ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 มายกของสิเจ้าคนใช้

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 มายกของสิเจ้าคนใช้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2559 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 มายกของสิเจ้าคนใช้
แบบอักษร

“ถึงสักที ทำไมคนของฝ่ายนู้นไม่มารับเราสักทีคาเรน”

“กระหม่อมเองก็ไม่ทราบพะยะค่ะ” คาเรนกระตุกแว่นตัวเองขึ้น เขาเองก็เหนื่อยจากการเดินทางบวกกับอายุที่มากแล้วยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่

“ขออภัย ท่านคือเจ้าชายอาร์โนลล์จากอาณาจักรมอนเทลใช่หรือไม่พะยะค่ะ?”

“ใช่” เจ้าชายลูเธอร์ตอบทหารนายหนึ่งที่ใส่เครื่องแบบมาเต็มสูท

“ได้โปรดตามขาพเจ้ามาทางนี้เลยพะยะค่ะ รถรออยู่ที่หน้าสนามบิน”  ทั้งสองคนเดินตามนายทหารไปรถจอดอยูที่หน้าสนามบินสองสามคันมีหนึ่งในนั้นที่แต่งตัวสบายๆด้วยเสื้อยืดถูกทับด้วยสูทและกางเกงสีดำใส่แว่นกันแดดยืนอยู่ข้างๆรถ ทั้งสองคนจ้องหน้ากันไม่วาง อะไรกันเนี่ยแต่งตัวไม่เป็นระเบียบเอาซะเลย เจ้าชายอาร์โนลล์

“จะมองหน้าข้าอยู่ทำไม มายกองไปสิเจ้าคนใช้” เจ้าชายอาร์โนลล์เอ่ยกับร่างสูงซึ่งไม่รู้ว่านี่คือเจ้าชายลูเธอร์พระสวามีในอนาคตของเขา

“เอ่อ นี่ไม่ใช่.........” เจ้าชายลูเธอร์ยกมือห้าม

“ไม่เป็นไรคนใช้ก็คนใช้ เชิญเจ้าชายขึ้นไปนั่งรอที่รถเลยพะยะค่ะ”  ดูเหมือนเจ้าชายลูเธอร์จะอารมณ์ดีไม่โกรธที่ถูกเรียกว่าเป็นคนใช้แถมยอมทำตามอย่างง่ายดายพวกนายทหารต่างยืนดูอย่างตกใจ ดูเจ้าชายลูเธอร์ยกสัมภาระในขณะเจ้าชายอาร์โนลล์และคนติดตามไปนั่งรอในรถ

“เจ้าชายให้กระหม่อมจัดการเถอะพะยะค่ะ”  เจ้าชายลูเธอร์ปล่อยให้ทหารยกของขึ้นไม่นานสัมภาระทั้งหมดก็ถูกยัดเข้าไปในรถ เจ้าชายเปิดประตูและเข้าไปนั่งในรถข้างๆเจ้าชายอาร์โนลล์

“ทำไมเจ้าไม่ไปนั่งข้างหน้า?” 

“ก็ได้พะยะค่ะ” เจ้าชายลูเธอร์จำต้องยอมเดินไปข้างหน้าและนั่งกับคนขับรถ

“จะเจ้าชาย ทำไมถึงมานั่งที่นี่ล่ะพะยะค่ะ”

“โดนเจ้าชายไล่ออกมานั่งข้างหน้าหรือเจ้าก็ไม่อยากให้เรานั่ง?”

“ปะเปล่า เชิญนั่งได้เลยพะยะค่ะ”

“ขอบใจ ดูท่าว่าภรรยาเราจะแสบใช่เล่นเลย”  เพียงดูจากท่าทางแล้วไม่น่าจะผิดไปจากนี้ เจอกันครั้งแรกก็หาว่าร่างสูงเป็นคนใช้ซะแล้ว 

เมื่อมาถึงเขตพระราชวังที่ใหญ่โตมหาศาลภายในประดับประดาด้วยเครื่องต่างๆทำห้ดูสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก เจ้าชายลูเธอร์เดินออกมาเปิดประตูให้ร่างบาง

“ถึงแล้วพะยะค่ะ”

“ขอบใจ”  

“เชิญนั่งที่ห้องรับแขกของเราก่อนนะพะยะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมจะให้คนไปตามกษัตริย์และองค์ราชนีส่วนกระหม่อมขอตัว”  พูดจบเจ้าชายลูเธอร์ก็เดินออกจากพระราชวังไปที่พระตำหนักของตัวเอง

“ลูเธอร์ข้าได้ข่าวว่ะเจ้าจะแต่งงานเป็นเรื่องจริงเหรอ?”  เจ้าชายเฟรดริคที่นั่งรออยู่ที่พระตำหนักของเจ้าชายลูเธอร์ เมื่อได้ยินข่าวเขาก็รีบมาทันที

“อือ”

“แล้วเป็นไงบ้าง ภรรยาของเจ้าสวยไหม?”

“ก็ดี ผิดจากที่คิดไปนิดหน่อย”  เจ้าชายลูเธอร์ยอมรับเมื่อตอนที่เขาไปรับร่างบางภาพยังติดตาไม่เสื่อมคลาย ผมยาวสีดำสลวย ดวงตาเรียวคม ผิวขาวราวกับน้ำนม ช่างดูดียิ่งนัก

“ข้าชักอยากจะเห็นแล้วสิ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะได้แต่งงานก่อนข้า ฮ่าๆๆ ได้ยินท่านแม่พูดข้านี่ตกใจหมดเลย”  ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสนุกของเจ้าชายเฟรดริคมากกว่าเพราะคนอย่างเข้าชาบลูเธอร์ไม่น่าจะได้แต่งงานเร็วขนาดนี้

“ข้าเองก็ไม่คิดเหมือนกัน”  คำพูดของตนเองทำให้เขาคิดถึงเรื่องที่พระมารดาพูดเรื่องที่ร่างบางมีร่างกายพิเศษ

เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วเจ้าชายลูเธอร์ถูกคนนายทหารมาเรียกตัวกลับไปที่พระราชวัง เขาเดินไปกับพระสหายของตน

“สวัสดีท่านอาทั้งสองพะยะค่ะ” เจ้าชายเฟรดริคเมื่อเห็นกษัตริย์และราชินีอยู่ตรงหน้าเขาทักทาย อย่าพึ่งแปลกใตว่าทำไมเจ้าชายเฟรดริกถึงพูดแบบนี้เพราะว่าพี่ชายขององค์ราชินีทรงภิเษกสมรสกับเจ้าชายที่เมืองผู้ดีเลยติดนิสัยมาตั้งแต่เด็ก

“สวัสดีเฟรดริคสบายดีไหม?”

“สบายดีพะยะค่ะ ท่านแม่และท่านพ่อฝากความคิดถึงมาให้ทั้งอาทั้งสองด้วย”

“ขอบใจนั่งก่อนสิ นี่คือเจ้าชายอาร์โนลล์ที่จะเป็นพระชายาของเจ้าชายลูเธอร์และผู้ติดตามคาเรน”  เจ้าชายเฟรดริคมองตาค้างไม่ได้มองเพราะความงดงามของเจ้าชายอาร์โนลล์เลยสักนิด เขามองเลยไปที่บุคคลที่อยู่ด้านหลังของเจ้าชาย คาเรนผู้ที่ยืนเงียบขรึมเขาต้องตาต้องใจเจ้าชายเฟรดริคเข้าเสียแล้ว เจอเหยื่อชิ้นสำคัญซะแล้วสิ เจ้าชายเฟรดริคคิด

“แล้วคนที่กระหม่อมจะต้องแต่งงานด้วยล่ะพะยะค่ะ”

“คนนี้ไง ยังไมเห็นหน้ากันเหรอ? เจ้าชายเจ้าไม่ได้ไปรับด้วยตัวเองหรอกเหรอ?”  พรมารดาหันหน้าไปถามเจ้าชายลูเธอร์

“ไปรับมาพะยะค่ะ แต่ถูกมองว่าเป็นคนใช้”  ร่างสูงกล่าว ทำให้ร่างบางถึงกับตกใจคนที่ตัวเองบอกว่าเป็นคนใช้ดันกลายเป็นคนที่ตนเองจะต้องแต่งงานด้วย คนนี้เนี่ยนะที่ต้องมาเป็นสามี ใครจะนึกล่ะแล้วเมื่อกี้ยังออกคำสั่งกับเจ้าชายอีก ข้าอยากกลับบ้านT^T

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ แต่งตัวแบบนี้นึกว่าเป็นเด็กยกกระเป๋าสิ”  ร่างบางบ่นแต่ทุกคนได้ยิน

“เอาเถอะ ข้าไม่ถือสา^^”

“เอาล่ะๆ ต่อจากนี้ไปเจ้าทั้งสองจะต้องอยู่ด้วยกันที่ตำหนักใหญ่เราให้แม่บ้านเตรียมให้แล้ว”

“อยู่ด้วยกัน!!O.o”  ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน

“ก็ใช่น่ะสิ ในเมื่อพวกเจ้าจะแต่งงานกันอยู่แล้วแม่เลยให้คนใช้ย้ายข้าวของทั้งหมดไปที่ตำหนักใหญ่ของเจ้าด้วยนะเจ้าชาย”

“ต่อจากนี้ขอให้พวกเจ้าอยู่ด้วยกันห้ามแยกห้องนอนเป็นอันขาด”  ทั้งราชาและราชินีพูดขึ้นพร้อมกัน

“ละแล้วคนของกระหม่องล่ะพะยะค่ะ”

“ในระหว่างนี้ข้าขอให้เขาอยู่กับเจ้าชายเฟรดริคไปก่อนได้หรือไม่มันเป็นกฎน่ะถ้าเจ้าชายทั้งสองยังไม่แต่งงานกันห้ามใครเข้าไปอยู่ด้วยเด็ดขาด” ราชินีพูดเสียงเข้มทั้งสี่คนอยู่ในอาการที่เรียกว่าตกใจไม่หายจู่ๆก็มีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

“มารีน่า พาเจ้าชายไปที่ตำหนักใหม่นะ ส่วนเจ้าชายเฟรกดริกดูแลท่านคาเรนด้วยนะ”  เจ้าชายเฟรดริคพยักหน้ารัวๆ

 

เจ้าชายลูเธอร์และเจ้าชายอาร์โนลล์เดินเข้ามาที่พระตำหนักใหม่ต่างคนต่างก็ไม่รู้จะพูดอะไร

“เอ่อ...” ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“นั่งก่อนสิ”

“ขอบคุณ”  ทั้งคู่ทำตัวเก้ๆกังๆ

“คือว่าx2” 

“เชิญเจ้าพูดก่อน ท่างทางเจ้าจะมีเรื่องสำคัญมากกว่าข้า”

“ก็ได้ เรื่องแรกกายแต่งกายของท่านข้าขออภัยที่หาว่าท่านเป็นคนรับใช้”

“หึ ไม่เป็นไรข้าไม่ถือ”

“แต่ข้าขอร้องอย่างหนึ่งในเมื่อข้าต้องอยู่ที่นี่ ข้าไม่ชอบความไม่เป็นระเบียบการแต่งกายของท่านต่อไปนี้ท่านจะต้องแต่งตัวให้สมกับฐานะของตัวเอง เมื่อออกไปข้างนอกท่านควรจะกลับมาให้ตรงเวลาทานข้าว และพาข้าไปซื้อของด้วย”

“งั้นข้าขอบอกเจ้าอย่างหนึ่งข้าชอบความไม่เป็นระเบียบ อะไรจะมาให้ข้าเเต่งตัวเรียบร้อยกลับบ้านตรงเวลาข้าไม่ทำ ซื้อของพาไปได้แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์” เจ้าชายลูเธอร์ถอดสูทตัวเองออกและโยนไว้ข้างๆพร้อมทำหน้ากวน

“จะเอาอย่างนี้ใช่ใหม?” ร่างบางเดินขึ้นไปที่ห้องทำให้เจ้าชายลูเธอร์นั่งงง ไม่นานร่างบางก็เดินลงมาพร้อมกับเสื้อเชิร์ตเขาเอาไปเกี่ยวใส่คอร่างสูงแล้วลากออกมา

“แอ๊ก!! ปล่อยๆๆๆๆ”  เมื่อถึงรถเจ้าชายอาร์โนลล์ผลักเขาไปในรถ

“แค่กๆอะไรของเจ้าเนี่ย!!!” ร่างสูงตะคอกเสียงดัง

“ฮึก!” จู่ๆร่างบางก็น้ำตาคลอขึ้นมาดื้อๆทำให้เจ้าชายลูเธอร์ถึงกับหน้าซีด

“ร้องไห้ทำไม?”

“ท่านตะคอกใส่เราทำไม ฮึกT^T”  เวรกรรมแท้ๆได้เด็กขี้แงมาเป็นภรรยา  เจ้าชายถึงกับกุมขมับตัวเอง

“ข้าขอโทษ แค่ใส่เสื้อนี่แล้วพาเจ้าไปซื้อของใช่ไหมหยุดร้องได้แล้ว” ร่างสูงถอดเสื้อยืดออกทำให้เห็นกล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆบวกกับผิวแทนอ่อนๆเป็นผิวของนักกีฬาทำให้เจ้าชายอาร์โนลล์ถึงกับหันหน้าหนีเพราะความอาย

“เสร็จแล้วเข้าไปนั่งเถอะเกี๋ยวข้าขับเอง” เจ้าชายลูเธอร์กล่าวส่วนตัวเองย้ายไปที่ฝั่งคนขับ

เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าประชาชนที่อยู่ระแวกถึงกับตกใจเพราะไม่ค่อยเห็นเจ้าชายมาที่นี่บ่อยนักบางคนก็เห็นตามโซเซียลดูของความหล่อของพระองค์ตามโลกออนไลน์

“เจ้าชาย”

“ไม่ต้องมากพิธี เราแค่มาซื้อของเจ้าชายอาร์โนลล์อยากได้อะไรเลือกตามสบายข้าจะรอที่นี่”  เจ้าชายอาร์โนลพยักหน้าและให้พนักงานเดินตามไปส่วนเจ้าชายลูเธอร์นั่งตามองตามไปเรื่อยๆดูเขามีความสุขกับการซื้อของยิ้มให้พนักงานแถมเป็นกันเองอีก

“เจ้าชายมานี่หน่อย”  ร่างบางกวักมือเรียกเจ้าชายลูเธอร์อย่างกับว่าสนิทกันแล้วอย่างงั้น

“หึ จะพูดกับข้าแบบนี้เหรอ?”

“อื้อ ไม่ได้เหรอ?”

“เปล่าหรอกข้าไม่เคยเห็นคนทำพฤติกรรมเเบเจ้ามาก่อน แบบนี้ก็ดีข้าชอบจะได้สนิทกันเร็วๆ”  ร่างสูงยิ้มทำให้เจ้าชายอาร์โนลล์ถึงกับหน้าแดงแล้วหันหลบตา ทำไมใจข้าเต้นแรงแบบนี้ เขาแค่ยิ้มเฉยๆเองนะหรือว่าข้าจะชอบ......ไม่หรอก พึ่งเจอวันเดียวจะชอบได้อย่างไรกัน

“ตกลงว่าเรียกข้ามาทำไม?” ร่างบางถึงกับสะดุ้งลืมสิ่งที่เรียกร่างสูงมาซะสนิท

“ข้าให้ท่านมาลองเสื้อ เสื้อที่บ้านข้าโยนทิ้งหมดแล้ว”

“ว่าไงนะ?!”

“ฮึก! ข้าทำไม่หรือไง ฮึก ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ชอบความไม่เรียบร้อย”  จะบ้าตาย!!! เสื้อผ้าราคาแพงข้องข้า ข้าสิควรจะร้องไห้ไม่ใช่เจ้า ทำไมข้าต้องมาแพ้น้ำตาเจ้าด้วยเนี่ยพึ่งเจอกันวันแรกแท้ๆเหมือนท่านแม่ไม่มีผิดเลย

“เห้อ ทำไปแล้วก็ช่วยไม่ได้ เลิกร้องน่าชุดไหนที่จะให้ลอง?”  ยอมแพ้แต่โดยดีเพราะน้ำตาของเจ้าชายอาร์โนลล์ ระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้าร่างสูงส่งข้อความไปให้เจ้าชายเฟรดริกไปเก็บเสื้อผ้าของเขาแล้วเอาไปไว้ตำหนักเดิมให้ทีและเจ้าชายอาจจะต้องวางแผนเรื่องนี้เสียแล้ววิธีป้องกันน้ำตาของเจ้าชายอาร์โนลล์

“เสร็จแล้ว”  เจ้าชายลูเธอร์เดินออกมาพร้อมกับชุดที่ร่างบางเลือกให้

“อือ หล่อมากท่านใส่ไซต์นี้ใช่ไหม? เดี๋ยวข้าขอลองเลือกดูหลายๆแบบให้ รอที่นี่นะ”   แล้วก็หายลับไปกับตาทิ้งให้เจ้าชายลูเธอร์นั่งอยู่คนเดียว คิดจะทิ้งก็ทิ้งกันดื้อๆเลยนะ บทจะน่ารักก็น่ารักบทจะดื้องอแงขี้แยก็มาแบบไม่ตั้งตัว วันๆหนึ่งคนเรามันมีหลายอารมณ์จริงๆ 

“เจ้าชาย! ไม่คิดว่าจะเจอท่านในที่แห่งนี้นะเพคะ ไม่เห็นติดต่อหากระหม่อมบ้างเลย”  สวยสวยมาในชุดสีแดงทับทิมเดินเข้ามาหาเจ้าชาย แต่เขาดันจำหล่อนไม่ได้เสียนี่

“เราแค่พาคนมาซื้อของไม่ได้ตั้งใจจะมา”

“ใครเหรอเพคะ?”

“เจ้าชาย มาจ่ายเงินด้วย” เสียงของร่างบางตะโกนมาจากเคาท์เตอร์ทำให้เจ้าชายลูเธอร์เดินไปหาและหยิบบัตรเครดิตให้พนักงาน

“ใคร?”  ร่างบางและหญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกัน

“เอิ่มม ข้าขอแนะนำนะคนนี้คือคนที่จะมาเป็นพระชายาของเรา ส่วนเธอเป็นใครเราเองไม่รู้จัก” หญิงสาวแทบจะหน้าแตกยับเมื่อเจ้าชายบอกว่าไม่รู้จักเธอขึ้นมาดื้อๆ

“ไปกันเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วถือของมาด้วย”  จู่ๆร่างบางก็ทิ้งเขาไว้เฉยเลย เจ้าชายรีบหิ้วถุงเดินตามไปทีแรกนึกว่าจะไปต่อร้านอื่นแต่กลายเป็นว่ากลับมาที่รถซะงั้น

“ไม่ซื้อของให้ข้าต่อแล้วหรือ?”  เจ้าชายลูเธอร์ถามคนที่นั่งหน้าบูดกอดอกตัวเองในรถและเจ้าชายเก็บของไว้ในรถ

“อยากได้ก็ไปซื้อเอง ข้าอยากกลับบ้าน”

“หึงข้าหรือไง:)”

“ใครหึงเจ้า! เราพึ่งเจอกันวันเดียวทำไมข้าต้องหึงด้วย!”

“ไม่หึงก็แล้วไป จะไปไหนต่ออีกไหม?” เมื่อเก็บของเสร็จเจ้าชายลูเธอร์เดินมาที่ฝั่งคนขับก่อนจะสตาร์ทรถออกจากห้าง

“ไม่ไปข้าจะกลับบ้านไปกินข้าวกับคาเรน” 

“เจ้าลืมอะไรหรือเปล่า? คุณคาเรนไม่สามารถมาที่ตำหนักของเราสองคนได้”

“ถ้าเขามาไม่ได้ เราก็ไปกินกับพวกเขาสิ”  ความหัวหมอของเจ้าชายอาร์โนลล์ในเมื่อมาไม่ได้ก็แค่ไปหาก็จบ

“หึหึ เจ้านี่มันจริงๆโทรหาเฟรดริคให้ข้าที”  เจ้าชายลูเธอร์ยื่นโทรศัพท์ให้และบอกรหัสสี่ตัวให้เจ้าชายอาร์โนลล์รู้ นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาให้คนอื่นจับโทรศัพท์และรู้รหัสผ่านของเขา

(ฮัลโหล)

“เฟรดริคคืนนี้ข้าจะไปดินเนอร์ที่ตำหนักเจ้า มีอะไรให้กินบ้างไหม?”

(อืม คุณคาเรนกำลังจะทำกับข้าวพอดี)

“คาเรนทำกับข้าวเหรอ ข้าขอคุยกับคาเรนหน่อยได้ไหม?”  เจ้าชายอาร์โนลล์ที่ฟังด้วยสวนประโยคขึ้นมา

(สักครู่นะคุณคาเรนครับ เจ้าชายอยากคุยด้วย)

(เจ้าชาย)

“คาเรนเราจะไปกินข้าวกับเจ้าคืนนี้ทำอาหารโปรดให้ข้าด้วยนะ”

(ได้พะยะค่ะ กระหม่อมจะเตรียมไว้ให้ตอนนี้พระองค์อยู่ไหน?)

“ข้าออกมาข้างนอกกับเจ้าชายลูเธอร์กำลังจะกลับแล้ว”

(พะยะค่ะ เดินทางปลอดภัย) 

“ขอบคุณนะ”

(ลูเธอร์ช่วยซื้อเค้กเข้ามาให้ด้วยนะ)

“ตกลง” เจ้าชายลูเธอร์เลี้ยวตรงหัวมุมด้านหน้าและซอกแซกไปนิดหน่อยเจอร้านเค้กสไตล์ยุโรปที่ดูดีแถมเงียบสงบดีอีกด้วย

“จะลงไปดูไหม?”

“อือ จะซื้อให้คาเรนด้วย”  ร่างบางลงจากรถและเดินไปพร้อมกับร่างสูง

“คุณคาเรนก็ชอบของหวานด้วยเหรอ? ข้านึกว่าจะมีแค่เพื่อนข้าเท่านั้นที่ชอบ”

“อื้อ ตั้งแต่ข้าเกิดมาของที่คาเรนชอบมากที่สุดคือของหวานแต่ให้กินมากไม่ได้เพราะต้องควบคุมสุขภาพด้วย”

“คุณคาเรนก็ยังดูหนุ่มแน่นดีนี่นา มีปัญหาสุขภาพด้วยหรือ?”

“หน้าตายังหนุ่มก็จริงแต่เขาเกือบจะขึ้นเลขห้าแล้วนะ”

“ห๊ะ? ข้าคิดว่าเขาอายุเท่าเจ้าเสียอีก” เจ้าชายลูเธอร์เปิดประตูให้และเข้าไปทีหลัง

“เจ้าคิดผิดแล้ว คาเรนเป็นคนเลี้ยงข้ามาตั้งแต่เด็กเขาเหมือนพ่อของข้าอีกคน เพราะงั้นข้าถึงรักคาเรนมาก อ๊ะ! อันนี้คืออะไร?” เขาชี้ไปที่เค้กสีขาวนวลราดด้วยซอสสีน้ำเงิน

“เค้กของเมืองนี้น่ะมันชื่อว่า velvet blue cake มีที่เมืองนี้ที่เดียวเจ้าจะลองไหม?”

“เอาสิให้คาเรนลองด้วย”

“ขอvelvet blue cake สามชิ้นใส่กล่องกลับบ้านแล้วก็พายของเฟริดริคให้ด้วยนะ”

“เพคะเจ้าชาย”  เจ้าชายลูเธอร์ยื่นบัตรให้ พนักงานรีบไปทำให้อย่างรวดเร็ว

“คนที่นี่เป็นกันเองดีนะ” เจ้าชายอาร์โนลล์กล่าว

“ก็ทุกคนที่นี่เขาอยู่กันเหมือนพี่กับน้องไม่มีการแบ่งเพศหรือชนชั้นทุกคนเท่าเทียมกันหมด เว้นแต่ราชวงศ์ที่ต้องให้ความเคารพก่อนสิ่งอื่นใด เพราะงั้นข้าถึงรักเมืองนี้”

“ถ้าขึ้นครองราชย์แล้วก็ปกครองให้ดีสมกับชาวเมืองเคารพด้วยล่ะ” ร่างบางบ่นให้เบาๆ แค่เห็นสภาพวันนี้ทำให้ไม่อยากคิดเลยว่าประเทศจะเอื่อยเฉื่อยเละเทะแค่ไหน

“ได้แล้วเพคะ”

“ขอบใจ ไปกันเถอะ”  และแล้วก็ได้เวลากลับพระตำหนัก

เมื่อมาถึงเจ้าชายเฟรดริต คาเรนและสาวใช้คนอื่นๆยืนรออยู่ที่หน้าพระตำหนักเพื่อต้อนรับเจ้าชายทั้งสอง

“คาเรน! ข้าซื้อเค้กมาฝากท่านด้วยนะ” เจ้าชายอาร์โนลล์เดินเข้าไปกอดคาเรนด้วยความคิดถึง

“ขอบพระทัยพะยะค่ะ กระหม่อมว่าเราไปที่โต๊ะอาหารก่อนดีกว่ากระหม่อมทำไว้ให้เจ้าชายเยอะแยะเลย”  คำบางคำไม่จำเป็นต้องใช้ราชาศัพท์เพราะความสนิทสนมของเจ้าชายและคาเรน

“อยู่ที่นี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“ไม่พะยะค่ะ แค่ต้องทนรำคาญนิดหน่อย”  คาเรนมองสายตาจิกไปที่เจ้าชายเฟรดริค

“ข้าไม่น่ารำคาญขนาดนั้นสักหน่อย^^ ข้าแค่อยากรู้เกี่ยวกับตัวเจ้า” 

“กระหม่อมว่าเราเข้าไปทานข้าวดีกว่าพะยะค่ะอยู่ที่นี่แล้วหงุดหงิด”  คาเรนลากตัวเจ้าชายอาร์โนลล์เข้าไปในพระตำหนักทิ้งให้เจ้าชายอีกสองอยู่หน้าพระตำหนัก

“ชอบเหรอ?”  เจ้าชายลูเธอร์ถาม

“ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ?”  ใครมองไม่ออกก็บ้าแล้วแสดงออกชัดเสียขนาดนี้

“เล่นกับคนอายุมากต้องระวังหน่อยนะ”

“รู้น่า พึ่งโดนด่าเขาเรื่องนี้ก่อนที่เจ้าจะมา แต่ยังไงข้าก็0tชอบอยู่ดีไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา”

******************************************************************************

 

ความคิดเห็น