ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 26 Beautiful Night In The Wild (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 26 Beautiful Night In The Wild (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2559 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 26 Beautiful Night In The Wild (100%)
แบบอักษร

 

 

Beautiful Night In The Wild

 

 

 

ตะวันนั่งมองเป้แล้วเอียงคอขมวดคิ้วนึกถึงเสื้อผ้าของตนชุดนั้น

 

มือบางบีบเสื้อผ้าที่เหลือของอีกคนไว้แน่นอย่างครุ่นคิด

 

จำได้ว่าเอามันยัดเข้าไปเองกับมือเลยนี่นา แต่พอตอนนี้จะเอาออกมาใช้มันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยซะงั้น ถึงจะไม่ฉลาดนักแต่เมื่อมาคิดและคำนวณดีๆ มัน...จะต้อง....มีใครสักคน.....หยิบออกไปวางไว้ที่อื่นแน่ๆล่ะ  

 

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่น่าสงสัยที่สุดก็น่าจะเป็นใครไปไม่ได้.....

 

มีอะไรหรือเปล่า?”

 

ร่างสูงใหญ่ที่ยังยืนโชว์อะไรต่อมิอะไรโดยไม่สนใจจะหาอะไรปกปิดขยับเข้ามาใกล้

 

ตะวันเหลือบตามองอย่างรู้ทันท่าทางที่ทำเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวนั้น น่าจะมอบตุ๊กตาทองสาขานักแสดงนำฝ่ายชายให้ไปเลย คนตัวบางก็ได้แต่กระแนะกระแหนในใจแต่เสียงหวานกลับต้องพูดออกไปอีกอย่าง

 

ใส่เสื้อผ้าสิครับ ยืนโป้อยู่ได้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก

 

พจน์เลิกคิ้ว เพราะมือขาวยื่นเสื้อผ้ามาให้ตรงหน้า แต่แขนเรียวอีกข้างของเจ้าตัวกลับยกขึ้นบังอกตัวเองอย่างเขินๆ หน้าหวานผินไปมองหน้าต่างแกล้งทำว่าไม่เป็นไร ทั้งๆที่ตะวันรู้สึกว่าแก้มกำลังร้อนผ่าวและเห่อแดงขึ้นมาทันไดเมื่อเห็นว่าตาคมที่จ้องมาพราวระยับแข่งกับแสงตะเกียงตอนนี้แค่ไหน

 

พี่มันหัวแข็งไม่เป็นอะไรง่ายขนาดนั้นหรอก เอามาแค่กางเกง

 

พจน์บอกพลางหยิบกางเกงมาสะบัด สอดขาเข้าดึงขึ้นทีเดียวกางเกงเอวยางยืดก็เกาะสะโพกสอบอย่างรวดเร็วและง่ายดาย มือหนายกขึ้นเท้าสะเอวมองคนตัวบางที่เอาแต่จ้องเสื้อที่เหลือในมือ ก่อนจะเห็นปากบางเม้มแน่นแล้วตาหวานถึงได้เหลือบขึ้นมองสบตาคม

 

“เป็นอะไร”

 

มันจะไม่เป็นอะไรถ้าไม่มีคนบ้าเอาเสื้อผ้าคนอื่นไปซ่อน

 

คนบ้า ใครกัน?”

 

ครับ คงจะเป็นผมเองละมั้ง!” ตะวันประชดแล้วเผลอค้อนให้อย่างลืมตัว นึกเจ็บใจตัวเองมากกว่าที่ไม่ทันคิดว่าคนตัวสูงจะใช้แผนเจ้าเล่ห์แบบนี้

 

ก็ไม่แน่ อยากใส่เสื้อพี่ทำไมไม่บอก

 

เสื้อบางยังกับมุ้งแบบนี้ใครเขาจะอยากใส่กัน

 

เย็นไว้ตะวัน เย็นเอาไว้ ปากบางเม้มแน่นเพื่อสะกดอารมณ์ ถ้าไม่งั้นคงได้วีนใส่คนตัวหนาให้หนักกว่านี้ถ้าไม่นึกห่วงสวัสดิภาพของตัวเองขึ้นมาซะก่อน จึงทำได้แค่เอาเสื้อกล้ามสีขาวของพจน์มาสะบัดสองสามทีก่อนจะสวมหัว แล้วพอเสื้อมันมาอยู่บนตัวบางๆแบบนี้แล้วมองเผินๆเหมือนกับเด็กแอบเอาเสื้อผู้ใหญ่มาใส่ยังไงอย่างงั้น

 

แถมมันยัง.......

 

วิวดี เซ็กซี่ใช้ได้

 

โรคจิต

 

แขนขาวยกขึ้นกอดอกหมับเพราะเสื้อตัวนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยสักนิด แถมมันยังบางจนยอดอกสีสวยดันออกมาให้เห็นรำไรท้าทายให้คนมองเพียรจ้องตาไม่กระพริบซะอีก

 

เสื้อกล้ามบางๆหลวมโพลกกับผ้าแพรพันเอว ช่างเป็นชุดที่ดูไม่จืดเสียนี่กระไร

 

คนหน้าบึ้งคิด มือบางก็ง่วนอยู่กับการมัดผ้าลื่นๆให้อยู่เอว แล้วภาพนั้นมันช่างน่ามอง กระทบต่อมบางอย่างจนพจน์ห้ามมือตัวเองไม่ให้สะกิดร่างบางให้กลับไปขึ้นเตียงอีกครั้ง

 

 “ไหนมาดูซิ

 

ทำเป็นเหรอครับ?”

 

พจน์ยักไหล่ให้ประมาณว่าเรื่องแค่นี้ขี้ผง มือหนาจึงม้วนทบผ้าให้อย่างชำนาญจนมันแน่นให้ตะวันกระพริบตาปริบๆ  

 

เห็นลุงสังข์แกใส่โสร่งบ่อยๆ มัดไม่ยาก พี่เองก็เคยใส่ตอนไปพักบ้านแก

 

โสร่งเหรอครับ?”

 

ตะวันนิ่งเมื่อนึกภาพโสร่งที่คนแก่ชอบใส่กันออก แต่พอเอาหน้าคมๆกับตัวสูงๆของคนตรงหน้าเข้าไปแปะในภาพเท่านั้นก็ต้องมีอันกลั้นยิ้มจนปวดแก้มก่อนที่จะหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่ไหว

 

คิกๆ ......อุ๊บ! ......หึๆ .......ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

แก้มเนียนที่ซับสีเลือดเมื่อครู่แดงก่ำไปทั้งหน้าเพราะเจ้าตัวปล่อยก๊ากออกมาลั่นจนคนตัวสูงที่มองอยู่ต้องยิ้มตามเผลอๆอย่างไม่รู้เรื่อง

 

ขำอะไร?”

 

 “เปล่าครับ หึๆ แค่ .....คิกๆ”

 

แม้จะกลั้นไว้จนสุดความสามารถ แต่ภาพที่ตะวันมโนไปเองในหัวไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เมื่อพลันนึกไปถึงอนาคตอีกหลายสิบปีข้างหน้า เพราะใบหน้าคมที่ตกแต่งหนวดเคราอย่างดี ใส่โสร่งเป็นคนแก่ แต่จะเป็นคนแก่แบบไหนนั่นตั่งหากที่ทำให้ตะวันเอามือกดท้องปล่อยก๊ากออกมาอีกอย่างห้ามไม่อยู่

 

“ฮ่า ....ฮ่า.....ฮ่า!ๆๆๆๆ”

 

มือบางเพียรซับน้ำจากหางตา พลางเหลือบมองคนตัวโตที่ยืนกอดอกจังก้าทิ้งสายตามองมาโดยที่ไม่รู้สึกนิดเลยว่าตัวเองถูกวางตัวให้เป็นคนแก่ไปแล้ว

 

แต่คนที่มัวหัวเราะกลับไม่เอะใจว่าแววตาคมที่มองนิ่งมามันได้เปลี่ยนแสงไปแล้ว อารมณ์ที่ขำหนักมัวแต่กดท้องไว้แน่นเลยไม่รู้ว่าตัวเองน่ามองแค่ไหนและกำลังถูกจ้องด้วยแววตายังไง

 

เพราะเวลาขยับตัวเสื้อกล้ามสีขาวก็ถูกตุ่มไตสีสดที่คงยังไม่หายบวมจากกิจกรรมเร่าร้อนเมื่อครู่ดันเนื้อผ้าบางๆออกมาให้คนมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างชัด และความบางก็ไม่สามารถปิดสีหวานๆของสิ่งที่ซ่อนอยู่ให้อีกคนได้ยลสบายตา ถึงแม้แสงไฟจะน้อยและต่างจากแสงของอาทิตย์มาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหา หนำซ้ำเงาวับๆแวมๆนี่ซะอีกกลับเร้าใจยิ่งกว่าเดิม

 

ร่างสูงที่เริ่มรู้สึกตัวว่าช่วงล่างของตนกำลังมีปฏิกิริยากับภาพที่เห็นจึงรีบหันหลังให้ร่างขาว เดินไปยังประตูอีกบานที่เชื่อมระหว่างตัวบ้านกับระเบียงหกเหลี่ยมให้คนตัวเล็กนึกแปลกใจอยู่ครามครัน แปลกใจว่าทำไมไม่ทำสะพานไม้ที่มันแข็งแรงและทนทานแทนที่จะทำสะพานเชือกโยกเยกแบบนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ

 

“ไปไหนครับ?”

 

“ชมวิว” พจน์บอกทั้งๆที่ไม่หันมาและคำตอบก็ทำให้ตะวันขมวดคิ้วงงหนัก 'มืดๆแบบนี้แล้วยังจะมีวิวที่ไหนให้ชมกันอีกเหรอ' แต่ร่างบางที่เดินตามไปสองสามก้าวก็เป็นอันต้องชะงักกึกเหมือนโดนตรึงอยู่กับที่

 

ฮือ...อีกแล้วเหรอ?

 

ในใจนั้นตัวเองได้เดินตามคนตัวสูงที่ก้าวดุ่ยๆนำหน้าไปก่อนแล้วนะ แต่ภาพจริงๆคือขามันก้าวไม่ออกน่ะ เลยทรุดฮวบกอดเสาเอาไว้แน่น ทำได้แค่มองตามตาปริบๆอย่างหมดปัญญาจนกระทั่งร่างสูงของอีกคนข้ามสะพานไม้ไปหยุดอยู่กลางระเบียงของฝั่งตรงข้าม

 

ระยะห่างก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่ตะวันก็ทำได้แค่ชะเง้อมองจนคอยาวแบบนี้

 

เงาตะคุ่มๆของคนตัวหนาเดินไปทำอะไรกุกกักเพียงพักเดียวตะเกียงที่แขวนไว้อีกอันก็สาดแสงให้เห็นว่าตนตัวหนากำลังเท้าสะเอวจ้องนิ่งเหมือนเล็งอะไรบางอย่าง

 

จากนั้นไม่นานนักตะวันก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงเหล็กเสียดสีกันดังพร้อมๆกับที่ตาโตเบิกกว้างแถมอ้าปากค้างเมื่อตะเกียงที่จุดขึ้นใหม่ทำให้เห็นชัดว่าเหล็กขาวๆที่ตะวันคิดว่าเป็นกล่องอลูมิเนียมเก็บของที่ตั้งตรงกลางระเบียงนั้นที่แท้เพียงแค่พจน์งัดมันขึ้นแล้วพลิกไปมาไม่กี่ครั้งมันก็กลายร่างเป็นเป็นของบางอย่างที่ทำเอาคนยืนมองพูดไม่ออก

 

ระเบียงที่ก่อนหน้านี้โล่งโจ้งแค่ให้รู้ว่าเป็นลานโล่งๆเท่านั้น แต่เมื่อพจน์เดินเข้าไปจัดการหยิบของบางอย่างออกมาประกอบเข้าด้วยกันจนวินาทีนี้มันกลับกลายเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุดแถมมากกว่าห้องนี้เลยด้วยซ้ำ

 

แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดจนตาโตต้องจ้องเขม็งแล้วขมวดคิ้วคือเห็นคนตัวหนากำลังโถมตัวลงบนโซฟาที่มองแล้วมันน่าจะนุ่มสบายแรงๆซะอย่างนั้น จนได้แต่คิดงงๆ ทำแบบนั้นทำไม? หรือจะเป็นเพราะพจน์กำลังทดสอบว่ามันยังคงแข็งแรงทนทานใช้งานได้ดีไหม? หรือเพราะเก็บไว้นานหรืออย่างไร? สงสัยแล้วก็อดปากตัวเองไม่ได้

 

“ทำอะไรน่ะ?”

 

“ข้ามมาช่วยพี่หน่อยเร็ว”

 

ไม่ได้คำตอบไม่พอซ้ำเสียงทุ้มที่บอกมาทำให้ตะวันย่นจมูก

 

“พูดง่ายแต่ทำยากครับ ลองเปลี่ยนมาเป็นผมสิจะรู้ว่ามันเป็นยังไง”

 

ปากอิ่มโต้ตอบ หมั่นไส้คนตัวสูงฝั่งตรงข้ามที่มายืนกอดอกอิงเสานิ่งๆ ระยะทางแค่นี้มันง่ายสำหรับบางคน แต่สำหรับตะวันแล้วการที่บอกให้ทำแบบนั้นเล่นเอาคิดหนักเลยละ

 

“มาเดินมา มือสองข้างจับเชือกไว้ พี่จะรอรับอยู่ตรงนี้”

 

“ไม่เอาหรอกครับ สะพานแบบนี้ไม่ไหวหรอก ถ้ามันเกิดพลิกขึ้นมาล่ะ?”

 

“ไม่พลิก ไม่พลิก เมื่อกี้พี่ก็เดินมาไม่เห็นเหรอ?”

 

“เห็นอยู่แล้ว แต่ทำตามไม่ได้นี่นา”

 

“จะดูไหมวิว?”

 

“วิวอะไรกันป่านนี้ มืดตึดตื๋อเลย มองลงไปก็ไม่เห็นอะไรซักอย่าง”

 

“ก็เพราะมันต้องมาดูตอนมืดๆแบบนี้ไงถึงได้ชวน”

 

“มีอะไรที่ต้องดูตอนมืดๆละครับ นกเหรอ?”

 

“ขี้สงสัยจริง จะดูไหมหิงห้อย”

 

ตาโตที่เบิกโพลงและพราวระยับเป็นคำตอบได้ดีว่าคนหน้าขาวกำลังตื่นเต้นพร้อมกับที่หน้าขาวพยักรัวๆ

 

“อีกสักพักมันก็คงบินมารวมกันเยอะขึ้น เพราะตอนนี้ก็เริ่มแล้ว”

 

“อยากดูครับ อยากดูอยากดู ไหนล่ะ” ถามแล้วก็ยืนขึ้นชะเง้อมองจนคอยาว

 

“อยากดูก็เดินมา มองจากตรงนั้นไม่เห็นหรอก”

 

ง่ะ! พูดง่ายซะไม่สนคนที่กำลังเหงื่อแตกพลั่กๆนี่เลยนะ

 

“ได้ที่ไหนเล่า มารับหน่อยสิ”

 

“อะไรนะ ได้ยินไม่ชัด” เสียงทุ้มยังไม่เท่ากับมือหนาที่ยกขึ้นป้องหูอย่างกวนๆจนตะวันหมั่นใส้

 

“มารับหน่อย”

 

“หา? ว่าไงนะ”

 

“พี่มารับน้องหน่อยสิคร๊าบ”

 

อ๊ะ!!!!!...........อ๊ากกก!!! …….หน้ากำลังจะไหม้

 

คนที่พูดไปแล้วได้แต่กัดปากก้มหน้า มือสองข้างขยุมผ้าที่นุ่งไว้จนมันยับคามือบาง ยิ่งพอเหลือบเห็นมุมปากหยักของคนตัวหนาที่อยู่อีกฟากยกยิ้มอย่างถูกใจแล้วยิ่งอยากจะเอาหัวโหม่งพื้นตาย

 

 

คิดแล้วอยากย้อนเวลาไปแก้คำพูดเมื่อกี้จริงๆพับผ่า เหตุที่น้อยครั้งนักจะใช้คำพูดแบบนี้ เพราะรอบๆตัวมีแต่คนงานผู้ชาย ศัพท์ที่ใช้มันจึงง่ายๆมีแค่เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น และเพื่อตัดปัญหาที่จะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถามของใครต่อใครให้วุ่นวายอีกด้วย

 

ตะวันกัดลิ้นตัวเอง เมื่อกี้ กล้าพูดได้ยังไง

 

“เอาใหม่ซิ เมื่อกี้พี่ได้ยินไม่ชัด”

 

คนบอกได้ยินไม่ชัดขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ ใกล้จนมือหนาเชยคางมนขึ้น ตาคมจ้องนิ่งที่ปากบางที่กัดแล้วกัดอีกอย่างขัดเขิน

 

“เร็วเข้า พูดใหม่อีกที เอาแบบเมื่อกี้ด้วยนะ”

 

“ก ก็ไหนบอกได้ยินไม่ชัดไง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่ามันเหมือนไม่เดิม”

 

“ก็ลองพูดใหม่ แล้วพี่จะบอกว่าเหมือนหรือไม่เหมือน”

 

นิ้วโป้งหนาไล้เบาๆจนปากอิ่มที่ยังบวมเจ่อเผยอให้เห็นฟันขาวซี่เล็กที่ซ่อนอยู่ภายใน อยากจะก้มลงกัดเม้มเบาๆแต่คนตัวสูงกลับต้องห้ามตัวเอง

 

“พี่.......”

 

ตาคมพราวระยับกับมุมปากหยักที่ยกขึ้นนิดๆอย่างถูกใจนั้นช่างน่าดูจนเจ้าของเสียงหวานชะงัก เผลอมองใบหน้าหล่อเหลาที่พราวไปด้วยเคราเขียวจางๆจนเกือบลืมขยับปาก

 

“พี่ทำไม? เร็วเข้าเดี๋ยวพวกมันหนีไปก่อน”

 

ดูเหมือนเด็กบ้านนอกที่โตในเมืองก็หลงกลเด็กในเมืองที่เนรเทศตัวเองออกมาอยู่บ้านนอกเข้าจนได้

 

“พี่.......”

 

ปากบางที่กำลังพะงาบๆอย่างช่างใจว่าจะพูดดีไม่พูดดีในที่สุดก็เอ่ยคำ

 

“พี่ ........พี่มารับน้องหน่อยสิครับ”

 

ฮือ!!  ว่าจบเท่านั้นแหละหน้าหวานที่ร้อนจนแทบไหม้ก็ซุกกับอกหนา เลยไม่ทันเห็นว่าคนฟังยิ้มกว้างจนปากแทบฉีก

 

“หึๆ อายอะไรกัน แค่พูดพี่กับน้องเอง”

 

 “แล้วขำทำไมเล่า?” เสียงหวานอู้อี้มาเพราะเจ้าตัวไม่ยอมเงยหน้าทั้งๆที่มืออุ่นกำลังโยกหัวทุยๆที่มุดอกหนาอยู่นี่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้พจน์พอใจหนักมากจนแทบตัวลอยคือแขนขาวๆสองข้างที่กอดเอวแกร่งไว้แน่นนี่ตั่งหาก

 

“ขำที่ไหน ถูกใจตั่งหาก ให้พูดบ่อยๆน่าจะดี”

 

“ไม่เอาแล้ว รีบๆทำตามสัญญาเลยนะ”

 

“โอเคครับคนดี งั้นพี่จะพาไป”

 

 คนได้ยินถึงกับร้อนวาบทั้งหน้าทั้งคอ  จะขยันทำให้คนอื่นเขินไปถึงไหนกัน  

 

ร่างสูงย่อตัวลงแล้วก็ช้อนเข้าใต้ข้อพับขาจากนั้นตะวันก็ลอยหวือขึ้นในอ้อมแขนแกร่ง

 

ลำแขนขาวจึงวาดกอดบ่าของคนอุ้มไว้หมับทันที อีกทั้งหน้าหวานยังซบเข้าที่ต้นคอหนาซ้ำยังหลับตาปี๋เหมือนกับว่าไม่อยากเห็นภาพตอนนี้

 

แต่คนที่คิดแผนร้ายไว้ในหัวกลับหยุดเท้ากึกซะอย่างนั้น ยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะพอหลุบตาลงเห็นคนในอ้อมแขนแล้ว......ช่างน่าแกล้ง

 

ร่างสูงที่นิ่งไปเพราะยังเดินไม่ถึงสามก้าวดีทำให้คนถูกอุ้มลืมตาขึ้นอย่างสงสัย แต่ตะวันกลับรู้ตัวว่าตนคิดผิดถนัดที่ทำอย่างนั้น เมื่อพอลืมตาเห็นจุดที่พากันยืนอยู่เท่านั้นแหละ......

 

“อ๊ากกกก!!!.....หยุดทำไมตรงนี้ เดินสิเดิน”

 

กำปั้นขาวทุบโครมๆลงบนบ่าหนาแล้วเขย่าอย่างลืมตัวก่อนจะคว้ากอดไว้เหมือนเดิมเพราะกลัวตก

 

แขนขาวที่ว่ากอดบ่าหนาไว้แน่นแล้วเมื่อครู่ช่างผิดกับตอนนี้ที่เข้าล็อกต้นคอสีแทนแน่นอีกเป็นสิบเท่าจนพจน์แทบหายใจไม่ออก

 

บวกกับอีกความรู้สึกนึงที่จู่โจมชนิดชนโครมมาจังๆ นั่นมัน 'ชอบใจจริงๆให้ตาย'

 

ไม่ได้ชอบที่อีกฝ่ายกำลังกลัวอยู่นี่หรอก แต่ที่กำลังถูกใจจนหุบยิ้มไม่ลงก็เพราะทั้งแก้มขาวกับปากบางกำลังส่ายไปมา ซ้ำหน้าหวานยังซุกแล้วถูไถแก้มนุ่มเข้ามาหาแก้มสากๆของตนแบบอ้อนสุดขีดนี้ตั่งหากที่ทำให้พจน์เลิกคิ้วเจ้าเล่ห์อยู่นี่

 

“ไม่เอานะ โธ่! อย่ามาหยุดกลางสะพานแบบนี้สิ”

 

“มาตกลงค่าจ้างกันก่อน”

 

“หา? ค่าจ้าง ......ค่าจ้างอะไร?” กลัวก็กลัว สงสัยนี่ก็เกินร้อยห้าสิบ แต่ก็ยังถามออกไปแบบงงๆ

 

“ค่าจ้างข้ามฟากไง”

 

แล้วก็ถึงบางอ้อ   “ต้องจ้างด้วยเหรอ? แค่นี้เองนะ! ......อ๊ะ! ........อ๊ากกกกก!! ก็ได้! ก็ได้! จะเอาอะไร! จะเอาอาร๊ายยย!!

 

“จูบพี่ก่อน

 

คนหน้าหวานตอนนี้มีครบทุกอารมณ์ ทั้งตาโตที่เบิกกว้างอย่างงงงวย ตะลึงงัน คิดไม่ถึง ก่อนที่คนตัวบางจะเม้มปากไว้แน่นทั้งๆที่แก้มเนียนร้อนวาบๆเพราะได้ยินคำ ไม่ได้เขินหรอก แต่โมโหตั่งหาก

 

มาบอกให้จูบเป็นค่าจ้างทั้งๆที่เมื่อกี้ก็ จุด จุด จุด กันไปแล้วเรียบร้อยในสมองน่ะคิดได้แต่เรื่องแบบนี้สินะ คันปากยิบๆอยากจะว่าแบบนี้แหละ แต่ก็ได้แต่คิด แต่สิ่งที่ตะวันทำคือยื่นปากตัวเองที่ห่างกันไม่ถึงคืบไปจูบปากหยักจนดัง จุ๊บ ก่อนจะผละหน้าตัวเองออกมา

 

“เด็ก!

 

ง่ะ!!

 

“แล้วจะเอาจูบแบบไหนล่ะ ก็มีอยู่แค่นี้ พอแล้วครับ ......เมื่อกี้.....ก็....ตั้งเยอะแล้ว”

 

คำตรงท้ายแผ่วเสียงลงจนแทบไม่ได้ยินเหมือนรำพึงกับตัวเองมากกว่า แต่พจน์ก็อุตส่าห์ใด้ยินเข้าจนได้

 

“ก็ให้มันดูดดื่ม ดื่มด่ำลึกซึ้งมากกว่านี้หน่อยสิ สอนไปตั้งหลายรอบ”

 

“ก็.....”

 

“เร็วเข้า จะดูไหมหิงห้อย นั่น พวกมันเริ่มบินมาโน่นแล้ว ถ้าไม่รีบเดี๋ยวก็อดดูของดีไม่รู้ด้วย”

 

ทั้งเสียงเร่ง ทั้งคำพูดเชิญชวนให้อยากดู ทั้งคำขู่ให้กลัวพากันประโคมมาทีเดียวแบบครบเซ็ตให้คนที่กำลังชั่งใจอยู่ตัดสินใจแนบปากตัวเองลงคลอเคลียอีกครั้ง

 

ปลายลิ้นนุ่มค่อยๆแซะ ค่อยๆแลบเลียเกลี่ยเบาๆ บดปากอิ่มนุ่มเข้าหาปากหยักจนทั้งสองปากเผยออ้า จนหนึ่งลิ้นเล็กบางที่กำลังสั่นระริก กับอีกหนึ่งปลายลิ้นหนาที่ผันมาคุมเกมส์เอง เกี่ยวกระหวัดรัดรึงบดบี้เข้าหาปากอิ่มจนบิดเบี้ยว

 

เมือกวาวๆใสๆยืดยาวเมื่อทั้งสองผละห่างเพื่อหายใจ แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก่อนจะประกบปากเข้าหากันใหม่ราวกับแค่นั้นมันยังไม่พอ

 

“อืมม!!...”

 

ตะวันมัวแต่หลับตาแล้วจดจ่ออยู่กับจูบที่กำลังเพิ่มดีกรีความร้อนแรง จึงไม่ทันรู้สึกว่าคนตัวหนาได้ก้าวพ้นเขตสะพานมาตั้งนานแล้ว จนมาทรุดนั่งแล้ววางตนไว้บนตัก

 

ฝ่ามืออุ่นประคองท้ายทอยขาวพร้อมกับเบี่ยงให้เอียงองศารับจูบที่กำลังดูดดื่มเป็นเพลิงร้อนที่พร้อมจะเผาผลาญให้ไหม้เป็นจุลไปด้วยกัน ถ้า......

 

“อ๊ะ!

 

ใช่....ถ้าตักหนาที่นั่งทับอยู่นี่ไม่มีตอแข็งๆงอกขึ้นมาทิ่มก้นจึ๊กๆอยู่นี่ ตะวันก็คงยังไม่ผละหน้าตัวเองออกแล้วโดดลงจากตักหนามายืนหอบจนตัวโยนอยู่นี่หรอก

 

ตาหวานเบิกโพลงเท่าไข่ห่านเพราะอะไรสักอย่างที่ว่ากำลังดันกางเกงของพจน์ออกมาจนตั้งฉากขนาดนั้นแล้วทีนี่จะเดือดร้อนใครถ้าไม่ใช่คนที่จ้องตาโตอยู่นี่

 

ร่างบางจึงกลับหลังหันพร้อมกับที่ได้ยินเสียงแก้มตัวเองดังฉ่าเหมือนกับใครเอาเตารีดนาบผ้าเปียก

 

แต่แล้วทันทีที่ทำอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ลืมพจน์ไปในทันทีที่ตาหวานเห็นภาพตรงหน้าพร้อมกับอ้าปากค้างอย่างทึ่งๆ เมื่อเห็นแสงวิบวับระยิบระยับของสิ่งมีชีวิตที่ติดโคมไฟอันเล็กพากันบินว่อนไปทั่วต้นไม้และแผ่นน้ำด้านล่าง

 

“ว๊าวววว”

 

ตะวันไม่รู้จะเอ่ยคำไดออกมาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ดี มือบางจึงได้แต่บีบเหล็กกั้นระเบียงไว้แน่นอย่างลืมตัวแล้วส่งเสียงว๊าวๆในลำคอเพราะภาพสวยๆแบบนี้บอกได้เลยว่าเกิดมาเพิ่งเคยเห็น

 

ผิวน้ำข้างล่างมองไกลๆแล้วแสงวิบวับเหล่านั้นตะวันไม่แน่ใจว่าจะมองให้เห็นเป็นสีส้ม เหลืองหรือสีเขียวใบไม้ดีเพราะดูๆแล้วเหมือนจะใช่ทุกสีและสวยเหลือเกิน พวกมันสวยมากจนคนตัวบางอยากวิ่งไปเอากล้องมาถ่ายภาพนั้นเก็บไว้อวดทิวา

 

แต่ความรู้สึกตื่นเต้นของตะวันมันก็ช่างแตกต่างกับความรู้สึกของอีกคนที่นั่งมองนิ่งจากด้านหลัง

 

ตาคมไม่ได้สนใจที่จะแลมองแสงของเจ้าหิงห้อยตัวเล็กพวกนั้นเลยแม้แต่เสี้ยวของความคิด

 

 ภาพของคนตัวบางที่หันมายิ้มหวานให้อย่างขอบคุณแล้วก็หันกลับไปเหมือนเดิมนั่นตั่งหากที่ทำเอาพจน์รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองพองโตจนคับอก

 

ร่างสูงเอนตัวลงเท้าศอกข้างนึงกับโซฟา ตาก็มองท้ายทอยทุยกับต้นคอขาวๆเรื่อยลงมาถึงแผ่นหลังบางที่ซ่อนอยู่ในเสื้อกล้ามที่ความหนาของมันไม่อาจบังเนื้อขาวและเงาวับๆแวมที่ซ่อนอยู่ด้านในให้คนที่ตั้งใจมองได้ชมพลางเพ้อไปไกลจนสุดกู่แล้วนั่น

 

กรามเหลี่ยมบดเข้าหากันจนฟันเสียดสีกรอดๆ เมื่อพอมโนไปไม่เท่าไหร่ไอ้น้องชายข้างล่างกลับมีปฏิกิริยาขึ้นมาจนปวดหนึบ

 

กลืนน้ำลายก็แล้ว สูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองก็แล้ว จ้องไปที่เสื้อกับผ้าที่พจน์เองแม้จะมีความรู้ด้านดีไซส์แต่ก็บอกได้คำเดียวว่า มันเป็นชุดที่ไม่ได้เรื่องที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมาก็แล้ว

 

แต่พจน์เองก็หารู้ไม่......

 

คงจะเป็นเพราะความไม่ได้เรื่องของมันนั่นละที่มากระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของตนให้โหมกระหน่ำหนักเข้าไปอีก เมื่อสมองอันชาญฉลาดที่ไม่รู้ว่าทำไมพักหลังๆมานี้ว่างเป็นไม่ได้ ว่างทีไรนึกถึงแต่เนื้อขาวหวานและความสุขที่รออยู่ข้างหน้า และตอนนี้เนื้อที่ว่าก็ถูกซ่อนภายใต้เสื้อกล้ามและผ้าแพรที่ไม่ค่อยบาง แต่ถึงยังไงมันกังล่อตาล่อใจให้สิงห์หนุ่มที่ผันตัวเองกลายมาเป็นกระทิงกลัดมันได้หรี่ตามองอย่างหมายมาดอยู่ดี

 

มีแค่เสื้อกับผ้าปิดไว้สอดมือเข้าไปก็เจอเนื้อกายล้วนๆ

 

เอื๊อกก!!!

 

พจน์กลืนน้ำลายข่มอารมณ์จนลูกกระเดือกกระดกก็แล้ว แต่ไอ้ความรู้สึกร้อนผ่าวก็ไม่ยอมหายไปอย่างที่คิด หนำซ้ำเจ้าน้องชายตัวดียังชี้เด่ไปยังจุดที่เป้าหมายยืนอยู่ยังกับรู้ว่าถ้าเข้าไปหาจะหายปวดแน่ๆซะงั้น

 

เดี๋ยวก่อน.......

 

อย่าเพิ่งใจร้อน........

 

พจน์บอกกับตัวเอง ......รออีกสักพัก ......รอให้คนที่ยังตื่นเต้นมองภาพสวยๆของหิงห้อยตัวน้อยให้หนำใจก่อน

 

แต่จะว่าไป.......ทำไมวันนี้มากันเยอะ? ปกติที่ผ่านๆมาเท่าที่พจน์เห็นไม่หนาตาขนาดนี้ แปลกที่วันนี้รู้สึกว่าหิงห้อยพวกนั้นก็สวย หรือเหตุผลที่มันสวยอาจจะเพราะคนที่กำลังทำตายิบยับอยู่ตรงนั้นก็เป็นได้

 

แล้วก็ผ่านไปอีกหลายนาทีทีเดียว แต่ร่างบางที่หันหลังให้ก็ไม่มีทีท่าจะหันกลับมาสนใจข้างหลังจนคนรอเริ่มกระสับกระส่าย

 

พอแล้วตะวัน ตื่นเต้นนานไปแล้ว! หันมาสนใจทางนี้หน่อย

 

และดูเหมือนพลังจิตของพจน์จะได้ผล เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่นาน จู่ๆตะวันก็รู้สึกขนลุกจนต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองแล้วหันขวับมามองข้างหลัง

 

ตาสองตาจึงสบกันนิ่ง แล้วตะวันก็หันกลับไปมองทางเดิม มือบางก็เกาะราวกั้นไว้เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับไม่เหมือนเดิม อย่างน้อยก็ตาโตที่กำลังเบิกโพลงเพราะบังเอิญเห็นบางอย่างเข้าตั่งหาก

 

กิริยาคอหด เก็บแขนเก็บขาของร่างบางทำให้คนข้างหลังยกยิ้ม

 

ตาคมไล่มองของสวยๆตั้งแต่ต้นคอขาวลงมาช้าๆจนถึงแผ่นหลังบางที่เห็นวับแวม  ลำแขนเรียวกับข้อศอกขาวๆจนถึงเอวบางที่พอมัดผ้าไว้แบบนั้นมันเลยเหลือนิดเดียว

 

อีกทั้งขาขาวสองข้างที่ซ่อนอยู่ในผ้าถึงแม้พจน์จะมองไม่เห็นแต่ก็มโนไปไกลจนสุดฟากฟ้าแล้วนั่นอีก

 

หมดเวลาของการอดกลั้น

 

ร่างสูงลุกขึ้นช้าๆ ตาคมก็หลุบมองล่างพลางคิด ก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องอดกลั้นจนปวดหนึบขนาดนี้

 

เมื่อหาเหตุผลและสรุปเอาเองจนพอใจ ร่างสูงจึงขยับเข้าไปหาเป้าหมายที่อยู่ข้างหน้า

 

ส่วนคนตัวบางเองก็กำลังเอะใจอยู่เชียวว่าอันตรายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา พาเอาขนอ่อนพากันลุกพึ๊บพับขึ้นทั้งตัวเพราะได้ยินเสียงขยับตัวจากคนข้างหลัง

 

แต่ก็คงไม่มีอะไรหรอก.......มั้ง?

 

หมับ!

 

“หายกลัวหรือยัง?”

 

คนถูกถามยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะนึกได้.......เออ! นั่นน่ะสิ เพราะมัวแต่ตื่นเต้นเลยทำให้ลืมความรู้สึกกลัวตอนแรกไปซะสนิท แถมยืนจนติดเหล็กกั้นแบบนี้ด้วย  

 

คนหน้าหวานที่นึกได้กะว่าจะหันมายิ้มให้ แต่ก็ต้องตาเบิกโพลงอย่างตกใจขึ้นซะก่อน

 

“อ๊ะ!?”

 

“ขอบไหม?”

 

ก็ไม่รู้ว่าคำถามนั้นมันหมายถึงอะไร จึงตอบออกไปว่า.....

 

“ชอบ......อ๊ะ!

 

“หืม? ชอบเหรอ?”

 

“เปล่านะ......อ๊ะ!......ไม่ใช่.....อ่า......ชอบแบบ....นี้”

 

“แบบนี้น่ะ.....แบบไหน?”

 

“ก็.........อื๊ออ!

 

มือบางสองข้างรีบยึดข้อมือหนาไว้แน่น แต่ก็ได้แค่กำไว้เพราะแรงอันน้อยนิดแค่นี้ไม่อาจหยุดมือหนาที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาบี้คลึงตุ่มสีสดที่กำลังแข็งเป็นไตขึ้นมาทันทีที่มือหนาสัมผัสแถมมันยังตั้งสู้มืออีกฝ่ายอย่างน่าอายอีกตั่งหาก

 

“อ๊ะ!!......”

 

ลำคอขาวถูกใบหน้าหล่อกดหอมจนตัวบางๆเอน ปลายนิ้วเท้าเองก็หงิกงอจิกพื้นที่ยืนอยู่ พยายามที่จะไม่หลับตาเคลิ้ม แต่ร่างกายไม่รักดีกลับทรยศเอนตัวไปอิงแผงอกแกร่งที่โถมกอดมาจากด้านหลังอย่างน่าโมโห

 

ริมฝีปากร้อนผ่าวยังตามคลอเคลียแก้มนุ่มอย่างติดใจ จะผละจากติ่งหูเล็กที่กำลังพรมจูบบางเบาตอนนี้ก็ยังเสียดาย จึงตัดใจไถลลงหาซอกคอขาวแล้วเลยลงหาไหปลาร้าน่ารักและเล็มไหล่มนพลางถูเคราสากพรมจูบไปทั่วท้ายทอยกับสันหลังบอบบางจนเกิดรอยแดงไปทั่วบริเวณ

 

“จุ๊บบ!!....

 

“อื๊ออ!!...”

 

เพราะความที่หมั่นเขี้ยวเลยดูดจ๊วบเอาแบบเต็มปากเต็มคำจนคนถูกกระทำสะดุ้งโหยงหันมาทำตาเขียว แต่มีหรือว่าคนหน้าด้านจะสะท้านสะเทือน แขนแข็งเกี่ยวรั้งเอวบางให้ถอยตามจนมาทรุดนั่งตรงโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งรออยู่ข้างหลัง และมันจะไม่เป็นไรมาก ถ้าคนตัวบางจะไม่ถูกบังคับให้นั่งบนตักกว้างแบบพอดิบพอดี

 

“เดี๋ยวก่อน.....”

 

“ทำไมล่ะ .....อ่า....พี่ไม่ไหวแล้ว”

 

"อ อย่าสิ...พอ....อ่า...พอก่อน ก...ก็ไหนบอก...จะ...ออกมา....อึ๊กก!!"

 

"ดูหิงห้อย หึ! พี่ดูจนเบื่อแล้ว เราอยากดูก็ดูไป"

 

"ต แต่....อ๊ะ....ให้....ให้นั่ง....แบบนี้....ใคร อ่า ใครมันจะ...มีสมาธิ..ด...ดูเล่า.."

 

อันนั้นพี่ไม่รู้ .....”

 

“อ่า!....

 

น้ำใสๆกำลังไหลออกมาคลอหน่วยตาโตที่ค่อยๆกระพริบปรือและหรี่ลงช้าๆ เพราะร่างกายได้แปรพรรคไปอย่างสมบูรณ์แบบ มันกำลังหลงใหลได้ปลื้มกับสัมผัสที่คนตัวสูงกำลังบรรจงมอบให้ มือหนาจับตรงนั้นหน่อยก็เสียว ผละมาลูบตรงนี้นิดก็คราง บีบตรงนี้ด้วยยิ่งรู้สึกดี จนบางทีตะวันก็นึกสงสัย นี่มันร่างกายของเราจริงๆหรือเปล่านะ? แล้วทำไมพจน์ถึงได้รู้จักมันดีมากกว่าเจ้าของมันซะอีกล่ะ?

 

หน้าหวานแหงนขึ้นจนลำตัวบางเอนซบอกหนา ปากบางอิ่มเผยออ้าเพื่อโกยลมหายใจ เมื่อคนที่กอดไว้แน่นจากข้างหลังสอดมืออุ่นเข้าโลมลูบแผงอกแบนราบที่ไม่น่าจะมีอะไรให้ลูบไล้สักนิดแต่กลับทำให้แก้มเนียนสองข้างซับสีเลือดจนแดงก่ำลามลงมาถึงคอ เพราะจังหวะการเต้นของก้อนเนื้อเล็กๆข้างในมันแทบจะทะลุอกบางๆออกมาเต้นบนพื้นระเบียงข้างนอก

 

มือบางที่พยายามไล่คว้าข้อมือหนากลายเป็นเกาะไว้เฉยๆ ศีรษะเล็กวางบนบ่าแกร่งเมื่อมืออุ่นข้างนึงผละมาลูบหน้าขานุ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา

 

“อ่าา.....!”

 

แขนแกร่งกอดคนที่กำลังบิดเป็นเกรียวไว้แน่น เมื่อมืออุ่นค่อยๆแหวกผ้าเนื้อบางออก

 

“ซี๊ดด อ่า อย่า....”

 

“อย่าเหรอ? แน่ใจเหรอว่าอย่า”

 

คนถามยกยิ้มร้าย ตาคมหลุบมองมือบางที่กุมข้อมือหนาของตนไว้แน่นก็จริง แต่จะมีแรงดึงออกไหม? นั้นมันอีกเรื่องนึง

 

จริงๆแล้ว มาถึงตอนนี้เพียงแค่พจน์ดึงเอวกางเกงยางยืดลงก็จัดการคนตัวบางได้ง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่กลับติดใจเวลาที่ร่างบางบิดส่ายเสียดสีก้นนุ่มๆกับหน้าตักของตนตอนนี้เหลือเกิน

 

“แบบนั้น อ่า อ่า...”

 

มือหนาจึงคลึงเคล้าลำเนื้อนุ่มให้เร็วขึ้นอย่างเอาใจ

 

“ชอบแบบนี้เหรอ?”

 

“อ่า อีก....อึกก”

 

“หึๆ ทำแบบนี้ให้พี่บ้างสิ!”

 

มือครามจึงผินร่างบางที่นั่งหันหลังให้หันมาเผชิญหน้าแทน

 

ตาสองตาที่กำลังเผยความรู้สึกจึงสบกันนิ่ง ก่อนที่ร่างบางจะลุกขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นคล่อมตักหนาซะเลย แขนเรียวบางทั้งสองข้างจึงคล้องต้นคอหนาอัตโนมัติ ทั้งสองปากเลยมาบรรจบ แลบเสียปาดชิมริมฝีปากของฝ่ายตรงข้ามแบบไม่มีใครยอมใครในวินาทีนี้

 

อารมณ์ร้อนที่ถูกปลุกขึ้นมาค่อยๆโหมกระหน่ำ ทั้งสี่มือผลัดกันรุกผลัดกันรับกอดรัดเคล้าคลึงอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องกลัวว่าใครมานั่งมอง

 

ริมฝีปากร้อนผ่าวคลอเคลียแก้มใสใกล้ใบหู เม้มลงล่างจนลงมาหยุดที่ตุ่มสีสดที่แข็งเป็นไตให้ปากหยักเม้มดูดผ่านเนื้อเสื้อกล้ามบางๆ

 

“อืมม! ....”

 

ไหล่บางห่อสะท้าน หน้าหวานแหงนหงาย ทำให้อกบางๆแอ่นเข้าหาปากร้อนผ่าวที่ขบเม้มซ้ายทีขวาทีจนเสื้อขาวเปียกเป็นดวง

 

ฝ่ามือหนาที่บีบแก้มก้นนุ่มไว้โยกนำก่อนจนคนที่นั่งนิ่งเริ่มขยับก้นถูไถตักแกร่งที่ตัวนั่งทับไว้เองบ้าง แล้วพอทำแบบนั้นก็ทำเอาสูดปากเสียววาบกันทั้งสองฝ่าย

 

แม้ตอนนี้ลมเบาๆกำลังพัดเย็นสบาย แต่ไหงเหงื่อกาฬถึงได้เอ่อซึมแตกพลั่กไปทั่วทั้งสองกายที่กำลังคลุกเคล้าเข้าหากัน

 

“ฮืมม  อีก ถูแรงๆ”

 

“อูยย!.....ซี๊ดด!”

 

เสียงที่กระซิบบอกกันทั้งกระเส่าทั้งแหบพร่า เพราะร่างบางที่นั่งทับโหย่งตัวเองขึ้นแล้วบดเบียดหน้าตักเข้าหาให้แก่นกายทั้งสองเสียดสีกันผ่านผ้านุ่มๆได้อารมณ์ไปอีกแบบ

 

“อืมมม!!....”

 

แต่มันเป็นความทรมานที่ช่างหอมหวานจนทั้งคู่แทบทะลุพรวดเข้าเขตสวรรค์

 

ฝ่ามือหนาบีบแก้มก้นนุ่มหนักขึ้น พลางเด้งหน้าขาแกร่งขึ้นจนลำเนื้อที่กำลังแข็งขึงเสียดสีกันไปมา ปากที่กำลังสูดซี๊ดซาดจึงประกบเข้าหากันแนบแน่น แทรกปลายลิ้นเกี่ยวพันรัดรึงอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วงราวกับจะให้มันระบายความเสียวเสียดทรมานที่กำลังได้รับอยู่ตอนนี้

 

“อ่าาา...”

 

“ทน...ไม่ไหว....แล้ว”

 

หน้าหวานที่ซบซอกคออุ่นกระซิบเสียงแผ่ว สะโพกเพรียวส่ายเบาๆอย่างบอกความหมายแต่กลับทำให้พจน์ยิ้มร้าย

 

“จัดการเองเลยสิ”

 

ตะวันน้ำตาคลอ เมื่อแรงเสียดสีถูไถที่ดูเหมือนจะมีมากก็จริงแต่กลับไม่หนำใจบอกไม่ถูก

 

“ทำแบบนี้ก็เสียวดี......”   พจน์ละคำพูดแล้วบีบสะโพกบางไว้แน่น  

 

“เสียวแต่ไม่เสร็จ”

 

คนฟังแก้มร้อนฉ่า ในใจนึกเห็นด้วย เสียวสิ เสียวมาก เสียวจะตายอยู่แล้ว ขยับแต่ละทีก็เสียววูบวาบไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่มันก็ไม่เสร็จซักทีอย่างที่พจน์ว่าจริงๆนั่นละ

 

ตาคมที่สบมาทำเอาตะวันกัดปากฉับ ก็ทำไมจะไม่รู้ล่ะก็เล่นหลุบมองล่างบอกความหมายซะขนาดนั้น ยิ่งมือหนาเร่งด้วยการแหวกผ้าบางๆออกจากหน้าขาขาวแล้วยักคิ้วบอกให้ตะวันทำให้ตนแบบนั้นบ้างทำให้แก้มบางยิ่งร้อนกว่าเดิม

 

พจน์ได้แต่พรมจูบไปทั่วแก้มทั่วซอกคอหอมแล้วสอดมือเข้าลูบแผ่นหลังบอบบางที่ซ่อนอยู่ในเสื้อ ปล่อยให้ร่างบางตัดสินใจเองว่าจะทำยังไง

 

ในที่สุดมือขาวก็เอื้อมมาคว้าเอวกางเกงยางยืดแล้วร่นลง ปลดปล่อยท่อนลำร้อนผ่าวที่แข็งจนดีดผางออกมาตั้งฉาก

 

มือเล็กกำแท่งร้อนแล้วร่นขึ้นลงเร็วรัวก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อช่องทางด้านหลังของตนถูกปลายนิ้วหนาขยับเข้ามาเกลี่ยเบิกทางเบาๆบ้าง

 

“ซี๊ดด.....ดี...อ่า.......ตรงนั้น....!!”

 

เจ้าของเสียงหวานทีกำลังตาปรือชะงักมือไปทันทีที่ความเสียวแล่นวาบไปทั้งสันหลังทำเอามือบางอ่อนแรง อีกทั้งเสียงทุ้มที่กระซิบพร่ากำกับข้างหูนั่นก็อีก

 

“ไม่ไหว...ช่วยพี่หน่อย.”

 

เสียงทุ้มบอกว่าไม่ไหวและเอามาจ่อไว้ซะขนาดนี้ แถมยังยกก้นบางๆที่กำลังถ่างออกกว้างไปถูไถ และจะให้ตะวันทำยังไงถ้าไม่นั่งทับลงไปตรงๆ

 

“อื๊ออ..”

 

แล้วคนที่กะว่าจะลงมือก็ตาเหลือกเมื่อยังไม่ทันลงมือส่วนหัวผลุบเข้าไปทันทีก่อน แล้วไม่ใช่เพราะน้ำมือตนแต่เป็นฝีมือของอีกคนที่กัดกรามกรอดๆอยู่นี่ตั่งหาก

 

“ฮืมมม!!...”

 

คนตัวหนาที่อดกลั้นไว้เมื่อหลายนาทีก่อนเริ่มทนไม่ไหว เด้งเอวขึ้นเองแล้วก็กอดรัดบังคับเอวบางให้ครอบลงมาหนักๆเอง ก่อนจะกัดกรามกรอดข่มความเสียวที่พุ่งวาบจากปลายถึงโคนเพราะถูกช่องทางนุ่มๆดูดไว้แน่น

 

“อ๊าาา.......!!  ไม่ไหวแล้ว”

 

“หือ? อะไรกัน นี่เพิ่งเริ่มเองนะ”

 

“ไม่ไหว....จริงๆ อ่า มัน......ซี๊ดด  แน่น  อ่า  .....มันแน่น”

 

ไม่ต้องย้ำว่ามันแน่นก็ได้ พี่รู้แล้ว! หลักฐานยังคาอยู่เลยว่ามันแน่นแค่ไหน เสียบเข้าไปแทบหายใจไม่ออก

 

“ขยับ...ขยับหน่อยคนดี”

 

ได้ยินแบบนั้นมือบางจึงจิกบ่าหนาจนเป็นรอยเล็บ ถามว่าพจน์เจ็บไหม ตอบทันทีเลยว่าไม่รู้สึก เพราะสมองมันกำลังจดจ่ออยู่ที่ร่างบางๆที่กำลังโหย่งตัวขึ้นแล้วนั่งทับลงมาจนลำเนื้อร้อนผ่าวผลุบเข้าผลุบออกครั้งแล้วครั้งเล่านี่มากกว่า

 

“อ๊า  อ๊า  อ๊า”

 

“ซี๊ดดด!!....”

 

ความคิดที่จะยื้อเวลาออกไปอีกนิดกลับหายวับไปในพริบตาเมื่อนึกถึงสวรรค์ข้างหน้าที่สุขยิ่งกว่าชั้นดาวดึงส์ แขนหนาสองข้างจึงสอดเข้าเกี่ยวขาขาวแล้วคนตัวหนาจึงลุกขึ้น

 

“อ๊ะ? ....อ๊าาาาาา!!!!!!

 

มือบางเกี่ยวต้นคอหนาไว้แน่น เมื่อจู่ๆร่างสูงก็กลายมาเป็นคนคุมเกมส์ ซ้ำทำท่วงท่ายังน่าอายโยกร่างบางขึ้นลงๆเหมือนกับอุ้มบางอย่างเอาไว้

 

“ฮืมมมมม!!!!!!!!.......”

 

ทำแบบนั้นแล้วก็เล่นเอาเสียวจนคนรุกหน้าแดงก่ำ เพราะตลอดทั้งปลายป้านกับลำแข็งๆได้ถูกความหนึบหนับตอดรัดไว้แน่นจนแทบขาดใจ

 

เมื่อรู้สึกว่ากำลังจะทนไม่ไหว ร่างสูงจึงหันไปวางร่างบางให้หงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่ม ก่อนจะตามลงกอดรัด กระดกหน้าขาแกร่งเข้าหาหว่างขาขาวจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังปั๊บๆถี่ยิบ

 

มือครามสอดเข้ารวบลำเนื้ออ่อนบางที่ผิดกันอยู่หน่อยเดียวตรงขนาดและสี แต่ที่เหมือนกันคือปลายป้านของมันกำลังแดงก่ำ น้ำสีขุ่นกำลังจ่อปลายคล้ายจะฉีดออกมาอยู่รอมร่อ

 

ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ!   ปั๊บ!

 

เสียงเนื้อกระทบกันถี่ยิบก่อนที่ร่างสูงจะกระตุกยึกๆแหงนหน้าคำรามลั่น พอๆกับร่างบางข้างใต้ก็กำลังบิดเป็นเกรียวเสียวเสียดจนหลังแอ่น

 

“อูยยย!!!!!...........ซี๊ดดดด!............”

 

“อ๊าาาาาาาา!!!.......อ๊าาาาาาาาา!!!!.......”

 

น้ำสีขุ่นที่ปล่อยออกมาเปราะเปื้อนมือหนาและเลอะไปทั่วแผ่นท้องแกร่งที่บดเบียด ส่วนอีกทางก็ฉีดปี๊ดๆเข้าไปจนเต็มช่องทางนุ่มจนมันล้นออกมาข้างนอก

 

ฮืมมมมมมมม!!!!!!...........

 

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

 

มือหนาลูบผมชื้นเหงื่อก่อนที่ปากหยักจะจูบซับไปทั่วหน้าผากมนของคนนอนหงาย

 

เสียงหอบหายใจยังดังประสานกัน จนเมื่อความหนุบหนับบีบรัดได้คลายลง คนตัวสูงจึงยกสะโพกตัวเองขึ้น ถอดถอนตัวตนที่คลายความแข็งขึงลงแต่ยังไม่คลายความเสียวเสียดออกจากช่องทางนุ่มช้าๆ

 

ร่างหนาขยับตัวไปนอนซ้อนกอดคนตัวบางที่ยังอ่อนแรงจากข้างหลัง

 

แขนหนาสากขนกอดเอวบางไว้แน่นอย่างหวงแหน

 

ผ้าแพรที่ก่อนหน้าใช้เป็นผ้าพันเอว แต่ตอนนี้มันกลายมาเป็นผ้าห่มของทั้งคู่ได้ยังไง?

 

แขนหนาข้างนึงวางราบไว้ให้หัวทุยใช้หนุนต่างหมอน

 

“ดูนั่น”

 

“ว๊าวว! จากตรงนี้ก็เห็นเหรอครับ ไม่เห็นบอกเลย”

 

“ก็เราไม่ได้ถามพี่ นอนดูตรงนี้ก็เห็น แถมสบายกว่ากันด้วย ไม่เห็นจะต้องไปยืนขาแข็งตรงนั้นเลย ไม่งั้นพี่จะหาโซฟามาตั้งตรงนี้ทำไม”

 

“ก็ไม่บอกนี่นา”

 

“โอเค คราวนี้ก็รู้แล้ว เอามุ้งลงก็นอนมองหิงห้อยจากตรงนี้ได้ สบายมาก”

 

“ก็สบายอยู่หรอกครับ แต่มันจะได้มองหิงห้อยเหรอ เล่นกวนกันแบบนี้”

 

“กวนที่ไหน แบบนี้พี่เรียกแสดงความรัก”

 

“นั่นละครับ ต แต่แบบนี้ใครเขาจะมีกะจิตกะใจมองหิงห้อยกันเล่า”

 

“ก็ไม่ต้องมองไง หันมามองพี่ดีกว่า”

 

หน้าหวานผินมามองคนข้างหลังก็จริง แต่ก็แค่แว๊บเดียวแล้วหันกลับไปมองทางดิม

 

“ไม่เอาหรอกครับ มองหิงห้อยสวยๆดีกว่า มองพี่ทีไรได้เรื่องทุกทีเลย ว๊าววว! ดูนั่น”

 

นิ้วเรียวขาวที่ดูเหมือนจะขาวเรืองรองในความมืดยกขึ้นชี้ไปยังจุดที่แสงของแมลงตัวเล็กฝูงใหญ่บินช้าๆไปมาเป็นกลุ่มก้อนและเรียกร้องความสนใจของคนมองได้มากพอดู

 

แต่ตะวันก็ไม่อาจรู้เลยว่าอีกเพียงไม่กี่นาทีข้างหน้า ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจของตนจะกลายไปเป็นความตื่นเต้นอีกรูปแบบที่เร้าใจยิ่งกว่าเมื่อถูกใครบางคนปลุกเร้าและเรียกร้องขึ้นอีกครั้งและอีกหลายครั้งในคืนนั้น

 

แสงสวยๆที่ยังชมไม่หนำใจก็ได้อันตรธานหายไปในเวลาเพียงค่อนคืน และพวกมันก็ไม่ยอมรอคนตัวบางที่เผลอหลับไปก่อนเพราะความเหนื่อยอ่อนเลยแม้แต่ตัวเดียว

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น