิเศษ และเป็นตอนจบนะคะ 

(คอมเมนต์เกี่ยวกับนิยายเพื่อเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ) 

⏰ ฟรี 1 วันก่อนติดเหรียญ ⏰ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว