facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

รู้จักผมให้มากขึ้น ทาง facebook : นายพินต้า และ twitter : นายพินต้า ^ ^

ตอนที่ 14 : ศาลาธรรมสพน์ – 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : ศาลาธรรมสพน์ – 2

คำค้น : #ปั้นหมึกcontest

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2564 17:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : ศาลาธรรมสพน์ – 2
แบบอักษร

ตอนที่ 14 : ศาลาธรรมสพน์ – 2

 

              “สองต่อสองเลยเหรอ”

              ชวินทำเสียงสูงราวกับเรื่องที่ฟังไม่น่าเชื่อถือเสียเต็มประดา ฉันได้แต่หรี่ตากับถอนลมหายใจออกมาอย่างหมั่นไส้ รบเร้านักหนาให้เล่าให้ฟัง พอถึงเวลาเล่าให้ฟังจริงก็ทำมาเป็นไม่เชื่อ มันน่าหมั่นไส้ไหมเนี่ย ฉันเบะปากไปอีกที จนอีกฝ่ายหัวเราะออกมาเสียงดัง

              “เออ” ฉันรับสั้น ๆ “ขอให้เล่าให้ฟังเอง พอเล่าให้ฟังก็มาทำบ่น”

              “โอ๋ ๆ ล้อเล่นนิดเดียวเอง”

              ชวินรีบทำท่าขอโทษขอโพยเสียเกินจริง พวกเราสองคนกำลังอยู่ในร้านอาหารเกาหลี วันนี้ลูกค้าอีกรายนัดมาคุยเรื่องรายละเอียดแบบบ้านที่อยากได้ ครั้งนี้เป็นการคุยรอบแรก ๆ เท่านั้น ฉันแค่มารับความต้องการของลูกค้าก่อนนำกลับไปออกแบบอีกที ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องร้านที่คุยมากมายนัก ลูกค้าเลยเลือกร้านอาหารเกาหลีที่มีโปรไก่ทอดหนึ่งแถมหนึ่ง

              “แต่เอาจริง ๆ ฉันว่ามันก็เหนือความคาดหมายฉันเหมือนกัน”

              ฉันพูดไปตามตรง เรื่องที่ฉันจะได้ไปมีเวลาที่เหมือนจะไปเดตกับเมทิตย์สองคนนั้นเป็นเรื่องที่เกินคาดมาก ๆ ฉันยังแอบนึกว่าฝันไปหรือเปล่าตอนที่เขามาส่งที่หน้าห้องแล้วเดินเลยไปเข้าห้องตัวเอง ใครจะไปคิดว่าตัวเองจะเข้าใกล้ซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของช่องได้รวดเร็วขนาดนี้

              “แกแอบเล่นของใช่ไหม” ชวินพูดพร้อมทำหน้ากรุ้มกริ่ม

              “แกน่ะสิเล่นของ แผนแกน่ะทำให้ฉันใกล้ชิดเขาได้ขนาดนี้”

              ฉันพูดไปตามที่นึก มือกำลังจะเลื่อนไปหยิบจากไก่ทอดที่เหลืออยู่โบ้ยให้ชวินกิน ฉันอิ่มแล้วและลูกค้าก็กลับไปนานแล้วด้วย แต่เมื่อเงยหน้าไปก็เจอกับเพื่อนสนิทของตนเองกำลังนิ่งอึ้ง ชวินมีท่าทีคิดหนักแบบที่ฉันไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก แต่แค่ครู่เดียวอาการทั้งหมดก็หายเป็นปลิดทิ้ง

              “เป็นอะไร”

              “เปล่า”

              “เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าแกเป็น”

              ฉันเถียงคอเป็นเอ็น ใจสลัดความสงสัยต่ออาการของคนตรงหน้าไม่ได้ เหมือนภาพอาการที่เห็นเมื่อกี้มันติดตา ถ้าไม่ถามให้รู้คงจะไม่สบายใจ

              “ฉันกำลังคิดว่าพวกเราทำเกินไปหรือเปล่าวะ” เสียงของชวินดูอ่อย ๆ “เราทำตัวเหมือนสต๊อกเกอร์กันเปล่าวะ พอทุกอย่างเข้าแผนไปหมด ฉันก็เริ่มรู้สึกผิด เหมือนเรากำลังไปเล่นเกมกับความรู้สึกของเขาเลย ถ้าเขามารู้ทีหลังเขาจะโกรธแกไหมเนี่ย”

              ฉันนิ่งไปอย่างไม่ได้นึกถึงข้อนี้มาก่อน

              จะว่าไปแล้วฉันมีสิทธิ์ที่จะเดินหน้าเข้าหาเขาอีกครั้งหรือไม่นะ คนที่ครั้งหนึ่งฉันเคยคบกับเขามาเป็นเวลา 10 ปีเต็ม วันนี้อะไรสักอย่างพรากเขาจากฉันไป แต่ก็นั่นแหละ ฉันมีสิทธิ์จะสู้เพื่อความรักของตัวเองหรือเปล่า หรือไม่ใช่ ฉันหมดโอกาสไปนานแล้ว

              “ไม่รู้สิ แกไม่โอเคเหรอ ถ้าแกไม่โอเค แกถอนตัวไปก็ได้นะ หลังจากนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้วมั้ง” ฉันพูดไปเพราะคิดอะไรไม่ออก

              “เปล่า ๆ” ชวินรีบโบกมือ “ฉันก็แค่สงสัยน่ะ แต่ก็ไม่เป็นไรมั้ง เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายหรือศีลธรรมนี่ คิดเสียว่าช่วยแกจีบผู้ชาย ไม่ได้ไปทำของใส่เขาสักหน่อย แกจะจีบติดหรือไม่ติดก็ได้ถูกไหมล่ะ พวกเราก็แค่ร่วมมือหาโอกาสให้แกกันแค่นั้นเอง”

              นั่นสินะ จุดจบเรื่องนี้อาจไม่งดงามอย่างที่คิด

              “แต่สิ่งสำคัญสุด” ชวินเก๊กหน้านิ่ง ค้อมตัวลงมาพูดราวกับเป็นเรื่องสำคัญอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ “เรามีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งต้องจัดการ”

              “อะไรวะ”

              ฉันชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบบ้าง ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรไปกับเพื่อนจอมร่าเริงนี่หรอก แต่แค่อยากจะเล่นด้วยไปตามบรรยากาศก็เท่านั้น

              “ภริสา”

              ชื่อนั่นกระแทกใจฉันจนนิ่งไป

              “คู่จิ้นของเมทิตย์”

              ฉันถอนตัวมานั่งปรกติ หมดอารมณ์เล่นแล้ว

              “แกรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง”

              ชวินพูดต่อพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดรูปภริสาให้ดูด้วย นางเอกเบอร์หนึ่งของช่อง เล่นละครคู่กับเมทิตย์มาตลอด สมัยที่ยังคบกับเมทิตย์ฉันก็รู้จักภริสามาบ้างผ่านการเล่าของเมทิตย์หรือหน้าจอโทรทัศน์ ภริสาไม่ได้ดังขนาดนี้แล้วก็ไม่ได้เป็นคู่จิ้นของเมทิตย์ด้วย

              “รู้แล้ว” ฉันตอบอย่างไม่รู้จะตอบอะไร

              “ฉันว่าเรื่องนี้น่าจะมีมูลพอสมควรนะ”

              ใจของฉันสั่นไปอย่างบอกไม่ถูก พิศภาพตรงหน้าก็เห็นผู้หญิงที่สมบูรณ์พร้อมคนหนึ่ง งามด้วยรูปสมบัติที่ฉันไม่อาจเทียบเคียง

              “ทำไมวะ”

              “ก็ในไลน์บ้านของกลุ่มแฟนคลับภริสาน่ะสิ จิ้นถึงเมทิตย์กันไม่หยุด แอดมินอะไรก็ไม่ได้มาห้ามเลย ส่วนบ้านเมทิตย์กลับเงียบกริบ ไม่พูดเรื่องนี้เลย ฉันก็เลยเดาว่าฝั่งภริสาน่าจะปลื้มใจกับกระแสคู่นี่อยู่ไม่น้อย แต่ฝ่ายเมทิตย์อาจจะเฉย ๆ”

              ฉันนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เมทิตย์ตอบนักข่าวในวันนั้น

              “ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าภริสาคิดยังไงกับเมทิตย์กันแน่ แต่ถ้ารอจนรู้ ฉันว่าแกจะลำบากแน่นอน” ชวินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

              “งานก็ส่วนงานหรือเปล่า” ฉันเถียง

              “แต่แกอย่าลืมว่าเมทิตย์ชอบทำการแสดงแบบ method acting นั่นแปลว่าตอนเล่นละคร เขาต้องคิดว่าเขารักภริสาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำการแสดงอยู่”

              ฉันลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย

              “คนเล่นละครด้วยกันทีละ 3 – 4 เดือน มันจะไม่เผลอรักกันบ้างเหรอวะ ไม่แน่ที่ภริสาไม่พยายามแก้ข่าวอะไรแบบนี้ก็เพราะเผลอรักเมทิตย์ไปแล้วหรือเปล่า แต่เมทิตย์ยังไม่มั่นใจ”

              ชวินยื่นหน้ามากระซิบอีก

              “แกต้องจำไว้ว่า ทุกครั้งที่พวกเขาเล่นละครคู่กัน แกจะต้องมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในการที่อดีตแฟนในมัลติเวิร์สของแกจะไปตกหลุมรักคนอื่น ดังนั้น แกต้องรีบรวบหัวรวบหางเขาให้ไวที่สุด”

              “ปาก” ฉันส่ายหน้าไปมากับคำพูดคำจาของเพื่อนสนิท

              “ฉันหมายความว่าแกต้องรีบทำให้เขาขอแกเป็นแฟนให้ได้ไว ๆ ไง ยิ่งแกรอไปนานเท่าไหร่ แกก็จะยิ่งมีโอกาสแก้ ของขลังเวลาคบกัน 10 ปีมีแค่แกคนเดียวที่รู้นะเว่ย”

              ฉันเงียบไปอย่างเถียงอะไรไม่ออก

              “ตอนนี้ภริสาต้องไปถ่ายละครเรื่องใหม่ที่เชียงใหม่ น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เท่าที่ฉันไปสืบจากกลุ่มแฟนคลับมา แกต้องใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด”

              “เวอร์ไปเปล่าวะ”

              ฉันเถียง แต่ในใจก็หวั่นไหวไปไม่น้อยกับเหตุผลของคนตรงหน้า ใจนึกประหวัดไปถึงผู้ชายหน้าคมคายอีกคนที่ขอร้องให้ช่วยสอนวิธีการลงทุนในหุ้นให้ เวลาสองเดือนจะพอเรียกความรู้สึกเดิมของเขากลับมาได้หรือเปล่า

              

              “แกต้องทำให้เขามาขอแกเป็นแฟนให้ได้ภายในเวลา 2 เดือน!”

 

              ******************************************************** 

 

นวนิยายเรื่องนี้เข้าร่วมการประกวด #ปั้นหมึกcontest 

ผมเขียนโดยใช้นามปากกา "กิตติศักดิ์ คงคา" (อีกนามปากกาหนึ่งของ นายพินต้า) 

การตัดสินนับคะแนนจากยอด view และยอด like ด้วย 

หากใครรักใครชอบเรื่องนี้ อย่าลืม กด like , comment หรือแวะเข้ามาอ่านกันบ่อย ๆ นะ 

 

ลง 1 ตอน / 1 วัน 

หากวันไหนงดจะแจ้งล่วงหน้าที่ twitter : นายพินต้า - NINEPINTA จ้า 

 

^ ^ ขอให้ความรักสถิตอยู่กับคุณ ^ ^ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว