ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

chapter 1

Chapter 1

 

“อ่ะ อ้า พอ อื้ออ! ไม่ไหวแล้ว อ่าา” ผมร้องอ้อนวอน เมื่อร่างกายถึงขีดจำกัดมาตั้งแต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่กลับยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความโหดเหี้ยมของคนตรงหน้าได้

 

“หึ สำออย อ่าาา” สิ้นเสียงตอบกลับ ร่างกายผมก็ถูกจับพลิกหงายเปลี่ยนท่าทาง ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่โตยังคงเสียบคา สะโพกสอบเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างรุนแรงโดนจุดไวสัมผัสที่อยู่ลึกด้านในซ้ำๆ

 

“อ้า ช้า อื้อ หน่อย อ้าา” เมื่อหยุดคนตรงหน้าไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาขอให้อีกผ่อนแรงที่เคลื่อนไหวกายกระแทกกระทั้น เป็นรู้สึกมากเกินไปจนเหมือนร่างกายกำลังจะหลอมละลายคาอ้อมกอด

 

“อ่ะ อ้า อ้าา อื้อออ” แต่นอกจากคำอ้อนวอนจะไม่ถูกตอบรับ คนด้านบนกลับยิ่งเร่งความเร็วโยกกายเข้าออกถี่รัว ก่อนจะฉีดพ่นของเหลวร้อนฉ่าเข้ามาเติมเต็มด้านใน

 

แต่เพราะช่องทางขับแน่นถูกเติมเต็มก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนตอนนี้ไม่เหลือที่ว่างพอให้รับกามร้อนฉ่าเพิ่มเข้ามาได้อีก  มันจึงล้นทะลักออกมาทันทีที่ถูกเติมเต็มเข้ามา

 

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น! ทำไมผมถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบนี้กัน!

 

ทั้งหมดมันเริ่มต้นเพราะมัน เพราะไอ้คนหื่นกามตรงหน้านี่แหละ!

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

สองสัปดาห์ก่อนหน้า

 

“อือ…ที่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!” ผมสบถอย่างตกใจ เมื่อพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่ไม่รู้จัก

 

ร่างกายเจ็บระบมเพราะแผลจากการถูกยิง จนไม่สามารถขยับตัวได้อย่างที่เคย มิหนำซ้ำแขนอีกข้างก็ถูกใส่กุญแจมือล็อกโยงเข้ากับที่กั้นเตียงคนไข้อีก!

 

กึก! กัก!

 

ขยับเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุด

 

“โอ๊ะ! ดูท่าจะตื่นพอดีเลย” ผมรีบหันขวับไปตามเสียงร้องทักที่ดังขึ้นจากทางประตู ก่อนจะพบผู้ชายคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดกาวน์สีขาวสะอาดกำลังเดินเข้ามา ดูแล้วน่าจะเป็นหมอ แต่ก็ดูเป็นหมอที่บึกบึนเกินหมอทั่ว

 

มันเหมือนร่างกายได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนัก ซึ่งหากเป็นหมอทั่วไปก็คงไม่จำเป็นต้องฟิตร่างกายขนาดนี้

 

"ตื่นได้สักที"แต่ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยถามว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ไหน แล้วคนตรงหน้าเป็นใคร ก็มีผู้ชายอีกคนเดินตามเข้ามา 

 

ร่างกายสูงใหญ่ที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่ผู้ชายเกือบทุกคนใฝ่ฝัน สวมใส่เครื่องแบบสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผม ดวงตาคมดุดันจ้องมองมาที่ผมอย่างข่มขู่ เพียงแค่คนคนนี้ปรากฏตัวตรงหน้า บรรยากาศโดยรอบก็เหยียบเย็นอย่างน่าขนลุกชัน

 

ผมจำใบหน้านี้ได้ดีเพราะคงไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต!

 

 ก่อนหน้านี้ระหว่างที่กำลังจะจัดการศัตรูคู่อาฆาตได้สำเร็จ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ดักซุ่มยิง เก็บลูกน้องทั้งหมดที่เตรียมมาภายในเวลาไม่กี่วินาที  มิหนำซ้ำยังยิงเข้าที่แขนและขาของผมจนขยับตัวไม่ได้อีก และคนที่ทำเรื่องทั้งหมดก็คือไอ้คนที่แต่งตัวสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับปีศาจร้ายตรงหน้านี่แหละ!

 

“มึง!!"แค่เห็นหน้ามันเลือดในกายก็วิ่งพล่านจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้

 

"…"แต่แทนที่อีกฝ่ายจะรู้สึกผิดในสิ่งที่เคยทำกับผมจนต้องมาอยู่ในสภาพนี้ มันกลับทำแค่ทอดสายตามาจ้องมอง ก่อนจะเบนหนีอย่างไม่คิดจะใส่ใจ

 

ทำเหมือนผมไม่มีค่าพอให้สนทนาด้วย!

 

"ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะไอ้เหี้ย มึงกล้าดียังไงมาจับกู มึงรู้ไหมกูเป็นใคร!!” ยิ่งเห็นท่าทางที่เหมือนอยู่เหนือกว่าของมัน ผมก็กักเก็บความโกรธเอาไม่ได้  

 

“วี๊ดวิ้ว~ ดูท่าจะแข็งแรงกว่าที่คิดนะ  สงสัยฝีมือมึงจะตกนะเสือ” ไอ้คนที่ใส่เสื้อกาวน์ผิวปากล้อเลียน ก่อนจะหันไปคุยกับไอ้ชั่วข้างๆ

 

“อย่าพูดอะไรโง่ๆ น่า คนอย่ากูไม่มีวันมือตก มึงให้มอฟีนมันเยอะเกินไปตั้งหาก ถึงได้มีแรงเหลือเฟือแบบนี้”

 

“ก็จะให้ทำไง ตอนพามาก็เอาแต่ร้องโอดโอยเจ็บปวดจะเป็นจะตายขนาดนั้น ขืนไม่ให้ชาวบ้านชาวช่องเขาก็คงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดี”

 

“หึ สำออย” การสนทนาที่เหมือนจะรู้เรื่องเพียงแค่สองคน กับสายตาดูแคลนที่มองมาที่ผม ทำเอาความโกรธพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย

 

“มึงว่าใครไอ้สัส!!”

 

“คิดว่าที่นี่มีใครอื่นล่ะ” มันกอดอกจ้องมองมาที่ผมอย่างเย้ยหยัน

 

“มึง!! แน่จริงปล่อยกูซิวะ กูจะฆ่ามึงให้ตายเลยคอยดู!” เพราะความโกรธทำให้ผมแทบจะพุ่งตัวไปจัดการไอ้ยักษ์ตรงหน้า แต่เพราะแขนถูกใส่กุญแจมือล่ามไว้กับที่กั้นเตียงคนไข้ ทำให้ไม่สามารถพุ่งไปอุดปากหมาๆของพวกมันได้อย่างที่ใจต้องการ

 

“นี่ยังโง่คิดว่าตัวเองมีปัญญาทำอะไรได้อีกหรือไง” ไอ้หมอชุดกาวน์พูดจาดูถูกเหยียดหยามผมต่อหน้าต่อตา

 

“งั้นมึงก็ลองปล่อยกูซิ จะได้รู้ว่ากูทำได้จริงอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า” ผมท้าทายกลับอย่างไม่เกรงกลัว “หรือไม่กล้า?”

 

“ปากดีจริงๆ ถ้ารู้ว่ามีแรงเหลือเฟือขนาดนี้กูน่าจะเอากระสุนที่ผ่าออกมายัดปากแทนดีไหม” คนถูกท้าทายตรงปรี่เข้ามาหาผม ก่อนที่มือหยาบของมันจะบีบเข้าที่ปากจนเจ็บร้าวไปทั้งกราม “จริงซิ ยัดมันเพิ่มตอนนี้ก็ยังทันนี่ จริงไหม?”

 

“มึง!!” ผมพยายามขืนหน้าออกจากมือของมัน แต่เพราะถูกจับใส่กุญแจมือ บวกกับแขนอีกข้างที่ถูกยิงถูกเข้าเฝือกอ่อน เลยทำให้ขยับตัวเอาคือไม่ได้

 

“พอแค่นั้นแหละ!” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “อย่าไปเต้นตามคำพูดเด็กปัญญาอ่อนแบบนั้น มันเสียเวลา"ไอ้ตัวการสั่งการ ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาผม

 

“หึ กูก็แค่ลองเล่นด้วยนิดหน่อย ก็มันน่าเบื่อออกนี่ชีวิตกูในช่วงนี้ ไม่มีอะไรให้เล่นเลย ” ไอ้หมอเถื่อนสะบัดมือออก ปล่อยใบหน้าผมให้เป็นอิสระ และเดินกลับไปยืนข้างๆเพื่อนมัน

 

"ไปเล่นกับพ่อมึงในนรกไหมไอ้สัส!"ผมด่าออกไปอย่าสุดจะทน

 

"หยุดโวยวายไร้สาระสักที” ดูเหมือนจะไม่ใช่ผมคนเดียวที่กำลังจะหมดความอดทน  "มึงรู้ใช่ไหมว่าทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่ในสภาพนี้” ไอ้ตัวการที่ยิงผมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกดดัน

 

“…” ผมไม่ตอบ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการคำตอบของคำถาม

 

“ความจริงมึงจะต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาลในเรือจำ ข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าน้องชายกู"น้องชาย? "นี่ยังไม่รวมกับคลิปหลักฐานที่มึงกำลังทำค้ายาที่ยึดได้จากที่เกิดเหตุอีก คงรู้ซินะว่ามึงจะโดนโทษหนักแค่ไหนจากสิ่งที่ทำไปทั้งหมด”สายตาข่มขู่กับน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกทำร่างกายผมสั่นเทาอย่างไม่มีเหตุผล

 

“…”นี่หรือเปล่าความรู้สึกที่เรียกว่าหวาดเกรงใครสักคน 

 

“เหตุผลเดียวที่มึงยังไม่ถูกโยนเข้าคุก ก็เพราะกูมีเรื่องอยากจะถาม ยานี่ มึงไปได้มาจากไหน” คำถามมาพร้อมกับซองยาที่มียาสีม่วงรูปหัวใจบรรจุอยู่นับ10 เม็ด

 

ยาตัวใหม่ที่มีพ่อค้ายารายหนึ่งยกให้มาทดลอง

 

“หึ แล้วทำไมถึงคิดว่ากูจะยอมบอกพวกมึง?” ผมเงยหน้าจากซองยาบนตักขึ้นไม่ถามกลับอย่างไม่ยอมตกเป็นรอง

 

“ไอ้เด็กนี่!” ไอ้หมอเถื่อนพยายามจะปรี่เข้ามาหาผมอีกครั้งด้วยความโกรธ ที่ผมมีท่าทีแข็งกร้าวใส่คนข้างๆมัน

 

“หยุด!” แต่ก่อนที่มันจะมาถึงตัว ไอ้คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็ตะโกนสั่งให้มันหยุด จนไอ้หมอเถื่อนทำหน้าไม่พอใจ

 

“…..”หึ สมน้ำหน้า

 

“ส่วนมึงก็รู้เอาไว้ ว่าคำถามของกูเป็นอย่างเดียวที่ทำให้มึงยังไม่ถูกส่งเข้าคุกไปรอรับโทษประหาร"พอจัดการเพื่อนมันเสร็จ มันก็เบนหน้ามาพูดข่มผม  "เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเข้าไปรอรับโทษที่ว่านั่น  มึงควรจะตอบคำถามของกูมาดีๆ”

 

ไม่ใช่แค่คำพูดที่ทำให้ผมตัวสั่นสะท้าน แต่ยังมีน้ำเสียงทุ้มต่ำกับสายตาเหยียบเย็น ที่แค่ถูกมองก็รู้สึกหนาวเข้าไปถึงกระดูก

 

“งะ..งั้นหมายความว่า ถ้ากูยอมบอกสิ่งที่มึงต้องการ มึงจะไม่ถูกส่งเข้าคุกใช่ไหม” ผมถามกลับ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองมีทางออก

 

“ก็ประมาณ” มันหยักไหล่ตอบเหมือนไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร

 

“แล้วกูจะรู้ได้ไงว่ามึงไม่ได้โกหก” ผมถามกลับอย่างไม่ไว้ใจ ผมจะรู้ได้ยังไงว่าหากผมบอกสิ่งที่พวกนี้ต้องการแล้วผมจะไม่ต้องเข้าคุกจริงๆ

 

“นี่ เป็นสัญญาจากกรมตำรวจสากล  ถ้ามึงให้การที่เป็นประโยชน์ จนนำไปสู่การจับกุมคนที่ผลิตยานี้ขึ้นมาได้ นอกจากมึงจะไม่ต้องเข้าคุกทำโทษที่เพิ่งทำแล้ว  กูยังจะทำลายหลักฐานทุกอย่างที่จะสาวมาถึงความผิดที่มึงเคยทำทั้งหมดก่อนหน้านี้ให้ด้วย "มันอธิบายข้อเสนอต่อรอง "แต่ถ้ามึงยังกลัว  จะให้หาทนาย หรือจะโทรตามพ่อมึงมาก็ได้นะ เอาไหม”

 

“ไม่ห้ามบอกพ่อกู!!” ผมตะโกนออกไปด้วยความตื่นตระหนก

 

ไม่ได้เรื่องนี้จะให้พ่อรู้ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!!

 

“งั้นก็บอกมาว่าได้ยานี้มาจากที่ไหน” ผมคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมบอกในสิ่งที่คนตรงหน้าต้องการ เพราะไม่อย่างนั้นผมคงต้องจบชีวิตในคุกอย่างหนูท่อสกปรกไร้ค่าแน่ๆ

 

“กูมีอีกข้อเรียกร้อง” ผมบอกออกไป เพราะยังมีอีกเรื่องที่สำคัญ

 

“ว่ามา” คนตรงหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญ

 

“ต้องไม่ให้มีใครรู้ว่ากูเป็นคนให้ข้อมูล  ห้ามลงบันทึก ห้ามใช้เป็นพยานยืนยัน และ หลังจากนี้ห้ามพวกมึงยุ่งเกี่ยวกับกู และครอบครัวกูอีกเด็ดขาด"ผมบอกเงื่อนไขข้อเรียกร้องของตัวเอง "ทุกเรื่องในวันนี้จะต้องถูกลืม ว่าไม่เคยเกิดขึ้น”

 

หากผมบอกออกไปว่าได้ยามาจากไหน ถึงผมจะรอดจากการถูกจับติดคุกในตอนนี้ได้ แต่ก็อาจจะถูกพวกที่ผมให้เบาะแสจับกุมตามมาล้างแค้น หากพวกนั้นรู้ว่าผมคือตัวต้นเหตุที่บอกข้อมูลกับตำรวจ

 

ในวงการค้ายาเสพติด สิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอันดับหนึ่งก็คือการให้การ เปิดปากซัดทอดเรื่องคนในวงการเดียวกันให้ตำรวจได้รู้ เพราะถ้าฝ่าฝืน ไม่ใช่แค่ตัวเองที่จะถูกกำจัด แต่ครอบครัว ก็จะตกอยู่ในอันตรายไปด้วย

 

ทางเดียวที่จะป้องกันได้คือเรื่องทั้งหมดที่ผมพูดออกไป จะต้องไม่มีหลักฐานใดๆที่สาวมาถึงตัวผมได้ เพราะไม่อย่างนั้น สักวันพวกพ่อค้ายาที่ผมให้ข้อมูลไปก็คงจะรู้เข้าว่าเป็นผม

 

“ไม่ต้องห่วงเรื่องแบบนั้นตำรวจอย่างพวกกูรู้ขั้นตอนดี  แต่ถ้ามึงยังไม่สบายใจ จะให้กูส่งคนไปคุ้มกันด้วยก็ได้"มันตอบรับข้อเรียกร้องทันทีอย่างเข้าใจในขั้นตอน

 

“ไม่จำเป็น! กูบอกแล้วไงว่าห้ามพวกมึงยุ่งเกี่ยวกับกูอีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร” เพราะหากมีตำรวจตามมาคุ้มกัน นั่นหมายความว่าเรื่องที่ผมเกี่ยวข้องกับตำรวจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็จะมีคนรู้  พวกที่ถูกเล่นงานก็จะเพ่งเล็งมาที่ผมแน่นอน

 

“ก็ได้ แต่กูขอบอกไว้ก่อน ว่าข้อตกลงทั้งหมดในวันนี้ จะมีผลแค่ความผิดที่มึงทำตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้เท่านั้น  แต่ถ้าในอนาคตมึงทำอะไรผิดกฎหมายอีกหรือยังกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยานรกพวกนี้อีก  ข้อเสนอในวันนี้จะไม่มีผลใดๆกับความผิดที่มึงก่อในอนาคต"

 

"…"มันโน้มตัวเข้ามาจ้องหน้าผม ใช้สายตาดุดันข่มขู่อย่างไม่คิดจะปิดบัง ทำร่างกายผมสั่นสะท้านเพราะความกลัว

 

"เพราะฉะนั้น ถ้ากูเห็นมึงกลับไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายอีก กูจะจับมึงโยนเข้าคุกด้วยตัวเอง และเส้นสายอันน้อยนิดของพ่อมึง ก็จะช่วยอะไรมึงไม่ได้"

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาผมก็ได้รับการปล่อยตัว และได้ออกมาจากที่บ้าๆนั่น ที่ถูกพวกมันจับตัวไป

 

แต่ความจริงคือผมสามารถออกจากที่นั่นเมื่อไหร่ก็ได้หลังจากที่ให้ทุกอย่างตามข้อตกลงแล้ว แต่เพราะบาดแผลที่ถูกยิงต้องได้รับการดูแล ผมจึงอยู่ที่นั่นต่อ เพื่อรอให้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ และเพื่อไม่ให้มีใครรู้เรื่องที่ผมถูกยิงจนมีคำถามอื่นๆตามมา

 

ก็นับว่าโชคดีที่กระสุนที่ใช้ยิงเป็นกระสุนขนาดเล็ก แม้จะถูกยิงจากปืนไรเฟิลก็ตาม บวกกับตำแหน่งที่ถูกยิงไม่ใช่ตำแหน่งสำคัญอะไร ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ร่างกายผมก็เริ่มฟื้นตัวจนสามารถเดินและขยับร่างกายได้ แม้จะยังมีอาการเจ็บอยู่บ้างก็ตาม

 

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีกก็เลิกทำเรื่องเลวๆซะ เพราะครั้งหน้ากระสุนมันจะไม่ได้เจาะเข้าที่แขนหรือขา แต่เป็นที่นี่” คำพูดข่มขู่ของคนที่ผมเกลียดขี้หน้าที่สุดในเวลานี้ มาพร้อมกับท่าทางประกอบช่วยให้รู้สึกเสียวสันหลัง

 

เมื่อคนที่ทำหน้าที่มาส่งดันเป็นไอ้คนที่ผมไม่อยากจะเจอหน้าที่สุดในโลก

 

“…” ผมได้แต่กัดฟัน สกัดกั้นความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ เพราะรู้ดีว่าทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้ 

 

ทั้งๆ ที่หลังจากวันที่ข้อเสนอของผมกับมันสิ้นสุดลง มันก็หายหัวไปทั้งสัปดาห์ไม่เคยโผล่หน้ามาให้ผมต้องรำคาญอีก แต่ดันมาโผล่วันที่ผมขอกลับบ้านซะได้

 

และไม่รู้เพราะอยากข่มขู่แกล้งให้ผมต้องอับอายหรืออะไร มันจึงเสนอตัวเป็นคนขับรถมาส่งผมที่หน้าคอนโดให้ด้วยตัวเอง

 

“รีบเข้าไปข้างในซะ กูหวังว่าจะไม่ต้องเห็นหน้ามึงอีกเป็นครั้งที่สอง เข้าใจนะ” พูดข่มขู่ทิ้งท้ายเสร็จ ก็ขับรถสปอร์ตสุดหรูที่ใช้มาส่งผมออกไป

 

“กูอยากเจอหน้ามึงตายแหละไอ้เหี้ย จะไปตายไหนก็ไป!” ก็ได้แต่หวังว่าผมกับมันจะไม่ต้องเจอหน้ากันอีกเป็นครั้งที่สอง

 

แต่ก็เช่นทุกครั้ง คำขอของผมไม่เคยถูกใครตอบรับ แม้แต่พระเจ้าก็ตาม เพราะสุดท้ายสิ่งที่ผมต้องการกลับไม่เป็นตามที่หวัง

 

และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องบัดซบที่เกิดขึ้นทั้งหมดในชีวิตผมจากมัน!

 

TBC.

 

มาแล้ววว สารภาพเลยว่าลืมวัน 5555 ตอนแรกบอกทุกคนว่าจะเปิดเรื่องวันจันทร์ใช่ไหม แต่เมื่อวานนึกว่าเป็นวันอาทิตย์เลยออกไปเที่ยวเล่น5555 เพิ่งมารู้ตัวว่ามันคือวันจันทร์ตอนเที่ยงคืนอ่ะ  บ้าบอมาก

ก็เช่นเดิม  นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายติดเหรียญ อ่านฟรี5ตอนแรก และตอนที่6เป็นต้นไปจะติดเหรียญ 

ส่วนราคาก็แล้วแต่เนื้อหา แต่ไม่เกินตอนล่ะ3บาท ลงสองเว็บเหมือนเดิม ใครไม่สะดวกสนับสนุนสามารถไปรอใช้กุญแจอ่านที่ธัญวลัยได้นะไม่ว่ากัน 

 

คาดว่านิยายเรื่องนี้น่าจะมีไม่เกิน30ตอน ส่วนวันลงจะลงวันเว้นวัน หรือเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้อีกเหมือนเคย(ลงไวจบเร็ว แต่ไม่มีอะไรเขียนต่อ5555)

 

ยังไงฝากพี่เสือและน้องเท็นไว้ในอ้อมอกอ้อมใจพี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายายทุกคนด้วยนะอิอิ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น