Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Can’t love : ตอนที่ 02

ชื่อตอน : Can’t love : ตอนที่ 02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2564 20:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Can’t love : ตอนที่ 02
แบบอักษร

“สวัสดีครับท่าน..”

ผมเอ่ยทักคนมาใหม่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ได้ข่าวว่าพ้นโทษวันนี้ฉันเลยแวะเข้ามาหา”

“ครับ” ผมตอบรับสั้น ๆ และมองไปที่แก้มใสก่อนจะบอกน้อง “แก้มไปทำอาหารเถอะ เอาไอ้ไทเกอร์ไปด้วย”

“ค่ะ ๆ ไปเร็วพี่เสือ” คนตัวเล็กรีบตอบ หันไปเรียกแฟนหนุ่มของตัวเองให้เดินตามเข้าไปในห้องครัว

ทำให้ตอนนี้ภายในห้องรับแขกของบ้านมีตัวผมและนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งยืนมองหน้ากันอยู่ ในฐานะเจ้าของบ้านจึงเอ่ยเชิญแขกให้มานั่ง

“เชิญนั่งก่อนครับ”

“ขอบใจ”

“ท่านมีอะไรกับผมเหรอครับ?” เมื่อนั่งเสร็จผมก็เอ่ยถามจุดประสงค์ทันทีเพราะมั่นใจว่าที่คนตรงหน้ามายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้หวังแค่มาทักทายแน่

“ฉันรู้ว่านายออกมาวันนี้เลยตั้งใจมาหานายเพราะมีเรื่องอยากจะให้นายช่วยหน่อย”

“ถ้าผมช่วยได้ผมก็ยินดี”

“ช่วยได้สิ อยู่ที่นายจะช่วยฉันหรือเปล่าน่ะนะ” คนพูดมีสีหน้าลำบากใจจนคิ้วผมกระตุก

“มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ดีกว่าครับ อะไรที่ผมช่วยได้ผมจะช่วย อย่างน้อยผมก็คิดว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ”

“…”

“เพราะถ้าไม่ได้ท่านผมคงโดนกระทืบตายในคุกไปนานแล้ว”

เรื่องจริงที่ว่านายคำรวจยศระดับนายพลคนนี้เคยช่วยผมจากการถูกไอ้พวกเดนนรกในคุกรุมมันกระทืบจนเกือบปางตาย ถ้าวันนั้นไม่ได้เขาช่วยก็คงไม่มีชีวิตรอดกลับมา

ปกติผมเกลียดตำรวจจนแทบไม่อยากจะมองหน้าไอ้พวกที่ใส่เครื่องแบบแต่กับตำรวจคนนี้เขาทำให้ผมรู้ว่าในประเทศนี้มันยังมีตำรวจน้ำดีอยู่ เพราะงั้นผมขอละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน

“ฉันไม่ได้อยากจะทวงบุญคุณอะไรกับนายหรอก แต่ตอนนี้ฉันกำลังต้องการความช่วยเหลือและในหัวมันก็นึกถึงแค่นาย นายคนเดียวที่ฉันไว้ใจให้ช่วย”

“มีเรื่องอะไรครับ”

“ไม่รู้ว่านายรู้หรือเปล่าว่าฉันกำลังจะลงเล่นการเมือง”

“ผมพอรู้”

“อืม พูดตรง ๆ ฉันอยากให้นายมาทำงานกับฉัน มาเป็นคนของฉัน..”

“งานอะไรครับ”

“บอดี้การ์ดส่วนตัว” ผมถอนหายใจเมื่อได้ยินแบบนั้น

“ผมคงช่วยไม่ได้”

“ทำไม”

“ฝีมืออย่างผมไม่ได้เก่งมากพอที่จะไปคุ้มกันใครได้”

“แต่ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น”

“ท่านอาจจะเห็นบ่อยครั้งที่ผมเตะต่อยกับไอ้พวกในคุก แต่ฝีมือระดับนั้นผมใช้ป้องกันตัวเองไม่ได้ฝึกไว้เพื่อคุ้มกันคนอื่น”

“ฉันไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง”

“…”

“แต่ฉันต้องการคนที่ไว้ใจได้เพราะคนรอบตัวตอนนี้ไม่มีใครไว้ใจได้เลยสักคน เพราะแบบนั้นฉันถึงได้มาขอให้นายช่วย”

“แล้วทำไมถึงไว้ใจผม”

“ฉันมองคนออก นายไม่ใช่คนที่คิดหักหลังคนที่เคยช่วยเหลือนายไว้แน่” สายตามุ่งมั่นของอีกคนที่มองมาทำผมแปลกใจเพราะมองราวกับว่าเชื่อใจผมนัก

“ก็ไม่แน่ ถ้ามีคนมาเสนอให้ผมสักร้อยล้านให้ผมเป่าหัวท่าน ผมอาจจะทำก็ได้”

“ยิ่งนายพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งรู้ว่านายไม่มีทางทำ” คนตรงหน้ากระตุกยิ้ม

ผมเงียบ

“ฉันต้องการนาย นายคนเดียวเท่านั้นที่ฉันไว้ใจให้ดูแลคนที่ฉันรักที่สุด”

“หมายความว่าท่านไม่ได้ต้องการให้ผมไปคุ้มกันตัวท่านเอง?” ผมเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ใช่ คนที่ฉันจะให้นายไปเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวคือลูกสาวคนเล็กของฉัน เธอโดนลอบทำร้ายอยู่บ่อย ๆ จนตอนนี้ฉันไม่กล้าให้ออกไปไหน”

ผมเข้าใจ คู่แข่งมันมักจะไม่เล่นงานคนที่มันเกลียดแต่มันจะไปเล่นงานคนในครอบครัวหรือคนที่รักแทน ไอ้พวกนี้มันพวกสวะขยะสังคม..

“บอดี้การ์ดคนก่อนที่จ้างมาดูแลลูกสาวฉันก็เป็นหนอน รับเงินมาจากพวกนั้นแล้วหวังจะฆ่าลูกสาวฉันแต่เธอก็รอดมาได้”

“เธอน่าสงสารนะครับ”

“เพราะแบบนี้ฉันถึงอยากให้นายช่วย ฉันอยากให้ลูกสาวฉันได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้อย่างปกติเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น”

“ทุกวันนี้เธอไม่ได้ออกไปไหน?”

“ไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับบ้านทันที”

“แบบนี้นี่เอง..”

“ใช่”

“แล้วท่านรู้หรือเปล่าว่าใครเป็นคนบงการ”

“คิดว่าอาจจะเป็นคู่แข่งที่จะลงการเมืองด้วยกัน” ได้ยินแบบนี้แล้วบอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยปักใจเชื่อเท่าไหร่ คู่แข่งทางการเมืองจะมาตามฆ่าลูกสาวตัวเองทำไม มันก็ต้องจัดการคนที่จะลงการเมืองแบบนั้นถึงจะถูก

“มั่นใจเหรอครับ?”

“ไม่”

“…”

“แต่ฉันแค่นึกไม่ออกว่าถ้าไม่ใช่พวกมันแล้วจะเป็นใคร เพราะฉันไม่เคยมีศัตรูที่ไหน”

“อาจจะเป็นพวกที่ท่านเคยไปจับมันแล้วมันเกิดแค้นก็เป็นไปได้”

“ก็อาจจะใช่”

“เอาเถอะครับ สรุปว่าท่านต้องการให้ผมไปคุ้มกันลูกสาวของท่าน”

“ใช่”

“นานแค่ไหน”

“อีกไม่กี่เดือนเธอจะเรียนจบ ถึงเวลานั้นฉันจะส่งให้ไปเรียนต่อที่เมืองนอก เธอเรียนจบเมื่อไหร่นายก็หมดหน้าที่แล้ว ไม่นานหรอก”

“ครับ”

“แปลว่านายตกลงรับงานนี้แล้วใช่ไหม”

“ครับ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ท่านเคยช่วยผม แต่ผมไม่รับปากว่าจะทำงานนี้ได้ดีแบบที่ท่านต้องการหรือเปล่า”

ปึก ๆ!

“ไม่เป็นไร ฉันไว้ใจนาย” มือใหญ่เลื่อนมาตบบ่า

“ถ้างั้นผมก็ยินดี”

“ขอบใจ อ่อ ฉันมีค่าตอบแทนให้ไม่ต้องห่วง งานนี้ไม่กินเวลาชีวิตของนายฟรี ๆ หรอก”

“ครับ” ถ้ามีค่าตอบแทนก็น้อมรับ ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องปฏิเสธ

“ฉันต้องการให้นายเริ่มงานพรุ่งนี้ พรุ่งนี้เข้าไปที่บ้านฉันได้ไหม บ้านที่นายเคยไปตอนบำเพ็ญประโยชน์”

“ครับ”

“ขอบใจมาก ถ้ายังไงวันนี้ฉันกลับก่อน ดีใจด้วยที่ได้พ้นโทษออกมา”

ผมพยักหน้าให้ท่านก่อนจะลุกและเดินมาส่งนายพลคนนี้ที่หน้าบ้าน เมื่อรถยนต์คันใหญ่ของท่านขับออกไปแล้วจึงเดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมถอนหายใจพรืดใหญ่

“เหอะ บอดี้การ์ด..”

‘อาชีพที่ไม่คิดไม่ฝันจริง ๆ ว่าจะได้ทำ’

#ENDGREAT

 

- วันต่อมา -

ก๊อกก๊อกก๊อก!

“คุณหนูคะ ป้าแก้วเข้าไปได้ไหมคะคนดี”

ฉันถอนหายใจและวางพู่กันอันใหญ่ในมือลง ก่อนจะลุกและเดินอย่างเชื่องช้าไปเปิดประตูให้ป้าแก้ว แม่นมที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กที่ยืนรออยู่หน้าห้อง

แกร๊ก..

“วาดรูปอยู่เหรอคะคนเก่งของป้า”

“มีอะไรคะ?”

“คุณพ่อให้มาตามไปพบค่ะ”

“…” ไม่อยากไป ไม่อยากเจอหน้าเขา คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อ คนที่เมื่อก่อนเคยมอบความรักความอบอุ่นให้แต่เมื่อสองปีที่แล้วมันมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันเกลียดเขา

“ไปหาคุณพ่อหน่อยนะคะคุณหนู” แม่นมคนโปรดเอายด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนเลยทำให้ฉันต้องจำใจเดินลงไปยังห้องรับแขกด้านล่างด้วยสภาพไร้วิญญาณ

เมื่อมาถึงก็เห็นคนที่เป็นพ่อกับอีกคนที่ฉันเพิ่งจะรู้เมื่อสองปีที่แล้วว่าเขาคือพี่ชาย..

“พั้นช์ มานั่งกับพ่อมาลูก”

“มีอะไรคะ รีบพูดมาเถอะค่ะหนูจะขึ้นไปวาดรูปต่อ” ฉันทิ้งตัวลงนั่งให้ห่างจากทั้งสองคน

“น้องวาดรูปอยู่เหรอ นี่ใกล้ถึงวันเกิดพี่แล้ววาดให้พี่สักรูปสิ” พันไมล์ ผู้ชายที่ฉันเกลียดที่สุดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

ฉันหันไปสบตากับเขาเพียงชั่วครู่และหันกลับมาตามเดิม พูดตามตรงว่าทนทำใจมองใบหน้านั่นไม่ได้นานเพราะฉันเกลียดเขา

‘พันไมล์’ ผู้ชายที่แสดงออกว่าทั้งรักและหวังดีกับฉันมาตลอด แต่ทว่ามีเพียงหนึ่งอย่างที่ทำให้ฉันเกลียดเขานั่นก็คือ ‘เขาเป็นลูกเมียหลวง’

เหตุผลสั้น ๆ ที่กัดกินใจฉันมาถึงสองเกือบสามปี..

เอาเถอะพั้นช์ เลิกคิดเรื่องนี้สักที

“คุณพ่อมีอะไรคะ รีบบอกพั้นช์มาเถอะค่ะพั้นช์จะได้รีบขึ้นไปพักผ่อน”

“พ่อขอโทษที่รบกวนเวลาของลูก” แววตาของคนเป็นพ่อมีความรู้สึกผิดปนอยู่ ไม่แน่ใจว่ารู้สึกผิดที่รบกวนเวลาหรือรู้สึกผิดเรื่องอื่น “แต่พ่อมีเรื่องจะบอกพั้นช์”

“เรื่องอะไรคะ”

“พ่อหาบอดี้การ์ดคนใหม่ให้ลูกได้แล้วนะ คนนี้ไว้ใจได้ลูกไม่ต้องห่วง”

“หนูไม่ห่วงแล้วล่ะค่ะ ใครอยากฆ่าหนูก็ช่วยฆ่าให้มันจบ ๆ ไปสักที” ฉันพูดความจริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่พ่อคิดลงเล่นการเมืองฉันก็โดนลอบทำร้ายมาตลอด ฉันเบื่อ

เบื่อจนอยากตายไปให้รู้แล้วรู้รอด..

“อย่าคิดแบบนั้นสิลูก พั้นช์คือดวงใจของพ่อแล้วพ่อจะปล่อยให้พั้นช์เป็นอะไรไปได้ยังไง”

ฉันเงียบเพราะไม่เคยรู้สึกยินดีเลยที่ได้ยินคนเป็นพ่อพูดแบบนี้

“เอาเถอะ พ่อจะไม่พูดอะไรที่ลูกไม่ชอบอีก ถ้างั้นพ่อแนะนำให้รู้จักบอดี้การ์ดคนใหม่ของลูกเลยก็แล้วกัน” เขาว่าและหันไปพยักหน้าบอกลูกน้องคนหนึ่งให้พาคนที่เขาพูดถึงเข้ามาในห้องรับแขก

“…”

ทันทีที่ได้สบตากับผู้ชายใส่สูทสีดำเต็มยศก็ต้องหัวใจกระตุกเมื่อเขาคือคนที่ฉันรู้จัก

พี่เกรท พี่ชายของแก้มใสคนที่เป็นเพื่อนสนิท ฉันได้ข่าวว่าเขาต้องโทษคดียาเสพติดวันนี้เขาได้พ้นโทษแล้วสินะ ฉันอยากแสดงความยินดีกับเขาจัง..

“พี่เขาชื่อเกรท เป็นคนที่จะมาดูแลลูก”

“สวัสดีครับคุณหนู..” คนตัวสูงเอ่ยทักทายและก้มศีรษะให้ ฉันมั่นใจว่าเขาจำฉันได้แต่ทำไมถึงทำเป็นไม่รู้จักกันล่ะ

“พ่อรู้ว่าพั้นช์อึดอัดที่จะต้องมีคนคอยตาม แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกพ่อจำเป็นต้องหาคนมาดูแลลูก พั้นช์เข้าใจพ่อใช่ไหม”

“ค่ะ” ฉันตอบรับจนคนเป็นพ่อแปลกใจ แน่สิ ที่ผ่านมาฉันต่อต้านบอดี้การ์ดทุกคนที่พ่อหามาให้

แต่กับคนนี้ฉันไม่คิดต่อต้านเลยเพราะฉันรู้ว่าเขาเป็นคนดีมาก เขาไว้ใจได้

และที่สำคัญคือ..ฉันมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยถ้าได้อยู่ใกล้ ๆ เขา

 

- ตัด -

ประเดิมให้สองตอนนะคะ เป็นตอนที่พี่เกรทออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วน้าา~ ผ่านจากเรื่องของแก้มประมาณสองปีเกือบสามปีค่ะ ❤️

อ่ยย ทุกคนอย่าเพิ่งเทสิ คำโปรยดราม่าแต่เนื้อเรื่องอาจจะคอมมาดี้ก็ได้นะ อิอิ

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว