facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

รู้จักผมให้มากขึ้น ทาง facebook : นายพินต้า และ twitter : นายพินต้า ^ ^

ตอนที่ 3 : มหัศจรรย์แห่งดาวตก – 3 (NC)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : มหัศจรรย์แห่งดาวตก – 3 (NC)

คำค้น : #ปั้นหมึกcontest

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2564 12:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : มหัศจรรย์แห่งดาวตก – 3 (NC)
แบบอักษร

ตอนที่ 3 : มหัศจรรย์แห่งดาวตก – 3 (NC)

 

              ฉันยังร้องเรียกชื่อเขาอีกหลายครั้ง

              ห้องอาบน้ำของโรงแรมกว้างขวาง อ่างอาบน้ำขนาดที่ลงไปแช่ได้สองคนสบาย ๆ มีระบบแรงดันน้ำที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกันกลับเร่งเร้าความรู้สึกทางกล้ามเนื้ออย่างประหลาด และมือของเขาและฉันก็เกาะเกี่ยวกันไว้ในสายน้ำแผ่วเบา

              “แล้วจะมาบ่นว่าฉันทำคุณเป็นรอยไม่ได้นะ”

              เสียงพูดเหนื่อยหอบ หลังจากเรียกชื่อเขาอีกครั้งบนเตียงนอนที่เรียบนุ่ม ลมหายใจแหว่งวิ่นไปด้วยความรู้สึกที่ฟ่องฟูอยู่ในอก อัดแน่นจนแทบระเบิดออกมาเป็นความสุข ดวงตาของเขาเงยขึ้นสบทันที ทั้งที่ร่างกายยังคงวาดไกวไปด้วยจังหวะเดิม

              “ผมก็บอกให้คุณใส่เล็บปลอมเอาไง” เขาพูดท่ามกลางท่วงทำนองเร่งเร้า “เดี๋ยวถึงเวลาผมจะบรรจงถอดออกให้ทีละนิ้วเลย”

              “ลำบากจะตาย เกะกะ แล้วก็หักง่ายอีก” ฉันหอบ

              “งั้นคุณก็กดนิ้วแทนไง อย่าใช้เล็บจิก ยังไงผมก็ชอบนิ้วของคุณในเวลาแบบนี้อยู่ดี”

              เมทิตย์ตอบ ทั้งที่ยังรักษาจังหวะไว้ในห้วงเดิม ครั้งหนึ่งฉันเคยเผลอใช้เล็บข่วนเขาจนเป็นรอย โชคดีว่าไม่ได้เป็นแผลชัดเจนมาก พอใจต้องสอนให้เขาใช้พวกคอนซีลเลอร์กลบรอยแผลไว้เวลาที่จำเป็นต้องถอดเสื้อถ่ายงาน หลังจากนั้นฉันก็จำเรื่องนี้ได้ขึ้นใจ ใช้นิ้วกดได้ แต่ห้ามใช้เล็บ

              “ไว้ผมแก่จนไม่ต้องถอดเสื้ออวดใครแล้ว ผมจะให้คุณข่วนจนพอใจเลย ทุกวันก็ได้ ผมไม่เกี่ยง”

              ชายหนุ่มพูดหลังจากกอดร่างกายของฉันไว้แน่น นานชั่วห้วงสักสามหายใจได้ ก่อนจะคลายตัวลงมานอนแผ่หมดแรงอยู่ข้าง ๆ แต่เพียงไม่นานก็ขยับตัวไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตามเนื้อตัวฉันอย่างแผ่วเบา พอใจดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายไว้

              “ไปอาบน้ำกันนะ จะได้สบายตัว”

              เขาเอ่ยชวน ขยับตัวเลื่อนไปจะหาผ้าขนหนูผืนใหม่มาให้ แต่ฉันปฏิเสธไปด้วยเสียงหนักแน่น แต่ก็ปนหัวเราะไว้ตอนท้ายเบา ๆ

              “คุณไปก่อนเถอะ ไปอาบด้วยกันอีก เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนกันพอดี พรุ่งนี้คุณมีงานด้วยนี่ เดี๋ยวก็โทรมแย่หรอก” ฉันพูด

              “งั้นผมอาบก่อนนะ ผมอาบไม่นาน”

              ตอนแรกเหมือนเมทิตย์จะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ แต่พอได้ยินประโยคสุดท้าย เขาก็ยอมรับในเหตุผลขึ้นมาได้ เปลี่ยนมายิ้มให้ หอมแก้มเบา ๆ และหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปแทน

              ดวงตาของฉันหันไปมองท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร

              กลางคืนมืดมิดนี่สวยงามอย่างประหลาด ฉันชอบบรรยากาศยามกลางดึกที่สุด ตึกสูงต่าง ๆ พากันเปิดไฟอวดโฉมให้เห็นเป็นร่างเงา ยิ่งมืดยิ่งกลบไม่ให้เห็นสภาพผังเมืองอันสับสนปนเปของที่นี่ เหลือไว้เพียงสถาปัตยกรรมที่ฉายชัดเป็นรางเค้าโครง อาบแสงประดิษฐ์บ้าง แสงธรรมชาติบ้าง

              มือหยิบผ้าห่มหนาเทอะทะขึ้นมาห่อร่างกายไว้

              ก่อนจะทรงตัวลุกขึ้นเดินตรงไปอยู่ริมหน้าต่างกว้าง ฉันคบกับเมทิตย์มา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เขาเข้ามาทำความรู้จักที่โรงเรียนกวดวิชาที่สมัยนั้นใคร ๆ ก็ไปกัน เจอกันบ้างไม่เจอกันบ้าง แล้วแต่กับว่าจะมีดวงสมพงศ์ให้ลงเรียนวิชาเดียวกันในเวลาเดียวกันหรือไม่ เขาทำตัวเป็นเพียงเพื่อนที่เรียนพิเศษอยู่แบบนั้นเป็นเทอม ก่อนจะกล้าขอเบอร์โทรศัพท์มือถือ และเริ่มโทรมาจีบอย่างผู้ชายหนึ่งคน

              จาก 15 จน 25 ก็ครบเวลา 10 ปี

              ฉันจะอายุครบเบญจเพสในวันนี้ คืนนี้ ตัวเลขพิศวงที่ว่ากันว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงระดับเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนหลังมาให้ชีวิตใครต่อใครหลายคน หากแต่จะใช่ฉันด้วยหรือไม่ ฉันก็ไม่อาจคาดเดารับรู้ แต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีเมทิตย์อยู่ เขาที่สัญญาว่าจะไม่จากกันไปไหนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

              “เบญจเพส...”

              เสียงของฉันเอ่ยรำพึงขึ้นเบา ๆ อย่างสะดุดกับความคิดอะไรบางอย่าง ฉันเองก็แทบจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไปหมดแล้ว ใช่สิ ก่อนหน้าที่เมทิตย์จะร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้ฉันฟัง ฉันได้ยินเรื่องราวประหลาดมาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้า ...ความมหัศจรรย์ของดาวตกในคืนเบญจเพส

              ฉันเขยิบตัวเข้าไปใกล้กระจกกว้างจนกลายเป็นสัมผัส

              ถึงแม้ว่าห้วงหนึ่งของความรู้สึกจะร้องดังต่อต้านถึงความไม่น่าจะเป็นไปได้ของเรื่องเล่าอันแสนจะผิดที่ผิดทางนั่น แต่ยิ่งฉันเห็นป่าคอนกรีตที่ประกอบสร้างขึ้นมาด้วยอาคารสารพัดรูปทรงตรงหน้า หัวใจของฉันก็เหมือนจะถูกสูบหายไปด้วยความฝันในวัยวานที่ไม่เคยถูกเติมเต็ม

              ‘แกขอได้แค่ครั้งเดียว’

              เสียงนั่นดังขึ้นอีกครั้งในหู

              ‘อดีตที่แกขอจะเปลี่ยนไป’

              อดีตที่เป็นบาดแผลที่ฉันอยากจะรักษามันให้หายขาด

              ‘แล้วก็จะส่งผลมาถึงปัจจุบันด้วย’

              หากว่าคำขอวิเศษนั่นเป็นความจริง

              “ก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่ แค่ลองขำ ๆ”

              ริมฝีปากขยับออกมาเป็นเสียงดังเท่ากระซิบ บอกย้ำกับตนเองราวกับต้องการหาที่พึ่งบางอย่าง ใจหลุดลอยไปเห็นภาพตัวเองกับแบบโครงสร้างอาคารสูง ภูมิทัศน์ที่วางอยู่รายรอบ คนจำลองที่เดินไปมาในแบบภาพสามมิติ โมเดลสีขาวสะอาดที่ประกอบสร้างเป็นชั้น ๆ เห็นห้อง เห็นเครื่องเรือน และเห็นความฝันอยู่ที่นั่น

              ดาวตก...

              หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จุดเล็ก ๆ สว่างวาบขึ้นกลางผืนความมืดที่กางกั้นไว้เบื้องหน้า ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นเพียงแสงไฟสะท้อนมาจากตัวเมืองเท่านั้น แต่เมื่อมันค่อย ๆ วูบตก ทิ้งรอยเส้นเป็นทางยาว ฉันก็รู้ว่าปาฏิหาริย์ได้มาเยี่ยมเยียนถึงชีวิตฉันแล้ว

              “ฉันขอย้อนเวลากลับไปเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แทน”

              ฉันเผลอยกมือทั้งสองขึ้นมากุมกันไว้อย่างร้องขอ พูดออกมาเสียงดังราวกับเป็นพิธีการบางอย่าง และเพียงวูบวินาทีเดียว พอใจก็รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาสูบอากาศจนหมดไปจากห้อง ตัวของฉันแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่ทั้งสองเท้าจะทรุดตัวลงไปกองอยู่พื้น ในกองผ้าห่มหนา

              ฉันสะดุ้งตัวตื่นขึ้นอีกครั้งก็เพราะแสงที่สาดเข้ามาจนร้อนผิว

              ฉันลุกขึ้นส่ายศีรษะไปมาแบบงง ๆ มองไปรอบด้าน ไม่มีร่องรอยของเมทิตย์อยู่ เขาคงจะออกไปทำงานแล้ว ฉันอาจจะหลับลึกจนปลุกไม่ตื่น เมื่อขยับตัวก็พบว่าตัวเองนอนราบอยู่บนเตียง ไม่ใช่กองอยู่ที่พื้นอย่างที่จำความได้ เมทิตย์คงจะอุ้มฉันกลับมานอนบนเตียง

              เกือบ 10.00 น. แล้ว

              ฉันหันไปมองนาฬิกาของโรงแรมที่หัวเตียงก็ได้แต่เผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะโทรไปหาคนรักเพื่อต่อว่าเล่น ๆ เสียหน่อยที่ไปโดยไม่ยอมปลุก แต่สัญชาตญาณอะไรบางอย่างก็ร้องเตือนให้ฉันเอะใจ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของเมทิตย์อยู่ในเครื่อง กดดูแล้วดูอีกก็ไม่มี ย้อนดูจากประวัติการโทรก็ไม่มี บทสนทนาในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็กลับหายไปหมด ราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่เลย

              หัวใจฉันตกไปอยูที่ตาตุ่ม

              แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร เสียงร้องเตือนของโทรศัพท์ก็ดัง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากส่งเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องงาน และงานนั่นเป็นเรื่องสถาปัตยกรรมทั้งหมด พอใจนิ่งอึ้งไปและเริ่มต้นทบทวนความทรงจำอีกครั้ง ก่อนที่โทรศัพท์จะร่วงลงจากมือไปอย่างแทบจะสิ้นสติ

              ฉันได้เป็นสถาปนิกสมใจแล้ว

              ความทรงจำ ณ ปัจจุบันนี้บอกว่า ในสมัยมัธยมฉันกล้าลุกขึ้นมาทำตามความฝัน ต่อรองกับครอบครัวจนหันเหไปเรียนด้านที่รักได้อย่างคาดหวังไว้ทุกอย่าง ตอนนี้ฉันทำงานอยู่ในบริษัทสถาปัตย์ระดับประเทศ แต่ในความทรงจำนั่นก็ยังทำให้เห็นอีกว่า การที่ฉันเลือกหันเหไปเรียนด้านออกแบบทำให้ฉันไม่ได้ไปเรียนพิเศษสายสามัญอย่างที่เคย และนั่นทำให้ชีวิตนี้ฉันไม่เคยพบกับเมทิตย์เลยสักครั้ง

 

              ฉันสูญเสียความรักที่ดีที่สุดในชีวิตไปเสียแล้ว!

 

******************************************************** 

 

นวนิยายเรื่องนี้เข้าร่วมการประกวด #ปั้นหมึกcontest 

ผมเขียนโดยใช้นามปากกา "กิตติศักดิ์ คงคา" (อีกนามปากกาหนึ่งของ นายพินต้า) 

การตัดสินนับคะแนนจากยอด view และยอด like ด้วย 

หากใครรักใครชอบเรื่องนี้ อย่าลืม กด like , comment หรือแวะเข้ามาอ่านกันบ่อย ๆ นะ 

 

ลง 1 ตอน / 1 วัน 

หากวันไหนงดจะแจ้งล่วงหน้าที่ twitter : นายพินต้า - NINEPINTA จ้า 

 

^ ^ ขอให้ความรักสถิตอยู่กับคุณ ^ ^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว