ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Intro

Intro

 

 

"อินทิรา เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" เสียงทุ้มต่ำของชายผู้เป็นสามีเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของภรรยา ตอนนี้เธอตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว และคิดว่าอีกไม่นานเธอคงให้กำเนิดบุตรของเขา

"ฉัน...ฉันไม่เป็นไรค่ะ" เธอพยายามฝืนยิ้มตอบเขา ทว่าชายหนุ่มก็รู้ดีว่าเธอเจ็บปวดมากเพียงใด เพราะทารกในครรภ์ไม่ใช่เด็กธรรมดา แต่เป็นถึงลูกครึ่งมนุษย์ผสมแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เชื้อสายตรงเพียงคนเดียวของแวมไพร์ตระกูลอวาเรส แวมไพร์ตระกูลเก่าแก่ที่ปกครองเหล่าแวมไพร์ทั้งปวงมาช้านาน

"เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไปเด็ดขาด" ชายหนุ่มส่งยิ้มพลางจับมือภรรยาไว้ ทว่าดวงตาคมสีเพลิงกลับฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด เขาร้อนรนใจจนแทบบ้า แต่ก็จำต้องฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้เธอเป็นกังวล

ถ้าเธอเป็นแวมไพร์อย่างเขาคงไม่ต้องกังวลอะไร ทว่าเธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เพศรองเบต้า มันเลยทำให้เขารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่สมัยโบราณกาล ไม่มีมนุษย์คนใดตั้งท้องลูกแวมไพร์แล้วมีชีวิตรอด เพราะทารกในครรภ์จะแย่งสารอาหารจากผู้เป็นแม่ และดูดเลือดจากตัวของมารดามาใช้ในการเจริญเติบโต กระทั่งร่างกายผู้เป็นแม่ทนไม่ไหวและถึงแก่ความตายในที่สุด 

แต่ที่ภรรยาของเขายังมีชีวิตอยู่ เป็นเพราะเลือดแวมไพร์บริสุทธิ์จากตัวเขา เขาได้ให้เธอดื่มเลือดตัวเอง เพื่อไม่ให้ทารกในครรภ์ดูดเลือดจากเธอโดยตรง แต่ถึงกระนั้นร่างกายเธอก็แย่ลงทุกวัน เพราะอาหารที่เธอกินเข้าไปถูกเด็กในท้องแย่งสารอาหารกินจนหมด ทำให้ใบหน้าที่เคยดูสวยตอบลง ผิวพรรณที่เคยมีน้ำมีนวลก็ผอมแห้งจนเหมือนมีแค่หนังหุ้มกระดูก 

"เคซัส! เคซัส! เข้ามาหาข้าหน่อย" ชายหนุ่มเจ้าของเสียงอันทรงพลังร้องเรียกองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเจ้าชายน้ำแข็งกำลังเจ็บปวด เนื่องจากสภาพร่างกายของหญิงอันเป็นที่รัก

 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" องครักษ์คนสนิทก้มหัวคำนับและรอคำสั่งจากกษัตริย์ของเขา 

"เจ้ารีบไปตามแครอนมา บอกเขาว่าเมียข้าใกล้คลอดแล้ว" 

"รับทราบพ่ะย่ะค่ะ" พอได้รับคำสั่ง องครักษ์หนุ่มก็ก้มหัวอีกครั้งแล้วพุ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ต้องลำบากให้องครักษ์เทียวไปเทียวมาแบบนี้ แต่เพราะตอนนี้เขาเป็นเพียงแวมไพร์ธรรมดา ไม่ใช่กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เหมือนแต่ก่อน จึงต้องคอยให้องครักษ์คนสนิทคอยติดต่อกับหมอประจำตระกูล และต้องให้เรื่องเงียบและเป็นความลับมากที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะถูกอาตัวเองส่งคนมาฆ่าก็ได้ เพื่อยึดตำแหน่งกษัตริย์ได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวอะไร 

เอสตัน อวาเรส แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่เหลือเพียงคนเดียว เขาได้รับตำแหน่งกษัตริย์ต่อจากบิดาที่ถูกลอบฆ่า และคิดว่าคนทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากน้องชายคนละแม่ของพ่อ หรืออาแท้ ๆ ของเขานั่นเอง แวมไพร์เลือดผสมที่อยากเป็นกษัตริย์จนตัวสั่น 

 

ทว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะเขาพบรักกับอินทิรา เหยื่อสาวที่ถูกทหารจับตัวมา เขาหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบ และช่วยให้เธอไม่ต้องถูกฆ่าตาย ทว่าความรักของมนุษย์กับแวมไพร์นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ซาเรสจึงใช้เหตุผลข้อนี่เพื่อจะสั่งฆ่าเธอ แต่เขาก็ยอมไม่ได้ เพราะเธอเปรียบเสมือนสิ่งเดียวในชีวิตที่เขารัก เขาจึงยอมสละตำแหน่งกษัตริย์เพื่อให้เธอรอด และยอมออกไปจากวังแต่โดยดี ซึ่งแน่นอนว่าองครักษ์คนสนิทอย่างเคซัสเองก็ขอติดตามไปด้วย แม้ว่าเขาจะห้ามแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมฟัง ทั้งสามจึงออกจากวังเพื่อไปใช้ชีวิตแบบสามัญชนคนธรรมดา ทว่าเคซัสก็ยังให้ความเคารพและรับใช้กษัตริย์ของเขา เพราะไม่ว่าอย่างไร เอสตัน ก็ยังคงเป็นกษัตริย์องค์เดียวที่เขาจะรับใช้และให้ความจงรักภักดีตลอดไป 

 

แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้อยู่อย่างสงบสุข เพราะซาเรสมักจะส่งแวมไพร์นักฆ่าออกมาตามล่าพวกเขา ทว่าเพราะฝีมือที่เก่งกาจอย่างไม่มีใครเทียบของเอสตัน และองครักษ์มือหนึ่งอย่างเคซัส จึงทำให้พวกนั้นกลายเป็นฝ่ายถูกสังหารแทน พวกเขาจึงมักจะต้องย้ายที่อยู่เพื่อหนีการตามล่าอยู่เสมอ เพราะถ้ากษัตริย์เอสตัสยังมีชีวิตอยู่ ซาเรสก็ยังคงหวั่นกับการกลับมาแย่งชิงตำแหน่งคืนของหลานชาย เขาจึงต้องจัดการให้สิ้นซาก เพื่อจะได้ครองราชย์อย่างไม่ต้องหวั่นเกรงอะไรอีก

 

"โอ๊ย! ฝ่าบาท โอ๊ย! หม่อมฉันเจ็บเหลือเกินเพคะ" อยู่ๆ อินทราก็ร้องโอดโอยขึ้นมา เมื่อทารกในครรภ์เตะอัดช่องท้องจนเธอรู้สึกเจ็บปวด 

"อินทิรา! เจ้าอดทนไว้นะ เจ้ากับลูกต้องปลอดภัย อดทนอีกนิดนะ" เอสตันแทบสติหลุด เขาเข้าไปจับมือเธอมากุมไว้แน่น อินทราร้องโหยหวนด้วยความทรมาน เหมือนถูกกระทืบท้องยัอย่างไรอย่างนั้น เธอบีบมือสามีที่กุมมือเธอไว้แน่น ทั้งยังนอนตัวงอและดิ้นไปมาอย่างทุกข์ทรมาน หยดน้ำตาไหลพราก ด้วยเจ็บปวดจากการดิ้นรุนแรงของทารกในครรภ์ 

 

"อ๊า! ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ไหวแล้วเพคะ อื้อออ" เธอร้องบอกสามีเสียงสั่น ก่อนจะกัดแขนเสื้อตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้อง 

 

"เจ้าทนอีกนิดนะ เจ้าต้องไม่เป็นไร" เอสตันเอ่ยบอกภรรยาเสียงสั่น พลางใช้มือแกร่งลูบหัวเธอด้วยความสงสาร

"ฝ่าบาท แครอนมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ" และราวกับมีเสียงสวรรค์ เมื่อเคซัสพาแครอนเข้ามาในบ้านพอดี

"เร็วเข้า นางจะคลอดแล้ว" เอสตันหันไปบอกแครอน ทำให้แครอนต้องรีบนำอุปกรณ์ที่เตรียมมาไปวางข้างเตียง แล้วเดินขึ้นไปหาหญิงสาวบนเตียง เขาดึงม่านปิดรอบเตียงไว้ แล้วลงมือทำคลอดให้เธอทันที ส่วนเอสตันกับเคซัสยืนดูอยู่ไม่ห่าง เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของภรรยาและลูก 

"ฝ่าบาท! เด็กในท้องตัวใหญ่เกินไป กระหม่อมคงต้องผ่าคลอดเธอพ่ะย่ะค่ะ" แครอนตะโกนบอกกษัตริย์ของตน เมื่อเปิดผ้าคลำท้องและสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้างใน

"จัดการเลย! รีบลงมืออย่าให้ชายาข้าต้องเจ็บนาน" 

"รับทราบพ่ะย่ะค่ะ" 

พอได้รับคำสั่ง แครอนก็ลงมือทันที เขาเอาผ้าขาวให้เธอกัด เนื่องจากไม่สามารถใช้ยาสลบได้ เพราะอาจจะทำให้เธอไม่ฟื้นขึ้นมาอีก 

แครอนกะตำแหน่งบนท้องของเธอ ก่อนจะใช้มีดกรีดท้องเธออย่างชำนาญ ทำให้เธอกรีดร้องผ่านลำคออย่างโหยหวน 

"อื้ออออ..." 

เขามีเวลาไม่มาก ต้องรีบเอาเด็กออกมาจากท้องให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของทั้งสอง หญิงสาวน้ำตาไหลพราก เธอไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้มาก่อน อยากตายแต่ก็ตายไม่ได้ เพราะเธอยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับสามีและลูก

แครอนผ่าจนถึงผิวชั้นสุดท้าย และค่อย ๆ ล้วงเข้าไปดึงตัวเด็กออกมา 

"ได้ลูกชายพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" แครอนตะโกนบอกด้วยความดีใจ เมื่อได้เห็นเพศสภาพของทารกในมือ เขาตัดสายสะดือและมัดให้เรียบร้อยก่อนจะวางเด็กไว้ข้าง ๆ จากนั้นก็หันไปหาหญิงสาวเพื่อจะเย็บปิดแผลให้เธอ

"ลูกพ่อ" กษัตริย์เอสตันดีใจมากเมื่อได้ยินเสียงร้องของเด็ก ทว่าไม่ทันได้เข้าไปหาลูกที่เตียงก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น

 

ตุ้บ! 

"ไปฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยร้องตะโกนมาแต่ไกล ทำให้พวกเขารู้ได้ในทันทีว่าพวกมันส่งคนตามแครอนมา 

"แครอน เจ้าจงพาลูกของข้าหนีไปซะ เร็ว!" สิ้นเสียงคำสั่ง เอสตันก็พุ่งออกไปจัดการกับพวกมันทันที เหล่าทหารแวมไพร์หลายร้อยกรูเข้ามาเพื่อจะฆ่าพวกเขา แต่ด้วยความเก่งกาจและร่างกายที่ทรงพลังทำให้พวกมันกลายเป็นฝ่ายถูกเขาจัดการอย่างง่ายดาย เคซัสใช้ดาบไล่ฟันพวกมันทีละคน ความสามารถของเขาเรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร นอกจากเอสตัน กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเขา

เอสตันใช้พลังเปลวเพลิงธาราจัดการกับพวกมัน เปลวเพลิงสีฟ้าที่เหล่าแวมไพร์ทั้งหลายต่างหวาดกลัว มันดูสวยงามมาก ทว่ากลับอันตรายอย่างคาดไม่ถึง

"นั่นแครอน! ตามไปฆ่ามันให้ได้ ไอ้เด็กนรกนั่นด้วย" ซาเรสที่ตามมาทีหลังหันไปสั่งลูกน้องเสียงดัง ทำให้เอสตันที่กำลังจัดการกับเหล่าลูกกระจ๊อกต้องหันไปหาแครอนแทน

"เคซัส! ตามไปปกป้องลูกข้า!" 

"แต่ฝ่าบาท.."

"ไป!" 

เมื่อได้รับคำสั่ง เคซัสจึงจำฝ่าวงล้อมวิ่งไปทางแครอนทันที ซึ่งแครอนเองก็มีฝีมือ จึงสามารถจัดการกับเหล่าทหารได้ แต่ด้วยจำนวนที่มีมากเกินไป ทำให้เขาเกือบพลาดท่าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังสามารถปกป้ององค์ชายน้อยไว้ได้ 

"อ๊าาาา!" 

เสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้เอสตันชะงักค้างไปทันที

"ม่ายยยย!" 

เขาร้องตะโกนออกมาอย่างเจ็บปวด รีบฝ่าวงล้อมกลับไปหาภรรยา ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้เขาช็อก เพราะเธอได้ถูกซาเรสแทงหัวใจจนแน่นิ่งไปแล้ว 

"ไอ้สารเลว!" เอสตันตะคอกออกมาอย่างเดือดดาล พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ซาเรสอย่างรวดเร็ว ทว่าองครักษ์ที่อยู่รอบตัวก็เข้ามาปะทะกับเขา ทำให้เขาเข้าไม่ถึงตัวไอ้อาสารเลว

"เสียใจด้วยนะ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้ากับลูกของเจ้าไปอยู่กับนาง ฮ่า ๆ ๆ" ซาเรสหัวเราะเยาะและเดินยืดอกออกไปด้วยความสะใจ ทำให้เอสตันโมโหสุดขีด เขาใช้พลังจัดการกับพวกองครักษ์แล้วแย่งมีดของพวกมันมา พอฝ่าออกมาได้ก็รีบพุ่งไปตามทางที่แครอนกับเคซัสไปทันที 

"ไอ้พวกสารเลว ไปลงนรกให้หมด" เอสตันใช้พลังเปลวเพลิงธาราจัดการกับเหล่าทหารแวมไพร์ที่อยู่ข้างหน้า ทำให้พวกมันโดนเปลวเพลิงสีฟ้าแผดเผาจนร่างสลายหายไป ทว่าซาเรสที่มีพลังเหมือนกันกลับหลบทัน และปล่อยพลังจิตสังหารใส่เขา แต่เขาก็ไม่เป็นอะไร เพราะมีพลังจิตที่แข็งแกร่งกว่า ทำให้ซาเรสโดนพลังสะท้อนกลับและบาดเจ็บจนกระอักเลือดสีดำออกมา เอสตันเลยใช้จังหวะนั้นพุ่งไปหาแครอนกับเคซัส และลูกของเขาที่อยู่ในอ้อมกอดของแครอน

"เอทิส ลูกของข้าชื่อเอทิส" เขาก้มจูบหน้าผากลูกน้อย พร้อมถอดสร้อยประจำตระกูลใส่ให้ลูก จากนั้นก็ใช้พลังบางอย่างเปิดประตูมิติออกมา 

"พวกเจ้าจงพาลูกข้าหนีไป แล้วจงเลี้ยงดูเขาให้ดี อย่าให้เขาฆ่ามนุษย์เป็นอันขาด" เอสตันเอ่ยปากสั่งองครักษ์ทั้งสอง ทว่าทั้งคู่ยังคงยืนนิ่ง เพราะไม่สามารถทิ้งกษัตริย์ของตนไปได้

"ไปฆ่าพวกมัน อย่าให้ข้ามมิติไปได้เด็ดขาด" ซาเรสตะโกนสั่ง ทำให้ลูกสมุนที่ยังไม่ตายวิ่งเข้าใส่พวกเขา เอสตันจึงหันไปใช้พลังจัดการกับพวกมันอีกครั้ง แล้วผลักแครอนกับเคซัสเข้าไปในช่องผ่านมิติ

"ฝ่าบาท! ไม่!/พระองค์!" ทั้งคู่ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ช่องว่างมิติได้ดูดกลืนพวกเขาจนกระทั่งหายวับไป เอสตันจึงใช้พลังทั้งหมดปิดผนึกมิติ เพื่อไม่ให้ใครสามารถผ่านออกไปยังมิติอื่นได้อีก

"ม่ายยย! ตามไปฆ่าพวกมัน!" ซาเรสตะโกนลั่น มันพยายามฝืนสังขารตัวเองเพื่อลุกไปหาเอสตัน ลูกน้องหลายคนก็พยายามกระโดดข้ามมิติตาม ทว่ากลับถูกพลังมิติสะท้อนกลับจนร่างกระเด็นออกมา เพราะตอนนี้ช่วงว่างมิติได้ถูกปิดผนึกไปเรียบร้อยแล้ว

"แค่ก..." เอสตันกระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนร่างของเขาจะล้มลงไปกับพื้น ดวงตาสีแดงเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นสีดำขลับ ก่อนที่สติของเขาจะค่อย ๆ ดับวูบไปในที่สุด

 

 

To be continued...

มาแล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นแนวโอเมก้าเวิร์ดเรื่องเเรกของไรท์ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ 😁🥰

 

 

 

สวัสดีค่ะทุกคน ไรท์ชื่อคีย์นะคะ เป็นนัก (หัด) แต่งนิยายค่ะ พึ่งเริ่มมาแต่งได้ไม่นาน ภาษาอาจจะยังไม่สละสลวย ยังไงก็ขอผลงานด้วยนะคะ ไรท์แต่งวานค่ะ 
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น