facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 28 สงสารลูกหรือกลัวตัวเองจะเป็นหม้ายครับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 สงสารลูกหรือกลัวตัวเองจะเป็นหม้ายครับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2564 00:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 สงสารลูกหรือกลัวตัวเองจะเป็นหม้ายครับ
แบบอักษร

ตอนที่ 27 อยากเป็นลูกเขย พ่อเมียจะว่ายังไง [1/3] 

 

 

 

[พาร์ต นนท์] 

 

 

 

แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ชายหนุ่มหน้าตาดีทั้งสองคนที่นอนกอดกันกลมกำลังเปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างช้าๆ นนท์ลืมตาขึ้นพลางหันไปมองคนรักที่นอนหลับตาพริ้มซบบริเวณหน้าอกแกร่งของเขาอยู่ด้วยความดีใจ เพราะมันไม่ง่ายเลยเมื่อย้อนกลับไปช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ที่จะทำให้มิลค์บาร์ใจอ่อนยอมให้เขาคลานขึ้นมาบนเตียงได้ เขาต้องงัดทุกกลยุทธ์ที่มีมาโน้มน้าวใจคนรัก นนท์อ้างหาเหตุผลร้อยแปดวิธีมิลค์บาร์ก็ยังคงปฏิเสธไม่ยอมท่าเดียว แต่พอบอกว่า ลูกขาดความอบอุ่น ลูกจะตกใจนอนฝันร้าย อนาคตจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา เมียที่แสนดีรักลูกแบบมิลค์บาร์ก็เลยยอมไปด้วยปริยาย 

 

 

 

พรึ่บ 

 

 

 

“อรุณสวัสดิ์ที่รัก” มิลค์บาร์เมียสุดที่รักพลิกตัวออกห่างจากผม ผมคิดว่าน้องกำลังจะตื่นเลยเอ่ยคำทักทายยามเช้าออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ทำเสียงหล่อเหมือนนักแสดงที่น้องร่วมงานด้วย แต่ทุกอย่างดันผิดแผน น้องแค่เปลี่ยนท่านอน ยังไม่มีที่ถ้าว่าจะตื่น 

 

 

 

“รักนะครับน้องมิลค์” ผมเอ่ยขึ้นอีกครั้งเคลื่นกายขยับตัวเข้าไปใกล้คนนอนขี้เซา หอมหัวหนึ่งครั้งแล้วลุกขึ้นจากเตียง เตรียมตัวไปทำอาหารเช้าให้เมียกับลูกได้ทาน 

 

 

 

หนึ่งชั่วโมงที่นนท์ใช้เวลาในห้องครัวอยู่ตั้งนานสองนาน ในที่สุด ก็ได้อาหารมื้อเช้าแสนน่ากิน ข้าวต้มหมูสับใส่ไข่ลวกและมีน้ำส้มคั้นสดใหม่ ขนาดนี้เจ็ดโมงครึ่งแล้วร่างบางที่นอนขี้เซาเดินออกมาหาคนที่อยู่ในครัว ท่าทางงัวเงียยกมือขยี้ตาใครเห็นก็ต้องเอ็นดูเหมือนกับนนท์ในตอนนี้ที่ยืนมองตาหวานเยิ้ม หลงใหล รักเมียเด็ก 

 

 

 

“ยังอยู่อีกเหรอ” 

 

 

 

“อืม!! มานั่งตรงนี้ก่อนนะพี่เตรียมอาหารมื้อเช้าให้แล้ว” ผมรีบสาวเท้าเข้าไปหาเมียให้เดินมายังโต๊ะอาหารที่ผมได้จัดเตรียมเอาไว้ เมื่อเดินมาถึงผมก็ลากเก้าอี้ออกเมื่อมิลค์บาร์เมียสุดที่รักนั่งได้ที่แล้วผมก็ขยับเก้าอี้ให้ บริการดียิ่งกว่าร้านอาหารหรูห้าดาวซะอีก 

 

 

 

“ขอบใจนะ” น้ำเสียงใสเอ่ยขอบคุณ ผมใจชื้นขึ้นมาหน่อยหนึ่งที่น้องไม่ไล่ผมกลับไปที่ห้องตอนนี้ 

 

 

 

“กินข้าวก่อนนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่และลูก” พูดจบผมก็เลือกที่จะนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ น้อง ตักข้าวต้มที่ยังร้อนอยู่มาเป่าแล้วนำไปจ่อที่ริมฝีปากบาง สายตาคู่สวยมองมาที่ผมสลับกับช้อนข้าวในมือที่ผมถืออยู่ในตอนนี้ 

 

 

 

“...” 

 

 

 

ฟู่ๆๆๆ 

 

 

 

“อั้มมมมม กินหน่อยนะ” 

 

 

 

“ไม่ใช่เด็กไม่ต้องมาหลอกล่อ กินเองได้ไม่ต้องมาป้อนหรอก” 

 

 

 

“...” เมียว้ากใส่ผมควรทำตัวยังไงดี ยิ้มสินะ ยิ้มให้กับคำด่า ผมถือคติเมียด่าเท่ากับเมียรัก ฮรุกกกก ดีใช่ไหมล่ะ 

 

 

 

“กินหน่อยนะป้อน” ผมเลื่อนไปจ่อริมฝีปากของเมียสุดที่รักอีกครั้ง ครั้งนี้น้องเปิดปากรับข้าวต้มที่ผมตักไปให้กินเคี้ยวตุ้ยๆ น่ารักกกกก 

 

 

 

“กินแล้ว” 

 

 

 

“...” 

 

 

 

“เอาช้อนมาจะกินเอง ส่วนคุณก็ไปหาอะไรกินด้วยล่ะ” เมียเป็นห่วงโว้ยยยยยย ดีใจจังเลย ผมจดจ้องมองหน้าเมียสุดที่รักที่ตักข้าวเข้าปากตัวเองเคี้ยวไม่สนใจผม 

 

 

 

“น่ารักจัง” ข้อศอกทั้งสองข้างตั้งอยู่บนโต๊ะ ฝ่ามือทั้งสองข้างประสานเข้าด้วยกันมาตั้งไว้ใต้คางอย่างอารมณ์ดี 

 

 

 

“ไปกินข้าว วันนี้มีงานถ่ายแบบ” 

 

 

 

“คร้าบบบบ จะไปกินเดียวนี่แหละ” ผมลุกขึ้นยืนเดินตรงไปที่หม้อหุงข้าว ตักข้าวใส่จานแล้วบีบน้ำปลาเหมือนทุกครั้งที่น้องทำให้กิน เมื่อได้ข้าวมื้อเช้าแล้วผมก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเมีย มองจานข้าวแล้วมองหน้าเมีย น้ำปลาที่ว่าเค็มอยู่มันหวานขึ้นมาเลย งุ้ยยยยยย ในห้องมีแต่สีชมพูอาการของคนมีความรักเป็นแบบนี้สินะครับ 

 

 

 

เพล้งงงงง 

 

 

 

“ทำอะไรนะ” ช้อนที่อยู่ในมือกระทบกับถ้วยเนื้อดีส่งเสียงดัง ข้าวต้มหมูสับที่ผมตั้งใจทำให้เมียกินหมดแล้วไวมาก เมียสุดที่รักของผมในตอนนี้ว้ากผมอีกแล้ว ผมที่กำลังตักข้าวใส่ปากอยู่ดีๆ เมียก็ตะโกนว้ากใส่ 

 

 

 

“กินข้าวไง” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักชีวิตอย่าคิดสู้เสียเข้าใจตรงกันนะทุกคน 

 

 

 

“...” เงียบ ไร้เสียงตอบรับกลับมา น้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังเตาแก๊สที่ผมทำข้าวต้มตั้งไว้อยู่ในหม้อ ผมรีบลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปหากลัวเมียหกล้ม ผมไม่ได้เว่อร์นะ ผมรักเมีย เป็นห่วงเมีย 

 

 

 

“เดินดีๆ อย่ารีบสิมันสะเทือนถึงลูกในท้อง ระวังนะมันร้อน” 

 

 

 

“ผมไม่ได้เป็นง่อย เดินแค่นี้ไม่ล้มหรอก ไม่ต้องมาประคอง” เมียอารมณ์เสียใส่อีกแล้วชะตาชีวิตต่อจากนี้ไม่ต้องเดาให้ยุ่งยาก ขืนผมไม่เปลี่ยนเรื่องคุยเมียคงได้โกรธผมจริงจังๆ แน่นอน 

 

 

 

“ไม่อิ่มเหรอ ทำไมไม่บอกล่ะจะได้มาตักให้” 

 

 

 

“...” เมียเมินใส่ตักข้าวต้มที่ผมทำไว้ใส่ในถ้วยจนมันเกือบล้นออกมาจากนอกถ้วย เมื่อตักเสร็จแล้วก็หันมามองหน้าผมกับถ้วยที่ถือไว้ในมือ 

 

 

 

“ยังไม่อิ่มสินะ ตักซะเยอะเลย” ผมถามยกมือลูบเส้นผมอย่างแผ่วเบา ผมชอบจังบรรยากาศช่วงเวลาแบบนี้มันเงียบและสงบ อบอุ่นหัวใจ ได้ปล่อยวางไม่ต้องมาคิดถึงเรื่องราวแย่ๆ 

 

 

 

“อิ่มแล้ว” 

 

 

 

“อิ่มแล้ว ตักข้าวไปไหน? ” งง นะเอาจริงๆ หรือนี่เป็นอาการของคนท้องว่ะ อารมณ์แปรปรวนง่ายอะไรแบบนี้ โถ่ๆ สงสารมิลค์บาร์จังเลยที่ต้องมีอาการแบบนี้เพราะผม แต่อีกใจหนึ่งผมก็ดีใจเพราะในท้องของมิลค์บาร์มีเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเราอยู่ ได้สิ่งหนึ่งมาก็ต้องแลกด้วยอีกสิ่งคงจะจริงอยู่นะทุกคนว่าไหม 

 

 

 

“เอาไป” ฝ่ามือเรียวบางยืนถ้วยข้าวต้มหมูสับมาให้ผม ผมก็รับมาถือไว้ทันทีเพราะไม่อยากให้เมียถือของหนัก ถ้วยใบเดียวมันก็หนักในความคิดผม อยากจะจับเมียสุดที่รักนั่งเฉยๆ มากเลยเอาจริงๆ ถ้าทำได้อะนะ เมียคนเดียวผมเลี้ยงไหวจะเอาอะไรผมก็พร้อมประเคนหามาให้ทุกสิ่ง 

 

 

 

“ข้าวต้มตักให้พี่เหรอครับ” ถามออกไปด้วยความสงสัย สายตาก็ยังคงจับจองมองใบหน้าคนรักอยู่ตลอดเวลา 

 

 

 

“อย่าถามมากหรืออยากจะกินข้าวคลุกน้ำปลา เป็นโรคไตขึ้นมาสงสารลูก เดี๋ยวไม่มีพ่อ” 

 

 

 

“อื้ม!! สงสารลูกหรือกลัวตัวเองจะเป็นหม้ายครับ” 

 

 

 

“นี่คุณ!!” มือซ้ายเท้าสะเอว มือขวายกขึ้นมาใช้นิ้วชี้ ชี้ใส่ใบหน้าหน้าผม เมียวางอำนาจ เมียเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน พ่อบ้านแบบผมนะเหรอจะกล้าขึ้นเสียงกับเมีย งื้อออ หลัวกลัวแล้วครับบบบบ 

 

 

 

วันนี้พอก่อนนะครับทุกคน คิดถึงจึงได้แวะมาหา ตอนนี้ผมกับน้องมิลค์เมียสุดที่รักมีค่าตัวแล้วนะครับ มัมมี้ท่านใดสนใจรับผมกับเมียไปเฝ้าชั้นหนังสือ สามารถสั่งได้น้าาาาา ผ่อนได้ครับ แล้วผมจะส่งเจ้าก้อนมาเป็นของแถม ยังไม่พอทุกคนที่สั่งหนังสือกับไรต์มีสิทธิ์ลุ้นรับหมอนไปนอนกอดฟินๆ อีก 5 รางวัล  

 

 

ได้ข่าวมาแว่วๆ เหมือนพ่อเมียจะมาหาอะฉากต่อไป ทุกคนสวดมนต์อวยพรให้ผมกันด้วยนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว