Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Can’t love : ตอนที่ 03

ชื่อตอน : Can’t love : ตอนที่ 03

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2564 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Can’t love : ตอนที่ 03
แบบอักษร

“พ่อรู้ว่าพั้นช์อึดอัดที่จะต้องมีคนคอยตาม แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกพ่อจำเป็นต้องหาคนมาดูแลลูก พั้นช์เข้าใจพ่อใช่ไหม”

“ค่ะ” ฉันตอบรับจนคนเป็นพ่อแปลกใจ แน่สิ ที่ผ่านมาฉันต่อต้านบอดี้การ์ดทุกคนที่พ่อหามาให้

แต่กับคนนี้ฉันไม่คิดต่อต้านเลยเพราะฉันรู้ว่าเขาเป็นคนดีมาก เขาไว้ใจได้

และที่สำคัญคือ..ฉันมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยถ้าได้อยู่ใกล้ ๆ เขา

“ฝากดูแลยัยพั้นช์ด้วยนะ” คุณพ่อหันไปบอกพี่เกรท ฉันเองก็หันไปสบตากับเขา เพียงเสี้ยววินาทีสายตาคมก็ละจากสายตาฉันราวกับว่าเขาไม่อยากจะมอง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร

ฉันพับเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจก่อนจะเอ่ยบอกคนเป็นพ่อที่นั่งอยู่

“พ่อคะ หนูจะออกไปข้างนอก”

“ไปไหนลูก”

“ไป..ไปร้านเครื่องเขียนค่ะ” ฉันหาข้ออ้างที่จะออกไปนอกบ้านเพื่อที่จะคุยกับบอดี้การ์ดคนใหม่ เห็นทีว่าจะไม่สะดวกหากยืนคุยกับในบ้าน

บางทีที่พี่เกรทไม่คุยกับฉันอาจจะเป็นเพราะว่าพ่อและพันไมล์นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

เมื่อได้ยินแบบนั้นพ่อจึงหันไปมองหน้าเขา เขาเองก็พยักหน้ารับ เพียงเท่านั้นก็เป็นอันว่าเข้าใจ

“ถ้างั้นหนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” เพราะชุดนี้มันไม่เหมาะที่จะออกไปข้างนอกเท่าไหร่ จึงขึ้นมาเปลี่ยนด้านบนที่ห้องนอน

เปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบชุดที่คิดว่าน่ารักที่สุดออกมาสองสามชุด นำมาเทียบกับลำตัวและหมุนดูตัวเองไปมาในกระจกบานใหญ่อยู่แบบนั้นสักพักก็ได้ชุดที่ชอบก่อนจะเปลี่ยนมัน เปลี่ยนก็ชุดเสร็จก็แต่งหน้าเล็กน้อยให้ดูสดใสกว่าที่เป็นอยู่ จากนั้นจึงรีบลงไปด้านล่างที่มีคนเตรียมรถรออยู่แล้ว

“เชิญครับคุณหนู”

“…” ฉันเงียบ หยุดนิ่งอยู่กับที่เพราะคนที่เปิดประตูรถให้ดันไม่ใช่คนที่ฉันอยากไปด้วย

“คุณหนูมีอะไรหรือเปล่าครับ” เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมขึ้นรถ คนของพ่อก็เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ฉันเลือกที่จะไม่ตอบแต่สอดสายตาหาใครบางคนที่บอกว่าจะไปกับฉัน

“คุณหนูหาใครอยู่เหรอครับ? หรือว่าลืมของผมจะได้เข้าไปหยิบให้”

“ไม่ต้อง” ฉันตอบเสียงห้วนโดยไม่สนว่าคู่สนทนาจะมีอายุเยอะกว่าสักกี่ปี รู้แค่ว่าในบ้านหลังนี้คนที่ฉันจะพูดดีด้วยมีเพียงป้าแก้วคนเดียวเท่านั้น

“ครับ” เขาตอบรับสั้น ๆ

ฉันจึงถอนหายใจและยืนรอคนที่อยากเจออยู่แบบนั้น สักพักก็ยิ้มออกเมื่อร่างสูงโปร่งของพี่เกรทเดินออกมาจากบ้านพร้อม ๆ กับพันไมล์

ปึก ๆ

“ฝากดูแลยัยเด็กเอาแต่ใจนั่นด้วยแล้วกันนะ ถ้าน้องฉันดื้อกับนายฉันอนุญาตให้ฟาดได้เลย” มือหนาของพันไมล์ตบเข้าที่บ่าแกร่งของพี่เกรทพลางลอบมองหน้าฉันในขณะที่พูด

อีกแล้วสินะที่พันไมล์ทำตัวเป็นพี่ชายที่ดี แต่ขอโทษ ฉันไม่ต้องการความหวังดีจากใครโดยเฉพาะคนในครอบครัวนั้น

“ไปกันเลยไหมคะ”

“ครับ” บอดี้การ์ดคนใหม่ตอบรับและเดินมาเปิดประตูรถให้ฉันจึงเข้าไปนั่งที่เบาะหลังและพี่เกรทกับคนของพ่อก็เดินอ้อมไปนั่งประจำที่คนขับและข้างคนขับ

จากนั้นรถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังใหญ่มุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ฉันมักจะไปซื้อเครื่องเขียน ฉันชอบไปที่นั่นเพราะมันเป็นสถานที่เดียวที่สามารถเยียวยาจิตใจฉันได้ในตอนนี้

บางทีฉันก็อยากอยู่ร้านเครื่องเขียนมากกว่าที่ที่เรียกว่าบ้านเสียอีก

“คุณหนูจะไปที่ไหนเหรอครับ”

“..ที่เดิม” ฉันตอบคนขับรถด้วยความเบื่อ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าฉันชอบไปที่ไหนแล้วทำไมต้องถามให้มากความ

“ครับผม”

- เวลาต่อมา -

“ไปคนเดียวได้ไหมคะ พั้นช์ไม่อยากให้คนเดินตามเยอะแยะ พั้นช์ไม่ชอบ” เมื่อลงจากรถและบอดี้การ์ดสองคนกำลังตั้งท่าจะเดินตามมาทั้งคู่ฉันจึงหันไปบอกคนของพ่อให้รอที่รถ

“ไม่ได้หรอกครับ คุณท่านสั่งไว้เพื่อความปลอดภัยของคุณหนู”

-_-

สุดท้ายก็ได้เดินจากลานจอดรถมายังร้านเครื่องเขียนโดยมีคนเดินตามหลังมาสองคน

ตลอดเวลาที่เดินก็มีสายตาของคนแถวนั้นจ้องมองมาจนฉันรู้สึกประหม่า บอกตามตรงว่าฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ฉันไม่ได้ต้องการให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของใคร อยากใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไปบ้าง

แต่นั่นก็แค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะคนเป็นพ่อดั้นด้นที่จะเล่นการเมืองให้ได้ เพราะแบบนั้นฉันถึงต้องใช้ชีวิตเฮงซวยแบบนี้ไปตลอด

“พวกพี่รออยู่ข้างนอกนี่แหละ” ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านฉันก็เอ่ยบอกทั้งสองคนเพราะพื้นที่ในร้านมันเป็นโซนเล็ก ๆ ไม่อยากให้เข้าไปเบียดเด็กคนอื่น

“แต่ว่า..”

“เดี๋ยวกูเข้าไปเอง” คนของพ่อกำลังจะเอ่ยขัดแต่พี่เกรทก็พูดแทรกขึ้นเสียก่อน ฉันหันไปยิ้มให้เขาเล็กน้อยและเดินเข้ามาในร้านเครื่องเขียนอย่างสบายใจ

เมื่อหันไปมองและเห็นว่าคนคนนั้นไม่ได้เดินตามเข้ามาฉันจึงเอ่ยชวนคนข้าง ๆ คุย

“..พั้นช์ดีใจด้วยนะคะที่พี่เกรทได้กลับบ้านแล้วแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่เกรทจะมาทำงานให้คุณพ่อด้วย บังเอิญจังเลย”

“ครับ”

ฉันนิ่งงันไปทันทีเมื่ออีกคนตอบกลับมาสั้น ๆ มันเป็นการตอบโดยไม่สบสายตาราวกับว่าไม่อยากคุย

“จริง ๆ ถ้าอยู่กันสองคนพี่เกรทไม่ต้องพูดเป็นทางการกับพั้นช์ก็ได้นะคะ”

“คุณหนูรีบทำธุระเถอะครับจะได้รีบกลับ อยู่ข้างนอกนาน ๆ มันไม่ปลอดภัย”

“..ค่ะ” ฉันตอบเสียงแผ่วและเดินเลือกเครื่องเขียนต่อด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว ทำไมนะ? ทำไมพี่เกรทถึงเย็นชาขนาดนี้ก็ไม่รู้

หรือว่าเขารู้เรื่องนั้นแล้ว พอรู้แล้วก็เกิดอาการรังเกียจเพียงเพราะว่าฉันเป็นลูกเมียน้อยงั้นเหรอ..

#ENDNUMPUNCH

 

#GREAT

ผมมองตามหลังอีกคนที่เดินเลือกซื้อของด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง

‘น้ำพั้นช์’ เพื่อนสนิทของน้องสาวผมที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว แม้ว่าเมื่อก่อนจะไม่ได้คุยกันบ่อยนักเพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้สุงสิงกับใครแต่ก็พอรู้ว่าน้ำพั้นช์คนนั้นร่าเริงและก็สดใสมากกว่านี้

ไม่รู้ว่าเวลาสองเกือบสามปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรที่ทำร้ายจิตใจเธอหรือเปล่า ตอนนี้ถึงได้เห็นแต่น้ำพั้นช์ เด็กผู้หญิงที่ในแววตามีแต่ความทุกข์

แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างผมต้องไปยุ่ง หน้าที่ของผมคือดูแลความปลอดภัยของเธอก็เท่านั้น

“ให้ช่วยไหมครับ” ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังเขย่งปลายเท้าเพื่อเอื้อมตัวไปหยิบอะไรสักอย่าง

คนถูกถามก็หันมามองและพยักหน้า

“ก็ได้ค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ” เธอหลีกตัวให้ผมเข้าไปยืนแทนที่

“จะหยิบอะไรครับ”

“สมุดวาดเขียนเล่มสีฟ้าที่หน้าปกเป็นรูปนกพิราบสีขาวกับอีกเล่มที่หน้าปกสีเขียวมิ้นท์ค่ะ” เมื่อเธอบอกรายละเอียดผมจึงเอื้อมมือไปหยิบสิ่งที่เธอต้องการมาถือไว้

“พั้นช์ถือเองก็ได้ค่ะ เกรงใจพี่เกรท”

“ผมถือให้”

“แทนตัวเองว่าพี่เหมือนเดิมไม่ได้เหรอคะ” อีกคนถามพลางหลบสายตาราวกับกลัวคำตอบ

ผมจึงเลือกที่จะเงียบแต่นั่นก็เป็นคำตอบแล้วว่าไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้เธอเรียกแต่คิดดูแล้วมันไม่สมควรที่จะทำตัวสนิทกับลูกสาวของเจ้านาย

“ไม่ได้สินะคะ..ถ้างั้นไม่เป็นไรค่ะพั้นช์เข้าใจว่าพี่เกรทคงไม่สะดวก” ได้ยินเสียงคนข้าง ๆ ถอนหายใจพรืดใหญ่และเดินเลือกของต่อด้วยอาการไหล่ตกอย่างเห็นได้ชัด

มาถึงตอนนี้ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากทำตัวสนิทกับคนอย่างผมนัก..

“ช่วยเลือกหน่อยสิคะ อันไหนสวยกว่า”

สมุดโน๊ตสองเล่มสีชมพูกับสีฟ้าถูกยื่นมาตรงหน้าผมโดยมีเธอยืนรอคำตอบอยู่

“ดีทั้งคู่ครับ”

“เลือกมาสักเล่มสิคะ นะ ๆ”

“สีฟ้า” เมื่อได้ยินคำตอบสีหน้าของเธอก็หงอยลงซึ่งผมไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป

หรือเป็นเพราะคำตอบผมไม่ถูกใจเธอ เธอไม่ชอบสมุดโน๊ตเล่มสีฟ้านั่นหรือเปล่า

พรึบ’

มือเล็กวางสมุดโน๊ตทั้งสองเล่มไว้ที่เดิม

“กลับกันเถอะค่ะ พั้นช์ไม่อยากเดินต่อแล้ว”

“เป็นอะไรไปครับ”

“เปล่าค่ะ กลับดีกว่า”

“ไม่ชอบสีฟ้าที่ผมเลือกหรือเปล่า”

“ชอบค่ะ ชอบมาก” คิ้วหนาขมวดเป็นปมยิ่งกว่าเดิม ก็ในเมื่อเธอชอบแล้วทำไมไม่หยิบเล่มนั้น อ่าส์ ทำไมผู้หญิงถึงเข้าใจยากแบบนี้

“แล้วทำไม..”

“พั้นช์ไม่อยากให้พี่เกรทอึดอัด ขอโทษนะคะที่ให้มาด้วย วันหลังเดี๋ยวพั้นช์ให้พี่ ๆ คนอื่นมาแทน ขอของด้วยนะพั้นช์จะเอาไปจ่ายเงิน” เธอตอบเสร็จก็หยิบของที่ผมถืออยู่เดินไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่ตรงนี้คนเดียว

ผมถอนหายใจก่อนจะมองไปยังสมุดโน๊ตสีฟ้าเล่มนั้นสมองมันสั่งให้เดินผ่านแต่ทว่ามือกลับเอื้อมไปหยิบมันและเดินไปวางที่เคาน์เตอร์

“หยิบมาทำไมคะ พั้นช์ไม่ได้อยากได้”

“ผมจะซื้อ”

“..ค่ะ” เธอตอบและหยิบเงินมาจ่ายของของตัวเอง เสร็จแล้วจึงเดินออกไปโดยไม่รีรอ

ถึงคราวผมบ้างเลยยื่นสมุดโน๊ตสีฟ้าเล่มนั้นให้พนักงานคิดเงิน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เดินตามออกไป

“คุณหนูจะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”

“กลับบ้าน” เธอตอบลูกน้องของพ่อเธอเสียงห้วนและเดินนำหน้าเราสองคนไป

ผมและเพื่อนอีกคนมองหน้ากันสักพักก็เดินตามหลังคนตัวเล็กไปและพาเธอกลับบ้าน

 

เมื่อรถยนต์เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านผมก็ลงและเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เธอได้ลงมา ส่วนไอ้นั่นก็เอารถเข้าไปเก็บในโรงจอดรถ

ปึก!

เธอเดินลงมาจากรถและตั้งท่าจะเดินผ่านหน้าผมไปแต่ทว่าผมกลับเรียกเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวครับ”

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามโดยไม่มองหน้า เอาแต่มองสมุดโน๊ตเล่มนั้นในมือผม

“ผมให้”

“…”

“เห็นบอกว่าชอบมากก็เลยหยิบมาให้”

“..ไหนบอกจะซื้อให้ตัวเองไงคะ”

“ผมบอกแค่ว่าจะซื้อแต่ไม่ได้บอกว่าจะซื้อมาใช้เอง” ผมอธิบายในสิ่งที่เธอเข้าใจผิด

“ให้พั้นช์จริงเหรอคะ?” ใบหน้าที่บูดบึ้งเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อน

“ครับ”

“ขอบคุณนะคะพี่เกรท พั้นช์จะใช้มันอย่างดีเลย” มือเล็กหยิบสมุดเล่มสีฟ้าในมือผมเอาไปถือแนบอก

“ครับ อ่อ..อีกเรื่องที่คุณหนูเข้าใจผิด”

“คะ?”

“วันนี้ผมไม่ได้อึดอัด”

“…”

“เพราะงั้นถ้าครั้งหน้าจะไปที่ไหนก็ไปกับผมเหมือนเดิม ไม่ต้องให้คนอื่นไปแทน”

 

- ตัด -

พี่มันคนซึนนนน ซื้อของให้แล้ว 1 ไม่ให้ไปกับคนอื่นแล้ว 1!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว