ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 พรายนคร (ตอน 2)

ชื่อตอน : บทที่ 7 พรายนคร (ตอน 2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2564 00:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 พรายนคร (ตอน 2)
แบบอักษร

"ทะเลเรืองแสง!"

"เจ้านางเพคะ"

นางกำนัลรับใช้รีบคลานเข้าไปใกล้พระแท่นบรรทมอย่างขวัญเสีย เมื่อหญิงสาวปริศนาที่เธอนั่งเฝ้าเอี้ยมเฟี้ยมตามพระบัญชามาเป็นเวลาเกือบค่อนคืน ได้สติ

"มันเกิดขึ้นจริง ๆ"

พลอยฟ้าพร่ำเพ้อ เธอยังคงหลับตาและนอนกระสับกระส่ายราวกับกำลังได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

"เจ้านางเพคะ เจ้านาง"

ด้วยความตระหนก มาลีพยายามนวดเฟ้นฝ่าเท้าอันเย็นเฉียบของหญิงสาวที่เจ้าราชบุตรทรงอุ้มเข้ามาในพระตำหนักหลวงท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนา

"พี่ธี เราไม่เสียเที่ยวแล้ว!"

"เจ้านางเพคะ เจ้านางตรัสกับผู้ใดเพคะ

มาลีเหลียวซ้ายแลขวาอย่างประหวั่นพรั่นพรึงด้วยไม่รู้ว่าหญิงสาวสูงศักดิ์บนพระแท่นบรรทมกำลังเอื้อนเอ่ยกับผู้ใด ในเมื่อภายในห้องมีเพียงหญิงสาวต่างศักดิ์ทั้งสอง

"ทะเลเรืองแสง!"

"แสงอันใดหรือเพคะ หรือเจ้านางหมายถึงแสงพระอาทิตย์ อีกไม่กี่ชั่วยามราตรีนี้ก็จะผ่านพ้นสู่ยามรุ่งอรุณแล้วเพคะ เจ้านางทรงรอก่อนนะเพคะ"

นางกำนัลสาวปะติดปะต่อเรื่องราวจากถ้อยคำที่ถูกเปล่งด้วยสำเนียงเสียงแปร่งหูอย่างไม่เข้าใจ

"พ่อคะ ช่วยพลอยด้วย!"

หญิงสาวไม่ได้สนใจและไม่แม้แต่จะได้ยินสิ่งที่มาลีพูดตอบ

"ฮือ …"

พลอยฟ้าร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเด็กตัวน้อย หยาดน้ำตาไหลรินจากดวงตาทั้งสองที่ปิดสนิท

"เจ้านางเพคะ เจ้านางอย่าทรงพระกันแสงเลยเพคะ เจ้านางทรงเจ็บทรงปวดตรงไหนทรงบอกมาลีเถิดเพคะ มาลีจักไปตามหมอหลวงมาตรวจเจ้านาง เดี๋ยวนี้เลยนะเพคะ" 

มาลีลุกพรวดด้วยความร้อนใจ 

แม้เธอยังคลางแคลงสงสัยที่มาที่ไปของเจ้านางพลัดถิ่นตรงหน้าตามที่องครักษ์หนุ่มบอกและย้ำ แต่เธอก็รู้สึกเห็นใจในฐานะผู้หญิงด้วยกันที่หญิงสาวอีกคนต้องตกระกำลำบากพลัดบ้านจากเมือง มิหนำซ้ำยังต้องมาเจ็บป่วยด้วยอาการแปลกประหลาดเช่นนี้

 

 

เสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวเร่งเร้าให้เจ้าราชบุตรรีบสาวพระบาทเข้ามาในห้องพระบรรทมทันทีที่เสด็จกลับมาถึงพระตำหนักหลวง

พระทวารสลักทองถูกเปิดออกด้วยแรงแห่งความห่วงใยของผู้เป็นเจ้าของพระเนตรสีนิลคู่นั้น

"มาลี เจ้านางเป็นอะไร"

"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ เจ้าราชบุตร … พอเจ้านางฟื้น เจ้านางก็ตรัสเรื่องที่หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ แต่หม่อมฉันได้ยินเจ้านางตรัสถึงแสงแล้วก็ทรงพระกันแสงเพคะ"

นางกำนัลสาวละล่ำละลักรายงานด้วยความโล่งอกโล่งใจที่เจ้าเหนือหัวทรงมาช่วยเธอทันในเวลาคับขันพอดิบพอดี

"มาลี เจ้าไปพักก่อนเถิด ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเฝ้านาง"

"เพคะ เจ้าราชบุตร"

ธัสมาเดินตามนางกำนัลสาวออกไปจากห้องและอารักขาอยู่ที่หน้าประตูห้องพระบรรทมพร้อมด้วยทหารยามอีกสองนาย

เจ้าราชบุตรทอดพระเนตรหญิงสาวต่างภพที่บัดนี้ใบหน้าซีดเซียวเริ่มกลับมามีเลือดฝาดกว่าก่อนเก่า

"ฮือ … พ่อคะ ช่วยพลอยด้วย"

พลอยฟ้าร้องไห้และหายใจหอบถี่ เธอกวัดแกว่งมือทั้งสองสะเปะสะปะไปมาในอากาศราวกับคนที่กำลังจะจมน้ำ

"ฮือ …"

เจ้าชายชลธิศทรงนั่งลงข้าง ๆ ร่างบอบบาง พระหัตถ์แกร่งทรงกอบกุมและทรงจรดริมฝีปากบนหลังมือ นุ่มของหญิงอันเป็นที่รักด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น

"ธาราวดี เจ้าได้ยินพี่หรือไม่"

หญิงสาวยังคงนอนกระสับกระส่ายและพูดพึมพำไม่ได้ศัพท์ พระองค์ทรงใช้ผ้าซับเหงื่อที่ผุดพรายทั่วใบหน้าของพลอยฟ้าอย่างทะนุถนอม

"ธาราวดี กลับมาหาพี่เถิด พี่รอเจ้าอยู่ที่พรายนคร บ้านของเรา"

ว่าที่องค์เจ้าหลวงแห่งพรายนครทรงหันไปทอดพระเนตรพระบัญชรที่เปิดกว้างรับกับผ้าแพรแห่งรัตติกาลที่ห่มคลุมท้องฟ้าในยามนี้

"ธาราวดี เจ้าจักต้องปลอดภัย พระแม่ตาราจักต้องเมตตาเจ้า เมตตาพี่ เมตตาพรายนคร"

สายลมวูบพัดผ่านพระพักตร์คมเข้มราวกับจะนำคำพร่ำพรรณนาลอยไปยังดินแดนที่ไกลแสนไกล

“พระแม่ตารา ได้โปรดนำพาดวงใจข้ากลับมาด้วยเถิด”

 

 

 

ทันทีที่เกิดแสงสว่างจ้าราวกับระเบิดที่ไม่มีแม้แต่เสียง พื้นดินที่สองเท้าเหยียบยืนมีแรงสั่นสะเทือนไหวแยกแตกออก พลันร่างของพลอยฟ้าก็ซวนเซราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลทั้งผลักและดึงหมุนวนอยู่ในกระแสน้ำมืดมิดที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะเปิดตาขึ้นมอง

'พ่อคะ ช่วยพลอยด้วย'

พลอยฟ้ากำสร้อยคอที่มีล็อกเก็ตรูปบิดาและแหวนวงนั้นแน่น 

เนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ที่ความเคลื่อนไหวรอบตัวกลับสงบนิ่ง จากความปั่นป่วนรุนแรงจนแทบจะอาเจียน กลับกลายเป็นความหนาวเย็นราวกับน้ำแข็งที่เข้ามาแทนที่

'ฮือ …' 

ความกลัวแล่นปราดเข้ามาจับขั้วหัวใจ

'เราตายแล้วหรือเนี่ย'

พลอยฟ้าหรี่ตามองรอบ ๆ ตัวอย่างหวาดระแวง เธอจมนิ่งอยู่กลางทะเลลึกราวกับถูกพันธนาการตรึงไว้ด้วยกระแสน้ำด้านล่าง

'ไม่นะ เราจะตายแบบนี้ไม่ได้ ใครก็ได้ช่วยด้วย ฮือ …'

หญิงสาวพยายามตะเกียกตะกายดันตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แม้ว่าสองขาบัดนี้ถูกความหนาวเย็นกัดกินจนไร้ความรู้สึก เธอยังเหลือสองมือที่พยายามแหวกว่ายอย่างไม่หยุดยั้ง

ยิ่งพลอยฟ้าพยายามออกแรงมากเท่าไหร่ก็กลับมีแรงดึงดูดมหาศาลฉุดเธอดำดิ่งลงสู้ก้นทะเลลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ

หญิงสาวผู้โชคร้ายสำลักน้ำและกำลังจะหมดแรง

'เจ้านางธาราวดี ตั้งจิตให้มั่น'

เสียงภิกษุชราแว่วเข้ามาในโสตประสาท วินาทีที่เธอกำลังจะขาดอากาศหายใจและยอมแพ้ต่อโชคชะตา

'เจ้านางทรงหมดเวลา ณ ผืนพิภพแห่งมนุษย์แล้ว บัดนี้เจ้านางจะต้องเสด็จกลับไปยังพรายนคร ถิ่นที่พระองค์จากมา เจ้านางจงตั้งจิตให้มั่นและแหวนวงนั้นจะนำทางพระองค์ไปยังแสงแห่งพราย อาตมามาส่งเจ้านางธาราวดีได้เพียงเท่านี้'

'หลวงพ่อแสง ช่วยหนูด้วยค่ะ หนูหายใจไม่ออก'

'อาตมาขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลถวายให้แด่เจ้านางธาราวดี และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของเจ้านางธาราวดีทั้งในภพพรายและภพปัจจุบัน ขอได้โปรดอโหสิกรรมและช่วยเปิดทางให้เจ้านางได้เสด็จกลับไปยังพรายนครด้วยเถิด … สาธุ'

พลอยฟ้าพนมมือขึ้นตั้งจิตอธิษฐาน เธอรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปยังแหวนและพรายนคร

เสียงสวดมนต์ดังรายล้อมอยู่รอบตัว ความอึดอัดที่ขาดอากาศหายใจทุเลาเบาบางลง ความหนาวเย็นกลับกลายเป็นความอบอุ่น ความมืดมิดกลับปรากฏแสงสว่างเรืองรอง … แสงสีฟ้าระยิบระยับ

'ทะเลเรืองแสง' 

'ธาราวดี กลับมาหาพี่เถิด พี่รอเจ้าอยู่ที่พรายนคร บ้านของเรา'

'เสียงนี้'

'พระแม่ตารา ได้โปรดนำพาดวงใจข้ากลับมาด้วยเถิด'

'พระแม่ตารา?'

พลอยฟ้าพนมมือและอธิษฐานจิตถึงพระแม่ตาราตามที่ชายปริศนาคนนั้นกล่าวถึง

'พระแม่ตาราได้โปรดนำพาลูกไปยังพรายนครด้วยเถิด สาธุ'

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน กระแสน้ำดึงร่างของหญิงสาวตรงเข้าไปยังแสงเรืองรองสีฟ้าที่บัดนี้สว่างจ้าแผ่รัศมีโอบล้อมรอบตัวเธอ

ทันทีที่แสงระยิบระยับดับลง ใต้ท้องทะเลลึกก็หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า …

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว