ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
🥀EPISODE 36 - รามไม่ยอม

รามไม่ยอม

'กล้ามายุ่งกับคนของกูมึงว่ากูจะปล่อยไปมั้ยละ'

 

🍼🍼

 

เสียงไอ้พวกเพื่อนเวรที่ดังขึ้นอยู่หน้าห้องน้ำเป็นเหตุให้ผมต้องผละออกจากร่างนุ่มนิ่มนั้น พากันมาถูกเวลาจริงๆ

ทีแรกก็กะว่าจะมาช่วยล้างตัวไม่ได้จะทำอะไรเขาหรอก แต่เห็นแววตาตื่นๆ ของกระต่ายน้อยมันเลยทำให้ผมนึกอยากจะแกล้ง แต่ความคิดที่อยากจะแกล้งเธอเหมือนเป็นความคิดที่ฆ่าตัวตาย อยู่ใกล้ตัวยัยนั่นทีไรทำเอาผมเสียอาการควบคุมตัวเองไม่อยู่ทุกที

จากทีแรกกะว่าจะแค่แกล้ง แต่ดันเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันอยากทำจริงขึ้นมาจนได้ คนที่ต้องรับกรรมก็คงหนีไม่พ้นเฟอร์บี้ ใครบอกอย่างให้ทำตัวน่ารักก่อนเอง

แต่ก็เกือบจะได้จูบยัยตัวแสบอยู่แล้วเชียว ดันโดนไอ้พวกเพื่อนบ้ามาขัดจังหวะเสียจนได้ กลับออกไปน่ะพ่อจะคิดบัญชีเรียงตัวเลยแมร่ง

"พะ...พี่ราม" น้องเรียกผมเสียงสั่น คงจะตกใจที่เพื่อนผมโผล่มาใสสภาพที่เธอเองก็ไม่เรียบร้อยแถมเราสองคนยังเกือบจะมาเกินเลยกันเกิดขึ้นในห้องน้ำอีก

ตกใจแย่เลยสิตัวเล็ก

"รู้แล้ว ล้างตัวไป พี่ออกไปรอข้างนอก อ่ะห่มตัวเองไว้"

ก่อนที่ผมจะเดินออกไปเปิดประตูเพื่อออกไปคิดบัญชีกับเพื่อน ผมก็ก้มลงไปเก็บเสื้อช็อปของผมที่มันตกพื้นอยู่ขึ้นมาคลุมคนร่างเอาเล็กไว้

คลุมเสร็จผมก็ค่อยๆ เปิดประตูห้องน้ำออกมา เปิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแล้วรีบแทรกตัวออกมากลัวว่าไอ้พวกบ้ามันจะเห็นอีกร่างที่อยู่ในห้องน้ำเลยต้องรีบปิด

พอออกมาผมก็ปิดประตูห้องน้ำ ยืนกอดอกทำหน้านิ่งใส่เพื่อนอีกสามตัวที่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ กลับมาให้ พวกมันคงน่าจะพากันรู้แล้วล่ะครับว่ามาผิดเวลา

"อย่ามาทำหน้าเหมือนจะฆ่ากูแบบนั้นสิวะไอ้ราม"

"ใครเสือกบอกอยากให้พวกมึงตามมา" ผมกอดอกตอบไอ่มิคไปนิ่งๆ

"พวกกูก็แค่เป็นห่วงน้อง"

"เมียกู ไม่ต้องมาห่วง" ไอ้เพื่อนบ้า อยู่ดีไม่ว่าดีเสือกอยากมาห่วงเมียเพื่อน ไม่ติดว่าเป็นเพื่อน มาพูดแบบนี้ต่อหน้าผมมันได้ลงนอนไปเล่นกับพื้นแล้ว

"หึงจังเว้ย" ไอ้ม่อลมันพูดออกมายิ้มล้อๆ เดี๋ยวรอให้มึงมีแฟนก่อนเดี๋ยวก็รู้เองอะ

"เอาไงต่อเรื่องนั้น" ไอ้โอบดึงกลับมาเรื่องเดิมเรื่องที่ค้างคาไว้

ก็ไม่ใช่เรื่องอะไร ตอนนี้เรื่องที่ใหญ่ของผมคงหนีไม่พ้นเรื่องที่มีคนมาทำร้ายคนของผมให้เจ็บ มาอยู่กับผู้หญิงของผมคิดว่าผมจะยอมปล่อยผ่านเหรอครับแม้จะเป็นผู้หญิงผมก็ไม่ปรานีบอกไว้ก่อน

ในเมื่อมันกล้ามาทำคนของผม ก็ต้องกล้าที่จะได้รับโทษที่มันทำลงไปเช่นกัน

การที่มีเรื่องกับเฟอร์บี้ ก็ไม่ต่างว่าผู้หญิงกลุ่มนั้นเปิดศึกมีเรื่องกับผมเช่นเดียวกัน วันนี้ที่ผมเห็นน้องเจ็บใครจะรู้บ้างว่าผมเจ็บกว่า

ผมดูแลของผมมาอย่างดี ไม่เคยทำให้เป็นแผลเลยสักครั้ง ยกเว้นเรื่องบนเตียงอันนั้นอารมณ์มันพาไป แต่ผู้หญิงกลุ่มนั้นเป็นใครที่กล้ามายุ่งกับของรักของหวงของผม

แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้หญิงคนนั้นทำ ครั้งก่อนตอนไปรับน้องก็ทีนึงแล้วครั้งนั้นผมยังไม่ทันได้เอาเรื่องอะไรและยอมปล่อยผ่านไป แต่โทษทีครั้งนี้ผมคงปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ

"กล้ามายุ่งกับคนของกูมึงว่ากูจะปล่อยไปมั้ยละ"

"แต่กูเตือนมึงอย่าง มึงอย่าลืมนะเว้ยว่าน้องเฟอร์บี้ไม่ใช่นักศึกษาธรรมดา น้องค่อนข้างมีหน้ามีตาในโลกโซเชียล"

ไอ้โอบมันเตือนขึ้นทำให้ผมพอได้สติ เกือบลืมไปแล้วว่าเฟอร์บี้เองก็ดังอยู่ในระดังหนึ่ง

ถึงเธออาจจะไม่ใช่ตัวท็อปของวงการ แต่ใช่ว่าเธอจะไม่มีชื่อเสียงฉะนั้นผมจะทำอะไรต้องระวังไว้ก่อนกลัวมันจะไปกระทบกับชื่อเสียงของคนตัวเล็ก ไม่ได้เด็ดขาด

ผมทนเห็นไอ้นักเลงคีย์บอดมาด่าน้องแบบเมื่อเป็นข่าวรอบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ผมว่าถ้ามีอีกรอบสองผมคงคลั่งจนจะได้สั่งเก็บทั่วทั้งคนในโลกโซเชียลจนหมดแน่ๆ

"แล้วทีนี้มึงจะเอาไง" ผมหันไปมองทางไอ้มิคที่ยืนกอดอกถาม

จริง ๆ ที่เห็นมันสนใจเฟอร์บี้มาก โดยฉะเพราะเรื่องข่าวเสีย ๆ หาย ๆ มันจะสนมากเป็นพิเศษ หนึ่งคือมันเอ็นดูเฟอร์บี้พวกมันเองก็มองเห็นเฟอร์บี้เป็นเหมือนน้องสาวคนนึง แต่ก็ให้มองได้แค่น้องสาวนะครับถ้าพวกแม่งคิดมากกว่านั้น เพื่อนก็เพื่อนเหอะผมก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

สองเลย จริงๆ อาจจะมีบางเรื่องที่ทุกคนไม่รู้หรืออาจจะรู้แล้วลืมคือเฟอร์บี้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ทางสนามแข่งของพวกผมอยู่ แล้วเธอไม่เป็นพรีเซนเตอร์ให้แค่รถ เธอเป็นให้ทั้งหมด ทั้งสนามแข่งคอยโปรโมดก็เป็นรูปน้อง ไหนจะรถคันใหม่ที่พวกผมนำเข้าก็ล้วนเป็นพวกน้องทั้งสี่คนทั้งนั้นที่เป็นพรีเซนเตอร์รถให้ เกือบจะทุกคันเลยมั้ง

ฉะนั้นเเล้วเฟอร์บี้ก็เปรียบเสมือนหน้าตาของสนามแข่งเช่นกัน การที่น้องมีข่าวด้านแย่ๆ แน่นอนอยู่แล้วว่ามันต้องมีคนกลุ่มหนึ่งที่มาขุดคุ่ยงานของน้อง

จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่สนามแข่งของผมหรอก ดูท่าน้องก็มีพรีเซนเตอร์อีกหลายตัว ทั้งเครื่องสำอาง หรืออะไรอื่นๆ ถ้าน้องมีเรื่องไม่ดีออกมามันก็กระทบกับงานถูกไหมครับเพราะฉะนั้นคนที่ทำงานด้านนี้ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมกับเฟอร์บี้ยังไม่ออกมาประกาศให้รู้กันทั่วว่าผมกับน้องอยู่ในสถานะไหนกัน คนที่รู้ก็จักมีแค่คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด แต่ใช่ว่าผมกับน้องปิดเรื่องความสัมพันธ์นะครับเราทั้งคู่ไม่ได้ปิด เพียงแค่ไม่ได้ออกมาพูด

"เห้อ กูคงทำอะไรที่มันโจ่งแจ้งมากไม่ได้ แต่ใช่ว่ากูจะยอมอยู่เฉย" เรื่องนี้ต้องคิดหนักเลยครับ ยังไงเสียผมก็ไม่มีทางยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่นอน

"พี่รามเปิดประตูให้หน่อย เสร็จแล้ว"

เสียงหวานที่ดังออกมาจากทางด้านในห้องทำ ทำให้ผมละความสนใจเรื่องก่อนหน้านั้นออกหมุนตัวกลับไปเปิดประตูให้คนตัวเล็ก

ที่น้องต้องให้ผมเปิดออกให้ เพราะผมล็อกประตูห้องน้ำจากทางด้านนอกตอนที่ออกมา น้องเลยเปิดประตูเองไม่ได้

พอประตูถูกเปิดออกร่างเล็กในสภาพที่ผมเปียก มีเสื้อช็อปวิศวะผมคลุมอยู่ก็เดินออกมา พูดง่ายๆ ว่าเปียกทั้งตัวคงต้องพากลับคอนโดไปเปลี่ยนชุดซะหน่อยนี่ก็ไม่รู้ว่าตอนบ่ายเธอมีเรียนอีกหรือเปล่า

"ตอนบ่ายมีเรียนมั้ย" ผมเดินเข้าไปหาพร้อมทั้งคว้าข้อมือน้องมาจับไว้

"มีค่ะ"

"งั้นเดี๋ยวพี่พากลับไปเปลี่ยนชุดที่คอนโดก่อน"

"แล้วพี่รามไม่มีเรียนบ่ายหรอคะ" พอผมจูงมือเธอจะเดินไปที่รถน้องก็ยื้อเอาไว้แล้วเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าผมตาใส่แป๋ว เห็นแล้วหมั่นไส้อยากเข้าไปกัดแก้ม

ฟอดด

ผมไม่ปล่อยให้นั่นเป็นความคิดแต่ผมก้มลงไปหอมแก้มเธอแรงๆ ทีนึง แต่พอหอมเสร็จเจ้าตัวเขาก็ให้รางวัลนะครับเขาตีแขนผมทีหนึ่งพร้อมส่งสายตาพิคาดมาให้ อะไรกันก็แค่หอมแก้มเมียเอง

"อืออ พี่ราม เพื่อนพี่ก็อยู่นะ"

"อย่าแคร์พวกมัน" คนที่ควรสนใจคือผัวตัวเองที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่

"ไม่ได้หน้าหนาเหมือนพี่นะ"

"เอาเป็นว่าพวกพี่สามคนจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วกันครับน้องเฟอร์บี้"

ไอ้โอบที่ยืนเห็นคนตัวเล็กเถียงผมอยู่มันเลยเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งสามคนที่เอามือขึ้นมาปิดตาพร้อมกันหลังจากที่ไอ้โอบมันพูดจบ เชิงว่าพวกผมสองคนจะทำอะไรกันก็เชิญมันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

"เห้ออ ตอนบ่ายพี่รามไม่มีเรียนหรอคะ"

กะว่าจะขอหอมเพิ่มอีกสักที แต่เจ้าของแก้มเขากลับรีบเอามือมาปิดแก้มตัวเองทั้งสองข้างไว้เมื่อเห็นผมโน้มตัวลงไปหวังจะหอมแก้มเธออีกข้าง น้องถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง

ฝากไว้ก่อนเถอะถึงคอนโดเมื่อไหร่แก้มซาลาเปาสองลูกนั้นโดนผมฟัดจนช้ำกันไปข้างแน่

"มีค่ะ แต่พี่ต้องไปส่งเมียพี่เปลี่ยนชุดก่อน ดูสิผมเปียกหมดเลยจะไม่สบายหรือเปล่าเฟอร์บี้"

ผมตอบกลับคำถามน้องอย่างไม่สนใจ แต่สิ่งที่ผมสนใจคือผมที่เปียกหมาดๆ ของคนตัวเล็กต่างหาก ดูสิจะป่วยหรือเปล่านะ

ถ้าเกิดเธอป่วยขึ้นมาผมจะคิดว่ามันเป็นเพราะยัยผู้หญิงกลุ่มนั้นที่มาทำตุ๊กตาตัวน้อยของผมป่วย แล้วเดี๋ยวผมจะทำพวกมันกลับให้มากกว่าป่วยอีกคอยดู

ผมเอื้อมมือไปลูบหัวน้องเบาๆ สายตาก็เผลอเหลือบไปเห็นเพื่อนทั้งสามที่ยืนนิ่งแต่ไม่ได้ปิดตาเหมือนตอนแรกอีกแล้ว มันทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมาให้ผมจนผมต้องชูนิ้วกลางส่งไป ดีที่พวกมันพากันไปยืนข้างหลังน้องตอนผมส่งนิ้วกลางให้ผมก็ส่งหลังคนตัวเล็กน้องเลยไม่เห็น

"ได้ไง พี่ไปเรียนเถอะเดี๋ยวเฟอร์บี้นั่งแท็กซี่ไปเองพี่จะได้ไม่เข้าเรียนสาย"

"เรานั่นแหละได้ไงเฟอร์บี้ เราคิดว่าพี่จะยอมให้เมียตัวเองไปนั่งแท็กซี่คนเดียวโดยที่สภาพเปียกๆ แบบนี้หรอ" แม้จะไม่ได้เปียกมาก เปียกพอหมาดๆ ก็เถอะ

"กูว่ามึงรีบพาน้องไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเถอะกูกลัวน้องไม่สบาย ส่วนเรื่องเข้าสายมึงไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพวกกูจัดการให้"

ผมพยักหน้าให้ความคิดของไอ้ม่อล ก่อจจะจูงมือคนตัวเล็กพร้อมกับเดิมออกมาตรงมาที่รถ ส่วนเธอก็ไม่ได้ค้านอะไรได้แต่เดินตามมาเงียบๆ จนกะทังเราทั้งคู่เข้ามานั่งรถ

ติ้ง

ติ้ง

ติ้ง

ติ้ง

ติ้ง

ทันทีที่เข้ามานั่งในรถเสียงแจ้งเตือนรัวๆ จากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดังจนไม่รู้ว่าแอปไหนเป็นต้นเหตุของเสียง แต่เดาๆ น่าจะรวมๆ กันมากกว่า

น้องหยิบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าของเธอออกมา ส่วนผมก็เอื้อมมือไปปรับแอร์ตรงที่นั่งของน้องกลัวเธอจะหนาว แล้วหันกลับมาสนใจต่อกับการขับรถ

"นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!"

เสียงอุทานตกใจของน้องทำให้ผมละสายตาจากท้องถนนแป๊บนึงหันไปมองทางคนตัวเล็กที่นั่งตาโตตกใจกับจอมือถือ

ผมไม่รู้ว่าในนั้นน้องดูอะไรแต่ถ้าให้เดาขอเดาว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมันจะเป็นข่าวเร็วขนาดนั้นเลยเหรอวะ

Rrrrr~

เสียงโทรศัพท์เครื่องบางของน้องที่ดังขึ้นดึงสติของผมออกมาจากห้วงความคิด ตั้งสติขับรถต่อแต่หูกลับยังคงสนใจเรื่องน้องที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ข้างๆ

 

"ฮัลโหลค่ะเจ้ริชชี่"

[…]

"เขามาหาเรื่องเฟอร์บี้ก่อน ครั้งนี้เฟอร์บี้ไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ"

[…]

"โถ่เจ้ ข่าวออกมามั่วชัดๆ เฟอร์บี้จะไปทำแบบที่ในข่าวเขาพูดได้ยังไงกัน เจ้ลืมแล้วหรอว่าเฟอร์บี้กำลังคบกับพี่รามอยู่นะ"

ใช่ครับ เรื่องผมคบกับน้องทางผู้จัดการน้องก็รู้หรือรวมทั้งเพื่อนในสังกัดน้องเองก็รู้เช่นกัน บอกแล้วว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้เราทั้งคู่ไม่ได้ปิดและไม่เคยอยากจะปิดมันด้วยซ้ำ แต่เพราะหน้าที่การงานของน้องมันเลยทำให้เราออกมาพูดอะไรมากไม่ได้ ไม่ได้มีการแถลงข่าวเรื่องความสัมพันธ์ (แล้วเราทั้งคู่ก็ไม่คิดที่จะออกมาแถลงข่าวด้วย ยังไงมันก็เรื่องส่วนตัว เรารู้ตัวเราดีไม่จำเป็นต้องออกมาป่าวประกาศอะไรให้คนทั้งโลกได้รับรู้)

แต่ถ้ามีคนเดินมาถามว่าน้องเป็นอะไรกับผม หรือผมเป็นอะไรกับเฟอร์บี้ เราทั้งคู่ก็พร้อมที่จะบอกโดยไม่คิดจะปิดบังว่าสถานะของเราว่ามันคืออะไร

"ค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้เฟอร์บี้จะเข้าไปที่สังกัดค่ะเจ้"

 

ผมได้ยินบทสนทนาเท่านั้นเฟอร์บี้ก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ผมหันไปมองหน้าเธอ เธอก็ส่งสีหน้าเหนื่อยใจกลับมาให้จนผมต้องเอามือมาขยี้หัวน้องเบาๆ ไม่ให้คิดมาก

"เห้ออ พี่รามมันเรื่องบ้าอะไรก็ไม่รู้เฟอร์บี้ไม่ผิดด้วยซ้ำ"

"พี่รู้"

"เห้ออ เหนื่อยเป็นข่าวแล้วนะ เรื่องพี่รามก็รอบนึงแล้วก็เจ้ริชชี่จะเคลียร์ข่าวจนมันซ่าลงมาได้"

"เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"

"ฮึ" น้องทำน้ำเสียงไม่พอใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เอามือกอดอกเบ้ปากทำท่าทำทางแสดงสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้

"เถอะหน่า มีพี่อยู่กลัวอะไร พี่ไม่ยอมปล่อยให้เมียพี่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรอกเราก็รู้" เมียทั้งคนเลยนะ เกิดอะไรขึ้นคิดว่าผมจะยอมอยู่เฉยๆ หรือไง

แต่ปัญหาคือ ตอนนี้เรื่องของเฟอร์บี้มันไม่รู้ว่าจะเริ่มจัดการให้น้องเรื่องไหนก่อนดี จะจัดการเรื่องข่าวก่อนหรือว่าจะจัดการยัยผู้หญิงสามคนตัวสร้างข่าวขึ้นมาก่อนดี แถมจะจัดการอะไรผมก็จะใจร้อนมากไม่ได้อีก

เรื่องนี้ผมต้องคิดให้รอบคอบ จะมาใช้อารมณ์ที่จะสั่งให้ลูกน้องไปทำร้ายร่างกายหรือจับตัวผู้หญิงสามคนนั้นมาตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

เกิดเรื่องมาแบบนี้ถ้าเธอสามคนนั้นหายตัวไปคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ แล้วเดี๋ยวจะมาโยงถึงคนตัวเล็กผมอีก ว่าเมื่อตอนเที่ยงมีเรื่องกับเฟอร์บี้ผ่านมาไม่นานทั้งสามก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ถ้าเฟอร์บี้ไม่ได้เป็นข่าวสถานการณ์มันน่าจะคุมได้ง่ายกว่านี้ ผมจะทำอะไรก็คงไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังเหมือนตอนนี้

แต่เอาเถอะยังไงซะเรื่องนี้ผมก็ไม่มีทางอยู่เฉย คงจะต้องประสานกับทางผู้จัดการของเธอก่อน เฟอร์บี้ยังไงก็ต้องมาก่อนเสมอ

 

ขับมาสักพักก็มาถึงคอนโดของผม ผมก็พาน้องเข้ามาในห้อง พาเข้ามาถึงคนตัวเล็กก็โดนผมไล่ให้เข้าไปอาบน้ำก่อน ผมเหลือบไปมองเวลาที่ตอนนี้จะบ่ายโมงแล้วยังไงเราก็น่าจะเข้าเรียนสายด้วยกันทั้งคู่

ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ทางมหาลัยจะเรียกตัวเฟอร์บี้หรือเปล่า ถึงขั้นมีเรื่องทะเลาะวิวาทในมหาลัยมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เหมือนในละครนะครับที่ตบแล้วก็คือจบไม่มีปัญหาตามมา

แต่อันนี้มันคือชีวิตจริง ความเป็นจริง มีคลิป มีข่าวออกไปแบบนั้นยังซะก็ต้องมีผลกระทบทางด้านชื่อเสียงของมมหาลัยอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้เฟอร์บี้ไม่ได้ผิด

จากที่ดูสถานการณ์เฟอร์บี้แทบจะไม่ได้ตอบโต้หรือทำร้ายร่างกายกลับ เท่าที่ดูคลิปที่เพื่อนมันส่งมาเห็น ที่จะมีแต่ปากเสียกันเท่านั้น ถือว่ายังพอมีเรื่องดีที่เฟอร์บี้ไม่ตบกลับมันยังพอเคลียร์และเธอจะไม่โดนมหาลัยทำโทษรุนแรง

เพราะถือว่าเฟอร์บี้เป็นฝ่ายโดนกระทำ

ฉะนั้นเรื่องมหาลัยไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าข่าวที่ออกมา ก็คือเข้าใจนักข่าวนะว่าอยากได้ข่าว อยากเขียนพาดหัวข่าวให้น่าสนใจแต่บางสำนักคือมากเกินไป เขียนไม่ได้อยู่ในขอบเขตของความเป็นจริงเลย

ใส่ไฟซะจนเฟอร์บี้คนน่ารักของผมกลายเป็นพวกหัวรุนแรง

"พี่รามดูอะไรคะ" เสียงหวานที่ดังออกมาทำให้ผมรีบเก็บมือถือให้เข้าที่ก่อนจะหันไปหาน้องที่เดินออกมา ในสภาพที่หัวเปียกและสวมชุดนักศึกษาตัวใหม่

"ทำไมไม่เป่าผมให้แห้งก่อนค่อยออกมา"

"กลัวพี่กลับไปเรียนสายไง ช่างเถอะเดี๋ยวมันก็แห้งแดดเมืองไทยแรงจะตาย รีบไปกันเถอะปะ"

เฟอร์บี้รั้งมือผมให้ลุกขึ้นแล้วจะพาไปมอ.ผมยอมลุกขึ้นตามแรงดึงของคนตัวเล็กแต่แทนที่จะเดินไปใส่รองเท้าผมกลับเดินเข้าห้องนอน ตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะออกมาพร้อมไดร์เป่าผม

"พี่รามจะทำอะไร"

ผมไม่รอให้เจ้าเด็กขี้สงสัยได้สงสัยนานก็เดินไปดึงเธอให้กลับมานั่งที่โซฟา ส่วนผมก็เดินไปเสียบปลั๊กไดร์

"เฟอร์บี้นั่งพื้นดีกว่าให้พี่รามนั่งโซฟาจะได้เป่าถนัดๆ"

พอน้องรู้ว่าผมจะเป่าให้เธอก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งจากที่นั่งโซฟาก็ลงมานั่งพื้น ส่วนผมก็ไปนั่งบนโซฟาแทนโดยมีคนตัวเล็กนั่งแทรกกลางระหว่างขาให้ผมเป่าผมที่เปียกชื้นของเธอได้ถนัดขึ้น

 

🍼🍼🍼

กลับหน้าเรื่อง
จะว่าโกรธก็โกรธ อยากให้ตบยัยพวกนั้นคือก็อยากทำแต่ติดปัญหาเยอะจังเลยลูก พี่รามของไรท์ปวดหัวเลยย 🙏มีคำผิดไรท์ขอโทษด้วยนะคะ ยังไงฝากติดตาม กดไลค์ เม้นท์ให้กำลังใจเค้าหน่อยน๊าา
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น