ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 ผู้ชายชอบขู่

ชื่อตอน : บทที่ 11 ผู้ชายชอบขู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 507

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2564 01:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 ผู้ชายชอบขู่
แบบอักษร

เธอเลือกเสื้อเชิ้ตสีขาวให้เขาสวมกับกางเกงยีน ส่วนเธอเองก็อยู่ในชุดเดรสสีขาวยาวถึงข้อเท้าแขนกุดตัวชุดมีลายปักดอกไม้เล็กๆ สีเหลืองดูน่ารักหวานๆ คราแรกที่หยิบมาใส่ก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอเดินเคียงคู่มากับเขาเธอกลับรู้สึกว่าคิดผิดมากที่เลือกชุดนี้มาใส่เพราะมันดูเป็นเสื้อคู่ขึ้นมาทันทีเธอเห็นเขาหันมามองเธอแว๊บนึงเหมือนกำลังจะสำรวจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรรั้งเธอเข้าไปใกล้แล้วพาเดินออกมาที่ลานกว้างพอคนงานเห็นว่าพวกเธอทั้งสองออกกันมาแล้วก็ส่งเสียงเฮเพื่อต้อนรับกันอย่างปลาบปลื้ม

"เจ้าภาพมาแล้ว มาตรงนี้เลยนาย” เสนอผู้จัดแจงทุกอย่างนำทั้งเขาและเธอให้มายืนอยู่ตรงกลางทุกคนยิ้มยินดีส่งมาให้ ยกเว้นใครบางคนเธอเห็นสายตาชิงชังของคนคนนั้นชัดเจนมากสายตานั้นถูกส่งมาให้เธออย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย

“คอยดูเถอะกูจะทำให้อีนี่กระเด็นออกจากไร่ให้ได้ที่ตรงนั้นต้องเป็นของกูไม่ว่าอีนี่หรือว่าอ้ายอีนางไหนก็ไม่มีสิทธิ์” หวานใจว่าอย่างหมายมาด

“แล้วเเกจะทำยังไง” ฝ้ายเด็กสายรุ่นราวคราวเดียวกับหวานใจถามขึ้น

“มึงรอดูต่อไปก็แล้วกันกูไม่ปล่อยให้มันอยู่ที่นี่ได้นานหรอก ไปกูไม่อยากอยู่ดู ยิ่งเห็นก็ยิ่งเกลียด” ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะพากันเดินออกจากงานไปเพราะไม่อาจทนดูภาพตรงหน้าได้

“มึงจะพิธีรีตองอะไรของมึงไอ้เหนอ”

“โธ่นายนี่งานของนายกับนายหญิงนา พูดอะไรหน่อย สักนิดก็ยังดี”

“วุ่นวายนักนะมึงเนี่ยอ่ะๆ พูดก็พูด” คณกรหันมามองคนข้างๆ เธอหันมองเขาเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไรเขายกยิ้มนิดๆ ก่อนจะหันไปหาคนงานที่รอฟังเขาพูดอยู่

“คืนนี้สนุกกันให้เต็มที่ แต่ไม่ต้องดึกกันมากนายหญิงต้องรีบเข้านอน”

เพียงเท่านั้นเสียงเฮก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกรอบทุกคนหัวเราะคิกคักส่งสายตาล้อเลียนมาให้จนเธอหน้าแดงแต่ไม่ใช่เพราะความเขินนะแต่เพราะโกรธต่างหากเขาไม่ได้หมายความแบบที่พูดไปแต่แค่จะหาเรื่องแกล้งเธอให้ได้อายมากกว่า ส่วนคนพูดก็หัวเราะอย่างชอบใจหันมองหน้าเธอก่อนจะยักคิ้วให้อย่างยียวน

“คุณแกล้งแก้ม”

“แกล้งอะไร”

“ก็คุณพูดไปแบบนั้น” เธอต่อว่าเขาเสียงเขียว

“ฉันก็แค่ห่วง กลัวว่าเสียงเพลงจะดังเกินไปแล้วเธอจะนอนไม่หลับ ฉันแกล้งเธอยังไง”

“หรอคะ สาบานก็ตายเปล่า” เธอว่าพร้อมกับมองเขาตาขวางแล้วก่อนที่เธอกับเขาจะเถียงกันมากกว่านั้นเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นเสียก่อน

“นาย” เด็กสาวอายุประมาณสิบเจ็บสิบแปดเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยกมือไหว้ทั้งเธอและเขา

“อ้าว เนื้อนางมายังไงเรา”

“ติดรถลุงเทิดมาจ้ะเห็นป้าจวนบอกว่าที่ไร่จะมีงานเลี้ยงต้อนรับนายหญิงนางก็เลยติดรถลุงเทิดขึ้นมาอยากมาเห็นนายหญิงแล้วก็เผื่อว่าจะมีงานอะไรให้นางช่วยจ้ะ” เด็กสาวพูดไปยิ้มไป เด็กสาวตรงหน้ายังอยู่ในชุดนักเรียนม.ปลายหน้าตาก็น่ารักน่าชังสมวัยจนเธอนึกเอ็นดู

“ไม่มีงานอะไรให้ช่วยหรอก นี่แก้มหอมเมียฉัน”

“สวัสดีจ้ะนายหญิง”

“สวัสดีจ้ะ” เธอรับไหว้แทบไม่ทันก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กสาว

“นี่เนื้อนางหลานสาวนมแขแม่นมของแม่ฉัน ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่คุยเป็นเพื่อนนายหญิงไปก็แล้วกันนะก่อนกลับก็เอากับข้าวกับขนมกลับไปด้วย”

“ขอบคุณจ้ะนาย” เขาว่าเสร็จก็ปล่อยให้เธอและเด็กสาวอยู่ด้วยกันส่วนเขาก็เดินเข้าไปร่วมวงกับคนงานผู้ชาย

“นายหญิงสวยจังเลยนะคะเหมาะกับนายมากๆ เลย”

“หรอจ๊ะ” เธอยิ้มแห้งส่งให้ไม่รู้ว่าเธอกับเขาอะไรที่ว่าเหมาะสมกัน เด็กสาวชมว่าเธอสวยแต่บอกว่าเหมาะสมกับโจรป่าห้าร้อยนั่นนี่เธอสวยจริงหรือเปล่านะคิดแล้วก็อยากจะขำออกมา

“จริงๆ นะจ๊ะถึงนายจะดูโหดๆ ห่ามๆ ไปสักหน่อยแต่มันแค่ภายนอกเท่านั้นแหละจ้ะจริงๆ นายหน่ะทั้งใจดีแล้วก็เป็นคนดีแถมเวลาโกนหนวดโกนเครายังหล่อมากๆ อีกต่างหาก”

“นายนั่นเนี่ยนะเป็นคนดีแถมใจดีอยู่ด้วยกันมายังมองไม่เห็นสองข้อนี้เลย” เธอโพลงออกไปอย่างลืมตัวแล้วก็เห็นหน้าตกใจของเด็กสาว

“อ้าว นายหญิงแต่งงานกับนายแล้วไม่ใช่หรอจ้ะถ้านายไม่ดีนายหญิงจะตกลงแต่งงานด้วยได้ยังไง” เด็กสาวถามอย่างสงสัย

“อ่อ เอ่อ.....ฉันพูดเล่นหน่ะ แล้วเนื้อนางบ้านอยู่ไหนหรอจ๊ะอยู่ในไร่นี้หรือเปล่า”

“เปล่าหรอกจ้ะบ้านของเนื้อนางต้องขับรถลงไปอีกอยู่ตีนเขานู้นจ้ะ”

“อ่อ แล้วเนื้อนางอยู่กับใครจ๊ะ”

“เนื้อนางอยู่กับยายสองคนจ้ะพ่อแม่ของเนื้อนางท่านเสียหมดแล้ว”

“เสียใจด้วยนะจ๊ะ พ่อแม่ฉันก็เสียหมดแล้วเหมือนกันเนื้อนางอยู่มออะไรแล้ว” เธอเอ่ยก่อนจะพาเด็กสาวมานั่งที่ชิงช้าหน้าบ้านรู้สึกว่าโชคดีที่เด็กสาวคนนี้มาเธอเลยมีเพื่อนคุยไม่ต้องมานั่งเหงาอยู่คนเดียว

“ม.หกแล้วจ้ะอีกเทอมเดียวก็จะเข้ามหาลัยแล้ว”

“แล้วรู้หรือยังว่าจะเข้าคณะอะไร”

“เนื้อนางอยากเป็นครูจ้ะ” เด็กสาวยังคงพูดไปยิ้มไปเช่นเคย

“หื้อ ฉันเองก็เรียนครูมานะเนื้อนางมีอะไรถามฉันได้นะ”

“จริงหรอจ้ะดีใจจังเลยจ้ะถ้าเนื้อนางมีอะไรสงสัยนางมาถามนายหญิงได้มั้ยจ๊ะ”

“ได้สิ เนื้อนางมาที่นี่ฉันก็พลอยมีเพื่อนคุยไปด้วย” เธอพูดไปด้วยความดีใจป้าบัวเองก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านทั้งวันเช้ามาทำงานงานเสร็จบ่ายๆ ก็กลับแล้ว

“เนื้อนางจะพยายามมาอยู่เป็นเพื่อนนายหญิงบ่อยๆ นะจ๊ะนายมีบุญคุณกับเนื้อนางมากที่มีเงินเรียนทุกวันนี้ก็เพราะนายเป็นคนส่งเสียถ้าไม่มีนายเนื้อนางก็คงไม่ได้เรียน ถ้านายหญิงมีอะไรให้เนื้อนางรับใช้บอกได้เลยนะจ๊ะไม่ต้องเกรงใจ” คนฟังตกใจไม่น้อยกับเรื่องที่ได้ยินแบบนี้สินะเธอถึงรู้สึกว่าเขาและเด็กคนนี้ดูสนิทสนมกันมาก เขามักจะพูดจานุ่มนวลกับแค่บางคนเท่านั้นนอกจากเขมอัปสรก็มีเด็กสาวตรงหน้านี่แหละที่เขาพูดจาดีด้วยไม่ตะคอกไม่ทำเสียงแข็งใส่ อีตาโจรป่าห้าร้อยนั่นก็จิตใจดีเหมือนกันแฮะ

“อย่าเรียกว่ารับใช้เลย คิดว่าฉันเป็นพี่สาวจะดีกว่า”

“จ้ะนายหญิง นายเลือกเมียไม่ผิดจริงๆ เลยนะจ๊ะถ้ายายรู้ยายก็คงจะดีใจเหมือนกันแต่เนื้อนางก็แปลกใจอยู่เหมือนกันนะจ๊ะนายเอาแต่ทำงานไม่เคยเห็นคบกับใครจริงๆ จังๆ อยู่ๆ วันนี้ได้ยินว่ามีเมียเนื้อนางเองยังไม่อยากเชื่อเลยจ้ะ” เด็กสาวว่าพลางหัวเราะโดยที่ไม่ได้คิดอะไรแต่คนที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไรได้แต่หัวเราะตามอย่างจืดเจื่อน นี่เธอต้องรู้สึกแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กันเธอกลายเป็นยัยจอมโกหกไปแล้ว

“อ่อจริงสิ เนื้อนางรู้จักหวานใจมั้ย” เด็กสาวหันมามองหน้าเธอทันทีแววตามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ยัยหวานทำอะไรนายหญิงหรือเปล่าจ๊ะหรือว่ามาพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่า”

“เปล่าหรอกจ้ะ ฉันแค่คิดว่าหวานใจไม่ค่อยชอบฉันสักเท่าไหร่เนื้อนางพอจะเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ยว่าทำไมหวานใจถึงได้แสดงท่าทางแบบนั้น”

“ถ้าเล่าไปนายหญิงอย่าคิดมากนะจ๊ะ ยัยหวานหน่ะชอบนายเสือเห็นว่าเป็นหลานลุงเทิดก็เลยทำตัวไม่ตัวเกรงใคร”

“ลุงเทิดหรอใครกันหรอจ๊ะ” เธอได้ยินชื่อนี้บ่อยแล้วเหมือนกันแต่ยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของชื่อนี้เลย

“หัวหน้าคนงานจ้ะเป็นคนเก่าคนแก่ของไร่จอมขวัญนายเสือเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่ ได้ยินว่าสมัยก่อนตอนที่นายเสือยังเด็กๆ ลุงเทิดเคยช่วยชีวิตเอาไว้ตอนนายเสือเล่นซนจนตกน้ำจากวันนั้นนายเสือก็ทั้งรักทั้งเคารพลุงเทิดยัยหวานเลยได้ใจเห็นว่านายไม่ทำอะไรเพราะเป็นหลานของลุงเทิดก็เลยชอบทำตัวไม่เหมาะกับนาย”

“ทำตัวไม่เหมาะยังไงจ๊ะ”

“เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องเกิดขึ้นจ้ะเนื้อนางก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องเป็นมายังไงแต่วันนั้นเหมือนนายจะเมามาจากข้างนอกไม่รู้ว่าไปไงมาไงยัยหวานถึงได้ไปอยู่ที่บ้านนายตอนค่ำๆ มืดๆ ทั้งๆ ที่เวลานั้นนายไม่อนุญาตให้ใครขึ้นไปทั้งนั้นนอกจากพี่เหนอกับลุงเทิดตอนนั้นยัยหวานกำลังจะถอดเสื้อนายอยู่เลยจ้ะโชคดีที่พี่เหนอมาเจอเสียก่อนก็เลยไล่ยัยหวานลงจากบ้านไปพอเช้ามานายรู้เรื่อง ยัยหวานก็อ้างว่าลืมของเอาไว้เห็นนายเมาเลยเป็นห่วง ถึงนายจะไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมากก็แค่ตักเตือนไปก็คงจะเกรงใจลุงเทิดไม่อยากถือสาเอาความอะไรส่วนลุงเทิดก็ขอโทษนายเป็นการใหญ่บอกว่าจะตักเตือนยัยหวานเองส่วนนายจากวันที่เกิดเรื่องก็ไม่ได้กลับมาบ้านอีกบอกแค่ว่าจะลงไปพิจิตร”

พอฟังเรื่องทั้งหมดจบแล้วเธอเองก็พยักหน้าเข้าใจที่แท้ที่เขาให้เธอมาเป็นเมียก็เพราะแบบนี้ วันนั้นเขาบอกเธอแค่ว่าไม่อยากให้เด็กคนนั้นคิดอะไรเกินเลยไปในทางแบบนั้นแต่แท้จริงแล้วเด็กคนนั้นไม่ได้แค่คิดแต่ลงมือทำเลยต่างหากเขาก็แค่กลัวว่าจะพลาดอีกเลยเอาเธอมาเป็นไม้กันหมา

“แล้วเนื้อนางรู้จักคุณเขมอัปสรมั้ยจ้ะ”

“อ่อ รู้จักจ้ะทำไมหรอจ้ะ”

“ฉันอยากรู้หน่ะเธอ..............”

“เนื้อนางฉันลืมไปเลย น้าฤดีฝากข้าวของมาให้หน่ะอยู่ที่ห้องทำงานฉัน ขึ้นไปเอาก่อนไปเดี๋ยวจะลืม” คณกรว่าเสร็จก็หันไปมองจ้องใครอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เด็กสาว

“จ้ะนาย ฝากขอบคุณคุณป้าด้วยนะจ๊ะเดี๋ยวนางมานะจ๊ะนายหญิง” เด็กสาวรับคำก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อรู้ว่าคณกรไม่อยากให้เธอพูด

พอลับร่างของเด็กสาวไปแล้วเขาก็หันมามองเธออีกครั้ง

“สืบเรื่องของฉันพอหรือยัง อย่าอยากรู้ในเรื่องที่ไม่ควรรู้ถ้ายังอยากให้เนื้อนางมาที่นี่อีกก็อย่าพยายามถามอะไร” เขาดุเธอจริงจังกว่าครั้งไหนๆ จนเธอรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเรื่องของเขมอัปสรต้องมีอะไรอย่างที่เธอคิดจริงๆ แน่

“ขอโทษค่ะ แก้มจะไม่ยุ่งอีก” เขายกยิ้มขึ้นก่อนจะก้มลงมาหาเธอจนต้องหดคอหนีลมหายใจร้อนๆ เป่ารดแก้มจนขนลุกไปหมด ปลายจมูกก็เฉียดแก้มเธอไปนิดเดียว ก่อนเขาจะกระซิบเสียงเหี้ยม

“รู้มากตายไวหน่ะเคยได้ยินมั้ย” เขาตวัดตามองเธอที่หันมาหาด้วยใบหน้าหวาดๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วเดินออกไปเงียบๆ

“คิดจะขู่กันหรือไง หึไม่ได้อยากรู้สักหน่อยไม่รู้ก็ได้ เชอะ!” เธอว่าไล่หลังเขาเสียงเบาไม่ได้กลัวหรอกนะแค่ต้องอยู่ที่นี่อีกนานไม่อยากมีปัญหาก็แค่นั้นเอง


อ่านเเล้วเม้นกันด้วยน้าาาาา มาคุยกันเถอะเหงามาก
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว