facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ของเล่นดารา 31

ชื่อตอน : ของเล่นดารา 31

คำค้น : ของเล่นดารา 31

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 106

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2564 00:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ของเล่นดารา 31
แบบอักษร

ตอนที่31 

#ของเล่นดารา 

 

รบกวนไม่เม้นว่า สั้น หรือ น้อย ได้ไหมคะ-/\- คือมันได้แค่นี้จริงๆค่ะ มันก็เท่าๆกันมาตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม่ได้สั้นหรือยาวมากกว่ากันจนน่าเกลียด เวลาเจอเม้นแนวนี้รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เลย เหมือนทำเต็มที่แบ้วแต่ก็ยังไมีดี ; ; ถ้าไม่รู้จะเม้นอะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่องก็เม้นให้กำลังใจไรค์แทนก็ได้นะคะตัวเอง

......

ที่ใต้หล้าเคยพูดเอาไว้ว่าคลื่นคืออีกหนึ่งคนที่ค่อนข้างจะรักษาคำพูด เพราะตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ดูเหมือนคลื่นจะยังเหมือนเดิมและไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เพราะนับตั้งแต่วันนั้นที่รับปากกับเขาว่าถ้าเข้ามาหาเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะขออยู่เพียงหน้าบ้านและจะไม่ทำตัวก้าวก่ายหรือทำให้ใต้หล้าต้องรู้สึกไม่ปลอดภัยเด็ดขาด ซึ่งดูท่าทางแล้วคลื่นจะทำตามคำพูดจริงๆ จนบางครั้งเป็นใต้หล้าเสียเองที่แอบคิดกับตัวเองด้วยซ้ำว่ามันจะต้องอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ? 

 

ซื้อของมาฝากก็แค่เอาวางไว้แล้วรีบเดินกลับออกไปนั่งที่ศาลาหน้าบ้านตามเดิม 

หรือต่อให้ใต้หล้าออกไปข้างนอกแต่คลื่นก็จะเว้นระยะห่างจากเขาอย่างน้อยหนึ่งเมตรเสมอ 

 

“เป็นบ้าหรือไง” ถึงตรงนี้คุณแม่มือใหม่พึมพำ ใต้หล้านั่งอยู่ภายในบ้านโดยที่มองคลื่นผ่านการที่แอบแง้มผ้าม่านออก และแม้จะอนุญาตให้คลื่นมาหาได้แต่ใต้หล้าก็ไม่ได้คิดว่าอีกคนจะถึงขั้นมานั่งเฝ้าทุกวันเป็นยามแบบนี้ ..!!.. แต่ในขณะกำลังแอบมองใต้หล้ารีบผงะตัวออกเมื่อเห็นว่าคลื่นหันมาสบตา ช่วงบ่ายแบบนี้คลื่นมักจะเดินมาที่ริมหน้าต่าง 

“คุณอยากกินขนมอะไรหรือเปล่า?” 

“ไม่” ใต้หล้าตอบไปแบบไม่คิด เขาไม่อยากจะเสวนากับคนตัวสูงเสียเท่าไหร่ 

“แต่ช่วงบ่ายแบบนี้คุณควรจะทานอะไรรองท้องบ้าง” 

“วันก่อนพายัพซื้อของมาให้ตั้งหลายอย่าง ไม่จำเป็นที่นายจะต้องซื้อของเข้ามา” เพราะพายัพกลับมาแล้วดังนั้นคลื่นไม่จำเป็นต้องมาทำอยากจะดูแลเขาหรอก แถมพอพูดถึงชื่อพายัพทีไรเป็นอันต้องได้เห็นหน้าตาหงอยๆ ของคนอายุน้อยกว่า นั่นทำให้ใต้หล้าเลือกไม่อยากจะมองหรือสบสายตา 

 

“โอเค แต่ถ้าคุณพายัพเขาลืมหรือไม่ว่างวันไหนคุณก็บอกผมนะ” น้ำเสียงแบบนั้นของคลื่นที่ใต้หล้าอยากจะยกมือปิดหู เขามองตามคนตัวสูงที่เดินหงอยกลับไปนั่งเฝ้าที่ประจำของตัวเองตามเดิม ช่วงบ่ายอากาศข้างนอกร้อนแสนร้อน ขนาดใต้หล้าที่คิดว่าตัวเองชินกับอากาศต่างจังหวัดแล้วแต่เขาก็ยังไม่สามารถอยู่ข้างนอกโดยไร้พัดลมได้อยู่ดี แล้วนี่คลื่นเก่งมาจากไหน ทำเป็นจะอดทนทั้งที่สภาพเต็มไปด้วยเหงื่อและดูร้อนจนหน้าซีดแบบนั้น 

 

“บ้า” เป็นอีกครั้งที่ใต้หล้าพึมพำ คงเพราะไม่มีคนดีๆ ที่ไหนเขาอยากจะพาตัวเองมาลำบากแบบนี้หรอก 

แถมพอคิดมากก็ชวนเครียด สุดท้ายคนแม่คนเก่งเลยตัดสินใจพาตัวเองเดินเข้าไปหาของกินในครัว 

“อ้าว” แต่แล้วใบหน้าหวานถอดสีเมื่อสิ่งที่คิดว่าจะทานในช่วงบ่ายวันนี้กลับหมดเกลี้ยงตู้ ดูท่าทางคงจะต้องออกไปซื้อ แต่ก็แน่นอนว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ร้านของชำอยู่ไม่ไกลเดินไม่เท่าไหร่ก็ถึง เขาเลยย้อนกลับมาหยิบกระเป๋าสตางค์ทั้งยังเตรียมร่มกันแดด ..แกร๊กกก.. และก็แทบจะในทันทีที่เพียงแค่แง้มเปิดประตูบ้านออกไปเท่านั้น 

 

“คุณจะไปไหน?” คลื่นรีบเข้ามาเสนอหน้า ดูกังวลไปหมดกับการที่ใต้หล้าจะขยับตัวและเหมือนจะกลัวแทบทุกฝีก้าวว่าคนตัวขาวจะล้มหรือได้รับบาดเจ็บ 

“แค่จะไปร้านค้า” 

“ซื้ออะไร? ผมไปซื้อให้” 

“ไม่ต้อง ฉันแค่ท้องไม่ได้เป็นง่อย” ใต้หล้าทำเสียงนิ่ง ขมวดคิ้วมองคนตัวสูงแบบหัวจรดเท้า 

“ทำมาเป็นห่วง ทีตอนแรกร้องแต่จะให้เอาออก” และประโยคนี้จากปากของใต้หล้าที่ทำให้ทั้งคนฟังและคนพูดอย่างเขาเองถึงขั้นชะงัก สีหน้าของคลื่นหมองลงอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับใต้หล้าที่ดูอึกอักกับการพูดไม่คิดของตัวเองเช่นกัน 

 

เพราะทั้งที่ก็บอกเองว่ายังสามารถเป็นเพื่อนกับคลื่นได้ 

ดังนั้นการที่ยังจะเอาแต่พูดจาเลวร้ายแบบนี้... 

“นายจะเดินตามฉันมาก็ได้ ร้านค้าอยู่แค่หน้าปากซอย” แม้ใต้หล้าจะไม่ได้ขอโทษในสิ่งที่พูดไม่ดีออกไปแต่ถึงอย่างนั้นการที่ยอมชวนคลื่นมาด้วยแค่นี้ก็สามารถเรียกรอยยิ้มจากคนตัวสูงได้แล้ว ดังนั้นภาพในตอนนี้ที่ออกมาจึงเป็นภาพที่ใต้หล้าเดินนำหน้าโดยที่มีคลื่นคอยเดินตามอยู่ไม่ห่าง 

 

“คุณดูไปไหนมาไหนด้วยตัวเองเก่งขึ้นนะ” เพราะปกติไม่ค่อยได้คุยกันและไม่แปลกหากคลื่นอยากจะชวนคุยแม้จะเป็นเพียงเวลาระยะสั้นจากการที่แค่เดินจากบ้านไปร้านขายของชำ 

“ฉันเหรอ?” 

“อื้ม วันนั้นผมเห็นคุณนั่งรถสองแถวเองได้ด้วย...ขนาดผมยังขึ้นไม่เป็นเลยนะแบบนั้นน่ะ” 

“พอสถานการณ์บีบบังคับคนเรามันก็ดิ้นรนเอาชีวิตรอดได้เองนั่นแหละ” เป็นการคุยกันที่ไม่แม้แต่จะได้สบตา เมื่อใต้หล้าเลือกจะมองทางเดินเบื้องหน้าในขณะที่คลื่นก็ทำได้เพียงมองแผ่นหลังบาง 

 

“ลำบากไหม?” คำถามจากคลื่นดังขึ้นซึ่งใต้หล้ายิ้มนิดหน่อยเมื่อได้ยินมัน 

“ก็นิดหน่อย แต่พอปรับตัวได้แล้วมีความสุขมาก” 

“ขอโทษที่ปล่อยให้คุณต้องลำบาก” 

“ด่าฉันก็ได้ว่าโง่เองที่หนีออกมาทั้งที่นายบอกให้รอแท้ๆ” ได้ยินแบบนี้คลื่นส่ายหน้า 

“ไม่หรอก ผมในตอนนั้นก็ไม่ได้น่าอยู่ด้วยสักเท่าไหร่ เป็นใครก็คงตัดสินใจแบบคุณ” 

 

“ไม่ต้องรับผิดคนเดียวขนาดนั้นก็ได้” ใต้หล้ายอมรับว่าไม่ชิน พอคลื่นเอาแต่บอกว่าตัวเองผิดแล้วมันรู้สึกแปลกพิกล 

“แต่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ก็เพราะผม” 

“ช่างมันเถอะ พูดมากยังไงไอ้สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันก็เปลี่ยนไม่ได้หรอก” น้ำเสียงของใต้หล้าไม่ได้แสดงความรู้สึกใด แววตาคู่สวยยังคงมองไปเบื้องหน้า เขาสูดลมหายใจเข้าลึก บอกกับตัวเองเสมอว่าการให้อภัยที่ดีมากที่สุดก็คือการอย่าไปนึกถึงเรื่องราวโหดร้ายในอดีตที่ผ่านมา เพราะนอกจากจะแก้ไขมันไม่ได้ ไอ้สิ่งพวกนั้นยังจะกลับมาทำร้ายความสุขในปัจจุบันของเราอีกด้วย 

 

“นั่นไง ร้านนั้น” ก่อนบรรยากาศจะแย่ไปมากกว่านี้ใต้หล้าเลยชวนเปลี่ยนเรื่องแล้วชี้ไปยังร้านขายของชำ ถึงอย่างนั้นแล้วคนตัวสูงยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพราะไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษที่ต้องการจะซื้อ เขามองใต้หล้าจากตรงนี้ 

“ป้าแวว ทำไมยังไม่เอายาคูลท์มาลงใหม่อีกเนี่ย” เสียงหวานกำลังบ่นอุบอิบ ใต้หล้าดูสนิทกับป้าคนขายมาก 

“เหลืออยู่ขวดนึงไม่ใช่หรือไง?” 

“ดูดครั้งเดียวก็หมดแล้วอะ” ใต้หล้าพูดไม่จริงจังนัก ท่าทางหยอกล้อกันมากกว่าเพราะคุณป้าเจ้าของร้านหัวเราะลั่น เธอกล่าวคำขอโทษ น้อมรับความผิดโดยการหานมยี่ห้ออื่นมาให้แทนและยังแถมขนมให้ใต้หล้าอีกด้วย 

 

“ให้ผมฟรี?” 

“เปล่าจดไว้เรียบร้อย เดี๋ยวป้ารอพ่อเลี้ยงมาจ่าย” คลื่นอมยิ้มกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า คงเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีโอกาสได้เห็นคนอย่างใต้หล้าร่าเริงเลย คนตัวเล็กที่กำลังยิ้มและหัวเราะ เป็นรอยยิ้มที่สดใสมากที่สุดของอีกฝ่ายตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมา 

 

“ปะ...กลับ” และในตอนนี้ใต้หล้าเดินกลับมาหาคลื่นแล้ว 

“ทำไม? ตกใจหรือไงที่เห็นฉันคุยกับคนอื่นเป็น” เพราะคลื่นเอาแต่ยืนมองหน้าใต้หล้าเลยแกล้งถาม 

“ก็นิดหน่อย” 

“ตอนนี้ฉันเพื่อนเยอะกว่านายอีกจะบอกให้” น้ำเสียงหวานดูเอาเรื่อง สีหน้าของใต้หล้าทำหงุดหงิดก่อนจะสะบัดหน้าเดินนำออกไป แต่ก็แน่นอนว่าคลื่นไม่ได้ว่าอะไรเพราะบนใบหน้าคมยังคงมีรอยยิ้มประดับ ดูเหมือนในตอนนี้ใต้หล้าจะสามารถใจดีได้กับคนทั้งโลก แต่ก็ยังเว้นเอาไว้แค่กับคลื่นที่มีโอกาสได้เห็นหน้าตาและท่าทางเอาแต่ใจแบบนั้น เขาเดินตามใต้หล้ามาจนเกือบจะถึงหน้าบ้าน ..ผลั้ก.. แต่แล้วจู่ๆ แผ่นอกชนเข้ากับหลังบางเมื่ออีกฝ่ายหยุดเดินเอาเสียดื้อๆ 

 

“เป็นอะไร?” คำถามของคลื่นไม่ได้รับคำตอบจนต้องเงยสายตามองเบื้องหน้าเอง 

เสียงจอแจพวกนั้น กลุ่มคนจำนวนมาก กล้องตัวใหญ่ และไมค์อีกหลายตัว 

..หมับ!.. ไม่รอช้าที่คลื่นจะรีบรั้งให้ใต้หล้ามายืนหลบอยู่ด้านหลัง ก่อนที่นักข่าวพวกนั้นจะวิ่งกรูเข้ามามีเสียงพึมพำจากใต้หล้าที่ฟังดูสั่นและยังไม่พร้อมที่จะต้องตกเป็นข่าวในตอนนี้ คนตัวเล็กกำลังแย่ คำด่าทอมากมายที่ใต้หล้ายังไม่พร้อมจะรับฟังมัน นั่นทำให้เจ้าของกายบางเลือกจะซุกหน้าลงกับไหล่แกร่งเพื่อเลี่ยงหลบสายตาของตัวเองจากพวกนักข่าว 

 

//เรื่องจริงไหมคะที่ว่าหนีพ่อแม่มาเพราะว่าใจแตก!// 

//แล้วที่ว่าท้องล่ะ?!// 

//ข่าวจากพวกชาวบ้านจริงไหมคะที่ว่าท้องไม่มีพ่อ!!// พวกนั้นรุมทึ่งใต้หล้า ส่งแต่ละคำถามไร้มารยาทที่ชวนทำให้คนตัวเล็กยิ่งไม่อยากจะได้ยินมัน 

 

//น้องคลื่น!น้องคลื่นแวะมาหาก็แค่เพราะห่วงเพื่อนร่วมงานใช่ไหมคะ? // 

//น้องคลื่นหลบออกมาอย่าไปยุ่งเลยค่ะเดี๋ยวจะซวยเป็นข่าวไปด้วย// 

//นั่นสิ อย่าไปยุ่งเลยดีกว่า คนดีๆ ที่ไหนเขาจะหนีออกจากบ้านแถมยังท้อง!// ใต้หล้าตัวสั่นจนสังเกตได้ มือเล็กที่จับชายเสื้อของคลื่นก็กำแน่นแถมตอนนี้คลื่นยังสัมผัสได้ถึงสัมผัสเปียกชื้นจากน้ำตาของอีกฝ่ายที่กำลังไหล 

 

“ทำไมต้องชอบเสือกเรื่องคนอื่นกันนักวะ” ซึ่งถัดจากนั้นที่คลื่นตัดสินใจจะพูดประโยคนี้ออกไป 

ทุกอย่างรอบตัวเงียบ ดูพวกนักข่าวจะอึ้งไม่น้อยที่กำลังถูกต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย 

“ผมเป็นคนทำใต้หล้าท้องเอง” คงเพราะรอบตัวเงียบสนิทเสียงของคลื่นถึงฟังดูดดังชัดเจน 

“แถมตอนนี้ก็ยังรักกันดี เลิกเสือกสักที” จบประโยคนี้คนตัวสูงเดินผ่ากลุ่มพวกนักข่าวออกมาโดยที่มือก็ดึงให้ใต้หล้าเดินตามเข้ามาในบ้านด้วยกัน แต่นักข่าวพวกนั้นดูเงียบไปได้สักพักก็พากันส่งเสียงดัง ทำท่าจะวิ่งตามเข้ามาด้านในจนคลื่นต้องล็อคประตูรั้วหน้าบ้านแล้วชิงพาคนตัวเล็กตามเข้ามาหลบอยู่ภายใน ..กึก.. หลังจากล็อคบานประตูทุกอย่างกลับมาเงียบสนิท ผ้าม่านพวกนี้ช่วยปกปิดเขาจากสายตาของนักข่าว 

 

“พวกนั้นตามมาได้ยังไง...” เสียงของใต้หล้าพึมพำ 

“ขอโทษ แต่คงเพราะมีคนเห็นผมอยู่กับคุณก็เลยยิ่งเป็นจุดสังเกต” คำขอโทษของคลื่นที่ใต้หล้าไม่ได้ทั้งโกรธหรือให้อภัย คนตัวขาวเงียบ เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาโดยที่ก็ยกมือกุมหน้าของตัวเองเอาไว้ 

 

“ใต้ แต่ในสักวันทุกคนก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี” 

“.......” ใต้หล้ากำลังจะร้องไห้ 

“ไม่เป็นไรนะ เรื่องแบบนี้มันเกิดกันได้และอีกอย่างผมก็ไม่ได้ไปไหน ไว้ถ้าคุณพร้อมเราไปให้สัมภาษณ์พร้อมกันก็ได้” แต่ประโยคนี้ของคลื่นทำให้ความรู้สึกที่กำลังจมดิ่งมีแรงฉุดชะงักเอาไว้ ใต้หล้าเม้มปาก เป็นอีกครั้งที่เขากล้าจะเผชิญหน้าและสบตากับอีกฝ่าย 

 

“นายไม่กลัวโดนด่าหรือไง” 

“ผมกลัวโดนคุณทิ้งมากกว่า” คำตอบจากปากของคลื่นที่ใต้หล้าเบ้ปาก มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตา ใต้หล้ามองคลื่นที่แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังทำเพียงยืนอยู่หน้าประตูและไม่ได้เดินเข้ามาในส่วนของห้องนั่งเล่น 

 

“ไหนว่าจะไม่เข้ามาในบ้าน” ถึงอย่างนั้นใต้หล้ายังอดไม่ได้ที่จะแกล้งถาม เห็นว่าคลื่นดูอึกอัก 

“ผม...เอ่อ...งั้นผมออกไปก็ได้” แถมพอเขาทักปุ๊บอีกฝ่ายยังเตรียมจะเปิดประตูบ้านออกไป 

“อย่าบ้าไปหน่อยเลย จะออกไปให้พวกนักข่าวรุมทึ่งหรือไง” และถ้าใต้หล้าไม่ท้วงเอาไว้คลื่นก็คงจะได้เดินออกไปจริงๆ แถมเมื่อแง้มผ้าม่านแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างพบว่ายังมีนักข่าวบางส่วนที่ปักหลงและไม่ยอมกลับไปไหน 

 

“รอจนกว่าพวกนั้นจะกลับแล้วนายค่อยออกไปก็ได้” 

“งั้นผมนั่งตรงนี้แล้วกัน” มีเก้าอี้ไม้ตรงมุมห้องซึ่งอยู่ไกลจากใต้หล้าพอสมควร คลื่นเลือกจะนั่งอยู่ยังจุดนั้น ก่อนต่างฝ่ายจะกลับมานั่งเงียบใส่กัน ระยะห่างเพียงเอื้อมที่คนอย่างคลื่นไม่มีสิทธิจะได้เข้าใกล้หรือโดนตัวของอีกฝ่าย 

 

เป็นความทรมานมากที่สุดสำหรับตอนนี้เมื่อคำว่าเพื่อนไม่มากพอต่อความต้องการของคลื่น 

เขาไม่สามารถเป็นเพียงแค่เพื่อนกับใต้หล้าได้... 

และทั้งที่ยังไม่ทันจะโดนใต้หล้าต่อว่าอะไรแต่คลื่นกลับอยากจะร้องไห้ 

แถมยิ่งใต้หล้าดูปกติมากเท่าไหร่มันเหมือนการยิ่งตอกย้ำว่าอีกคนไม่ได้รู้สึกอะไรอีกต่อไป 

 

“............” ฝนข้างนอกกำลังตก นั่งเงียบอยู่แบบนี้มานานหลายชั่วโมงโดยที่ต่างคนก็ต่างมีความคิดมากมายอยู่ภายในหัว คลื่นกำลังอึดอัด ความรู้สึกย่ำแย่เสียจนกลัวว่าตัวเองจะเผลอร้องไห้ออกมาตอนนี้ 

“พวกนักข่าวไปกันหมดแล้ว ผมว่าผมน่าจะกลับได้แล้ว” รอบนี้เป็นคลื่นเองที่อยากจะขอตัวกลับ 

เขาลุกออกมา เดินตรงไปยังประตูเบื้องหน้าโดยที่ไม่กล้าจะหันไปมองใต้หล้าด้วยซ้ำ 

 

“คลื่น” หากแต่เสียงของใครอีกคนกลับดัง เป็นใต้หล้าที่เรียกเขาเอาไว้ 

“ตอนนี้มันมืดแล้วและฝนก็ตกแรง...คืนนี้นายจะนอนค้างที่นี่ก็ได้ ตรงโซฟาตรงนี้ก็นอนได้” 

แม้เสียงของใต้หล้าจะดูไม่มั่นใจในการพูดเท่าไหร่ แต่เพียงเท่านี้ก็ดูจะสามารถทำให้คลื่นยิ้มออกมาได้ 

 

“ผมนอนที่นี่ได้?” เขาหันหน้ากลับไปถามซึ่งใต้หล้าเลิกคิ้วขึ้นทันที 

“ก็ให้นอนตรงโซฟาตรงนี้” 

“.........” คลื่นไม่ได้ตอบอะไรแต่เขากำลังกลั้นยิ้ม 

“แค่ให้นอนตรงนี้ ไม่ใช่หมายความว่าดีด้วยแล้วสักหน่อย” คนตัวขาวกำลังบ่นงึมงำ ไอ้ท่าทางตีหน้าเหวี่ยงแบบนั้นทั้งทีก็มีอาการขัดเขินต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เจอแบบนี้ไอ้ความรู้สึกเศร้าสร้อยก่อนหน้าของคลื่นหายไป เขากลับมายิ้มได้ เพราะดูเหมือนคำว่า เพื่อน ระหว่างเขาและใต้หล้าในตอนนี้มันจะสะกดออกมาได้ไม่ชัดเจนเหมือนเคยเสียเท่าไหร่ 

 

ไม่ว่ายังไงคลื่นก็จะขอคิดเข้าข้างตัวเองเอาไว้ว่าใต้หล้าเริ่มที่จะเปิดใจให้เขาอีกนิดแล้ว 

 

# # # # # # # # # # # 

มัมหมา โดยสมบูรณ์แบบบบบ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว