ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 เสียงเรียกร้องของหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เสียงเรียกร้องของหัวใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2564 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เสียงเรียกร้องของหัวใจ
แบบอักษร

ผมทำงานที่ธนาคารxxxมาได้เดือนกว่าแล้ว ธนาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า มีพนักงานประมาณหกถึงเจ็ดคน ผมทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อ พี่ๆ ใจดีกับผมทุกคน รวมทั้งผู้จัดการสาขาชื่อพี่พลกฤต มันทำให้ผมรู้สึกสนุกกับงานทำมันด้วยความสบายใจ ผมสังเกตว่าพี่กฤตตั้งใจทำงานมาก เขามักจะมาเป็นคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้ายเสมอ เพราะต้องสะสางงานในแต่ละวันให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ผมจะสนิทกับพี่พลอยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อเหมือนกัน พี่พลอยทำงานที่นี่มาสองปีแล้ว เขาช่างพูดช่างคุยและจะคอยสอนงานให้ผมเสมอ 

“ธีไปกินข้าวกัน” พี่พลอยชวนผมไปกินข้าวกลางวันภายในห้าง เราเลือกกินอาหารง่ายๆ เพื่อที่จะรีบกลับมาทำงานได้ทันเวลา 

“ธีมีแฟนแล้วหรือยัง” 

ผมพยักหน้ายอมรับกับพี่พลอย 

“แฟนธีคงจะสวยน่ารัก เพราะธีก็ออกจะหล่อ” 

“แฟนผมเป็นผู้ชายครับ” ผมตัดสินใจบอกพี่พลอยออกไปเพราะไม่อยากปิดบัง 

“จริงหรือธี” 

“ครับ” ผมตอบออกไปเสียงแผ่วเบา รู้สึกอึดอัดกลัวว่าพี่พลอยจะไม่ยอมรับ 

พี่พลอยคงเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของผม เขารีบเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ 

“ธีไม่ต้องกังวลเลย เดี๋ยวนี้เขายอมรับกันหมดแล้ว พี่ก็มีเพื่อนแบบธีเยอะแยะ” 

ผมคลี่ยิ้มออกมาได้ รู้สึกสบายใจที่พี่พลอยเข้าใจ 

“ธีรู้หรือเปล่าว่าพี่กฤตก็...” พี่พลอยทำเสียงกระซิบกระซาบกลัวคนในร้านจะได้ยิน 

“จริงเหรอครับ” 

“แฟนพี่กฤตเป็นถึงลูกผู้บริหารธนาคารเชียวนะ” 

ผมคิดไม่ถึงเหมือนกันเพราะพี่กฤตเป็นผู้ชายที่ดูดีคนหนึ่ง ผมคิดว่าแฟนของเขาจะต้องสวยแน่ๆ 

หลังเลิกงานผมจะเดินมารอรถเมล์ที่ป้ายหน้าห้างเป็นประจำ ส่วนพี่พลอยจะมีแฟนมาคอยรับกลับ พี่พลอยเคยชวนผมให้ติดรถไปกับเขา แต่ผมปฏิเสธไปเพราะเกรงใจแฟนพี่พลอยและอีกอย่างคอนโดผมก็อยู่คนละทางกับบ้านของพี่พลอย ผมนั่งรอรถเมล์อยู่สักพัก ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงแตรรถบีบเรียก จึงหันไปมองปรากฏเป็นรถคันที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี ผมรีบวิ่งขึ้นรถไปทันที 

“พี่มาร์สมาได้ยังไงครับ” 

“พี่รีบเคลียงานเพื่อมารับธี” 

“ธีกินอะไรหรือยัง” 

“ยังเลยครับ” 

“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนนะ” 

“ก็ได้ครับ” 

พี่มาร์สพาผมมากินข้าวที่ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขาเลือกที่นั่งเอ้าท์ดอร์ที่สามารถมองเห็นวิวสองฝั่งแม่น้ำที่เต็มไปด้วยโรงแรมและร้านอาหารติดไฟอวดแสงสีระยิบระยับ บรรยากาศยามค่ำคืนนี้จึงสวยงามมาก สายลมพัดเอื่อยๆ ทำให้อากาศเย็นสบายกำลังดีไม่ร้อนจนเกินไป 

“ที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง” 

“ก็ดีครับ หัวหน้าใจดี พี่ๆ ก็น่ารักทุกคน” 

“พี่ดีใจนะที่ธีได้ทำงานที่ชอบ” 

“ขอบคุณครับพี่มาร์ส” 

“แต่พี่ไม่อยากให้ธีขึ้นรถเมล์เลย พี่อยากไปรับไปส่งธีทุกวัน” 

“มันจะรบกวนพี่เปล่าๆ” 

“ทำไมธีพูดอย่างนั้น” พี่มาร์สเริ่มมีสีหน้าไม่ดีจนผมกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด 

“ผมแค่เป็นห่วงไม่อยากให้พี่มาร์สเหนื่อย พี่จะได้มีเวลาพักผ่อน” 

“แค่พี่ได้เห็นหน้าธีพี่ก็หายเหนื่อยแล้ว รู้ไหมแต่ละวันพี่คิดถึงธีมากแค่ไหน” พี่มาร์สเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ แววตาลึกซึ้งที่มองมามันทำให้ผมต้องหลบสายตาไม่กล้าสู้หน้าเขา 

“ธีล่ะคิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า” 

“ผมก็เหมือนกันครับ” ผมตอบออกไปเสียงแผ่วเบาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ยอมรับว่าที่ผ่านมาแม้เราจะโทรศัพท์คุยกันทุกวัน แต่ผมก็อยากเจอเขามากเหมือนกัน 

พี่มาร์สขับรถมาส่งผมที่คอนโด ผมกล่าวคำขอบคุณกำลังจะเปิดประตูก้าวขาลงจากรถ พลันพี่มาร์สเอื้อมมือมาจับแขนผมไว้ ผมหันกลับมามองด้วยความสงสัย เขาจ้องมองมาสายตาปรารถนาสื่อถึงความต้องการบางอย่าง เขาค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้หน้าของผมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน มือหนาจับเอวผมไว้หลวมๆ ผมได้แต่นั่งนิ่งดั่งต้องมนตร์สะกด พี่มาร์สบรรจงสัมผัสปากผมอย่างอ่อนโยน ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันแสนหวานยินยอมให้เขาเคล้าคลึงปากได้อย่างอิสระ มือทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงตกลงข้างลำตัว เมื่อตักตวงความต้องการเต็มอิ่มแล้วเขาก็เคลื่อนปากออกไปแล้วเอ่ยคำหวานออกมา 

“ฝันดีนะ” 

เสียงพี่มาร์สทำให้ผมตื่นจากภวังค์ รู้สึกความร้อนเห่อไปทั่วใบหน้า ก้มหน้างุดเอื้อมมือเปิดประตูรีบวิ่งขึ้นคอนโด 

ผมนั่งอมยิ้มมองธีวิ่งขึ้นคอนโดไปอย่างรวดเร็ว เขาคงจะเขินมาก วันนี้ธีทำให้ผมมีความสุขมากเหลือเกิน 

..................................... 

วันนี้รถไม่ติดมากนักทำให้ผมมาถึงที่ทำงานก่อนทุกคน ผมวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปที่ห้องพักพนักงานเพื่อหากาแฟกิน พลันได้ยินเสียงดังของพี่กฤตดังออกมาจากห้องทำงานซึ่งอยู่ไม่ห่างจากห้องนี้เท่าไหร่นัก ผมมองไปตามเสียงเห็นเขายืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเคียดเหมือนกำลังทะเลาะกับปลายสาย เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่กฤตมองมาทางผม ด้วยความตกใจผมรีบหันกลับมาทำตัวให้เป็นปกติ สักพักพี่กฤตก็เดินเข้ามาในห้องพัก 

“ธีมาเช้าจัง” 

“ผมต้องรีบออกแต่เช้าน่ะครับ ถ้าออกสายกลัวว่ารถจะติด” 

พี่กฤตหันไปชงกาแฟแล้วชวนให้ผมนั่งคุยด้วยกัน นอกเวลางานเขาจะเป็นกันเองกับลูกน้องมาก มันทำให้ผมไม่รู้สึกเกร็งเวลาที่พูดคุยกับเขา พี่กฤตชวนผมคุยเรื่องสัพเพเหระจนรู้ว่าผมกับพี่กฤตจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เราจึงคุยกันถึงเรื่องที่มหาวิทยาลัยอย่างออกรสชาติ 

ถึงเวลาเลิกงานฝนเริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกล ไม่นานนักฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมาอย่างหนัก โชคดีที่ผมวิ่งมาถึงป้ายรถเมล์ทันจึงไม่เปียกมากเท่าไหร่ ผมยืนรอรถเมล์อยู่นานแต่ก็ไม่มีทีท่าว่ารถเมล์คันที่ผ่านคอนโดจะมาเสียที จนกระทั่งมีรถคันหนึ่งมาจอดริมฟุตบาท กระจกถูกลดลงพอที่จะทำให้ผมเห็นได้ว่าเป็นพี่กฤต เขาทำหน้าพยักพเยิดให้ขึ้นรถ ด้วยความเกรงใจและกลัวว่ารถคันหลังจะรอนานจึงรีบวิ่งขึ้นรถไป 

“ธีบ้านอยู่ไหนเดี๋ยวพี่จะไปส่ง” 

ผมบอกที่อยู่ของคอนโดไปโชคดีมากที่มันอยู่เส้นเดียวกันกับคอนโดของพี่กฤต แต่ด้วยช่วงเวลาที่เร่งด่วนประกอบกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กว่าพี่กฤตจะฝ่าการจราจรอันคับคั่งมาถึงคอนโดของผมก็ปาไปเกือบสามทุ่มแล้ว จนผมรู้สึกเกรงใจเขาอย่างมาก 

“ขอโทษพี่กฤตด้วยนะครับที่ต้องเสียเวลามาส่งผม” 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่จะปล่อยลูกน้องให้ยืนตากฝนอยู่ได้ยังไง” 

คำพูดของเขามันทำให้ผมชื่นชมในความมีน้ำใจมาก แต่ก่อนที่จะลงจากรถผมได้ยินเสียงท้องพี่กฤตร้องเสียงดังขึ้นสองสามครั้ง เขามองผมแล้วยิ้มอย่างอายๆ 

“พี่กฤตหิวเหรอครับ” 

“ก็คงอย่างนั้น” เขาทำตัวไม่ถูกได้แต่เอามือลูบผมไปมาแก้ความเขินอาย 

ผมชวนพี่กฤตกินก๋วยเตี๋ยวใต้คอนโด เขาตอบตกลงทันที เรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวท่ามกลางฝนที่ตกลงมาปรอยๆ 

“ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยจริงๆ สงสัยพี่ต้องแวะมากินบ่อยๆ เสียแล้ว” 

“ครับ ผมก็กินเป็นประจำ” 

“งั้นวันนี้ผมขอเลี้ยงตอบแทนที่พี่กฤตมาส่งนะครับ” 

“งั้นก็ได้” 

..................................... 

กว่าผมจะกลับถึงคอนโดก็เกือบห้าทุ่มแล้ว ผมก้าวเข้ามาในห้องเห็นแบมนั่งรออยู่บนโซฟามองมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง 

“แบมคิดว่าพี่กฤตจะนอนค้างที่ธนาคารเสียอีก” 

“เผอิญพี่เจอลูกน้องที่ป้ายรถเมล์ ตอนนั้นฝนตกหนักมาก พี่ก็เลยอาสาไปส่งเขา” 

“พี่กฤตไม่เคยเปลี่ยนเลยนะครับใจดีกับคนอื่นเสมอ” 

“เขาเป็นลูกน้องพี่จะปล่อยให้ยืนตากฝนอยู่ได้ยังไง” 

“ใครครับผู้หญิงหรือผู้ชาย” 

“ผู้ชายเขาเพิ่งมาทำงานที่ธนาคารได้ไม่กี่วัน” 

“หวังว่าพี่กฤตคงไม่ได้คิดอะไรไปมากกกว่าที่พูดนะ” 

“ทำไมแบมพูดกับพี่อย่างนี้” ผมรู้สึกไม่พอใจคำพูดของเขาแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ ไม่อยากมีปากเสียงด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง 

“พี่ไม่อยากทะเลาะกับแบมแล้ว พี่เหนื่อย” ผมรีบเดินเข้าไปในห้องนอนหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที พอเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นแบมนอนอยู่บนเตียงแล้ว ผมก้าวขาขึ้นเตียงล้มตัวลงนอน แบมรีบมากอดผมไว้จากด้านหลัง ใช้มือลูบไล้ที่แผงอกผมวนไปมา ผมเข้าใจได้ทันทีในสิ่งที่เขาต้องการ 

“แบมพี่ง่วงนอน” 

“แต่เราไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้วนะ” 

“แบมต้องเข้าใจนะว่าพี่ทำงานมาทั้งวันแล้วพี่อยากพักผ่อน” 

“แล้วพี่กฤตเคยเข้าใจแบมบ้างไหมว่าแบมต้องการอะไร วันๆ พี่ทำแต่งานไม่เคยสนใจแบมเลย” 

“พี่ว่าเราพูดเรื่องนี้กันหลายหนแล้วนะ” 

แบมสะบัดตัวแสดงความไม่พอใจพลิกตัวนอนหันหลังให้ผมทันที ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ 

ผมเจอแบมครั้งแรกเมื่อห้าปีที่แล้ว เขาเพิ่งเรียนจบจากต่างประเทศมาฝึกงานที่ธนาคาร แบมเป็นลูกผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร แรกเห็นผมรู้สึกประทับใจในความน่ารักและใบหน้าหวานของเขา แต่ผมก็เจียมตัวเสมอเพราะเป็นแค่พนักงานธรรมดา แบมมาฝึกงานที่แผนกของผมทำให้เรามีโอกาสได้พูดคุยกันมากขึ้น มันทำให้ผมตกหลุมรักเขาอย่างง่ายดาย เพราะแบมเอาใจเก่งใส่ใจผมในแทบทุกเรื่อง ในที่สุดเราก็ตกลงคบกัน ครอบครัวของเขาต่างพากันคัดค้าน แต่แบมก็ไม่สนใจทำให้ผมประทับใจในมากที่เขาไม่รังเกียจคนจนอย่างผม แบมให้ผมย้ายเข้ามาอยู่กับเขา ในตอนแรกผมปฏิเสธเพราะไม่อยากให้คนอื่นมองไม่ดี แต่เขาก็อ้อนว่าอยากเห็นหน้าผมทุกวัน มันทำให้ผมใจอ่อนย้ายมาอยู่กับเขา แต่ระยะเวลาปีกว่าที่ผ่านมาผมได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการสาขา มันทำให้งานและความรับผิดชอบของผมเพิ่มมากขึ้นจนไม่มีเวลาให้เขาเหมือนแต่ก่อน สาเหตุนี้ทำให้เรามีปากเสียงกันเรื่อยมา แต่ผมจะเป็นฝ่ายตัดบทเสียเองเพราะไม่อยากจะทะเลาะให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต 

..................................... 

“ว่าไงไอ้ไม้” 

“กูนึกว่ามึงตายไปแล้ว” 

“ไอ้เหี้ยอยู่ดีๆ มาแช่งให้กูตาย” 

“ก็จริงนี่หว่าตั้งแต่มึงมีเมียจากเสือแม่งเสือกกลายเป็นแมว” 

“มันเรื่องของกู” 

“เด็กมึงคงมีดีสิท่ามึงถึงไม่ยอมออกจากถ้ำเสียที” 

“แล้วมึงโทรมามีอะไร” ผมพูดตัดบทไปเพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับมัน 

“ไอ้บอยให้โทรมาชวนมึงไปผับคืนนี้ มันอยากเจอมึง” 

“มันกลับจากต่างประเทศแล้วเหรอวะ” 

“ก็ใช่นะสิ มึงอยู่แต่กับเมียจะไปรู้เรื่องอะไร” 

“มึงจะมาไหมวันนี้ครบทีมเลยนะโว๊ย” 

ผมไม่ได้เที่ยวกับพวกมันมานานแล้ว เพราะมัวแต่ทำงานและอีกอย่างก็รู้สึกเกรงใจธี ผมไม่อยากให้เขาต้องคิดมาก แต่คืนนี้เพื่อนผมมากันครบทุกคน ผมอยากเจอพวกมันเพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว 

“งั้นก็ได้คืนนี้เจอกัน” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว