facebook-icon

มาอ่านเถอะนะ ตั้งใจเขียนจริงจริ๊ง >//<

เงื่อนไขของผู้กอง

ชื่อตอน : เงื่อนไขของผู้กอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เงื่อนไขของผู้กอง
แบบอักษร

๒๑

เงื่อนไขของผู้กอง

           ยลญาดาหยุดตะกร้ารถเข็นข้างผลแอปเปิลสีแดงสดที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง ซึ่งเป็นศิลปะการจัดวางเพื่อเรียกความสนใจจากนักช็อป แต่อีกหนึ่งข้อเสียที่ตามมาคือความไม่มั่นคงของฐานที่ตั้ง อย่างเช่นตอนนี้ที่เธอพลาดทำแอปเปิลร่วงหล่นจากกองสองผล ครั้นร่างบางจะก้มหยิบก็ไม่ทันคนมีน้ำใจที่ช่วยเก็บแล้วยื่นส่งให้เธอ

             “ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ ผู้กองภูมิ” มือบางชะงักเล็กน้อยในขณะยื่นไปรับผลไม้สีแดง

             “คุณย่าหยา เจอกันที่นี่อีกแล้วนะครับ” แต่ครั้งก่อนนั้นการเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าอยู่ในสถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร แถมเขายังทำเธอฉุนอีกต่างหาก

             ยลญาดามองผลแอปเปิลที่รับคืนจากครองภูมิพลางบ่นด้วยสีหน้าเสียดาย “เห็นทีคงต้องซื้อแล้วสินะ แต่มันลูกเล็ก สีก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่”

             “ถ้าคุณไม่กินก็เอามาให้ผมครับ”

             ดวงตาคู่สวยเพียงช้อนมองคนตัวสูงเล็กน้อยและไม่ตอบว่าอะไร เธอหยิบเจ้าผลไม้สีแดงใส่ตะกร้ารถเข็นพลางเหล่มองต้นหอมญี่ปุ่นหนึ่งกำในมือของครองภูมิ “ผู้กองทำอาหารด้วยเหรอคะ”

             “ก็ทำเองบางครั้งครับ แต่อันนี้ซื้อไปให้แม่ ท่านทำอาหารได้หลากหลายนะครับ”

             “สงสัยคงทำอร่อยสินะคะ”

             “ไว้คุณย่าหยาเปิดใจให้ผมเมื่อไหร่จะชวนคุณไปทานข้าวที่บ้านผมนะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาร้ายกาจไม่เบา เล่นเอาคนฟังวูบวาบหวั่นไหว ครองภูมิเห็นอาการเสหลบตาก็เข้าใจว่าตนทำเธอเขินจึงกระแอมเสียงเปลี่ยนเรื่อง “ไม่ยักรู้ว่าคุณย่าหยามาเดินซูเปอร์มาร์เก็ตเอง คนระดับคุณน่าจะมีแม่บ้านคอยจัดการเรื่องข้าวของเครื่องใช้หรืออาหารการกินให้”

             “ฉันอยู่คอนโดคนเดียวค่ะ ชอบทำอะไรคนเดียวมากกว่า และจะบอกให้เอาบุญเผื่อคุณยังไม่รู้ว่าฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูจ๋าขนาดนั้น ใช้ชีวิตทรหดอดทน ตากแดดจนไหม้เกรียมไปทั้งร่างก็เคยมาแล้ว อย่างน้อยฉันก็อยู่ในโรงเรียนฝึกตำรวจจนรอดพ้นสามเดือนมาได้นะ”

             แม้ช่วงฝึกแรกๆ เธอร่ำร้องกับพี่ชายว่าอยากลาออก แต่สุดท้ายก็กัดฟันสู้กับประสบการณ์ที่ไม่เคยเจอ ทั้งอาหารที่ไม่ถูกปาก รู้ซึ้งถึงคำว่ากินเพื่ออยู่ หรือความเป็นส่วนตัวที่แทบเป็นศูนย์ อาบน้ำรวมหรือแม้แต่แย่งกันอาบจากสายฉีดชำระในห้องส้วมก็ทำมาแล้ว ยลญาดาคิดว่าตนก็อดทนเก่งในระดับหนึ่งแล้วนะ ผู้ชายคนนี้มองหล่อนเป็นคนยังไงกัน คิดว่าเป็นลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็นหรือยังไง ความหมั่นไส้ในตัวครองภูมิชักเพิ่มพูนขึ้นทุกที อีตาบ้านี่เดี๋ยวก็ทำให้เขิน เดี๋ยวก็ทำให้โมโห

             สายตาวางค้อนเช่นนั้นคงกำลังเคืองเขาอยู่สินะ ครองภูมิหมุนดูเวลาที่ข้อมือก่อนจับรถเข็นของหญิงสาวที่กำลังจะเลื่อนหนี “ผมพอจะมีเวลาอยู่บ้าง ไปจิบชาทานของหวานอร่อยๆ กันไหมครับ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้น ถือเป็นการขอโทษที่ดูหมิ่นคุณ...นะครับ”

             ริมฝีปากชมพูระเรื่อทำท่าจะเอ่ยค้าน แต่เห็นแววตาเว้าวอนเช่นนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้ ใบหน้าหวานทำเชิดอย่างไว้ตัวก่อนเอ่ยสั้นๆ ให้เขาตามมา เพราะเธอจะเลือกร้านที่อยากทานเอง แต่อันดับแรกทั้งคู่ต้องชำระค่าสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการคิดเงินแล้ว ยลญาดาก็เจ้ากี้เจ้าการนำทางไปยังชั้นสามซึ่งเป็นโซนร้านอาหารที่เธอปักหมุดไว้ในใจ ร่างสูงเดินเคียงข้างตามมาเงียบๆ ลอบยิ้มกับคนตัวเล็กที่ตาวาวเปลี่ยนอารมณ์ในพริบตาเพียงแค่เห็นขนมหวานหลากหลายที่รอให้ลิ้มรส ครองภูมิปล่อยให้เธอเลือกจนพอใจในขณะที่ตนนั่งรออยู่ที่โต๊ะ

             “แล้วคุณไม่สั่งอะไรเหรอคะ” ร่างบางเลื่อนเก้าอี้นั่งเมื่อสั่งของหวานกับพนักงานที่เคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว

             “ผมสั่งแค่ชาน่ะครับ ผู้ชายอย่างผมไม่ค่อยชอบขนมหวานสักเท่าไหร่” ส่วนหนึ่งอาจเพราะได้กินจากที่แม่ๆ ของเขาทำขายมาตั้งแต่เด็กเลยรู้สึกเอียน นานๆ ทีถึงเกิดอาการอยากกิน

             “ถึงว่าสิคะ หน้าตาถึงดูขมนัก” ยลญาดาลอยหน้าลอยตาว่าและลอบยิ้มเบาๆ เมื่อเห็นคนขรึมขมวดคิ้ว

             “คุณกำลังบูลลี่ผมเหรอ” ครองภูมิว่าพลางถลกแขนเสื้อเชิ้ตสีดำและหมุนแขนสำรวจไปมา “ผมไม่ได้ผิวคล้ำนะ”

             “แล้วใครบอกว่าคุณดำ ฉันแค่พูดเชิงเปรียบเปรยว่าคุณดูเข้มจนขม” ยลญาดาวางค้อนใส่อีกยก ก่อนหันไปยิ้มหวานขอบคุณพนักงานที่กำลังเสิร์ฟอาหารลงบนโต๊ะ ครองภูมิขมวดคิ้วอีกหนเมื่อเห็นว่าขนมที่หญิงสาวสั่งมีถึงห้าจานด้วยกัน และไหนจะช็อกโกแลตปั่นนั่นอีกแก้ว

             “ตัวเล็กนิดเดียว ลมพัดหน่อยก็คงปลิว ไม่น่าเชื่อว่าจะกินเยอะขนาดนี้”

             “ภายนอกคุณก็ดูขรึมเข้มสุภาพ ไม่น่าเชื่อว่าวาจาจะหยาบคาย”

             “ผมหยาบคายตรงไหนครับ”

             “ประโยคที่คุณเพิ่งพูดเมื่อกี้มันไม่เสนาะหูสุภาพสตรี” คนฟังยังขมวดคิ้วอยู่เช่นเดิม ยลญาดาก็หาได้สนใจอธิบาย เพราะเค้กสีสวยตรงหน้าเย้ายวนใจกว่าเป็นไหนๆ

             “สั่งมาแล้วต้องกินให้หมดนะครับ”

             “ไม่ต้องมาทำเป็นครูฝึกมาดเข้มเลย คุณก็ช่วยฉันกินด้วยสิคะ สั่งมาตั้งเยอะแยะตัวฉันเล็กแค่นี้จะกินคนเดียวหมดได้ยังไง”

             “อย่างที่บอกไปว่าผมไม่ค่อยชอบของหวานเท่าไหร่” ร่างสูงมองคนตัวเล็กที่ตาเป็นประกายกับของหวาน หากหญิงสาวได้เห็นดวงหน้าที่หลุบซ่อนเมื่อครู่คงเกิดอาการไม่ไว้ใจเขา “ถ้าคุณกินไม่หมดผมมีเงื่อนไขนะครับ”

             “เงื่อนไขอะไรคะ”

             ครองภูมิแทนคำตอบด้วยการผายมือเชิญให้เธอรับประทานต่อ แม้เพิ่งพบพักตร์กันไม่กี่ครั้งแต่ไม่รู้ทำไมยลญาดาถึงสัมผัสได้ว่ารอยยิ้มของเขาตอนนี้มันดูไม่น่าไว้ใจชอบกล และเธอเองก็ชักกังวล ส่วนหนึ่งที่สั่งมาเยอะก็เพราะอยากแกล้งเขาด้วย อีกอย่างก่อนหน้านี้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเธอเพิ่งทานอาหารญี่ปุ่นแล้วลงมาซื้อของต่อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แน่นอนว่าตอนนี้กระเพาะเหลือที่ว่างไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์สำหรับของหวาน

             เวลาล่วงเลยไปในขณะที่ครองภูมิเอาแต่กอดอกรอลุ้นว่าเธอจะทานหมดหรือเปล่า เมื่อเห็นสีหน้าพะอึดพะอมก็เริ่มยิ้มกริ่มได้ใจ กระทั่งหญิงสาวถอนหายใจและวางช้อนลงเท่านั้นแหละครองภูมิก็ลุกไปจ่ายเงินทันที

             “หยาตั้งใจจะเลี้ยงซะหน่อย ตอบแทนที่ผู้กองดูแลหยาคืนที่เมา” เขามาจ่ายให้แบบนี้เธอพลอยรู้สึกผิดไปเลย อีกอย่างครองภูมิก็ดื่มแค่ชาแก้วเดียวเท่านั้น

             “ไม่ต้องห่วงครับ โอกาสเลี้ยงตอบแทนยังมีอีกเยอะครับ” เขาพร้อมเคลียร์คิวว่างเสมอ ครองภูมิว่าพร้อมกับชักชวนร่างบางออกไปนอกร้าน

             “แล้วเงื่อนไขของคุณคืออะไรล่ะคะ” ยลญาดาถามเมื่อออกมาจนพ้นเขตร้าน พลางเอื้อมแย่งถุงช้อปปิ้งในมือเขาคืนแต่ชายหนุ่มเบี่ยงหลบทัน ร้อยตำรวจเอกครองภูมิประสานสายตากับเธอตรงๆ ยลญาดาลอบกลืนน้ำลายด้วยไม่รู้ว่ากำลังหวั่นไหว หรือหวั่นกลัวในเงื่อนไขที่เขาตั้ง

             “เงื่อนไขของผมมีอยู่สองข้อ”

             “ตั้งสองข้อเลยเหรอคะ” คนหวั่นใจชักทำหน้าไม่ถูก ครองภูมิยิ้มเมื่อเห็นอาการของหล่อน

             “ข้อหนึ่งเวลาคุยกับผมคุณช่วยเรียกแทนตัวเองว่าย่าหยา หรือหยาได้ไหมครับ”

             “คะ?” ดวงตาที่ราวกับเจือด้วยหยดน้ำตลอดเวลาช้อนมองอย่างคาดไม่ถึงกับเงื่อนไข

             “เพราะมันดูน่ารัก...ดูเป็นกันเองดีครับเวลาคุณเรียกแทนตัวเองว่าหยา” ใช่ว่าคนหน้านิ่งจะเขินไม่เป็น แต่อยู่ที่ว่ายลญาดามองออกหรือเปล่า ภายใต้ดวงตาที่แสนนิ่งแต่ชั่ววูบหนึ่งก็เสหลบเช่นกันยามหญิงสาวมองสบตรงๆ

             “แล้วข้อที่สองล่ะคะ”

             “เงื่อนไขที่สอง หากคืนไหนผมโทร.หาคุณก็ต้องรับ หากผมชวนไปทานข้าวก็อย่าหาเรื่องปฏิเสธ”

             นี่มันเขากำลังจีบเธออยู่เหรอ...เอาแบบนี้เลยเหรอ?

             “แล้วถ้าฉันไม่รับสาย ไม่ยอมไปกินข้าวด้วยล่ะ”

             “ยังไงคุณก็ต้องรับอยู่แล้ว”

             “ดูมั่นอกมั่นใจจังเลยนะคะ ไปเอาความมั่นหน้ามาจากไหน ถ้าบอกว่าเรียนรู้จากลูกน้องที่ชื่ออัณณิการ์ฉันก็พอจะเชื่ออยู่หรอก” ยลญาดาว่าพลางมองไปทางนู้นทีนี่ทีอย่างต้องการกลบเกลื่อนใบหน้าแดงซ่าน อันที่จริงเธอสัมผัสได้ตั้งแต่คืนที่ร้านเหล้าแล้วว่าครองภูมิรู้สึกอย่างไร ก็สายตาเขามันรุนแรงขนาดนั้น เธอก็ใช่จะใสซื่อจนดูไม่ออกเสียหน่อย

             “อ้าว ผู้กองภูมินี่นา” บรรยากาศเกี้ยวพาราสีถูกขัดจังหวะด้วยร่างแบบบางที่ยิ้มร่าเข้ามา ประกายตาหวานฉ่ำส่งตรงถึงครองภูมิ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเบะเหยียดเมื่อเบือนไปทางหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน “ย่าหยานี่เธอมาอยู่กับผู้กองได้ยังไง”

             “ขออนุญาตไม่ตอบได้ไหม พอดีไม่อยากคุยด้วย” ยลญาดาชักสีหน้าใส่ปาลิดาที่ก็เบะปากกลับเหมือนกัน ครองภูมิเห็นบรรยากาศไม่สู้ดีจึงรีบขัดก่อนบานปลาย

             “ผมมาซื้อของน่ะครับ กำลังจะกลับแล้ว”

             “พอดีเลยค่ะ ผู้กองภูมิไปส่งลิด้าหน่อยได้ไหมคะ ผู้กองก็รู้จักบ้านลิด้าแล้วนี่นา พอดีขี้เกียจรอให้คนขับรถมารับน่ะค่ะ นะคะผู้กอง” น้องสาวต่างมารดาของเหนือภพรบเร้าเสียงอ่อนเสียงหวานจนยลญาดาอดมีส่วนร่วมด้วยไม่ได้

             “โทษทีนะจ๊ะ พอดีผู้กองเขาต้องไปส่งฉันที่คอนโดฯ เห็นข้าวของที่เขาถือในมือไหม? นั่นน่ะของของฉันเอง ไปกันค่ะ หยาเมื่อยขาแล้ว” ยลญาดาถือวิสาสะดึงแขนชายหนุ่มมาควงแล้วฉุดให้เดินต่อไป ไม่วายหันไปแลบลิ้นใส่ปาลิดาที่ได้แต่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ที่เดิม

             เมื่อเดินลงบันไดเลื่อนกระทั่งลับสายตาปาลิดาแล้ว เพื่อนสาวของอัณณิการ์จึงปล่อยมือจากแขนล่ำ สีหน้าอึกอักไม่กล้ามองสบตาเช่นนั้นครองภูมิรู้สึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก เห็นแบบนี้จะไม่แหย่ก็อดไม่ได้จริงๆ

             “ที่คุณทำแบบนี้เพราะหมั่นไส้คุณปาลิดาหรือหึงผมกันแน่ครับ”

             “เดี๋ยวนะ ฉันจะหึงคุณทำไมไม่ทราบ ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย บทจะหน้าด้านก็เกินคาดเลยนะ” นิ่งได้หน้าตายมาก เหลือเชื่อเลยผู้ชายคนนี้ ร้ายกาจกว่าที่เธอประเมินไว้เสียอีก ร่างบางเดินนำไปยังรถของตัวเองที่จอดไว้ กดปลดล็อกแล้วฉวยข้าวของของตัวเองที่ชายหนุ่มอาสาหอบหิ้วให้ยัดใส่ไว้ท้ายรถ

             “ไม่ให้ผมไปส่งที่คอนโดฯ แล้วเหรอครับ”

             “ไม่ต้องย่ะ ฉันแค่แหย่ยัยนั่นเฉยๆ จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะเนี่ยว่าคุณจะเป็นเทสต์ยายลิด้าด้วย เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะคุณ”

             “อย่างนี้คุณก็มีคู่แข่งแล้วสินะครับ ขับรถดีๆ นะครับ ไว้คืนนี้ผมจะโทร.หา” ยิ้มหวานที่หาดูได้ยากระบายละมุนบนกลีบปากหยัก ร่างสูงเดินจากไปพร้อมกับทิ้งให้เธอยืนอ้าปากหวอ ยลญาดาไม่แน่ใจว่าตอนนี้ต้องรู้สึกอย่างไหนก่อนดี ต้องเขินไหม หรือต้องอึ้งดีที่เขาทึกทักทำราวกับว่าเธอและปาลิดากำลังแย่งผู้ชายคนเดียวกันอยู่ เหลือร้ายจริงๆ เลยผู้ชายคนนี้ ประมาทไม่ได้แล้วสินะ...หมายถึงหัวใจของเธอน่ะที่ไม่ควรประมาท

 ..........

             เย็นวันนี้หลังอาบน้ำอาบท่าให้ลูกเรียบร้อยแล้วอัณณิการ์ก็มานั่งซึมอยู่ตรงโซฟา ในขณะที่วิศเวศและเวริตานั่งดูการ์ตูนกันอย่างใจจดจ่อ ส่วนป้าเดือนเด่นกำลังง่วนอยู่กับการรีดเสื้อผ้าของลูกค้า แต่สายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีสัมผัสได้ถึงรัศมีของหลานสาวที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่เลิกงานกลับมาบ้าน เดือนเด่นก็เห็นอัณณิการ์เงียบผิดปกติ อย่างเช่นตอนนี้ที่ตาจ้องอยู่บนจอยักษ์แต่กลับเหมือนไม่ได้โฟกัสสักนิด

             “อัณณ์ อัณณ์เอ้ย!” เสียงแหบแห้งต้องเพิ่มระดับเป็นตะโกน เมื่อนั้นคนเหม่อลอยถึงรู้สึกตัว

             “มีอะไรจ๊ะป้า”

             “ป้าแค่จะบอกว่าพรุ่งนี้จะไปทำธุระกับเพื่อนนะ แกเอาลูกไปฝากหนูย่าหยาได้ไหม”

             “น่าจะได้แหละค่ะ เดี๋ยวบอกย่าหยาก่อน” อัณณิการ์ว่าพลางหยิบโทรศัพท์แล้วส่งข้อความหายลญาดา ซึ่งรอเพียงไม่กี่อึดใจรายนั้นก็ตอบกลับด้วยความยินดี “ย่าหยาโอเคค่ะป้า ไม่ติดขัดอะไร”

             “งั้นก็ดีแล้ว” หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปรีดผ้าชิ้นสุดท้าย แต่เตารีดที่กำลังเลื่อนไถลบนกางเกงลูกค้าเป็นอันต้องหยุดกึกทันควันเมื่อเสียงวายุโพล่งถามกับมารดา

             “แม่ครับทำไมเราไม่มีพ่อครับ” เพราะการ์ตูนเดอะไลอ้อนคิงที่มารดาเปิดให้ดูตอนนี้ พลอยทำเด็กๆ เกิดความเคลือบแคลงเรื่องบิดาอีกระลอก เห็นทีต่อไปนี้อัณณิการ์ต้องสแกนการ์ตูนแต่ละเรื่องให้ดีก่อนเปิดให้ลูกๆ ดูเสียแล้ว เผื่อจะช่วยเลี่ยงคำถามอึดอัดใจนี้ได้บ้าง แม้จะเลี่ยงไม่ได้ตลอดชีวิตก็ตาม

             “รอให้วาและเวย์โตกว่านี้อีกหน่อยแล้วพ่อจะมาหานะคะ” อัณณิการ์ยังคงตอบตามแพทเทิร์นเดิมอย่างเช่นทุกๆ ครั้งที่วายุและเวย์ราผลัดกันถามถึงบิดาผู้ให้กำเนิด

             เดือนเด่นคิดเอาเองว่าที่หลานสาวตอบแบบนี้คงหมายถึงในอนาคตอัณณิการ์อาจตกลงปลงใจแต่งงานกับใครสักคน เด็กๆ ก็จะได้มีพ่ออย่างที่พวกเขาฝัน แต่สำหรับอัณณิการ์เธอแค่คิดด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าคงจะได้เจอเขาอีกครั้ง และตอนนี้ความหวังที่เป็นดั่งสายลมก็วนกลับมาราวปาฏิหาริย์ จะเป็นเล่ห์แสบสันของบุพเพที่นำพาให้เจอกันในสถานการณ์ไม่ปกติ หรือเป็นด่านทดสอบว่าเขาไม่คู่ควรกับเธอ ไม่ดีพอจะเป็นพ่อคน อัณณิการ์ไม่เข้าใจว่าการที่เธอมีลูกแล้วมันดูด้อยค่าในสายตาเขาขนาดนั้นเลยหรือ

             “จะมาจริงๆ ใช่ไหมครับ” เด็กชายวิศเวศถามตาแป๋วเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง อัณณิการ์นึกสงสารลูกจับใจที่ถูกเธอให้ความหวังแบบนั้น ทว่าก็ยิ้มและพยักหน้าตอบลูก เด็กชายจึงหันไปสนใจทีวีต่อ อัณณิการ์สลัดอาการซึมเหม่อแล้วเดินไปคว้าตะกร้าเพื่อเก็บของเล่นของลูกๆ ที่เรี่ยราดเต็มพื้น ซึ่งวางเกะกะไปจนถึงบริเวณที่ป้าเดือนเด่นกำลังทำงานอยู่

             “เป็นอะไรล่ะวันนี้ ดูสีหน้าเครียดๆ ใครทำอะไรแก คุณคนนั้นเหรอ” คนแก่เองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หลานสาวเธอไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อยๆ นานทีปีหนถึงจะได้เห็นหน้าจ๋อยๆ

             ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธและตอบเลี่ยงไปเรื่องอื่น “ต่อจากนี้อัณณ์คงต้องคิดหาคำตอบใหม่เรื่องพ่อให้เด็กๆ อัณณ์แค่รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์กับใครเลย ก็ชินชากับความโสดมาตั้งเจ็ดแปดปีแล้วมั้ง อยู่เป็นสาวแก่ดีกว่าเนอะป้าเนอะ”

             อัณณิการ์พูดจบก็นำตะกร้าของเล่นไปเก็บไว้ในคอกกั้นของเด็กๆ ขณะนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอสั่นเตือนเป็นจังหวะสั้นๆ เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นข้อความจากเหนือภพ

             ‘ผมขอโทษสำหรับเรื่องเย็นนี้ ผมผิดเองที่ไม่ควบคุมอารมณ์ ผมไม่ควรพูดกับคุณแบบนั้น รับสายผมทีนะครับ’

             อัณณิการ์กดลบข้อความอย่างไม่ใยดี หนำซ้ำยังบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเหนือภพ เท่านั้นยังไม่พอเธอเข้าไปบล็อกบัญชีโซเชียลมีเดียในทุกแอปพลิเคชัน ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อเย็นนี้เขาก็เพียรติดต่อเธอหลายหน แต่ทุกครั้งก็ถูกอัณณิการ์เมินตลอด เธอโกรธเขามาก โกรธจนไม่อยากเจอหน้า โกรธจนไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้นแม้แต่เรื่องคดีของหลินเวยซู


ผู้กองมาดนิ่ง แต่เรื่องรักแกไม่นิ่งเลยนะ >//<
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว