facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บท 4 : พึงพอใจ +

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 963

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2564 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 4 : พึงพอใจ +
แบบอักษร

บท 4 พึงพอใจ 

อาการหอบเหนื่อยคนใต้ร่างหนาเริ่มคงที่ทว่าเธอยังไม่ได้ขยับไปไหนและไม่กล้าพูดอะไรออกมา ถึงแม้จะนอนนิ่งๆให้เขากอดแต่ยังรับรู้ว่าตัวตนเขายังอยู่ข้างในและของเหลวนั่นกำลังไหลออกมาตามซอกขา

ใช่ เธอไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร จึงได้แต่นอนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้

"เจ็บหรือเปล่า"

อชิระถามอีกครั้งทั้งๆที่ใบหน้ายังซุกอยู่ซอกคอเธอ พ่นลมร้อนจนขนตามร่างกายสาวลุกชัน

"ไม่ค่ะ...คุณไม่ออกไปเหรอคะ"

เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา อย่างเขินอาย

"ยังไม่ใช่ตอนนี้"

"คะ?"

หญิงสาวตาโตอีกรอบเมื่อค้นพบว่าอะไรๆกำลังขยายและเเข็งตัวอีกครั้ง มือปลาหมึกเริ่มออกสำรวจร่างบาง เริ่มจากบ่าเล็กที่ชื้นเหงื่อไต่ลงมาเรื่อยๆจนพบกับอกอิ่มที่นุ่มนิ่ม

อชิระยิ้มร้ายอีกครั้งก่อนเคลื่อนตัวอย่างไวไปตรงส่วนที่มือกอบกุมอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับเธอก่อนหนึ่งประโยค

"เดี๋ยวก็ชินนะมิ้ม"

ชิน อะไรไม่รู้ แต่ตอนนี้ร่างบางถูกปลุกเร้าอีกรอบจนไร้การขัดขืน ร่างหนาใหญ่บดบังร่างบางได้มิด เขาโถมทับใส่ตัวเธออีกครั้ง หญิงสาวเพียงได้แต่ดิ้นไปดิ้นมาขอความเห็นใจคนไฟแรง ที่ตอนนี้เร่งเครื่องความร้อนเข้าใส่อีกหน

บรรยากาศนอกห้องที่แสนเงียบสงบและเย็นสบายด้วยลมทะเล ผู้คนต่างพักผ่อนนอนหลับฝันดีแต่ก็ยังมีสองหนุ่มสาวที่กำลังตื่นอยู่แต่สามารถพากันไปถึงฝั่งฝันครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนเหนื่อยอ่อนแล้วหลับไป

 

เคยมีคนบอกว่าหากฝันว่าเจอห้องน้ำห้ามเข้า มนวดีกำลังชั่งใจว่าเธอจะเชื่อคำเหล่านั้นดีหรือไม่ ในเมื่อตอนนี้กระเพาะปัสสาวะเธออัดแน่นไปด้วยของเหลวพร้อมจะปล่อยตลอดเวลา สภาพห้องน้ำที่เธอเห็นข้างหน้าช่างดูดี กว้างขว้างและหรูหรา โถสีขาวเงาวับล่อตาล่อใจให้เดินเข้าไป

‘หืม เพลงคุ้นจัง’ 

อีกทั้งในห้องน้ำแห่งนี้ยังมีเพลงเปิดคลอให้ฟัง แต่ว่าเพลงนั้นหากลองเงี่ยหูฟังดีๆมันคือริงโทนที่เธอตั้งไว้เฉพาะเบอร์ของคู่หมั้นหนุ่มนี่

มนวดีตื่นลืมตาทันที เธอฝัน แต่ว่าเสียงเรียกเข้าเป็นเรื่องจริง หญิงสาวลุกนั่งขึ้นอย่างลืมตัวเพื่อมองหาต้นตอ

“โอ้ย”

ใบหน้าหวานครางหงิงด้วยความปวดเมื่อยไปทั้งตัว สติเริ่มกลับเข้าสู่ร่างสายตาสอดส่องทั่วห้อง เมื่อไม่พบใครจึงสบายใจไปเปราะ ภาพความทรงจำเมื่อคืนฉายกลับคืนสู่สมองหญิงสาวต้องยกปิดหน้าด้วยความเขินอาย

ยิ่งนึกไปถึงฉากเริ่มต้นที่เธอกอดอชิระด้วยสภาพเปลือยเปล่า จากนั้นเขากับเธอก็...และก็...(เป็นคำไม่เหมาะสมที่จะออกอากาศ) ยัง ยังไม่พอ ขั้นตอนสุดท้ายเขาไม่ได้ป้องกันแถมปลดปล่อยข้างใน และไม่ใช่รอบเดียวแต่พวกเขาและเธอรักกันไปตั้ง สามรอบ! ซึ่งทุกๆรอบนั้นเธอให้ความร่วมมือเขาเป็นอย่างดี

หญิงสาวกรีดร้องในใจ “ทำอะไรลงไปยัยมิ้ม”

จากนี้เธอจะมองหน้าอชิระยังไง ไหนจะคำพูดที่เตรียมมาคุยกับเขาอีกละ เสียตัวให้เขาไปแล้วยังจะยกเลิกงานแต่งได้อีกหรือ

“เห้อ”

ร่างบางชันเข่าขึ้นทั้งสองข้างซบหน้าลงอย่างใช้ความคิด มีความจริงบางอย่างที่ปรากฏ เมื่อคืนอชิระอ่อนโยนมากในแบบที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนและปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอรู้สึกดีมากจริงๆ…

จนกระทั่งเสียงข้อความโทรศัพท์เข้าอีกครั้ง จึงหยุดความคิดเรื่อยเปื่อยแล้วดึงความสนใจของหญิงสาวให้ก้าวขาเดินไปตรงโต๊ะ

IT : ไม่ต้องโทรกลับผมแค่โทรมาปลุกคุณ อย่าลืมอ่านโน้ตบนโต๊ะด้วย ผมออกมาทำธุระ

Mimmim: ค่ะ

หญิงสาวถอนหายใจ ขอบพระคุณที่เขาไม่อยู่ในตอนนี้ บนโต๊ะมีกระเป๋าถือ กระเป๋าเสื้อผ้าเธอ และก็ไปกับสะดุดกล่องยาห่อหนึ่งพร้อมกับกระดาษโน้ต

‘1. ผมเอาข้าวของคุณมาให้หมดแล้ว ตรวจเช็คอีกทีว่ามีอะไรขาดอะไรหรือเปล่า 

 2. อาหารเช้าอยู่ในครัว 

 * ยาลืมกินยาคุมฉุกเฉิน สำคัญมากๆ ห้ามลืม * 

 3. ผมเตรียมยาแก้ปวดไว้เผื่อคุณต้องการ  

                                                                                จากอิฐ’ 

ข้อความสำคัญถูกขีดเส้นใต้และเขียนตัวใหญ่ชัดเจน ชายหนุ่มคงยังไม่พร้อมจะมีลูกกับเธอตอนนี้ และเธอเองก็ไม่พร้อมเช่นกัน ถึงแม้จะรู้สึกแปลกหน่อยๆแต่คงต้องขอบคุณที่เขาให้ความสำคัญในเรื่องนี้

  

หลังจากเสร็จธุระอชิระจึงขับรถพาหญิงสาวกลับกรุงเทพ ตลอดทางที่อยู่ด้วยกันไม่มีใครเอ่ยเรื่องเมื่อคืนอีก ส่วนชายหนุ่มเองก็กลับมาทำตัวเป็นปกติเฉกเช่นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความตะขิดตะขวงในใจหญิงสาวยังมีอยู่ เธออาจจะโลกสวยและคิดว่าหลังจากผ่านค่ำคืนแสนหวานมาด้วยกันความสัมพันธ์ระหว่างเธอน่าจะขยับขึ้น ทว่าพอเห็นเขาทำตัวเหมือนเดิมเธอจึงเลือกที่จะเก็บความสงสัยไว้

บางทีเมื่อคืนอาจจะไม่ได้น่าประทับใจสำหรับอชิระ ที่เขาไม่พูดคงไม่อยากให้เธออับอายเสียมากกว่า พอคิดแบบนั้นมนวดีจึงรู้สึกขอบคุณเขาขึ้นมาที่เลือกจะเงียบไว้และเธอเองก็ไม่ควรพูดขึ้นมาเพื่อประจานตัวเองเช่นกัน

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ขับรถดีๆนะคะ”

“อืม”

หญิงสาวพูดประโยคประจำตัวอย่างเคยชิน ยืนส่งชายหนุ่มสักพักจึงเดินเข้าบ้านไปเพื่อพักผ่อน

 

ด้านสารถีอ้าปากหาวทันทีที่ขับรถออกมาจากตัวบ้านมนวดี ขอบคุณตัวเองที่ไม่หลับในและพาหญิงสาวกลับมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เพราะหลังจากเสร็จกิจกรรมบนเตียงเขาก็หลับไปด้วยความเพลีย ทว่าต้องตื่นเช้าเพราะมีนัดหมายคุยงานกับลูกค้าไว้ ทำให้เวลานอนไม่เพียงพอ

ร่างสูงใช้ศอกพิงกระจก มืออีกข้างจับพวงมาลัย วิเคราะห์หลักการและเหตุผลที่ตนกระทำการเมื่อคืนอย่างอุกอาจว่าเป็นเพราะอะไร

จึงได้ข้อสรุปว่าพอตนเข้าไปเจอมนวดีที่กำลังเปลือยอยู่ ฮอร์โมนเพศชายเลยพลุ่งพล่านมากกว่าปกติ ทำให้กดความคิดยับยั้งชั่งใจไปแล้วเผลอใช้ประสบการณ์หลอกล่อเธอทั้งคืน

แต่ก็ยังมีคำถามที่ยังค้างคาอยู่เช่น เขารักเธอไปตั้งสามรอบ แถมไม่ป้องกันทั้งยังปล่อยใน ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้แน่นอน อีกทั้งมนวดีผู้ซึ่งไร้ประสบการณ์บนเตียงแต่เขากลับชอบใจเนี่ยนะ?

“ทำไมวะ”

อชิระบ่นกับตัวเอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เผลอกัดนิ้วชี้เรียวยาวเพื่อคิดคำตอบ เพราะมันดูไร้เหตุผลมากๆที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ หรืออาจจะเป็นเพราะว่ามนวดีเป็นคนที่พิเศษกว่าใคร หญิงสาวเป็นคนที่เขายอมรับมากที่สุดจนถึงขั้นยอมหมั้นหมาย และในอนาคตเราก็ต้องแต่งงานกันตามแผนที่เขาวางไว้ ถึงวันนั้นเรื่องเมื่อคืนก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างคนที่สามารถแก้ไขโจทย์ปัญหาได้

“ยอมรับและพึงพอใจ”

ใช่ เขารู้สึกกับมนวดีแค่นั้น ยิ่งพอคิดว่าเป็นคู่หมั้นซึ่งเขามีสิทธิ์ในตัวเธอมากกว่าใคร เหตุผลนี้จึงเข้าท่าที่สุด เพียงแต่จากนี้อาจจะต้องมีสติ อย่าให้อารมณ์เข้าครอบงำอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นแผนใดก็ตามที่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องแผนนั้นต้องไม่เป็นไปตามที่วางไว้แน่นอน

 

หลังจากเกิดเหตุวันนั้น ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติมาสองสัปดาห์แล้ว ความสัมพันธ์ของคู่หมั้นคู่นี้ยังคงเหมือนคู่ค้าธุรกิจ  ทว่าช่วงนี้มีบางอย่างแปลกไป อชิระค่อนข้างเงียบหายไปหลายวัน อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้เขามีงานยุ่งๆ เห็นชายหนุ่มเปรยๆว่าต้องรับผิดชอบงานทางบ้านมากขึ้น ไหนจะงานของตัวเองอีก

พอคิดถึงตรงนี้หญิงสาวต้องหยุดชะงัก นึกถึงเรื่องในคืนนั้นเธอไม่ได้บอกใคร และตั้งใจพับเก็บโครงการยกเลิกงานแต่งไป ส่วนอนาคตข้างหน้าหากได้แต่งงานกันจริงๆเธอจะพยายามเป็นคนรักของเขาให้ดีที่สุด

ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนส์สีอ่อน กับรองเท้าผ้าใบคู่ใจกำลังขนพวกอุปกรณ์สัมภาระงานใส่ท้ายรถเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เสียงเรียกที่คุ้นเคยของผู้มาเยือนใหม่ทำให้เธอต้องหยุดเก็บของกลางคัน

"พี่มิ้มเองเหรอ นึกว่าเด็กที่ไหน"

เสียงทักทายสดใสเป็นของ 'อาทิตย์' หนุ่มรุ่นน้องเรียนคณะสถาปัตย์ที่เพิ่งจบออกมาทำงานบริษัทเดียวกัน

"เด็กที่ไหน ป้าต่างหาก"

"อย่างพี่มิ้มบอกเป็นเด็กมหาลัยผมก็เชื่อ"

อาทิตย์ไม่ได้พูดเกินจริง สาวรุ่นพี่สูงแค่ไหล่ของเขา ตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ผ่องใส แก้มป่องๆ เวลายิ้มก็ตาหยี ทั้งการแต่งตัวยังสบายๆเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น จะไม่ให้คนอื่นหลงเข้าใจผิดได้อย่างไร

"แหม่ ดูจากส่วนสูงพี่รึเปล่าเนี่ย"

อาทิตย์หัวเราะกลบเกลื่อน ไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิดอยู่ในใจ อย่างเธอสูงเท่านี้พอดีสำหรับอ้อมอกเขาเลย

"พี่กำลังจะกลับบ้านเหรอครับ ให้ผมช่วยขนอะไรไหม"

"ใช่จ้า แต่ไม่เป็นไร แค่นี้พี่ยกได้สบายมาก ขอบคุณซันมากนะ"

เพราะหญิงสาวมักยิ้มเป็นมิตรเสมอ ท่าทางใสซื่อจริงใจ ใครๆก็อยากเข้าหา ไหนจะความเกรงใจเกินเหตุ บางครั้งกลับกลายเป็นทำให้ผู้ชายอย่างเขาอยากเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็มักจะถูกปฏิเสธตามนิสัยเธอนั่นแหละ

"งั้นกลับบ้านดีๆนะครับ"

"ซันก็เช่นกันนะ พี่ไปก่อนละ บายๆจ้า"

หญิงสาวกล่าวลารุ่นน้องด้วยความปรารถนาดีเช่นกัน ก่อนออกรถตรงดิ่งกลับบ้านตามที่ตั้งใจ

 

ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าตัวบ้าน มนวดีต้องประหลาดใจกับรถเก๋งสีดำทะเบียนไม่คุ้นตา จอดเคียงข้างกับรถของธเนศ อาจจะเป็นแขกของบิดาเธอ แต่พอก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้านหญิงสาวต้องตกใจกับคำกล่าวของบุคคลแปลกหน้า

“ถ้าไม่ทำตามข้อตกลง เราคงต้องยึดทรัพย์สินทั้งหมด แล้วเจอกันในศาลนะครับ”

บุคคลดังกล่าวพอเห็นมนวดีเดินเข้ามาแล้วคงได้ยินสิ่งที่เขาพูด ชายหนุ่มชุดสูทสีดำจึงขอตัวกลับไปก่อนที่จะได้แนะนำกับเธอ

บรรยากาศในห้องรับแขกอึมครึม สีหน้าธเนศไม่สู้ดีนัก แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาคงปิดบังมนวดีไม่ได้อีกต่อไป

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะพ่อ”

ธเนศเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนมีท่าทีหุนหัน

“มิ้ม ไปกับพ่อก่อน ยังไม่ต้องถามอะไรตอนนี้”


อยากมองบนแรงๆให้คุณอิฐ =_= ฝากติดตาม คอมเม้น กดไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ><
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว