facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 1 : ถ้าไม่ใช่จะไม่เสียเวลา

ชื่อตอน : บท 1 : ถ้าไม่ใช่จะไม่เสียเวลา

คำค้น : #ปั้นหมึกcontest #โรแมนติค #รัก #เจ้าแผนการ #แอบรัก #NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2564 22:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 1 : ถ้าไม่ใช่จะไม่เสียเวลา
แบบอักษร

 บท 1 ถ้าไม่ใช่จะไม่เสียเวลา  

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาและเธอมาเดทกันแต่ให้ความรู้สึกเหมือนมาเจรจาธุระสำคัญด้วยกันมากกว่า ‘มนวดี’ เหลือบมองคู่หมั้นหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบตึงเป๊ะปราศจากรอยยับ กำลังตอบข้อความในไอแพดขณะที่รออาหารที่สั่ง เขาจะเงยหน้าขึ้นมาคุยกับเธอเมื่อเขาอยากรู้อะไรเท่านั้น ครั้นจะชวนเขาคุยก็กลัวจะเป็นการรบกวนสมาธิของคนตรงหน้า 

มัณฑนากรสาวผู้ไร้คู่บทสนทนาจึงเผลอนั่งคิดไปถึงตอนที่เจอกันครั้งแรก...  

‘คุณชื่อเล่นอะไร อายุเท่าไร’ 

ใบหน้าคมเรียบเฉยเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำอย่างหนักแน่น ราวกับสัมภาษณ์คนที่จะเข้ามาทำงานด้วย 

‘ชื่อมิ้มค่ะ อายุ 25 ปี’ 

หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกประหม่า คนตรงหน้าเสื้อผ้าหน้าผมดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ขลับให้บุคลิกน่าเกรงขาม ยิ่งดวงตาสีเข้มที่จ้องมองร่างหญิงสาวราวกับกำลังสแกนประเมินอะไรบางอย่าง สายตาคู่นั้นทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เคยชินกับการที่มีบุคคลหน้าตาดีมานั่งจ้องมอง 

‘คุณคงรู้จักผมจากพ่อของคุณแล้วใช่ไหม’ 

‘ค่ะ คุณอิฐ’ 

ชายหนุ่มพยักหน้า 

‘งั้นมาเข้าเรื่องกันเลย’ 

ร่างสูงขยับแว่นสายตาบนสันจมูกโด่งให้ได้ระดับ ‘อชิระ’ นักบัญชีหนุ่มวัย 32 ปี ทำงานเป็นผู้ตรวจสอบภายใน ในบริษัทพ่อของมนวดีทำงาน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เด่นสะดุดตาทั้งรูปร่าง ความสูงและหน้าตา บวกกับความสามารถการทำงานและความรับผิดชอบที่สูง  

จึงไปเข้าตา ‘ธเนศ’ ที่เล็งเห็นผลประโยชน์ในอนาคตไว้ หากได้ผู้ชายคนนี้มาเกี่ยวดอง อีกทั้งชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้ฐานะทางการเงินยังมั่นคงพอที่จะฝากมนวดีไว้ได้ 

‘อะไรหรือคะ’ 

           มนวดียิ้มถามด้วยความสงสัย ทว่าข้อมูลต่อมาที่เธอได้รับทำให้หญิงสาวต้องตลึงจนอ้าปากค้าง 

‘ผมวางแผนไว้ว่าจะแต่งงานตอนอายุ 33 ปี มีลูกตอนอายุ 33-34 มีลูกสองคน เราทั้งคู่ต่างยังทำงานของตนเองได้ แต่ในความเห็นผมอยากให้คุณออกมาดูแลบ้านและลูกมากกว่า เรื่องการใช้จ่าย ผมที่รายได้มากกว่าคุณจะเป็นคนจัดการเอง งานในบ้านให้คุณดูแล แต่ถ้าหากต้องตัดสินใจอะไรให้ปรึกษาผมก่อน ที่สำคัญผมไม่ชอบผู้หญิงเรื่องมาก’ 

‘เดี๋ยวก่อนนะคะ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน’ 

‘ครับ ผมเลยอยากให้คุณตัดสินใจว่าจะไปต่อไหมกับข้อเสนอของผม ถ้าไม่เราจะได้ไม่เสียเวลา’ 

อชิระพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ใช่ว่าผู้ชายแบบเขาไม่มีผู้หญิงเข้าหา ทว่าคนก่อนหน้าที่มีครบทุกอย่างขาดข้อเดียวซึ่งเป็นข้อสำคัญสำหรับเขาคืออย่าเรื่องมาก บางคนก็พยายามจะเข้ามาควบคุมชีวิตมากจนเกินไป มันน่ารำคาญ 

‘...’ 

‘ผมพอรู้จักคุณจากพ่อของคุณแล้ว’ ซึ่งเธอก็ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของเขาพอดี เหลือก็แค่นิสัยที่ต้องมาพิจารณาอีกที 

‘...’ 

‘ความจริงคุณกับผมต่างก็รู้สาเหตุการมาพบกันในครั้งนี้ คุณจะยอมศึกษาดูใจกับผมไหมครับ’ 

ใจของหญิงสาวแอบเต้นเร็วกับประโยคหลัง ทว่าความจริงคือเธอถูกธเนศบังคับให้มาดูตัว ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเล็กที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ขี้ขลาดและหวาดกลัว มนวดีจึงถูกวางชีวิตให้อยู่ในร่องรอยที่ทางบ้านกำหนดมาให้ตลอด  

และเธอไม่เคยกล้าเดินออกนอกลู่เลยสักครั้ง เฉกเช่นการดูตัวครั้งก่อน เธอไปตามนัดทั้งที่ใจไม่เคยอยากไปแต่ก็โชคดีที่ฝ่ายชายเป็นฝ่ายบอกเลิกเธอก่อน  

‘ขอถามหน่อยได้ไหมคะ’ 

‘ครับ’ 

‘เป็น มิ้มจะดีเหรอคะ’ 

อชิระยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หลังจากที่เขาครองตัวเป็นโสดมานานจนอายุขึ้นหลักสามแล้วยังไม่มีใครเป็นตัวตน ‘อรอนงค์’ กับ ‘โรจน์’ มารดาและบิดาของชายหนุ่มก็รบเร้าให้หาคู่ครองเพื่อสร้างครอบครัวสืบทอดกิจการของที่บ้านได้แล้ว  

ด้วยความที่เป็นคนที่ใช้หลักการและเหตุผลในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต อชิระจึงวางแผนการชีวิตตัวเอง กำหนดคุณสมบัติว่าที่ศรีภรรยาในอนาคตให้เสร็จสรรพ  

ชายหนุ่มมีความคิดที่ว่าขนาดเลือกคนมาทำงานยังต้องตามคุณสมบัติ โดยไม่ใช้ความรู้สึกมาตัดสิน ถึงจะได้บุคคลากรที่มีประสิทธิภาพ ภรรยาในอนาคตของเขาก็เช่นเดียวกันหากเมื่อไรมีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ คงวุ่นวายน่าดู 

‘ถ้าคุณมิ้มไม่พอใจจะปฏิเสธก็ได้นะครับ’ 

มนวดีรีบโบกมือปฏิเสธ ไม่ใช่เธอไม่พอใจ แต่ไม่เคยเจอใครที่มาดูตัวแต่ทำเหมือนมาเลือกสินค้าแบบนี้ กระนั้นเธอเองก็ไม่ใช่สินค้าเกรดดีซะด้วยสิ 

‘เปล่าค่ะ มิ้มแค่กลัวคุณอิฐเสียเวลา’ 

ถึงแม้คนตรงหน้าจะมีรูปลักษณ์ภายนอกดูดีมิใช่น้อย ทว่าการคำถามของเขาก็แลดูเหมือนคนทะนงตน จึงใคร่อยากรู้ว่าเขานั้นมีดีเหมือนอย่างที่พูดหรือไม่  

แต่พอมนวดีได้สืบทราบประวัติของคนตรงหน้าจากบิดา ต้องยอมรับว่าเขามีดีให้อวดจริงๆ สามารถขึ้นตำแหน่งสูงได้ตั้งแต่อายุยังน้อยรายได้หลักแสน และเขาสามารถหาได้มากกว่านั้นจากทางอื่น นอกจากนี้ยังเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของ   รีสอร์ทชื่อดังในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออก  

‘ไม่หรอกครับ ถ้าไม่ใช่ผมจะไม่เสียเวลานาน’ 

มนวดีถึงกับกลืนน้ำลายให้กับคำตอบเขา  

‘ว่าไงครับ’ 

‘ลองดูก็ได้ค่ะ’ 

แม้ตอนที่เธอตอบรับ เขายังไม่ยิ้มแสดงความดีใจอะไรออกมา มนวดีจึงมั่นใจว่าไม่เกินเดือน อย่างมากก็สองเดือน อชิระต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธเธอแน่นอน 

  

หกเดือนข้างหน้าจะครบหนึ่งปีที่อชิระกับมนวดีศึกษาดูใจกันถึงขั้นหมั้นหมายแต่ปราศจากซึ่งความรัก เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ 

สองขาเรียวกำลังเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะมองดูกล่องเครื่องประดับของคู่หมั้นหนุ่มที่ส่งมาให้ในวันเกิดของเธอ มนวดีเปิดออกดูพร้อมกับยิ้มถอนหายใจ 

“คาดไว้ไม่มีผิด” 

เซ็ทเครื่องประดับไข่มุก แบบเดิมแบบที่เธอเคยได้รับในวันวาเลนไทน์ อชิระเป็นผู้ชายที่ให้ความใส่ใจในโอกาสต่างๆ เขาจดบันทึกวันสำคัญไว้ในอุปกรณ์ไอที และมอบของขวัญให้มนวดีตามโอกาสต่างๆ ชายหนุ่มมักจะซื้อของซ้ำๆแบบเดิมให้ โดยไม่เคยรู้เลยว่ามนวดีไม่ได้ชอบเครื่องประดับมุก 

มือเล็กหยิบเครื่องหมายสื่อสารออกมาเพื่อที่จะกดโทรขอบคุณเขา แต่เจอกับข้อความที่เขาส่งมาให้ก่อน 

‘ผมติดงาน สุขสันต์วันเกิดนะครับ’ 

เธอจึงเลือกที่จะส่งข้อความขอบคุณตอบกลับสั้นๆ หญิงสาวลองเลื่อนดูข้อความก่อนๆก็รู้สึกขำไม่ออกที่นอกเหนือจากข้อความนัดเจอกันหรือแจ้งว่าติดธุระ เขาและเธอก็ไม่มีข้อความหวานๆส่งหากันเลย  

เสียงกริ๊งหน้าบ้านดังขึ้นทำให้มนวดีรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนสนิทสาวสอง ‘กร’ มาตามนัดแล้ว 

“ทำอะไรอยู่ยะหล่อน” 

กรเดินเข้ามาในห้องนอนเพื่อนสนิทสาวเพียงคนเดียวอย่างคุ้นชิน ก่อนทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ 

“ไม่ได้ทำอะไร” 

“ทำหน้าเป็นหมาหงอยแบบนี้ โดนว่าที่สามีทิ้งอีกแล้วละสิ...ไหนเล่ามา” 

เจ้าของห้องตัวจริงปักหลักนั่งลงกับพื้นเตรียมระบายให้กับเพื่อนสนิทฟัง แม้จะเป็นปัญหาเดิมที่กรเคยรับฟัง ทว่าอดหมั่นไส้คู่หมั้นของเพื่อนสนิทไม่ได้ 

ตั้งแต่รู้ว่าอชิระคบกับมนวดีเหตุเพราะธเนศแนะนำลูกสาวให้รู้จัก ส่วนฝั่งลูกสาวยอมคบเพราะไม่อยากขัดใจพ่อตัวเอง ทำให้อดสงสัยในความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่ได้ และพอได้มาสัมผัสแล้วพบว่าเป็นความสัมพันธ์ที่แปลกที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คู่รัก จึงเป็นเหตุให้เพื่อนสนิทคนนี้ไม่ชอบว่าที่สามีในอนาคตของหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง 

“แกควรบอกความจริงพ่อนะมิ้ม ว่าแกกับเขาไม่ได้รักกัน อย่าให้มีไปถึงขั้นงานแต่งเลย” 

“ไม่รู้จะบอกยังไงกลัวพ่อว่า” 

กรถอนหายใจ เพราะอย่างที่รู้กัน ธเนศเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมีลูกสาวสองคน ‘มนภัทร’ พี่สาวคนโตที่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานแต่งงานมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ คนเป็นพ่อจึงมาเข้มงวดกับมนวดี ลูกสาวคนเล็กที่เรียนไม่ค่อยเก่ง ไม่มีความมั่นใจ ถึงธเนศจะทำไปด้วยความรักแต่หารู้ไม่ว่าก็เป็นการทำร้ายลูกสาวทางอ้อมเช่นกัน 

“มิ้ม แกโตแล้ว แกควรเลือกทางเดินชีวิตตัวเอง...หรือจริงๆแล้วแกชอบคุณอิฐ” 

มนวดีมีท่าทีอึกอัก ความจริงถึงเขาจะชอบทำตัวเย็นชาใส่เธอ แต่ลึกๆแล้วเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร 

“เปล่าๆ” 

“งั้นแกควรไปบอกพ่อ” 

“เรากลัวพ่อโกรธ” 

“แล้วแกจะยอมใช้ชีวิตกับผู้ชายที่เห็นแค่ผลประโยชน์ตัวเองอย่างงั้นเหรอ” 

มนวดีคิดหนัก คราวแรกเธอพนันกับเพื่อนไว้ว่า เขาน่าจะขอเลิกกับเธอตั้งแต่เริ่มศึกษาดูใจซะด้วยซ้ำ ไม่รู้อย่างไรถึงเลยเถิดมีการหมั้นหมายเกิดขึ้น ซึ่งถ้ามาวิเคราะห์แล้วพ่อเธอเป็นคนไปเจรจาส่วนเหตุผลของอชิระที่เลือกเธอก็คือ 

‘มิ้มเขาว่านอนสอนง่ายดีครับ’ 

มนวดีไม่รู้ว่าเป็นคำชมหรือเปล่าแต่จะถือว่าเป็นข้อดีแล้วกัน ในขณะที่กรมองยังไงยังไงเหตุผลนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คนเราจะเลือกคู่ชีวิต แต่ถ้าเลือกทาสก็ไม่แน่ 

“พ่อเราก็ได้ผลประโยขน์จากเขาเหมือนกัน พ่อดูมีความสุขดี” 

กรถอนหายใจอีกครั้ง ธเนศเป็นคนเก่งและฉลาดทำงานเป็นหัวหน้าแผนกจัดซื้อ แน่นอนว่าการมีพันธมิตรเป็นนักบัญชีหนุ่มอนาคตไกล ย่อมมีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอยู่แล้ว 

ธเนศเองก็ไม่ใช่คนซื่อตรงสักเท่าไรด้วย เงินเดือนลูกจ้างแต่สามารถเลี้ยงดูลูกสาวสองคนให้อยู่ดีกินดี มีบ้านหลังใหญ่โตแสดงว่าต้องไม่ธรรมดา 

“มิ้ม แต่ชีวิตของแกมันเป็นของแก พ่อไม่ได้จะอยู่กับแกไปตลอด”  

“…” 

กรหวั่นเป็นห่วงความรู้สึกของมนวดี เจ้าหล่อนเป็นเด็กหัวอ่อนจิตใจดี เธอมักคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ 

“จะลองดู” 

  

           มนวดีใช้เวลาตลอดหนึ่งอาทิตย์เพื่อคิดทบทวน เตรียมคำพูดจะไปคุยกับอชิระให้รู้เรื่องแล้วค่อยไปบอกปฏิเสธธเนศต่ออีกที ปรากฏว่าแผนที่วางมาล่มหมดเพราะบิดาของเธอตกปากรับคำให้เธอไปงานครบรอบเปิดรีสอร์ทของครอบครัวอชิระ นั่นหมายความว่าเธอต้องไปพบหน้าพ่อแม่ของเขาอีกครั้ง ครั้นจะใช้โอกาสนี้บอกเรื่องที่เตรียมมาก็ดูจะไม่เหมาะสม เพราะชายหนุ่มเองค่อนข้างยุ่งกับงานครบรอบ  

งานเลี้ยงฉลองค่อนข้างใหญ่ เป็นที่น่าพอใจสำหรับเจ้าภาพและบรรดาแขกที่มาเยี่ยม มาพักผ่อน ลูกชายเจ้าของ    รีสอร์ท วันทั้งวันเขารับแขกจนไม่มีเวลาได้ดูแลคู่หมั้นเท่าไร ทว่ามนวดีไม่ได้ถือสาอะไรเพราะนี่คือสถานการณ์ปกติที่เธอพบเจออยู่บ่อยๆ  

หญิงสาวยืนมองร่างสูงในชุดสูทอยู่ไกลๆเห็นเขากำลังยิ้มแย้มคุยกับแขก ได้แต่คิดในใจพอถึงบทบาทเจ้าของกิจการเขาก็สามารถปรับบุคลิกเป็นอีกคนได้อย่างง่ายดาย ยังไม่ทันคิดต่อก็ถูกญาติฝ่ายหญิงของอชิระลากตัวไปชมงานเป็นเพื่อน 

“ลองดื่มนี่ดูหนูมิ้ม ป้าแนะนำ อร่อย” 

แก้วที่สามแล้วที่คุณป้าแนะนำให้เธอดื่ม จนร่างกายหญิงสาวเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ  

“เอ่อ คือว่าหนู...” 

หญิงสาวไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร 

“เชื่อป้า ไม่ต้องเกรงใจ สนุกกับงานลูก” 

หญิงตรงหน้า ผู้มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆของอชิระ มีบุคลิกชอบความรื่นเริงสังสรรค์ นั่นจึงไม่แปลกที่เธอลากมนวดีมาทำความรู้จักในวิธีที่เธอถนัด 

“ป้าลืมไป” 

มนวดียิ้มอย่างมีความหวัง ว่าเธอจะไม่ต้องดื่มน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์อีก 

“ต้องชนแก้วกันก่อน เชียร์...ดื่มได้เลยจ้า” 

มนวดีอยากร้องไห้ ปฏิเสธคนก็ไม่เป็น อชิระก็ไม่อยู่แบบนี้เธอได้กลายเป็นนางลำยองแน่ 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่มนวดีรู้สึกว่างานเลี้ยงเริ่มสนุกขึ้นมา จากคนพูดน้อยเริ่มมีทีท่าจะสนทนามากขึ้น ยิ้มแย้ม จนพาให้บรรยากาศรอบข้างสนุกสนานไปด้วย 

“จริงหรือคะ ตอนเด็กคุณอิฐเนี่ยนะคะขี้แย” 

สาวหน้าใสหัวเราะคิกคัก นึกภาพอชิระร้องไห้แล้วคงพิลึกน่าดู 

“ใช่ ป้าไม่อยากจะเม้าท์ แต่ขอสักหน่อยเถอะ ตอนนั้นนี่นะ มีคนเอาตุ๊กตาหมีที่อิฐชอบไปซัก โอ้ย หลานป้าร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเตาเลย” 

“ฮ่าๆๆ” 

ตัวโต หน้าโหดดุขนาดนั้นแต่ติดตุ๊กตาหมี 

บทสนทนากำลังจะไหลลื่นต่อ ถ้าไม่มีมือใครสักคนแตะลงที่บ่าของมนวดีเพื่อขัดจังหวะ หญิงสาวค่อยๆหันตามมือใหญ่นิ้วเรียวสวย สายตาจึงปะทะกับอกกว้างก่อน ใบหน้าเงยองศาขึ้นจึงเห็นว่าเป็นคู่หมั้นเธอ  

สีหน้าอชิระมึนตึงเหมือนไม่พอใจบางอย่าง ทว่าตอนพอใจอะไรสักอย่างสีหน้าก็ประมาณนี้อยู่แล้ว มนวดีไม่แน่ใจแยกไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไรอยู่ 

“อ้าว อิฐมาพอดีเลย อยากร่วมวงกับพวกเราไหม” 

“ไม่ดีกว่าครับ ต้องขอโทษคุณป้าด้วย มิ้มอยากไปพักแล้ว พวกผมคงต้องขอตัวก่อน” 

หืม หญิงสาวเผลอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ 

“เหนื่อยแล้วเหรอ เมื่อกี้เรายังสนุกด้วยกันอยู่เลย หนูมิ้ม” 

อชิระจับบ่าเล็กไว้ทั้งสองมือโน้มตัวลงมาพูดอย่างกดดัน “คุณดูเหนื่อยแล้วนะ อยากไปพักใช่ไหม” 

“ค่ะ” มนวดีรีบพยักหน้าอย่างไว 


หู้ยยยยยย ทำไมคุณเขาออกตัวแรงจังคะ 5555 บอกความต้องการมีลูกเสร็จสรรพ ฝากติดตาม กดไลค์ คอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ ^^
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว