facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 39 เพลิงแค้นบำเรอรัก (Mpreg)

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 เพลิงแค้นบำเรอรัก (Mpreg)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2565 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 เพลิงแค้นบำเรอรัก (Mpreg)
แบบอักษร

 

ตอนที่ 39

 

เพลิงแค้นบำเรอรัก (Mpreg)

 

 

ธาราเดินเข้ามาหน้าห้องไอซียูกับป้านิ่มและลุงบุญด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง รัฐภูมิที่หันมาเจอพอดีก็ทักทายธาราออกมา ชรัณเมื่อเห็นหน้าธาราก็ทำหน้าเรียบนิ่งเช่นเดียวกัน

 

“คุณธาร...” รัฐภูมิทักทายภรรยาเพื่อนออกมาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

“คุณอัคคีเป็นยังไงบ้างครับคุณรัฐภูมิ” ธารารีบถามอาการสามีทันที

 

“ไม่น่าจะเป็นอะไรมากครับ หมอกำลังดูอาการอยู่ ตอนผมไปที่เกิดเหตุมันก็พอมีสติอยู่บ้าง ยังดีที่ระบบความปลอดภัยของรถมีประสิทธิภาพมากพอครับ” รัฐภูมิบอกออกมาก่อนจะมองไปยังชรัณและสลับมองไปยังธาราภรรยาของเพื่อนด้วยความรู้สึกอึดอัด ไม่คิดว่าทั้งสองคนจะมาอยู่พร้อมกันตรงนี้

 

“ครับผม” ธาราตอบ

 

“ใจหายใจคว่ำหมดเลยนะคะคุณหนู ยังดีที่คุณอัคคีไม่เป็นอะไรมาก” ป้านิ่มบอกออกมาก่อนจะจับมือคุณหนูตัวเองแน่น ธาราก็ยกยิ้มกลับก่อนจะพาป้านิ่มและลุงบุญไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อรอหมอออกมา รอสักพักคุณหมอก็เดินออกมาจากห้องไอซียู

 

“เพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” รัฐภูมิรีบถามออกมาทันที

 

“คนไข้โปรดภัยแล้วนะครับ แต่อาจจะมีอาการฟกช้ำและช้ำในอยู่บ้าง ยังไงให้คนไข้นอนดูอาการอีกสักคืนสองคืนก็น่าจะกลับบ้านได้แล้วครับ” คุณหมอบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

“ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ” ทุกคนต่างขอบคุณหมอออกมาอย่างโล่งใจที่อัคคีไม่ได้เป็นอะไรมากนัก ธาราเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่สามีของตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ” คุณหมอบอกออกมาก่อนจะเดินจากไปซึ่งทุกคนก็ขอบคุณคุณหมอออกไปอีกรอบ ทั้งห้าคนกำลังจะเดินเข้าไปเยี่ยมอัคคีภายในห้อง แต่พยาบาลสาวที่เดินออกมาจากห้องไอซียูเอื้อนเอ่ยคำพูดที่ทำให้ทุกคนงุนงง

 

“ญาติของคนไข้ที่ชื่อคุณอัคคีหรือเปล่าคะ” พยาบาลสาวถามออกมายิ้ม ๆ รัฐภูมิกำลังจะตอบแต่เสียงของชรัณก็ดังขึ้นมาก่อน

 

“ครับ มีอะไรหรือเปล่า” ชรัณถามออกมาทันที รัฐภูมิจึงได้แต่ทำหน้าอึกอัก ก่อนจะมองภรรยาของเพื่อนที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

 

“เดี๋ยวเราจะย้ายคุณอัคคีไปห้องพักฟื้นแบบพิเศษนะคะ แล้วคนไข้บอกว่าห้ามใครเข้าเยี่ยมนอกจากคุณรัฐภูมิค่ะ” สิ้นเสียงของพยาบาลก็ทำให้ทุกคนตกใจไม่น้อย ยิ่งชรัณก็ทำหน้าไม่เข้าใจก่อนจะมองมาทางธารา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกไม่ได้น้อยหน้าเท่าไรนัก เพราะอัคคีคงโกรธภรรยาของตัวเองจนไม่อยากจะมองหน้าเลยก็ได้ เมื่อคิดได้แบบนั้นชรัณก็ยกยิ้มก่อนจะเอื้อนเอ่ยกับรัฐภูมิออกมาอย่างสนิทสนม

 

“ภูมิยังไงพี่กลับก่อนนะ เพลิงคงไม่สะดวกจะพูดคุยกับใครตอนนี้ บอกเพลิงด้วยนะว่าพี่เป็นห่วงเขามาก” ชรัณบอกออกมาเสียงเศร้า ๆ พร้อมกับหันหน้ามามองธาราแล้วคลี่ยิ้มก่อนจะเดินจากไปทันที รัฐภูมิก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่ยิ้มรับ

 

“คุณหนูคะ แล้วเราจะเอายังไงต่อกันดี หรือว่าคุณอัคคีไม่รู้คะว่าคุณหนูมาเยี่ยม” ป้านิ่มถามออกมาอย่างุนงงกับสามีของคุณหนูของเธอมีอย่างที่ไหนไม่ให้ภรรยาของตัวเองเข้าเยี่ยมกัน

 

“งั้นเรากลับบ้านกันก่อน...” ธาราบอกออกมา แต่รัฐภูมิกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

“คุณธารเยี่ยมมันก่อนก็ได้นะครับ มันคงไม่รู้ว่าคุณธารมาเยี่ยมเหมือนป้านิ่มว่า เดี๋ยวผมไปถามพยายามแป๊บว่าห้องมันอยู่ชั้นไหน” รัฐภูมิบอกก่อนจะรีบเดินไปติดต่อกับเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาลทันที เพราะอยากให้สามีภรรยาได้พูดคุยกัน ธาราก็ได้แต่ค่อนขอดสามีอยู่ในใจ

 

คนบ้า! กล้าพูดมาได้ยังไงว่าไม่ให้ใครเข้าเยี่ยมนอกจากเพื่อนตัวเอง

 

ธาราได้แต่นึกด่าสามีในใจ เขาก็อยากจะรู้อาการว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แต่ดูท่าแล้วคนอัคคีคงไม่เป็นอะไรไปง่าย ๆ หรอก

 

“คุณหนูจะอยู่เฝ้าคุณอัคคีหรือเปล่าคะ เดี๋ยวป้าจะลงไปซื้อของใช้มาเพื่อให้ค่ะ” ป้านิ่มถามคุณหนูของเธอออกมา

 

“ไม่รู้เหมือนกันครับ ธารขอดูสถานการณ์ก่อนแล้วกันนะครับ” ร่างเล็กบอกออกมากึ่งรับกึ่งสู้ เพราะไม่รู้ว่าอารมณ์ของอัคคีตอนนี้เป็นแบบไหน ถ้าต้องให้เขาอยู่แล้วทะเลาะกัน เขาก็ขอกลับไปนอนที่บ้านเสียดีกว่า รอสักพักรัฐภูมิก็เดินมาบอกเลขห้องของอัคคี ทั้งสี่คนจึงเดินไปยังห้องพักของอัคคีทันที ดูจากชั้นแล้วสามีของเขาคงเลือกห้องพักแบบ VIP ที่เป็นส่วนตัวของโรงพยาบาล เมื่อมาถึงหน้าห้อง ธารากลับรู้สึกไม่อยากเข้าไปเสียอย่างนั้น ธารากำลังจะร้องห้ามแต่รัฐภูมิกลับเปิดประตูให้เขา ป้านิ่มและลุงบุญเข้าไปแล้วเสียอย่างนั้น ธาราจึงได้แต่เดินตามเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ร่างเล็กเดินจับมือกับป้านิ่มแน่นเพราะรู้สึกเกร็ง ๆ ยังไงก็ไม่รู้ อัคคีที่นั่งพิงเตียงอยู่กำลังจะหันเข้ามาทักทายเพื่อน แต่พอเห็นภรรยา ป้านิ่มและลุงบุญก็ทำหน้าเรียบนิ่ง คงมีแค่ไอ้เพื่อนตัวดีของเขานี่แหละที่กล้าขัดคำสั่งของเขา คิดได้อย่างนั้นอัคคีก็หันไปมองค้อนเพื่อนทันที

 

“เป็นไงบ้างวะไอ้เสือ นึกว่าจะตายแล้วเสียอีกตอนเห็นสภาพรถ” รัฐภูมิถามไถ่เพื่อนออกมาเสียงกลั้วหัวเราะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศรังสีอำมหิตของเพื่อน

 

“คนอย่างกูมันตายยากมึงก็รู้” อัคคีตอบไม่แม้จะสนใจจะมองภรรยา ธาราที่รู้สึกถึงอาการห่างเหินของสามีก็ได้แต่กัดริมฝีปากแน่น

 

“คุณอัคคีเป็นยังไงบ้างคะ ป้ากับคุณหนูรู้ข่าวก็เป็นห่วงแทบแย่เลยค่ะ” ป้านิ่มบอกออกมา

 

“ไม่เป็นอะไรมากครับ” อัคคีตอบออกมาเสียงเรียบ พอทำให้ป้านิ่มใจชื้นขึ้นมาอยู่บ้าง เมื่อสามีของคุณหนูเธอไม่ได้ดูไม่พอใจที่พวกเขาเข้ามาเยี่ยมอย่างที่พยาบาลสาวบอกออกมา

 

“คุณหนูไปหาคุณอัคคีสิคะ” ป้านิ่มบอกออกมาก่อนจะดันคุณหนูของเธอเข้าไปยืนใกล้ ๆ เตียง ร่างเล็กที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็สะดุ้งขึ้นมาเมื่อมายืนอยู่ข้าง ๆ สามีที่นั่งพิงเตียงอยู่ แต่อัคคีกลับมองผ่านอย่างไม่สนใจ ธาราจึงได้แต่ยืนเม้มปากแน่นพยายามไม่สนใจท่าทีของอีกคนเหมือนกัน

 

“มึงจะกลับตอนไหนไอ้ภูมิ” อัคคีเมินภรรยาของตัวเองก่อนจะหันไปถามเพื่อนสนิทที่อยู่อีกฝั่ง

 

“ไล่จังวะ” รัฐภูมิถามออกมาก่อนจะยกยิ้ม

 

“กูไม่ได้ไล่ ถ้ามึงว่างนัก คืนนี้ก็อยู่เป็นเพื่อนกูด้วย” อัคคีบอกออกมาเสียงเรียบ รัฐภูมิที่ได้ยินก็ชะงักทันที

 

“ไม่ว่างเว้ยยย กูมีงานมีการต้องทำ นี่ไง ก็ให้เมียมึงเฝ้าสิวะ” แล้วรัฐภูมิก็เบี่ยงเบนความรับผิดชอบให้กับภรรยาของเพื่อนได้อย่างเนียน ๆ เพราะดูจากท่าทีเพื่อนของเขาคงมีปัญหากับธาราอยู่แน่ถึงได้มีอาการปั้นปึ่งแบบนี้ อัคคีก็ทำหน้าเรียบนิ่งไม่ตอบกลับแต่อย่างใด

 

“ใช่ค่ะ ๆ ให้คุณหนูของป้าเฝ้าคุณอัคคีเถอะนะคะ เวลาต้องการอะไรคุณหนูจะได้ช่วยเหลือทัน เดี๋ยวป้ากับตาบุญก็จะกลับแล้ว” ป้านิ่มเองก็เสริมทัพออกมาเหมือนกัน เพราะเธออยากให้คุณหนูของเธอได้อยู่ดูแลสามีของตัวเองและพูดคุยปรับความเข้าใจกันเสียที ธาราที่ได้ยินก็ตาตั้งทันที เขาไม่อยากอยู่กับอัคคีสองต่อสองในตอนนี้ ทุกคนไม่รู้ถึงความอึดอัดของสามีเขาหรืออย่างไรกันถึงอยากให้เขาอยู่ด้วยกันนัก ธาราอยากจะค้านแต่ก็ไม่สามารถค้านอะไรได้แล้ว เมื่อป้านิ่มและลุงบุญกำลังจะกลับ และรัฐภูมิเองก็กำลังจะกลับเช่นเดียวกัน

 

“กลับแล้วนะมึง เลขาโทรตามแล้ว ส่วนเรื่องวันนี้ไว้กูจัดการให้ ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณธาร” รัฐภูมิบอกออกมาก่อนจะมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ และไม่ลืมหันไปพูดคุยกับภรรยาเพื่อน ซึ่งธาราก็ต้องตอบรับไปโดยปริยาย อัคคีก็ได้แต่พยักหน้ารับด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ป้านิ่มที่เห็นว่ารัฐภูมิกำลังจะกลับ เธอเองก็รีบลนลานลาคุณหนูของเธอออกมาเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะให้ธาราและอัคคีได้อยู่ด้วยกัน

 

“งั้นป้ากับลุงบุญกลับกันก่อนนะคะ หายเร็ว ๆ นะคะคุณอัคคี เดี๋ยวของใช้ป้าจะลงไปเลือกซื้อให้แล้วฝากพยาบาลขึ้นมาให้นะคะ ไป ตาบุญกลับได้แล้ว” ป้านิ่มบอกออกมา

 

“ป้านิ่มครับ เดี๋ยว...” ธาราได้แต่กัดริมฝีปากแน่นเมื่อป้านิ่มกับลุงบุญเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับรัฐภูมิ ธาราจึงได้ถอนหายใจออกมา

 

“อยู่กับฉันมันไม่ถึงใจเท่าผัวเก่าหรือไง ถึงได้ทำหน้าจะเป็นจะตาย” อัคคีที่เห็นภรรยาทำหน้าอึดอัดความหงุดหงิดก็ทำให้เขาถากถางภรรยาออกมาทันที

 

“คุณพูดบ้าอะไร” ร่างเล็กถามออกมาเสียงเรียบอย่างไม่เข้าใจ

 

“แล้วอย่าคิดนะว่าฉันจะตายง่าย ๆ ให้เธอและพี่ชายของเธอได้ไปเสวยสุข!” อัคคีบอกออกมาเสียงแข็งก่อนจะจับต้นแขนของภรรยาร่างเล็กมาบีบจนสุดแรงของฝ่ามือ เพื่อสักครู่เขาต้องสงบสติตัวเองไม่ให้ตวาดภรรยาต่อหน้าคนอื่นก็ถือว่าดีมากพออยู่แล้ว

 

“คุณเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ยคุณอัคคี แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ชายของผม ปล่อยผมเจ็บ!” ร่างเล็กบอกพร้อมกับถามกลับก่อนจะพยายามดึงต้นแขนของตัวเองออกจากฝ่ามือหนา เพราะอัคคีไม่ออมแรงเลยสักนิด

 

“ก็ถ้ารู้อยู่แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าซื่อแบบนั้นก็ได้ เห็นแล้วมันโคตรหงุดหงิด” อัคคีบอกออกมาก่อนจะกัดฟันกรอดพร้อมกับดึงร่างเล็กมากอดให้นั่งตักเอาไว้อย่างถือวิสาสะ

 

“ไปต่อกับผัวเก่ากี่ที่แล้วล่ะวันนี้ ถุงยางมีก็หัดใช้บ้างล่ะ เดี๋ยวจะติดโรคเอา” อัคคีถามออกมาพร้อมกับจ้องหน้าภรรยาอย่างเหยียดหยาม ธาราที่ได้ยินก็ชะงักจ้องหน้าสามีจนตัวสั่นด้วยความเดือดดาล

 

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

 

ร่างเล็กฟาดฝ่ามือเล็กไปตามลำตัวคนโตอย่างโมโห เพราะคำพูดจากคนปากเสีย อัคคีไม่ได้สนใจแรงจากฝ่ามือเล็กสักนิด กลับกันก็ยังดึงคนตัวเล็กกว่ามาซุกไซ้ตามลำคออย่างจาบจ้วงและป่าเถื่อน มือใหญ่พยายามดึงทึ้งเสื้อผ้าของคนตัวเล็กกว่าเพื่อสำรวจร่างกายขาวอย่างเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่เจออะไรที่น่าสงสัยเลยสักนิด

 

“ทุเรศที่สุดเลย! อื้อ ปล่อยนะ! เลิกทำนิสัยหยาบคายใส่ผมนะคุณอัคคี ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่ แต่ตอนนี้คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผม!” ท่าทางของอัคคีทำให้ร่างเล็กโกรธจัดก่อนจะตวาดออกมาอย่างเหลืออด พร้อมกับดึงตัวเองออกมาจากอ้อมแขนใหญ่ด้วยแรงทั้งหมด แล้วจัดเสื้อผ้าตัวเอง เพราะอัคคีเป็นแบบนี้ไง เขาถึงไม่อยากจะอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ มีแต่ทะเลาะกัน ธาราขยับห่างออกจากสามีทันที อัคคีก็ไม่ได้ตามภรรยาแต่อย่างใด

 

“ถ้าฉันไม่ตาย มันก็เตรียมตัวตายได้เลย ฝากไปบอกพี่ชายสวะของเธอด้วย” น้ำเสียงของอัคคีหนักแน่นและเด็ดขาด เอื้อนเอ่ยขึ้นมา พร้อมทั้งนัยน์ตาคมฉายแววจริงจังของสามี ก็ทำให้ธาราเกิดอาการวูบโหวงในใจอดจะเป็นห่วงพี่ชายตัวเองไม่ได้ จากท่าทีเอาจริงเอาจังของสามี ธาราก็พอจะเดาได้ว่าประสบอุบัติเหตุของสามีครั้งนี้น่าจะมาจากพี่ชายตัวเองเป็นแน่

 

“คุณจะทำอะไรพี่ผา!” ร่างเล็กถามออกมาเสียงดังเพราะความเป็นห่วงพี่ชายตัวเอง อัคคีไม่ตอบเพียงแค่ยกยิ้มเท่านั้น ร่างเล็กของธาราจึงได้แต่กำมือแน่นอย่างอดกลั้น ก่อนจะมองสามีอย่างตัดพ้อ ถึงอย่างนั้นร่างเล็กก็ไม่คิดจะเอ่ยคำพูดใดกับอัคคีอีก ทั้งสองคนต่างจ้องมองกันอย่างไม่เลิกละ เป็นธาราที่พยายามข่มความอ่อนแอเอาไว้ก่อนจะจ้องสามีกลับอย่างไม่เกรงกลัวเช่นเดียวกัน แต่เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมา ก็ทำให้ร่างเล็กพยายามกะพริบตาไล่อาการร้อนผ่าวที่ตาออกไป

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

 

“ดิฉันเอาข้าวของเครื่องใช้ที่ญาติคนไข้ฝากขึ้นมาให้ค่ะ” เป็นพยาบาลสาวที่นำของใช้ เสื้อผ้า และอาหาร ขึ้นมาให้ น่าจะเป็นป้านิ่มที่ไปหาเลือกซื้อมาให้เขา ธาราจึงรับมาก่อนจะขอบคุณพยาบาลสาวกลับไป

 

“ขอบคุณมากครับ” ธาราตอบ

 

ภายในห้องดูจะอึดอัดกว่าเดิมมาก เมื่ออัคคีก็เอาแต่นอนนิ่ง ธาราก็เก็บนั่นเก็บนี่ไปเรื่อยก่อนจะเข้าไปอาบน้ำแล้วมานอนที่โซฟาขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเตียงได้ หลังจากทะเลาะกับอัคคีไปก็ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้วจริง ๆ นอกจากหลับตานอนไม่ให้เห็นคนใจร้าย ธารานอนหันหน้าเข้าหาผนังของโซฟาทันทีเพราะไม่อยากเห็นหน้าคนปากร้ายใจร้ายอย่างอัคคีที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตัวเอง จนสักพักร่างเล็กก็หลับลงไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการคุยงานมาเกือบทั้งวัน อัคคีที่นอนมองแผ่นหลังของภรรยาก็ได้แต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย สักพักก็ทนความปวดล้าของร่างกายไม่ไหว เพราะรู้สึกระบมไปแทบทั้งหมด ไหนจะโดนฝ่ามือของภรรยาฟาดใส่กันอีก ถ้าร่างกายของเขาปกติก็คงไม่สะทกสะท้านเท่าไรนัก เมื่อทนความหนักอึ้งของร่างกายไม่ไหวอัคคีก็หลับลงไปทัน

 

ช่วงดึกธาราตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำก่อนจะเดินเข้าไปดูอาการของอัคคี ยามหลับตาก็ดูจะไม่มีพิษภัยอะไรหรอก แต่พอลืมตานี่สิ ทั้งปากร้ายใจร้ายและชอบใช้กำลังที่สุด

 

“พ... พ่อแม่ครับ จะไปไหนเพลิงไม่ให้ไปนะครับ อยู่กับเพลิงก่อน” อัคคีพึมพำออกมาพร้อมกับส่ายใบหน้าที่ทรมานไปมา ธาราที่ได้ยินก็รู้สึกปวดหนึบในใจอย่างไรอย่างนั้น

 

เขาไม่รู้ว่าในช่วงเวลาในวัยเด็กอัคคีต้องพบเจออะไรมาบ้าง แล้วถ้าหากเรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะพ่อของเขาจริง ๆ แล้วเขาต้องทำยังไงดี ไหนพี่ชายที่ไม่ยอมเลิกรากันมันจะเลวร้ายไปถึงขั้นไหนอีก

 

“ม... แม่ครับ อย่าจากเพลิงไป” อัคคีละเมอออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งใช้มือปัดป่ายไปมาในอากาศ

 

ธาราได้แต่ยื่นมือไปจับมือของอัคคีไว้แน่น เมื่อเห็นว่าอัคคีกำลังใช้มือเพื่อไขว่คว้าอะไรสักอย่าง แต่อุณหภูมิของอีกคนที่ดูจะร้อนมากกว่าคนปกติ ก็ทำให้ร่างเล็กใช้หลังมือแตะไปตามหน้าผากและกรอบหน้าของสามีทันที

 

“ทำไมตัวร้อนขนาดนี้เนี่ย” ร่างเล็กพึมพำอย่างตกใจก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือที่ตอนนี้ถูกสามีเป็นฝ่ายจับเอาไว้แน่นออกอย่างเชื่องช้าเพราะกลัวว่าอีกคนจะรู้สึกตัวเสียก่อน กว่าจะถอนมือออกมาจากอีกคนได้ก็ใช้เวลานานหลายนาที ร่างเล็กรีบไปหยิบผ้าแล้วเอาไปชุบน้ำในห้องน้ำมาเช็ดตัวให้คนเป็นสามีทันที ถึงจะนึกโกรธในสิ่งที่อัคคีพูดจาทำร้ายจิตใจกัน แต่เขาเองก็ไม่ได้ใจร้ายที่จะปล่อยให้อีกคนนอนไข้ขึ้นไปทั้งคืนได้หรอก อัคคีที่รู้สึกเหมือนมีใครสักคนกำลังทำอะไรกับร่างกายของตัวเองก็พยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมามอง แต่เพราะปวดหัวจนแทบไม่ไหวก็ปล่อยเลยตามเลยก่อนจะหลับลงไปอีกครั้ง ธาราที่เช็ดตัวแล้วเอาผ้าชุบน้ำวางบนหน้าผากของสามีก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์เพื่อดูเวลา

 

“ตีสองแล้วเหรอ...” ร่างเล็กพึมพำเบา ๆ ก่อนจะขึ้นไปนอนบนโซฟาของตัวเองพร้อมกับหันมามองอัคคี จนสักพักก็ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับตามอีกคนลงไป

 

ตอนเช้าอัคคีไข้ขึ้นสูงจนแทบไม่ได้สติ ต้องเรียกคุณหมอเข้ามาดูอาการซึ่งเกิดจากร่างกายที่บอบช้ำอย่างหนักนั่นเอง คุณหมอจึงต้องเข้ามาตรวจรีบรอบ และอัคคีต้องนอนโรงพยาบาลไปอีกหลายคืนเพื่อดูอาการ หลังจากที่คุณหมอตรวจอาการอัคคีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธาราก็เช็ดตัวให้กับสามีก่อนจะได้เห็นรอยช้ำเป็นวงกว้าง ร่างเล็กได้แต่ทำหน้าตกใจ ถ้าหากเป็นเขาคงไม่มีแรงมาพูดกับใครเป็นแน่ แต่อีกคนยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองเสียอย่างนั้น ร่างเล็กจึงได้แต่ส่ายหัวไปมาให้คนเป็นสามี หลังจากเช็ดตัวให้สามีเสร็จเรียบร้อย ธาราก็โทรไปหาฤดีเพื่อลางานให้กับสามีและตัวเองไปโดยปริยาย และการประชุมบอร์ดก็ต้องถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนดจนกว่าอัคคีจะหายดี ร่างเล็กเองก็หัวหมุนแต่เช้า กว่าจะได้พักก็เกือบเที่ยงและหาอาหารลงท้องให้กับตัวเอง ธาราถอนหายใจหนัก ๆ เมื่อมองไปยังเตียงของสามีที่ตอนนี้กำลังหลับใหลเพราะยาที่คุณหมอให้ตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากที่คิดว่าตัวเองจะไม่ได้ไปทำงานอีกหลายวัน ธาราก็โทรกลับไปที่บ้านก่อนจะบอกให้ป้านิ่มนำข้าวของเครื่องใช้และกระเป๋าทำงานของตัวเองมาให้ที่โรงพยาบาลทันที

 

อัคคีลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในช่วงบ่าย อาการหนักอึ้งตามร่างกายดูจะทุเลาลงไปบ้างแล้ว ก่อนจะมองไปรอบ ๆ เพื่อปรับสายตา ร่างเล็กที่กำลังนั่งทำงานอยู่พอเห็นสามีลืมตาขึ้นมาแล้วก็รีบเข้าไปดูอาการทันที

 

“คุณเป็นยังไงบ้าง” ร่างเล็กถามออกมาทันที

 

“น้ำ” น้ำเสียงแหบพร่าถูกส่งออกมาก่อนที่ร่างเล็กของธาราจะรีบรินน้ำใส่แก้วให้สามีทันที พร้อมทั้งปรับเตียงนอนให้อัคคีได้นั่งกินน้ำได้สบายมากขึ้น อัคคีหลังจากได้ดื่มน้ำก็รู้สึกดีมากขึ้น สายตาคมเผลอเหลือบขึ้นไปมองภรรยาที่ตอนนี้กำลังจับแก้วน้ำให้เขาได้ดื่มอยู่ด้วยสีหน้าเป็นห่วงก็ทำให้อัคคีรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น แต่ก็พยายามทำหน้าเรียบนิ่ง

 

“พอแล้ว” อัคคีบอกออกมา ธาราก็พยักหน้ารับก่อนจะเอาแก้วน้ำไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง

 

“คุณหิวหรือเปล่าครับ ผมจะได้สั่งอาหารขึ้นมาให้” ร่างเล็กถามออกมาเพราะอัคคีก็หลับไปนานพอสมควรแล้ว

 

“จะมาสนใจฉันทำไม” อัคคีบอกออกมาเสียงแข็ง เพราะยังรู้สึกโกรธภรรยาเรื่องเมื่อวานอยู่ ธาราที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะไม่ตอบสามีและเดินไปสั่งอาหารกับทางโรงพยาบาลให้สามีทันที รอไม่นานทางโรงพยาบาลก็นำอาหารมาส่ง ซึ่งเป็นเซตอาหารอ่อน ๆ สำหรับคนไข้โดยเฉพาะพร้อมกับยาที่ทานหลังอาหาร ธาราจึงยกถาดอาหารใส่โต๊ะเลื่อนไปให้สามีที่ตอนนี้เอาแต่นั่งหน้าเรียบนิ่ง

 

“กินเองได้ใช่ไหมครับ” ร่างเล็กถามออกมา แต่อัคคีกลับไม่ตอบ ก่อนจะใช้มือตอักหารขึ้นมาใส่ปากตัวเอง ธาราจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเหลือบมองบนกับท่าทีของอีกคน กินได้ไม่กี่คำอัคคีก็อิ่มพร้อมกับกินยาเสร็จสรรพ เห็นแบบนั้นร่างเล็กก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย เมื่ออีกคนไม่ได้หาเรื่องให้เขาต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้ แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ในห้องด้วยกัน แต่ก็ดูเหมือนว่ายิ่งห่างไกลออกไปเพราะไม่มีบทสนทนาใด ๆ ที่เอื้อนเอ่ยถามไถ่กันออกมาเลยสักนิดต่างคนต่างจมกับความคิดของตัวเอง

 

ห้าวันผ่านไป อัคคีก็ออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงเหมือนเคย ธาราอยู่เฝ้าอัคคีแค่สองคืนเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นรัฐภูมิซะส่วนใหญ่ที่มาเฝ้าอัคคีแทน เพราะอารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ของอัคคีทำให้ธาราขี้เกียจจะอยู่เฝ้าต่อ เพราะอยู่ไปอัคคีก็เอาแต่ชวนร่างเล็กทะเลาะไม่จบไม่สิ้น ธาราจึงหมดความอดทนก่อนจะด่าสามีอย่างเหลืออดและเก็บของออกมาจากโรงพยาบาลทันที

 

“วารู้ไหมว่าเขาเอาแต่ว่าเราสารพัดเรื่องเมฆ จนเรา

 

ขี้เกียจจะพูดกับเขาเต็มทนแล้ว” ร่างเล็กบ่นออกมาหลังจากที่นัดเพื่อนสนิทออกมากินข้าวด้วยกันในย่านสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพราะเพิ่งจะหาเวลาว่างที่ตรงกันได้

 

“แล้วธารได้ถามคุณอัคคีหรือเปล่า ว่าทำไมถึงได้หาเรื่องทะเลาะเรื่องเมฆกับธารนัก” เดวาถามเพื่อนออกมาก่อนจะยกยิ้มเพราะใบหน้าบึ้งตึงของเพื่อนตอนนี้มันน่าบีบแก้มนักเชียว ธาราก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา

 

“ไม่ได้ถามหรอก พอเราพูด ก็หาว่าเราโกหกนั้นนี่ไปอีก เบื่อจะอธิบายแล้วล่ะ” ร่างเล็กบอกออกมาก่อนจะทำหน้างอน เมื่อคิดไปถึงสามีที่เอาแต่หาเรื่องทะเลาะกับเขาตลอดเวลา

 

“เราว่าคงมีคนส่งรูปธารกับเมฆไปให้คุณอัคคีแน่ ๆ ไม่งั้นเขาไม่หึงธารขนาดนี้หรอก” เดวาถามออกมาก่อนจะยกยิ้ม

 

“วาว่าอะไรนะ คุณอัคคีเนี่ยน่ะเหรอจะมาหึงเรา แล้วใครจะไปทำแบบนั้น มันไร้สาระมากเลยจริง ๆ เราว่า” ร่างเล็กบอกออกมาอย่างไม่เชื่อ

 

“ไม่แน่ วาว่าอาจจะมีพวกหวังดีประสงค์ร้าย อยากให้คุณอัคคีและธารเลิกกันก็เป็นได้” เดวาบอกออกมาตามที่คิดแต่ธาราที่ได้ยินก็ชะงักขึ้นมา หรือว่าจะเป็นคุณชรัณอะไรนั่น แต่ว่าเราไม่มีหลักฐานจะไปปรักปรำเขาได้อย่างไรกัน ร่างเล็กได้แต่นั่งเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เดวาเห็นเพื่อนนั่งเหม่อก็สงสัยขึ้นมาทันที

 

“นึกออกแล้วหรือไง” เดวาถามเพื่อนขึ้นมา

 

“พอมีในใจอยู่บ้าง” ธาราตอบ

 

“ใครเดี๋ยวเราจะไปจัดการมันให้!” เดวาได้ยินก็ถามเพื่อนขึ้นมาอีกรอบทันทีเสียงดัง ใครกล้ามาทำให้ครอบครัวเพื่อนของเขาร้าวฉานต้องเจอเขาสักหน่อยแล้ว ร่างเล็กเห็นท่าทางจริงจังของเพื่อนก็ยกยิ้ม

 

“เก่งจังเลยนะครับ ตัวแค่นี้” ธาราบอกออกมาเสียงกลั้วหัวเราะอย่างเอ็นดูเพื่อนนายแบบของตัวเอง

 

“ธารก็รู้นี่ว่าเราบ้าบิ่นแค่ไหน เดี๋ยวต่อยโชว์เลยใครมายุ่งกับธารของเรา” เดวาบอกออกมาพร้อมกับท่าทางไม่กลัว ก่อนจะตักไอศกรีมเข้าไปคำโต ร่างเล็กก็อดจะหัวเราะออกมาเสียงดังไม่ได้

 

“ฮ่า ๆ เราชักจะกลัววาแล้วนะเนี่ย ไม่ต้องคิดมากเรื่องของเราหรอก เรายังไหว กินของอร่อย ๆ ก่อนเถอะ จะได้อารมณ์ดี” ร่างเล็กบอกออกมาก่อนจะยกยิ้ม เพราะไม่อยากให้เพื่อนมาเครียดเรื่องในครอบครัวของตัวเอง

 

แค่เพื่อนของเขามานั่งรับฟังปัญหาชีวิตเขาก็เกรงใจมากแล้ว

 

“ถ้าอยากให้เราอารมณ์ดี ก็ไปทำสีผมเป็นเพื่อนเราหน่อยสิ นะ ๆ เพื่อนรัก” เดวารีบอ้อนเพื่อนตัวเล็กกว่าทันทีเพราะอยากเห็นเพื่อนร่างเล็กทำสีผมสักครั้ง ธาราจึงได้แต่ส่ายหัวไปมา แต่ก็ยอมตกลงจะไปทำสีผมเป็นเพื่อนเดวาอยู่ดีเพราะทนลูกอ้อนของเพื่อนสนิทไม่ไหว ทั้งสองจึงยิ้มกว้างออกมาให้กันก่อนจะนั่งทานขนมหวานกันอยู่สักพักแล้วเดินไปยังร้านทำผมชื่อดังภายในห้างสรรพสินค้า ที่เดวานัดเอาไว้แล้วเรียบร้อย

 

“สวัสดีค่ะน้องวา แล้วนั่นพาใครมาคะ” เสียงผู้ชายวัยกลางคนหนึ่งถามออกมาแบบมีจริตจะก้าน

 

“สวัสดีครับเจ๊น้ำหวาน เพื่อนวาเองครับ ชื่อธาร” เดวาบอกออกมา ซึ่งธาราก็ยกมือไหว้ทันที

 

“สวัสดีจ้ะ หน้าตาน่าเอ็นดูเชียว สนใจเข้าโมเดลลิ่งเจ๊ไหมคะ” เจ๊น้ำหวานเมื่อเห็นหน้าตาของธาราก็สนใจขึ้นมาทันที ธาราจึงได้แต่ยกยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อน

 

“ไม่ได้หรอกครับเจ๊น้ำหวาน ธาร เขาแต่งงานเป็นแม่ศรีเรือนไปแล้วล่ะครับ แล้วสามีเขาก็หวงมากด้วย มีหวังมาถ่ายแบบให้เจ๊น้ำหวานบ้านคงร้าวฉานไปมากกว่านี้แน่” เดวาบอกออกมาก่อนจะยกยิ้มให้กับเจ๊น้ำหวานที่มองหน้าเพื่อนเขาตาละห้อยอย่างเสียดาย ร่างเล็กที่ได้ยินเพื่อนพูดถึงสามีตัวเองก็หันไปค้อนเพื่อนสนิททันที

 

“ชิ! ก็ได้ค่ะ วันนี้จะมาทำสีผมใช่ไหมคะ เดี๋ยวเจ๊จะได้สั่งให้เด็ก ๆ จัดการให้ พอดีเจ๊มีธุระกับเด็กในสังกัดนิดหน่อย ยังไงตามสบายนะคะน้องวา น้องธาร” เจ๊น้ำหวานบอกออกมาอย่างอารมณ์ดี ซึ่งเดวากับธาราก็ขอบคุณออกไปก่อนจะที่ทั้งสองจะไปเลือกสีผมเพื่อทำการเปลี่ยน

 

“วาทำสีอะไรเหรอ” ร่างเล็กถามออกมา

 

“อยู่ในใจเป็นสิบเลยเนี่ย” เดวาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ธาราก็พยักหน้ารับยิ้ม ๆ แล้วเลือกสีผมของตัวเองต่อ ธาราเลือกอยู่สักพักก็เลือกเป็นสีไม่สว่างมากนัก เพราะหน้าที่การงานที่ต้องทำ ส่วนเพื่อนสนิทของเขาก็เลือกทำสีสว่างจ้าอย่างสีทอง เมื่อได้สีที่เลือกตามที่ต้องการแล้วทั้งสองคนจึงขึ้นไปนั่งเก้าอี้เพื่อทำการเปลี่ยนสีผมทันที

 

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังย้อมสีผมอยู่นั่น ชายหนุ่มสองคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้ธาราชะงักทันที เมื่อเห็นสองร่างสะท้อนผ่านกระจกใสในร้าน

 

 

•••

TBC.

 

ตัดฉับๆ เจอกันตอนหน้านะฮะ เจอใครก็เจอนะคะเดี๋ยวให้ลูกวาฟาด เพี้ยๆๆๆๆๆๆ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว