Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Can’t love : ตอนที่ 04

ชื่อตอน : Can’t love : ตอนที่ 04

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2564 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Can’t love : ตอนที่ 04
แบบอักษร

“วันนี้ผมไม่ได้อึดอัด”

“…”

“เพราะงั้นถ้าครั้งหน้าจะไปที่ไหนก็ไปกับผมเหมือนเดิม ไม่ต้องให้คนอื่นไปแทน”

ฉันยิ้มกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่คนตัวสูงตรงหน้าเอ่ยอธิบายออกมาให้เข้าใจ รู้สึกดีที่เขาบอกว่าวันนี้เขาไม่ได้อึดอัด

อ่า อาจจะเป็นเพราะน้ำเสียงห้วน ๆ ที่ดูไม่อยากตอบ ไม่อยากสนทนาด้วยของพี่เกรทในตอนนั้นมันเลยทำให้ฉันเข้าใจผิด

ที่จริงเขาอาจจะเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วก็ได้

ไม่น่าคิดมากเลยพั้นช์..

“ขอบคุณนะคะพี่เกรท ขอบคุณที่ยอมดูแลแล้วก็ขอบคุณสำหรับสมุดเล่มนี้ด้วย พั้นช์ชอบมาก”

“เรื่องดูแลคุณ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”

“แล้ว..เรื่องสมุดโน๊ตเล่มนี้ล่ะคะ?” ฉันถามออกไปพร้อมรอลุ้นความตอบจากอีกคนอย่างมีความหวัง

“เข้าบ้านเถอะครับ ดูเหมือนฝนจะตก” แต่สุดท้ายก็เก้อเพราะพี่เกรทเลือกที่จะไม่ตอบและเบี่ยงตัวเพื่อให้ฉันเดินเข้าบ้าน

ฉันเองก็ยอมเดินเข้าบ้านแต่โดยดี

เมื่อเข้ามาในบ้านก็ต้องเดินผ่านห้องรับแขกซึ่งแน่นอนว่าคนที่นั่งอยู่คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนเป็นพ่อ

“กลับมาแล้วเหรอลูก ได้อะไรมาบ้าง ไหนให้พ่อดูหน่อย” เขาวางแก้วน้ำชาในมือลงและเหยียดตัวนั่งหลังตรงเพื่อพูดคุยกับฉัน

“สมุดวาดรูปสองเล่มกับสมุดโน๊ตค่ะ ขอตัวก่อนนะคะพั้นช์อยากพักผ่อน” ไม่รอให้พ่อได้พูดอะไรฉันก็เดินเลยมายังบันไดบ้านและพาตัวเองเข้าไปในห้องนอนตามเดิม

แอบเห็นแววตาเศร้าหมองของคนเป็นพ่อนิดหน่อย แต่ไม่สนใจหรอกเพราะคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ก็คือเขา เขาคนเดียวที่พรากความสดใสไปจากชีวิตของฉัน

แกร๊ก!

ปิดประตูห้องนอนและรีบล็อกให้เรียบร้อยเพราะไม่อยากให้ใครเข้ามา ไม่อยากเจอหน้าใคร สองเกือบสามปีมานี้ฉันมักจะเก็บตัวไม่ออกไปไหนยกเว้นไปเรียนที่มหาวิทยาลัยก็เท่านั้น

“เฮ้อ..” ฉันถอนหายใจและเลิกคิดเรื่องที่ทำให้เป็นทุกข์ ก่อนจะหยิบสมุดโน๊ตเล่มสีฟ้าเล่มนั้นขึ้นมาถือไว้พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป

แชะ!

ก่อนจะโพสต์รูปนั้นลงสตอรี่ในอินสตราแกรมของตัวเองที่ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมาแล้วเกือบปี

เพื่อนหลายคนต่างตอบกลับสตอรี่นั้นอย่างตื่นเต้น ฉันจึงไล่ตอบเพื่อนทุกคนก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง

บรรยากาศในตอนที่ฝนใกล้ตกมันทำให้ฉันคิดถึงแม่ คงจะดีกว่านี้ถ้าได้นอนหนุนตักอุ่น ๆ ของแม่และเผลอหลับไป

แต่นี่ไม่ใช่เพราะฉันโดดเดี่ยวแบบนี้มาเกือบสามปีแล้ว

#ENDNUMPUNCH

 

#GREAT

“เฮ้ย ไอ้เกรท เอาหน่อยไหม?”

“ไม่ล่ะ” ผมตอบไอ้เคน เพื่อนร่วมงานที่ยื่นบุหรี่มาให้

“มึงไม่สูบเหรอวะ”

“เปล่า แค่ตอนนี้กูไม่อยาก”

“อ๋ออ” มันร้องอ้อและหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดปลายบุหรี่และอัดนิโคตินเข้าปอด พ่นควันสีเทาหม่นให้ลอยคลุ้งไปในอากาศ “เออ กูมีเรื่องจะถาม”

“อะไร”

“มึงรู้จักกับคุณหนูพั้นช์มาก่อนเหรอวะ” ผมถอนหายใจและตอบมันสั้น ๆ ตามความจริงเพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหก

“อืม”

“กูว่าล่ะ คุณหนูแม่งดูไว้ใจมึงกว่าทุกคนที่พ่อเธอหามาให้”

“ไม่มั้ง”

“หึ ไม่น้อยล่ะสิ ปกติเธอไม่มองใครด้วยแววตาไว้ใจแบบที่มองมึงนะไอ้เกรท ในบ้านหลังนี้ก็เห็นแต่แม่นมแก้วที่เธอแสดงท่าทางแบบนั้นใส่”

“ไม่รู้”

“ขนาดพ่อกับพี่ชายตัวเอง คุณหนูยังไม่อยากจะพูดดีด้วยเลย”

“เหรอ..”

“อืม แต่เอาเข้าจริงเธอก็น่าสงสาร กูเองก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมคุณหนูพั้นช์ถึงเป็นแบบนี้”

“เพราะอะไร?” ผมล้วงกระเป๋าและหันไปมองหน้ามันอย่างตั้งคำถาม บอกก่อนว่าปกติไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นแต่เรื่องนี้ผมอยากรู้จริง ๆ

อยากรู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้น้ำพั้นช์เปลี่ยนเป็นคนละคนขนาดนี้

“ก็เธอเพิ่งจะมารู้ตัวว่าตัวเองเป็นลูกนอกสมรสก็ตอนสองเกือบสามปีก่อน คุณท่านมีเมียสองคน คนแรกแม่คุณพันไมล์ส่วนคนที่สองแม่คุณพั้นช์”

“…” แบบนี้เองหรอกเหรอ

“ตอนแรกคุณหนูพั้นช์ก็คิดว่าครอครัวของตัวเองเป็นครอบครัวเหมือนคนปกติทั่วไป แต่พอรู้ความจริงแบบนั้นเธอก็สติแตก หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยเห็นเธอยิ้มอีกเลยทั้งที่ปกติยิ้มเก่งจะตาย”

“อืม”

“สงสารเธอนะมึงว่าไหม ใครแม่งจะอยากโดนตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยวะ น่าเห็นใจเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องโดนทำลายความสุขจากกระกระทำของผู้ใหญ่..”

“ก็น่าสงสาร”

“เออ มึงก็ดูแลเธอดี ๆ แล้วกัน เผื่อสภาพจิตใจเธอจะดีขึ้นมาบ้าง”

“กูเป็นบอดี้การ์ด ไม่ใช่จิตแพทย์”

“หึ ๆ เออ สงสัยกูเข้าใจผิดไป” มันว่าและทิ้งบุหรี่ลงพื้น ใช้เท้าขยี้จนดับและหันมาตบบ่าผม

ปึก ๆ

“กูไปหาคุณท่านก่อน เผื่อมีอะไรให้กูทำ”

“อืม”

“อ่ะ เผื่ออยากสูบ” มันส่งซองบุหรี่มาให้เมื่อเห็นว่าผมไม่รับมันเลยเอามาใส่กระเป๋าเสื้อสูทตัวที่สวมอยู่ให้แทน

 

- เวลาต่อมา -

“พี่เกรทพี่ คุณท่านเรียกให้ไปพบ”

“อืม” ผมตอบรับเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่มันวิ่งเข้ามาบอกขณะที่กำลังสอดส่องหาความผิดปกติรอบ ๆ บ้าน

“ตอนนี้เลยนะพี่”

“เออ” ว่าจบก็มองรอบบ้านครั้งสุดท้ายจากนั้นจึงเดินเข้าไปพบคนที่นั่งรออยู่ในบ้าน

“ท่านให้คนไปตามผม มีอะไรหรือเปล่า”

“คืนนี้ฉันไม่อยู่บ้าน อยากจะฝากให้นายอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยตอนกลางคืน”

“ครับ”

“ขอบใจ รบกวนด้วยนะเกรท”

“ครับ” ผมตอบรับและโค้งตัวให้คนเป็นเจ้านาย เมื่อตกลงกันเสร็จท่านก็เดินออกไปจากบ้านพร้อมกับลูกน้องอีกสองคน

ผมจึงเดินออกมาและเดินตรวจตรารอบบ้านอีกครั้งอย่างละเอียดแต่ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ

.

เวลาผ่านไปเกือบประมาณสองทุ่ม ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนเวรยามของทุกคน ยกเว้นผมที่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ

“แล้วมึงไม่กลับ?” หันไปถามไอ้เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“ผมอยู่ต่อตอนกลางคืนด้วยพี่”

“อืม”

“พี่ไปเฝ้าห้องคุณหนูเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวผมยืนเอง ตอนกลางคืนถ้ามองจากตรงนี้มันมองไม่เห็นห้องคุณหนูพั้นช์”

“เอางั้น?”

“ก็เออดิ คุณท่านจ้างพี่มาดูแลคุณหนูไม่ใช่จ้างมาเฝ้าบ้านแบบพวกผม”

“เออ” ผมตอบสั้น ๆ และเดินเลี่ยงจากบริเวณหน้าบ้านมายืนในจุดที่มองเห็นระเบียงห้องของน้ำพั้นช์ได้ชัดเจนแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ

ไฟในห้องก็ยังเปิดอยู่ สงสัยยังไม่หลับ

“หนุ่ม”

“…”

“พ่อหนุ่ม”

“ครับ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า” ผมละสายตาจากห้องนอนของลูกสาวคนเล็กของเจ้านายและหันมาถามป้าแม่บ้านคนหนึ่งที่เดินเข้ามาเรียก

“ไม่มีอะไรหรอก แต่ป้าเอายากันยุงมาจุดให้ตรงนี้ยุงมันเยอะเพราะมีแต่พุ่มไม้”

“ขอบคุณครับ..”

“จ้ะ มาใหม่ใช่ไหมเรา”

“ครับ”

“ถึงว่าป้าไม่คุ้นหน้าเลย นี่ป้าชื่อป้าแก้วเป็นแม่นมของคุณหนูพั้นช์” เธอแนะนำตัว

“ครับ ผมชื่อเกรท”

“ป้าฝากดูแลคุณหนูด้วยนะ คุณหนูพั้นช์เป็นแก้วตาดวงใจของป้า ป้าไม่อยากให้แกเป็นอะไรไป” หญิงวัยชราบอกด้วยแววตาหม่นหมอง

“ครับ”

“จ้ะ ถ้างั้นป้าไม่รบกวนแล้ว เอ้อ ป้ามีอีกเรื่องจะบอก พอดีเมื่อกี้…”

พรึบ!

ผมขมวดคิ้วและรีบมองไปรอบบ้านทันทีเพราะในขณะที่กำลังยืนคุยกับนมแก้วไฟในบ้านก็ดับพร้อมกันทั้งหมด

“ตายแล้วไฟดับ เดี๋ยวป้าไปหาคุณหนูก่อน” เธอว่าอย่างรีบร้อนก่อนจะรีบเดินออกไป

คนที่เฝ้าเวรยามอยู่ก็รีบเดินตรวจตราเพราะมันผิดปกติที่ไฟในบ้านดับหมดแบบนี้ทั้งที่บ้านตรงข้ามยังมีแสงไฟส่องสว่างอยู่

แกร๊ก!

“นั่นใคร”

เสียงเปิดประตูระเบียงดังขึ้นผมเลยเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นร่างเล็กของน้ำพั้นช์เดินออกมาถาม

คงเป็นเพราะความมืดทำให้เธอมองเห็นหน้าผมไม่ชัดเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร

“นั่นใคร ขึ้นมาเฝ้าฉันหน้าห้องที..ฉันกลัว” น้ำเสียงสั่นเครือของอีกคนทำให้ผมต้องรีบแสดงตัว

“ผมเอง”

“พี่เกรทเหรอคะ”

“ครับ”

“ทำไมจู่ ๆ ไฟถึงดับ”

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่คงไม่มีอะไรหน้าห่วง คุณหนูไม่กลัวหรอกผมเฝ้าอยู่ตรงนี้”

“พั้นช์กลัว ทุกครั้งที่ไฟดับทั้งบ้านจะมีเรื่องไม่ดี” เสียงหวานพร่ำบอกอย่างสั่นเครือ จนผมต้องหันไปมองหน้าเธอที่ยืนเกาะราวระเบียงอยู่

“เรื่องไม่ดีที่ว่ามันคือเรื่องอะไรครับ”

“จะมีคนบุกเข้ามาฆ่าพั้นช์..”

“ลูกน้องพ่อคุณเฝ้าอยู่เต็มบ้าน ไม่มีใครเข้ามาได้ง่าย ๆ หรอก”

“ไม่เชื่อที่พั้นช์บอกเหรอคะ”

“เข้านอนเถอะ เดี๋ยวผมเฝ้าตรงนี้” ผมตอบรับสั้น ๆ แต่หนักแน่นในคำพูด สักพักก็ได้ยินเสียงประตูระเบียงห้องถูกปิดไป

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง จนถึงตอนนี้ไฟก็ยังไม่มาและรอบ ๆ บ้านก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นผมเลยเดินเข้ามาดูในตัวบ้านบ้างก็ไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรนอกจาก..

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามนมแก้วที่กำลังหอบกาละมังกับผ้าชุบน้ำเดินขึ้นบันได้อย่างทุลักทุเล

“ไม่มีอะไรหรอกหนุ่ม พอดีป้าจะเอาไปให้คุณหนู”

“คุณหนูไม่สบายเหรอครับทำไมต้องใช้ผ้าชุบน้ำ”

“คุณหนูร้อนน่ะ แกนั่งร้อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าป้าเลยจะเอาน้ำไปเช็ดตัวให้”

“นั่งอยู่ในตู้เสื้อผ้า?” ผมถามย้ำเพราะไม่แน่ใจว่าฟังผิดหรือเปล่า ทำไมคุณหนูของนมแก้วจะต้องเข้าไปนั่งในตู้เสื้อผ้าในตอนที่ไฟดับ

“ใช่ แกกลัวเพราะทุกครั้งที่ไฟดับจะมีคนเข้ามาทำร้ายแก แกก็ต้องเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า”

“…” ผมนิ่งเมื่อได้ฟังคำตอบ

“ป้าไปก่อนนะเดี๋ยวคุณหนูจะยิ่งกลัวถ้าป้าหายไปนาน”

“เอามาเถอะเดี๋ยวผมเอาไปให้คุณหนูเอง แล้วเดี๋ยวผมอยู่เฝ้าเธอเอง”

“ไม่เป็นไรพ่อหนุ่ม คุณหนูไม่ยอมให้ใครอยู่ด้วยหรอกนอกจากป้าคนเดียว”

“เชื่อผมเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

ไม่รอให้นมแก้วพูดอะไรต่อผมก็เอื้อมมือไปหยิบกาละมังกับผ้าชุบน้ำและเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ตรงไปห้องของน้ำพั้นช์และเปิดประตูเข้าไป

แกร๊ก!

“…”

พอเข้าไปก็มีแต่ความเงียบ จึงเดินตรงไปที่ที่คิดว่าคนตัวเล็กจะซ่อนตัวอยู่นั่นก็คือตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่

“ออกมาเถอะครับ”

“คะ ใคร ป้าแก้วไปไหน..” เสียงเล็กดังลอดออกมาจากตู้เสื้อผ้าด้วยความหวาดกลัว

“ผมเอง เกรท”

“…”

“ไม่เชื่อก็ออกมาดู” เพียงเท่านั้นประตูตู้เสื้อผ้าก็ค่อยเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อนั่งขดตัวกอดเข่าอยู่ด้านใน

เมื่อน้ำพั้นช์เห็นหน้าผมสิ่งแรกที่เธอคือมองเลยหลังผมไปและสอดสายตาหาอะไรสักอย่าง

“ไม่มีใครมาด้วยใช่ไหม..”

“ทำไมถึงคิดว่าผมจะพาคนอื่นมาด้วย”

“..ทุกครั้งที่มีคนจะเข้ามาฆ่าพั้นช์จะมีลูกน้องพ่อมาด้วยตลอด มันเป็นพวกเดียวกัน”

“ถ้างั้นก็วางใจเถอะ ผมไม่ใช่คนพวกสารเลวพวกนั้น”

“…” เธอมองหน้าแต่ก็ยังไม่ยอมออกมาจากตู้เสื้อผ้า ดูท่าแล้วเธอคงไม่ได้ไว้ใจผมเหมือนที่คนอื่นพูดกัน

“ออกมาครับ ในนั้นมันอึดอัด”

“ป้าแก้วล่ะคะ ป้าแก้วไปไหนทำไมให้พี่ขึ้นมาแทน” เธอถามอีกครั้งอย่างไม่วางใจ

“อยู่ด้านล่าง ผมอาสาขึ้นมาแทน”

“…”

“ออกมาข้างนอกเถอะ”

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ พั้นช์อยู่ในนี้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวพั้นช์ออกไปเองตอนไฟมาแล้ว”

“ไม่ไว้ใจผมเหรอ”

“ปะ เปล่า”

“ถ้าเปล่า ก็ออกมา”

“แต่ว่า..”

“คุณหนูจะดื้อกับผมเหรอครับ?”

 

 

- ตัด -

น้องไม่ได้ดื้อค่าาา น้องจัววว🥺

ดึกแล้ว ใครยังไม่นอนนน~ อิมเมจตัวละครดูได้ที่เพจ WriterRissiep นะคะ❤️

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว