ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 16 ม้าเป็นเหตุสังเกตได้

ชื่อตอน : บทที่ 16 ม้าเป็นเหตุสังเกตได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 521

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2564 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 ม้าเป็นเหตุสังเกตได้
แบบอักษร

“ถอยออกไปคนดีปล่อยผมที่อยู่ในปากแกออกด้วย”

เดี๋ยวนะ ! ปล่อยผมออกจากปากหรอเชื่อได้เลยว่าเขาไม่ได้บอกเธอแน่นอนนั่นชื่อไอ้ม้าตัวโตหรอใครเป็นคนตั้งให้มันกันนะตั้งได้ไม่ดูนิสัยมันเลยคนดีกับผีสิจะกินหัวเธออยู่แล้ว เธอได้แต่ค่อนขอดในใจไม่รู้ว่าที่โมโหอยู่นี่เป็นเพราะชื่อนี้ไม่เหมาะกับมันหรือเพราะชื่อของมันทำให้เธอเข้าใจผิดจนดีใจเก้อกันแน่ที่คิดว่าอีตาโจรป่าห้าร้อยนี่จะใจดีกับเธอเรียกเธอเพราะๆ

บ้าสิก็ต้องเป็นข้อแรกสิใครจะไปอยากเป็นคนดีของอีตานี่กัน

“ดีมากคนดีแล้วทีหลังห้ามทำแบบนี้อีก” คณกรเอ่ยเสียงเรียบเมื่อมันยอมปล่อยผมของคนตัวเล็กที่ยืนกอดเขาตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ตอนนี้ออก

“ไอ้ม้าเกเร นิสัยไม่ดี ฉันเพิ่งสระผมมานะ” พอม้าตัวโตถอยห่างออกไปคนที่ตอนแรกกลัวจับใจก็หันมาต่อว่ามันเสียงเขียวจนเจ้าคนดีทำท่าจะยื่นหน้าเข้ามาหาอีกรอบจนเธออุทานลั่นเบียดตัวเข้าหาเขาอีกรอบจนได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้าของร่างสูง

“กรี๊ด! อีกแล้วนะไอ้ม้าบ้าผมฉันไม่ใช่ของกินนะ!”

“หยุด! คนดีพอแล้วถอยออกไป”

“มันแค่หยอกเล่นน่ะนายหญิงอย่ากลัวเลยเจ้าคนดีมันใจดีไม่ทำอะไรหรอก” เสนอที่ยืนมองอยู่นานเข้ามาห้ามทัพอีกแรง

“ใจดีอะไรที่มัดผมฉันยังอยู่ในปากมันอยู่เลยนะนายเหรอ”

“อุ้ย! คนดีคายออกมาเลยมันไม่ใช่ของกินนะเว้ยนี่ของนายหญิงนะ วอนไม่มีที่ซุกหัวนอนซะแล้ว” คนยืนฟังอยู่หัวเราะพรืดใหญ่ยื่นมือไปหยิบที่มัดผมเปียกน้ำลายออกจากปากมันแล้วยื่นให้คนในอ้อมกอด

“อ่ะ......ที่มัดผมเธอ”

“หยี๋...... ใครจะเอาไปมัดต่อเปียกชุ่มขนาดนั้น”

เธอถลึงตาใส่เจ้าของม้าที่ยังยิ้มล้อส่งมาให้ไม่เลิกขณะพาเธอเดินห่างออกมาจากไอ้ม้าบ้านั่น

“เดินดีๆ” เขาบอกเสียงกลัวหัวเราะมองสองขาเล็กๆ ที่สั่นพั่บๆ อย่างนึกสงสารแต่ก็สงสารได้ไม่นานเมื่อแม่เจ้าประคุณหันมาทำหน้าใส่ยับใส่

“เปลี่ยนชื่อม้าตัวนั้นให้เหมาะสมกับนิสัยของมันหน่อยก็ดีนะคะอวยม้าเกินไปแล้ว ม้าอะไรชื่อคนดี”

“ปกติมันก็นิสัยดีอยู่หรอกกับฉันกับไอ้เหนอกับคนงานทั้งไร่ไม่เห็นมันจะไล่งับหัวงับหูใครสงสัยมันจะไม่ชอบขี้หน้าเธอละมั้งเห็นหน้าแปลกๆ มันก็เลยงับเอา”

“เชอะ! ไม่ชอบก็ไม่ชอบสิใครใช้ให้มาชอบม้ากินคนแบบนั้น”

คนที่ยังแค้นไม่หายเถียงขึ้นเลี้ยงม้าได้นิสัยเหมือนเจ้าของจริงๆ ไร่นี้ จะกินหัวเธอทั้งม้าทั้งคน

“แล้วมาถึงนี่มีอะไร” คณกรถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ดูจะโกรธแค้นเจ้าคนดีแถมพ่วงเขาไปด้วยอีกคนบ่นเสร็จแล้ว

“จริงด้วยตะกร้าข้าวอยู่ที่จักรยานค่ะไม่รู้ป่านนี้หกไปหมดแล้วหรือยัง”

“เดี๋ยวเหนอไปเอามาให้เองนายหญิงน่าจะยังอยู่ดี”

“ขอบคุณจ้ะ ฝากด้วยนะนายเหนอ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมส่งยิ้มให้ตรงนี้ก็คงจะมีแต่นายเหนอหล่ะมั้งที่เป็นมิตรกับเธอที่สุด รอจนนายเหนอหิ้วตะกร้าเดินเข้าไปในโรงม้านั่นแหละเขาถึงได้พูดขึ้นอีกครั้ง

“เข้าไปข้างในไปตรงนี้มันร้อน”

“แก้มจะไปแล้วค่ะแค่เอาข้าวมาส่งเฉยๆ”

พอพูดจบก็เห็นเขาปรายตามามองนิดนึงก่อนจะเดินนำไป

“ก็แล้วแต่นะถ้าเจ้าคนดีมันไล่งับหัวอีกรอบฉันไม่วิ่งมาช่วยแล้วนะ”

คุณโดนขู่หันมองจักรยานที่จอดอยู่ไกลออกไป ข้างๆ ก็มีไอ้ม้าบ้ายืนเล็มหญ้าอยู่ใกล้ๆ

“อยู่ต่ออีกสักห้านาทีคงไม่เป็นไรมั้ง” พูดกับตัวเองจบเธอก็วิ่งอ้าวตามร่างสูงของคนที่นำไปก่อนแล้วทันทีพอวิ่งมาถึงนายเหนอก็เตรียมข้าวของที่เธอนำมาเสร็จหมดแล้ว

“กล่องนั้นนายเหนอเอาไปกินเลยฉันเอามาเผื่อ”

“หู้ย น่ากินมากเลยนายหญิงงั้นเหนอขอตัวก่อนนะ”

“อ้าวนายเหนอไม่อยู่กินที่นี่ด้วยหรอ”

“ไม่หรอกจ้า เหนอไปกินที่โรงอาหารดีกว่านายกับนายหญิงกินกันไปคุยกันไปเถอะเหนอไม่อยากเข้าไปแทรกแซง”

ว่าเสร็จเสนอก็วิ่งเเจ้นไปเลยไม่ฟังเธอที่ร้องเรียกสักนิดกะว่าจะให้พาไปส่งที่จักรยานสักหน่อย

“ไม่ต้องตามมันไปหรอกอยู่นี่แหละรอเอากล่องข้าวกลับไปด้วย”

“คุณเอากลับไปด้วยไม่ได้หรือไง” เขาไม่ตอบเพียงแค่ส่งสายตาดุๆ มาให้คนช่างยอกย้อนก่อนจะล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้วส่งให้คนที่ยืนทำหน้างง

“ผมหน่ะ”

“หยี๋ มีแต่น้ำลาย ม้าคุณหนิเกเรชะมัด”

ขณะที่ยื่นมือออกไปรับผ้าเช็ดหน้าจากเขาปากก็ยังมิวายบ่น เธอเพิ่งจะสระผมมาด้วยมีแต่น้ำลายมันแบบนี้คืนนี้ก็ต้องสระอีกแล้วสิ คนยิ่งจะขี้เกียจๆ อยู่ไอ้ม้านั่นคงไม่รู้สินะว่าสิ่งที่ผู้หญิงขี้เกียจที่สุดก็คือการสระผมหน่ะ!

“เจ้าคนดีมันไม่ได้แกล้งใครแบบนี้หรอกสงสัยมันคงคิดว่ายางมัดผมเธอเป็นของกินละมั้งหรือไม่มันก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอ”

“ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ค่ะ” หญิงสาวย่นหน้าใส่เขาทันทีก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมือก็ยังเช็ดผมไปด้วย

“กินข้าวมาหรือยัง”

“ยังไม่หิวค่ะ”

“เที่ยงแล้วกินซะเลยสิทำมาตั้งเยอะแยะฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอกอ่ะ......” เขายืนช้อนที่มีข้าวกับผัดพริกไก่มาจอดให้เธอที่ปาก

“แก้มยังไม่หิว.........อื้ออ”

“พูดมากเคี้ยวไปจะได้เลิกพูดขี้เกียจฟัง”

ค้อนวงโตถูกส่งมาให้แต่เขาหาได้ใส่ใจ ไม่พอยัดข้าวใส่ปากเธอเสร็จเขาก็ตักข้าวใส่ปากตัวเองบ้างด้วยช้อนคันเดียวกันไม่ถามความเห็นเธอสักนิดว่ารังเกียจไหม

“แล้วปั่นจักรยานมาถูกได้ยังไง”

“ก็ถามคนงานของคุณไงคะไม่เห็นจะยาก” เขาพยักหน้าเข้าใจเขาเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าเธอต้องเอาข้าวมาส่งเลยลืมบอกไปว่าวันนี้เขาจะเข้าดูงานที่นี่ยังดีที่หาทางมาถูกถือว่าใช้ได้กับการเอาตัวรอดในการอยู่ที่นี่

ไม่นานข้าวในปิ่นโตก็หายวับไปในพริบตาเพราะเขากินไปยัดใส่ปากเธอสลับกันไปจนหมดแล้วต่อด้วยผลไม้ไม่นานก็หมดเกลี้ยงตามๆ กันไป

“คุกกี้?”

“ค่ะ”

“ทำเอง?”

“ค่ะ ลองกินสิคะฉันทำอร่อยนะโจ้กับพลอยใสกินกันเรียบทุกทีเวลาเอาไปฝากที่โรงเรียน” เขาเลิกคิ้วขึ้นหน้าเคร่งขรึมลงไปนิดนึงก่อนจะเอาคุกกี้เข้าปาก

“ก็งั้นๆ เขมทำอร่อยกว่าตั้งเยอะ”

“เชอะ! ก็ถ้าคุณเขมทำอร่อยทำไมคุณไม่ให้คุณเขมทำข้าวกลางวันมาส่งให้ล่ะคะคุณเขมเธอก็ดูเต็มใจดูแลคุณอยู่แล้วอาหารอร่อยแถมกระชุ่มกระช่วยหัวใจอีกต่างหากอีกอย่างฉันก็ไม่ต้องเหนื่อยด้วยงั้นพรุ่งนี้คุณติดต่อคุณเขมเลยนะ”

“ไม่! อย่ามาเจ้าเล่ห์ฉันจ้างเธอแล้วจะไปลำบากคนอื่นได้ยังไง” คนฟังยู่หน้าใส่อย่างขัดใจคิดว่าจะไม่ต้องเหนื่อยแล้วเสียอีก

“ก็บอกเองนี่นาว่าไม่อร่อย วันหลังจะทำอร่อยๆ ก็แล้วกันชิ้นสุดท้ายกินเข้าไปอ่ะ....แก้มจะได้เก็บของกลับ” เธอยัดคุกกี้ชิ้นสุดท้ายในกล่องใส่ปากให้เขาก่อนจะเก็บทุกอย่างใส่ตะกร้าหันไปมองไม่เจอเจ้าคนดีอยู่แถวๆ จักรยานแล้วก็รีบยกตะกร้าวิ่งปู๊ดไปที่จักรยานทันทีไม่ฟังเสียงเรียกของคนตัวโต เธอยังต้องไปปั่นจักรยานสำรวจไร่อีกก่อนจะกลับไปทำมื้อเย็นไม่มีเวลาเถียงกับเขาอยู่หรอก

“อ้าว ยัยบ้าหนิจะรีบไปไหนที่มัดผมก็ไม่เอาไป” คณกรก้มมองที่มัดผมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของเจ้าคนดีก่อนจะส่ายหน้าไปมายื่นมือไปหยิบแล้วหย่อนเข้ากระเป๋าเสื้อพอดีกันกับที่เสนอขับรถเข้ามา

“นายๆ ลูกค้ามารับของแล้ว เหนอให้รออยู่ที่ออฟฟิศนายจะไปเลยไหม”

“อืมๆ”

เขาตอบแล้วหันไปมองคนที่ปั่นจักรยานออกไปแล้วนิดนึงเห็นหลังไวๆ ว่าปั่นกลับไปทางเดิมเขาก็กระโดดขึ้นรถตามด้วยเสนอที่กระโดดตามขึ้นมา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว