ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชา( 2 )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชา( 2 )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 766

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2559 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชา( 2 )
แบบอักษร

#

 

 

ตอนที่ 5

              แดงรีบวิ่งจากสวนเงาะมาหาภูผาถึงออฟฟิศที่ทำการสวน  แต่ชายหนุ่มกลับทำหน้านิ่งเมินเฉย  ดั่งทองไม่รู้ร้อน  แต่ใครจะรู้ว่าภายในใจลึกๆของเขาก็รู้สึกผิดไม่น้อยเหมือนกัน  แต่ก็ไม่อยากแสดงออกกลัวเสียฟอร์ม  ก่อนจะตามไปดูอาการของเด็กสาวที่เขากลั่นแกล้งจนล้มหมอนนอนเสื่อที่บ้านพักคนงาน

          ภูผาด้อมๆมองๆหน้าบ้านพักอยู่นาน รอให้หมดช่วงเวลาพักเที่ยงคนงานทั้งหลายที่คอยดูแลเด็กสาวอยู่จะไปออกไปทำงาน ตัวเขาเองจะได้เข้าไปดูใบหม่อนได้โดยไม่มีใครเห็นเพราะกลัวจะกลายเป็นข้อครหาให้คนงานเอาไปนินทากันต่อได้   พอเปิดประตูย่างกายเข้าไปในบ้านก็พบเจ้าแดงที่กำลังกุลีกุจอทั้งพัดวีทั้งเช็ดตัวให้อยู่หยุดชะงักนิ่ง มองตาโตบ้องแบ๊วมาทางเขาอย่างแปลกใจ

             เห็นนายภูนิ่งๆเหมือนไม่สนใจ  แต่ไหงแอบมาเยี่ยมไข้พี่สาวคนสวยได้ล่ะครับ

เด็กแดงยิ้มเจ้าเล่ห์

             “เยี่ยมเยิ้มอะไร ข้าก็แค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าป่วยจริงหรือแกล้งป่วย  แล้วเอ็งล่ะเจ้าแดงไม่ไปช่วยพ่อเอ็งทำงานรึไง

ภูผาเปลี่ยนเรื่อง  มากล่าวโทษเจ้าแดงเด็กน้อยเจ้าเล่ห์แทน

            ไม่ไปจ๊ะ  แดงจะคอยดูแลพี่สาวคนสวย

แดงพูดไปก็พลางส่งยิ้มหวานหยด ไปให้คนป่วยที่นอนสลบอยู่บนเตียง อย่างรักใคร่  โป๊ก!! เสียงมือใหญ่เขกกะโหลกหัวเล็กดังก้องห้อง ทำลายฝันหวานของเจ้าแดงจนหมด

            ไม่ต้องมาทำหน้าทะเล้นแก่แดด   ไปช่วยพ่อเอ็งคุมคนงานเก็บเงาะ  หรือไม่ก็ไปช่วยแม่เอ็งล้างจานที่ครัวไป

            โอ๊ยยย  เจ็บนะนาย  แต่แดงอยากอยู่กับพี่สาวคนสวยมากกว่านี่นา

มือน้อยๆลูบหัวโหนกทุยของตัวเองเป็นพัลวัน

            “ยังอีกๆ  หรือจะเอาอีกสักที

ชายหนุ่มง้างมือขึ้นเตรียมเขกมะเหงกเด็กซนอีกสักที   แต่เจ้าแดงก็ไวปานวอก รีบกระโจนลงจากเตียงวิ่งออกนอกบ้านพักก่อนจะเจ็บตัวอีกครั้ง

ร่างใหญ่หนาค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปใกล้เตียงที่เด็กสาวนอนสลบอยู่   ดวงตาคมกวาดมองใบหน้ารูปไข่ที่มีเหงื่อเม็ดโตผุดอยู่บนหน้าผาก  ไล่ลามมาถึงพวงแก้มที่เคยขาวนวลอมชมพูแต่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับผลตำลึงสุกงอมด้วยพิษไข้และไหม้แดด  ปากอิ่มเต็มแห้งผากแดงระเรื่อ  มีไอร้อนแพร่ซ่านออกมารอบตัวด้วยจับไข้  เสื้อเทอะทะใหญ่โคร่งของเขาที่เด็กสาวสวมใส่ถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของคนเป็นลมเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น  เผยให้เห็นเนินอกอวบขาวเนียนแห่งวัยสาวแรกแย้มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ  ภูผาหน้าแดงฉานตะลึงงันจ้องมองเนินอกนวลอยู่นาน  ก่อนที่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้เขาเมินหน้าหนี  ร่างใหญ่พ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เพื่อเป็นการระบายความร้อนในกายชายชาตรีออก  แล้วรวบรวมสติค่อยๆย่อตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆเด็กสาวที่นอนอยู่  เพื่อติดกระดุมกลับให้ดังเดิม เพราะในสวนของเขาส่วนใหญ่ก็มีแต่คนงานผู้ชาย  หากมีใครแวะเข้ามาเยี่ยมไข้แล้วบังเอิญเห็นเข้าอย่างเขาตอนนี้  คงต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับสาวน้อยข้างกายเขาเป็นแน่  เขาไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของใบหม่อนแต่เพียงกลัวสวนของเขาเสื่อมเสียชื่อเสียงก็เท่านั้น  มือใหญ่หนาหยาบกร้านเพราะทำงานหนักเอื้อมมือสั่นเทาไปติดกระดุมเสื้ออย่างอยากลำบาก  เขาผ่านผู้หญิงมาก็มากแต่ก็ไม่เคยเจอใครทำให้กายแกร่งร้อนผ่าวได้มากขนาดนี้  เขาต้องคอยบอกตัวเองไว้เสมอว่า ยัยเด็กบ้าคนนี้เป็นน้องสาวนอกคอกที่เขาพยายามกำจัดออกจากชีวิต  หล่อนคือตัวปัญหา และเป็นหายนะของครอบครัว

             “พ่อจ๋าแม่จ๋าอย่าทิ้งหม่อนไป  หม่อนไม่เหลือใครแล้ว

มือร้อนระอุเพราะพิษไข้ของคนละเมอ คว้าหมับกอบกุมมือใหญ่ไว้แน่นแนบอกราวกับกลัวว่าจะหายไป  น้ำตาใสๆค่อยๆไหลรินออกจากหางตา  คนตัวโตมือสั่นราวกับจับของร้อน ตกตะลึงกับการกระทำของเด็กสาวเพราะบัดนี้มือใหญ่ของเขาถูกมือน้อยกดไว้แนบอก  กอบกุมปทุมถันอวบอิ่มเกินตัวไว้เต็มมือ  ใจเสื้อสั่นระริกอยากจะกระโจนขย้ำแม่กวางน้อยข้างกาย  ที่เล่นอะไรซุกซนไม่เข้าเรื่องเสียเหลือเกิน

             “หม่อนอยากไปหาพ่อกับแม่   หม่อนไม่อยากอยู่กับพี่ภูผาคนใจยักษ์อีกแล้ว

คนตัวโตหน้าหนวดชักมือกลับทันควันลุกยืนขึ้นเต็มความสูง  เมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหูของคนละเมอ  แรงกระชากทำเอาคนป่วยตื่นลืมตาขึ้นอย่างสลึมสลือ

             ฟื้นแล้วเหรอแม่นักแสดงเจ้าบทบาท   หยิบนู้นนิดจับนี้หน่อยก็สำออยทำเป็นเป็นลม

ภูผาแสร้งพูดประชดประชันเหน็บแนมไปให้คนฟังเจ็บปวดใจเล่น ทั้งๆที่จริงแล้วเขาก็รู้ดีว่าเจ้าหล่อนเป็นจริงๆไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ  ใบหม่อนค่อยยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างทุลักทุเล

             หม่อนไม่ได้สำออย

             “แต่แค่ถูกเลี้ยงมาอย่างลูกคุณหนู   หนักไม่เอาเบาไม่สู้ก็เท่านั้นเองใช่ไหม

             “ใช้กันเยี้ยงทาสขนาดนี้  ใครมันจะไปทนไหว

             “ทนไม่ไหวก็กลับไปสิ เดี๋ยวฉันจะอนุเคราะห์ให้คนงานขับรถไปส่งที่ขนส่ง

              “ไม่กลับ   และก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้นด้วย

เด็กสาวตอกกลับทันควัน

              ถ้าอย่างนั้น ก็ไปยกลังเงาะที่เธอทำค้างเอาไว้มาเรียงกันเป็นแถวให้เรียบร้อย

              “ได้  หม่อนจะทำให้พี่.....ให้คุณดู  ว่าหม่อนไม่ได้เหยาะแหยะอย่างที่คุณพูด

เด็กสาวเดินไปหยิบหมวกปีกกว้าง ใส่รองเท้าเตรียมเข้าสวนด้วยอาการโซเซจนเกือบจะล้ม  ร่างหนาล่ำสันเตรียมวิ่งเข้ามาพยุง  แต่ด้วยกลัวเสียมาดจึงชะงักงันค้างไว้ปล่อยให้เด็กสาวเดินระโหยโรยแรงออกไปเพียงลำพัง  

              แดดยามบ่ายช่างร้อนแรงยิ่งกว่าตอนสายเสียอีก  แผดเผาแสบผิวกายไปหมด  เงาะต้นนึงสามารถเด็ดผลใส่ลังได้เป็นสิบๆลัง เด็กสาวเด็ดเงาะออกจากกิ่งที่กองอยู่ใส่ลัง  เพื่อไม่ให้กิ่งดูดน้ำเลี้ยงออกจากผลเงาะ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เงาะเหี่ยวไม่น่าทาน   เด็ดเสร็จแล้วก็ต้องยกลังเงาะมาเรียงเป็นแถวๆไว้เพื่อรอรถมาขนเงาะนำออกไปขายส่งให้กับนายหน้าพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อประจำและส่งเข้าโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องที่ภูผาก็เป็นหุ้นส่วนหลักอยู่ด้วย   เหงื่อกาฬไหลอาบกายจนเปียกชุ่ม  ใบหม่อนรู้สึกโลกหมุนหน้ามืดเป็นระยะ  ด้วยร้อนแดดและยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง

             พี่ใบหม่อนพักก่อนเถอะจ๊ะ   ฉันห่อข้าวมาให้  ทำไมนายภูสุดหล่อของแดงถึงใจร้ายใจดำให้คนป่วยมาทำงานกันล่ะเนี้ย

แดงพูดไปก็เกาหัวไป  สับสนกับอารมณ์ของเจ้านาย  เมื่อก่อนถ้าคนงานเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย นายภูผาจะดูแลอย่างดีไม่เคยปล่อยปละละเลย  แต่ครั้งนี้ทำไมถึงได้ใจร้ายนัก

              ยังพักไม่ได้หรอก  พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลย

ใบหม่อนยังก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ

               “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยพี่หม่อน  เพราะพี่จอมอาสามาช่วยแล้ว

เด็กน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์หันไปส่งยิ้มให้คนมาใหม่  นั้นก็คือ  จอม คนงานเด็กหนุ่มหน้ารูปร่างอวบอ้วนรุ่นราวคราวเดียวกับใบหม่อน  ขยัน ขันแข็ง   ทำงานเก่ง เป็นหัวเลี้ยวหัวแรงหลักของสวนแต่ในทีก็ชอบสร้างปัญหาให้คนในสวนปวดหัวอยู่เหมือนกัน  เขาตกหลุมรักใบหม่อนตั้งแต่แรกพบด้วยรูปร่างหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก  ผิวพรรณขาวใสผิดกับสาวๆที่นี้   เขาคอยแอบมองใบหม่อนอยู่เป็นระยะ  ยิ่งเห็นนายภูผากลั่นแกล้งเจ้าหล่อน  จอมเองก็ยิ่งห่วงใยอยากเข้ามาช่วยเหลือ จึงรีบทำงานที่ตนได้รับมอบหมายให้เสร็จ  

               “พี่ใบหม่อนนี้พี่จอมจ๊ะ  พี่จอมทำงานเก่งมาก  เก็บผลไม้ได้คล่องทุกชนิดเลย

เด็กแดงพูดอวยจอมอย่างออกหน้า  เพื่อให้ร่างใหญ่อวบอ้วนช่วยงานพี่สาวคนสวยอย่างเต็มกำลัง   

                “ขอบคุณมากนะแดง และก็พี่จอมด้วย  แต่ไม่เป็นไรหรอก  พี่จอมพึ่งทำงานมาเหนื่อยๆไปพักผ่อนเถอะ 

              ไม่เป็นไรจ๊ะพี่จอมอยากช่วย

จอมพูดไปก็ยิ้มหวานบิดซ้ายบิดขวาส่ายไปมาอย่างน่าขำขัน

แดงเดินจูงมือหญิงสาวมาทานข้าวใต้ร่มต้นเงาะ สามคนผลัดกันคุยอย่างออกรสออกชาติ  ภูผาคอยเดินตรวจดูการทำงานของคนงานผ่านมาพบพอดี  เห็นมีคนงานผู้ชายมาช่วยใบหม่อนทำงาน ส่วนตัวสาวเจ้าก็ยิ้มร่าหัวเราะร่วนอย่างมีความสุข  อ่อยเหยื่อเก่งจริงนะ  ภูผาคิดในใจอย่างไม่สบอารมณ์ 

             จอมเอ็งไปรับปุ๋ยในเมืองแทนข้าที ข้าติดธุระ

   ภูผาเดินดิ่งตรงเข้าไปหาจอมที่กำลังก้มหน้าก้มตายกลังเงาะอยู่

               ส่วนเอ็งเจ้าแดงไปเป็นเพื่อนไอ่จอมมันด้วย  ขับรถไปคนเดียวไม่มีเพื่อนคุยเดี๋ยวเผลอหลับใน

เด็กสาวหันไปจ้องหน้าคนเจ้าเล่ห์อย่างรู้ทัน  แดงและจอมเองก็ไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของผู้เป็นนาย รีบกุลีกุจอทำตามคำสั่ง

               “คุณจะแกล้งหม่อนไปถึงไหน

               “เธอก็ฉลาดไม่เบาเหมือนกันนะ

ภูผายิ้มเจ้าเล่ห์ ยกมือใหญ่บีบคางเล็กให้เงยหน้าขึ้นมองเขา  ก่อนจะถูกเด็กสาวสะบัดหน้าหนี

            ลูกสมุนไม่อยู่แล้ว  จะทำงานเองได้รึยัง  ฉันจะนั่งเฝ้าเธออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่างานจะเสร็จ  และถ้าเธอขอให้ใครมาช่วยฉันจะไล่ไอ่คนงานคนนั้นออก

            “ทำไมคุณถึงเป็นคนใจร้ายได้ขนาดนี้นะ

เด็ดสาวว่าร้ายใส่ร่างใหญ่ที่นั่งกระดิกเท้าดูเธอทำงานอย่างมีความสุขอยู่บนตอไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่

 

ณ โรงอาหารของสวนภูผา

           เวลานี้เป็นมื้ออาหารเย็นคนงานต่างทยอยเดินเข้ามาต่อแถวรับอาหารไปทานด้วยความหิวกระหายจากการทำงานหนักมาทั้งวัน  ทางสวนภูผามีอาหารเที่ยงและอาหารเย็นเป็นสวัสดิการสำหรับคนงานทุกคนเป็นประจำทุกวัน  สมรเป็นแม่ครัวใหญ่ของไร่และเป็นแม่ของเจ้าแดงเด็กชายตัวแสบ ส่วนสามีก็คือนายดำเป็นหัวหน้าคนงานของที่นี้ มีลูกมือสาวคอยช่วยหยิบช่วยจับชื่อ ส้มเช้งเป็นขวัญใจของคนงานหนุ่มๆในสวน หล่อนเป็นสาวร่างเล็กอกเป็นอกเอวเป็นเอวสะโพกผาย ชอบทาปากสีแดงแต่งตัวสีฉูดฉาด มีไฝมุมปากบ่งบอกถึงความเป็นคนปากจัด

             “พวกเอ็งเห็นคนงานที่มาใหม่ไหม  ทั้งสาวทั้งสวย ผิวนี้ขาวจั๊วะอย่างกับหยวกกล้วย

             “เห็นสิว่ะ เมื่อคืนข้ากับผัวเห็นนายพาแม่คนงานใหม่เข้าไปที่บ้านพักคนงานตอนมืดๆค่ำๆ  สงสัยยัยหน้าสวยนั้นจะเป็นเมียเก็บนาย  ได้ยินทะเลาะกันเสียงดังเชียวนา

              “จริงด้วย  วันนี้ข้าก็ได้ยินยัยเด็กนั้นเรียกนายว่าพี่ภูผา

              “คงยังโกรธกันอยู่ วันนี้นายเลยใช้ให้ทำงานจนเป็นลมไปเลย

คนงานผู้หญิงจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกปาก  ระหว่างต่อแถวรอรับข้าวเย็น  ส้มเช้งที่กำลังตักแกงราดใส่ข้าวสวยอยู่หูผึ่งได้ยินคำนินทาเจ้านายหนุ่มที่เธอหลงใหลได้ปลื้มเข้า ถึงกับควันออกหูโยนจานข้าวที่อยู่ในมือลงโต๊ะเสียงดัง  ยกกระบวยตักแกงขึ้นชี้หน้า

              “พวกเอ็งบอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะว่าอีคนไหนเป็นเมียเก็บนาย

กลุ่มคนงานหญิงวงแตกกระเจิงหนีหายกันไปคนละทิศละทาง  ด้วยไม่อยากมีปัญหากับส้มเช้งขาใหญ่คุมโรงอาหาร  

             ข้าถามทำไมไม่ตอบ!!  นายภูผาไม่เคยควงสาวไหนเข้ามาในสวน แล้วจะมีเมียกงเมียเก็บได้ยังไงว่ะ

และเรื่องราวที่ว่าใบหม่อนเป็นเมียเก็บของนายใหญ่แห่งสวนภูผาก็ถูกลือหนาหูกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ปากต่อปากจนรู้ทั่วถึงกันหมด  จึงกลายเป็นประเด็นสนทนาในวงข้าว แทบทุกโต๊ะในโรงอาหาร

             หลังจากตรากตรำทำงานหนักอยากลางแดดมาทั้งวันจนจับไข้  สองวันมานี้ใบหม่อนจึงนอนซมไม่สามารถฝืนร่างกาย ไปทำงานในสวนได้   ยิ่งเพิ่มความเข้าใจผิดให้กับเหล่าคนงาน  เพราะมีคนตาดีบังเอิญเห็นเจ้านายหนุ่มผู้ถือตัวยอมอุ้มเด็กสาวที่มีท่าทางอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงเข้าไปในบ้านพักคนงาน 

              .........................................................................................................................................

              คืนนี้เพื่อนร่วมวงการคนทำสวนผลไม้นัดรวมตัวสังสรรค์กันในตัวเมือง   ภูผาเองเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยชอบดื่มชอบเที่ยวสักเท่าไหร่  แต่ก็ต้องตามไปเป็นมารยาท   กินดื่มได้พักใหญ่เมื่อเห็นเวลาอันสมควรแล้วเขาก็ขอตัวกลับก่อน ด้วยอ้างว่าสวนของเขาอยู่ไกลเข้าไปลึกกว่าสวนเกลอคนอื่นๆ ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวรถกระบะคันใหญ่เข้าสวน  มีหญิงสาวผมยาวร่างโปร่งระหงเดินตัดหน้ารถ   จนเขาต้องรีบเหยียบเบรคอย่างกะทันหันประชั้นชิด  ใจหายวาบไม่รู้ว่าเป็นคนจริงๆหรือเป็นผีสางนางไม้  ร่างใหญ่เปิดประตูรถออกไปดูด้วยความระมัดระวังพกอาวุธปืนติดมือลงไปด้วย เพราะกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพมาลอบทำร้าย   เห็นหญิงสาวนั่งฟุบอยู่ตรงพื้นดินมีหญ้าเขียวขึ้นแซมอยู่ 

              คุณ  คุณเป็นอะไรรึเปล่า

ชายหนุ่มตะโกนถามเสียงเข้ม  หญิงสาวที่ก้มหน้าอยู่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าเหยเกเจ็บปวดมือสั่นเทาจับข้อเท้าตัวเองแน่น

               “เนตร.....

ภูผาพึมพำออกมาราวคนละเมอ  ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง  ไม่รู้ว่าเขาดื่มเยอะจนเมามายตาลายเห็นหญิงที่เขาเกือบขับรถชน เป็น "เนตรนภา" อดีตคนรักเก่า หรือเธอคือเนตรนภาจริงๆ  ตัวชาดิกหัวใจที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนจุกอก    หญิงสาวเองก็มีท่าทีตื่นตกใจที่เห็นหน้าชายหนุ่ม

           เนตรมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง

           “โอ๊ย   เนตรเจ็บข้อเท้า พาเนตรไปหาหมอก่อนได้ไหม  ระหว่างทางเดี๋ยวเนตรจะเล่าให้ฟัง

ร่างใหญ่คมเข้มพยุงร่างบางของเนตรนภาอดีตคนเคยรักขึ้นรถ   กาลเวลาไม่สามารถพรากความงามของเธอไปได้  ผิวขาวเนียน ทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าเย้ายวนใจใบหน้ารูปไข่สวยหวานทรงเสน่ห์ไม่เคยเปลี่ยน

           “เนตรเลิกกับสามีแล้ว

เนตรนภาพูดเสียงหนักแน่น 

           เนตรเลยย้ายมาอยู่บ้านสวนที่นี้  อยากหนีความวุ่นวายมาใช้ชีวิตแบบสันโดษ

ภูผาฟังอย่างนิ่งเงียบ  แต่ภายในใจกลับมีคำถามมากมายวุ่นวายไปหมด

           “ตกเย็นอากาศดี   เนตรเลยออกมาเดินชมสวนเล่น  แต่เดินเพลินจนหลงทาง   หาทางกลับบ้านไม่ได้ จนมาเจอกับภูเนี้ยแหละ  เนตรไม่รู้ว่าสวนใหญ่ข้างบ้านเป็นสวนของภู  เนตรคิดว่าคงแค่ชื่อเหมือน

 หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มข้างกายด้วยดวงตาเศร้าสร้อยสำนึกผิด  ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทอดทิ้งเขาไป   จากเด็กหนุ่มในวันนั้น เติบโตเป็นผู้ใหญ่หน่วยก้านดี  มีมัดกล้ามกำยำแข็งแรง  ใบหน้าหล่อคมดุดัน ผิวขาวผ่องแปรเปลี่ยนเป็นคล้ำเข้มคมคายสมชายชาตรี  ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์ ขิงยิ่งแก่เขาว่ายิงเผ็ดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง     หลังจากทำแผลที่คลินิกเสร็จ  ชายหนุ่มขับรถพาเนตรนภามาส่งที่บ้านอย่างขมขื่นใจ

            อย่าพึ่งกลับสิภู

ภูผาชะงักงัน มือจับประตูรถนิ่ง

           ขอเบอร์ติดต่อภูไว้หน่อยได้ไหม   เนตรอยู่บ้านตัวคนเดียว  แล้วยังมาบาดเจ็บแบบนี้อีก  เผื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายอะไร เนตรจะได้อุ่นใจว่ายังที่คนคุ้นเคยให้โทรหา

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่  ไม่อยากมองหน้าหวานนานๆเพราะกลัวใจตัวเอง

           ที่นี้สัญญาณไม่ค่อยดี   เอาไปก็ไร้ประโยชน์

ภูผาพูดตัดบท เขาควรตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม  เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเสน่หามันมาแผดเผาเข้าได้อีก

           “ภูทำเนตรเจ็บตัว  จะไม่รับผิดชอบหน่อยเหรอ

หญิงสาวพูดเสียงอ่อนอย่างน้อยใจดวงตาหวานมีหยาดน้ำใสๆเอ่อคลออยู่   จนในที่สุดภูผาก็ยอมให้เบอร์ติดต่อของเขาไปอย่างเสียไม่ได้  ก่อนจะขับรถกลับบ้านพักไปอย่างจิตใจเลื่อนลอย   ดวงตาคมมีแววเศร้าโศกแฝงอยู่  แผลใจที่เกือบหายดีแล้วเหมือนถูกทำให้อักเสบอีกครั้ง

           เนตรทิ้งภูไปแล้ว  จะกลับมาอีกทำไม

เนตรนภาเดินขโยกเขยกเข้าห้องนอน  หย่อนตัวนั่งลงบนเตียงอย่างยากลำบากเพราะเจ็บบริเวณข้อเท้า  ดวงตาหวานจ้องมองรูปคู่ของเธอกับภูผาด้วยดวงตาแดงก่ำเศร้าโศก

             เมื่อนึกถึงอดีต   ครั้งที่เขาและเธอยังเป็นหนุ่มเป็นสาววัยกระเตาะ  ภูผาเป็นลูกชายคนเดียวของไร่เตชะดำรง ส่วนเธอก็เป็นลูกสาวของไร่อินคำ บ้านใกล้เรือนเคียงกัน  โตมาด้วยกันและสานสัมพันธ์จนกลายเป็นคู่รัก  ภูผาเป็นเด็กหนุ่มมุทะลุดุดัน ชอบมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นเป็นประจำ เป็นคนหัวดีแต่เกียจคร้านเรื่องการเรียน  ไม่ค่อยเอาการเอางานสักเท่าไหร่   แต่ถ้าเป็นเรื่องของเธอแล้วภูผายอมทุ่มเททำได้ทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข  จนวันที่ทั้งคู่เรียนจบชั้นมอหก  เนตรนภาสอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งของภาคเหนือได้อย่างใจหวัง ภูผาเองก็ใช้ความมานะพากเพียรเคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือและเรียนพิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อให้สอบเข้าคณะเกษตรศาสตร์ มหาลัยเดียวกันกับหญิงอันเป็นที่รัก  และในที่สุดเขาและเธอก็ได้เป็นนักศึกษาในรั้วม่วงมหาวิทยาลัยเดียวกันได้สำเร็จ  

             ด้วยความสวยมีเสน่ห์ของเนตรนภาจึงทำให้เธอกลายเป็นดาวมหาลัยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จนเข้าตาแมวมองได้เข้ามาทำงานในเมืองกรุงเป็นดาราดาวรุ่งชื่อดังมีงานป้อนเข้ามามากมาย  จนถึงขั้นที่เธอต้องลาออกจากมหาลัยที่เธอรักเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพเพื่อความสะดวกในการทำงาน   เธอสัญญากับภูผาว่าถึงตัวเธอจะอยู่ไกลแต่หัวใจเธอก็จะไม่เปลี่ยนไป  จากวันเป็นเดือนจากเดือนเลื่อนไปเป็นปี หญิงสาวเจอผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งดารานักแสดงร่วมวงการรวมถึงไฮโซโบว์ใหญ่ต่างๆ  จึงทำให้หญิงสาวเริ่มแปรเปลี่ยนจิตใจ จนผูกจิตสนิทรักใคร่กับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์  และตัดสินใจบอกเลิกภูผาชายหนุ่มที่รักเธอสุดหัวใจ   เมื่อเรียนจบเธอตัดสินใจแต่งงานและยอมอำลาวงการบันเทิงซึ่งขณะนั้นเธอเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ  พี่ชายของเธอหรือที่ผู้คนรู้จักกันในนาม พ่อเลี้ยงนพนัย  ก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะมองเห็นความมั่นคงในชีวิตของน้องสาว  แต่แล้วฝันแสนหวานของเธอก็สลายไปจนหมด  สามีไฮโซของเธอเป็นหนุ่มมากรักไม่รู้จักพอ  แต่งงานกันได้ไม่ถึงสองปีก็เริ่มออกลายมีเมียเล็กเมียน้อยผุดออกมา  เธอทนอยู่กับสภาพหวานอมขมกลืนมาเกือบห้าปีและในที่สุดฝ่ายชายก็เป็นคนเฉดหัวเธอออกจากบ้าน พร้อมแบ่งทรัพย์สินเงินทองให้เธอไปตั้งตัวก้อนใหญ่  เธออับอายทำใจไม่ได้จึงหนีไปอยู่ต่างประเทศอยู่หลายปีและกลับมาหมายจะมาคืนดีกับอดีตคนรักเก่า  เพราะเธอรู้ดีว่าภูผาไม่มีทางลืมเธอได้และไม่มีใครใหม่แน่นอน

               แต่เมื่อกลับมาถึง   ไร่เตชะดำรงถูกลอบวางเพลิงเสียหายเกินเยียวยาจนต้องปิดไร่ ภูผาอพยพครอบครัวไปอยู่บ้านสวนที่จันทบุรี  เธอมืดแปดด้าน แต่ยังดีที่เธอมีพี่ชายอย่างนพนัยที่รักน้องมาก  จัดการวางแผนซื้อที่บ้านสวนข้างเคียงใกล้สวนภูผาด้วยเงินก้อนโตหลายล้านต่อจากเจ้าของคนเก่าเพื่อให้น้องได้เข้าไปใกล้ชิดพัวพันกับภูผาอีกครั้ง น้ำตาลใกล้มดใครจะอดใจไหว และนพนัยเองก็จะได้เข้าไปหาใบหม่อนด้วยอีกทาง   เนตรนภามาถึงบ้านสวนก็ได้ยินคนงานลือกันให้หนาหูว่าภูผาแอบมีเมียเก็บซ่อนไว้  เธอไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ยอมนิ่งนอนใจ  งัดมารยาร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้   เธอแสร้งโทรไปที่ออฟฟิศของสวนภูผา บอกว่ามาติดต่อธุรกิจต้องการคุยกับเจ้าของสวน  พนักงานที่รับสายจึงบอกเธอว่าชายหนุ่มออกไปทำธุระจะกลับมาก็ดึกๆ  เนตรนภาจึงออกไปรอที่ทางเข้าสวนรอรถชายหนุ่มขับเข้ามา ก่อนจะถลาตัววิ่งตัดหน้ารถชายหนุ่ม  ยอมใช้ความเป็นความตายของตัวเองเพื่อสร้างสถานการณ์ให้แนบเนียนที่สุด  ถ้าเธอไม่ได้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์

              ฉันจะไม่ยอมโง่เสียคุณไปอีก....ภูผา....

 

หญิงสาวขยำผ้าปูที่นอนแน่น  จ้องมองตัวเองในกระจกอย่างดุดัน   โกรธแค้นในความโง่เขลาที่ยอมให้ความโลภบังตาจนสูญเสียสิ่งมีค่าที่สุดไป       

(คอมเมนต์ กดถูใจมาเลยจ้าไรท์เตอร์ชอบบบบ ) พูดเลยเนื้อเรื่องจะแซ่บซี๊ดขึ้นเรื่อยๆ   *เห็นนางเงียบๆมารยาเพียบนะจ๊

ความคิดเห็น