email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๑๕ เพื่อนสนิทท่านประธาน 80%

ชื่อตอน : บทที่ ๑๕ เพื่อนสนิทท่านประธาน 80%

คำค้น : ท่านประธาน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2564 10:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑๕ เพื่อนสนิทท่านประธาน 80%
แบบอักษร

เช้าวันจันทร์ฌานมาทำงานที่สำนักงานใหญ่ลาคาซ่า เมื่อเย็นวานหลังจากว่ายน้ำแล้ว เขาและมินตราก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน หลังจากนั้นเขาก็ไปส่งเธอที่ห้อง ตีมึนค้างกับเธอไม่ยอมกลับห้องตนเอง และในตอนเช้าเขาก็ชวนเธอนั่งรถมาทำงานกับเขา แต่หญิงสาวปฏิเสธ เธอยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอในที่ทำงานจะเป็นเพียงนายจ้างและลูกจ้างเท่านั้น เพื่อที่เธอจะได้ทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องพะวงว่าจะมีใครเอาไปนินทา แม้เขาจะไม่ชอบใจและรู้สึกเหมือนเป็นคนในเงามืดของเธอ แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของเธอ เพราะเรื่องนี้หากมีคนเอาไปพูดถึง คนที่จะโดนหนักคือผู้หญิงอย่างมินตรา มากกว่าผู้ชายอย่างเขา แม้จะเข้าใจ แต่ทุกครั้งที่พบกันแล้วเธอทำท่าทางราวกับว่าไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับเขา ก็ทำให้ฌานรู้สึกแปลบ ๆ อยู่ในใจเสมอ 

ชายหนุ่มเริ่มเซ็นเอกสารที่เลขานุการนำมาวางไว้บนโต๊ะซึ่งกองเป็นตั้งหนาเพราะเขาไม่ได้เข้าออฟฟิศถึงสามวัน เขาตั้งใจจะจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะถึงเวลาเข้าประชุม ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มากนัก และในขณะที่กำลังอ่านเอกสารเพื่อเซ็นอยู่นั่นเอง โทรศัพท์มือถือส่วนตัวเขาก็ดังขึ้น เมื่อเหลือบตามองก็เห็นว่าเป็นภวิชญ์ จึงกดรับสาย 

“ว่าไง” 

“ยุ่งอยู่ไหมครับท่านประธาน” ภวิชญ์ถามมาตามสาย 

“มาก เอกสารเซ็นกองเป็นภูเขา เดี๋ยวต้องเข้าประชุมแล้วด้วย มีอะไรด่วนว่ามา ถ้าไม่ด่วนเดี๋ยวโทร. กลับ” 

“มึงบอกจะโทร. กลับตั้งแต่เมื่อวานยังไม่โทร. เลย จนไอ้ณตมันกลับดอยไปแล้ว” 

“อ้าว มันกลับไปแล้วเหรอ” เขาถาม เสียดายที่ไม่ได้เจอประณตเพื่อนที่ทำโรงแรมรีสอร์ตอยู่ทางภาคเหนือที่นาน ๆ จะลงมากรุงเทพฯ สักทีหนึ่ง เมื่อวานเขาเห็นแล้วว่าในวิดีโอคอลมีประณตอยู่ด้วย และตั้งใจว่าวันนี้หลังประชุมเสร็จจะโทร. หาเพื่อน ไม่คิดว่าประณตจะกลับไปเร็วขนาดนี้ 

“เออ มันยุ่ง ๆ อาทิตย์หน้ารีสอร์ตที่เขาค้อมันจะแกรนด์โอเพนนิง ทิ้งมานานไม่ได้” 

“อดเจอกันเลย เดี๋ยวค่อยโทร. หามันละกัน ว่าแต่โทร. มามีอะไร” 

“ไอ้พวกนั้นมันให้กูโทร. มาชวนมึงออกไปเจอกันหน่อยคืนนี้ ทำตัวติดบ้านมานานแล้วนะมึง” ภวิชญ์ว่า 

“คืนวันจันทร์เนี่ยนะ” เขาว่า ในใจนึกถึงมินตรา หากเขาบอกว่าคืนนี้จะไม่ได้กินข้าวด้วย เธอจะว่าอย่างไรนะ 

“ก็คืนวันศุกร์มึงว่างไหมล่ะครับ แค่มากินข้าวกับเพื่อน คุณมีนไม่ว่าหรอกน่า” 

“ไม่เกี่ยวกับมีนซะหน่อย” เขาพูดจนฟังดูเหมือนแก้ตัว 

“เออ ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว แต่ถ้าคุณมีนไม่โอเค เดี๋ยวกูโทร. ขอให้ โอเค้” 

“ไอ้ควาย ไม่ต้องขอ งั้นบอกมาละกันให้ไปเจอที่ไหน” เขาบอก เหลือบตามองเวลาที่นาฬิกาบนผนัง เห็นว่าใกล้ถึงเวลาเข้าประชุมเต็มที จึงบอกอย่างตัดบท แล้ววางสาย “แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวต้องเข้าประชุมละ”  

หลังภวิชญ์วางสายไปฌานก็ต้องเตรียมตัวเข้าประชุม จากที่ตั้งจะเคลียร์เอกสารให้หมดก็ไม่ได้ทำ เขาถอนหายใจ ต้องรอประชุมเสร็จถึงจะมีเวลาตรวจเอกสารรอเซ็นเหล่านี้ 

 

วันนี้เขามีประชุมกับหลายแผนกเพื่อรับฟังแผนการปฏิบัติงานหลังการเข้าซื้อกิจการเลอฟา และแน่นอนว่ามินตราในฐานะผู้จัดการแผนกขายก็เข้าร่วมประชุมด้วย เช้านี้หลังจากแยกกันมาทำงานเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธออีก หญิงสาวคงจะตรงไปยังห้องทำงานเพื่อเตรียมเข้าประชุม เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งในห้องประชุมแล้วมินตรามีท่าทางห่างเหิน ราวกับว่าเมื่อคืนไม่ได้ร่วมเตียงกันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอยู่ลึก ๆ แต่เมื่อถึงเวลาที่เธอพรีเซนต์งาน ก็ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น 

มินตราอยู่ในชุดสูททำงานสีเทาเข้ม เสื้อนอกตัวเล็กเข้ารูป กระโปรงทรงสอบความยาวพอดีเข่า เธอสวมรองเท้าทำงานส้นสูงสีดำ ผมยาวม้วนเป็นมวยต่ำ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตโทนสีธรรมชาติ แม้ร่างกายจะถูกปกปิดมิดชิดไปทุกส่วน แต่เขากลับเห็นว่าเธอเซ็กซี่เหลือใจ โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ดีว่าภายใต้เสื้อผ้าชุดทำงานที่แสนเรียบร้อยนั้น คือชุดชั้นในแบบเซ็กซี่ที่เธอชื่นชอบ ฌานอมยิ้มเมื่อนึกถึงผ้าลูกไม้ชิ้นน้อยเหล่านั้น 

มินตราชื่นชอบในการใส่ ส่วนเขา...ชื่นชอบในการถอด... 

เมื่อความคิดเริ่มออกนอกลู่นอกทางฌานถึงกับต้องสะบัดหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติตนเอง การที่เขาคิดไปไกลได้ขนาดนี้แค่เพียงเห็นเธอในชุดทำงานก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาหลงใหลในรูปร่างหน้าตาของเธอ แต่เมื่อหญิงสาวเปิดปากพรีเซนต์งาน เขาก็ตระหนักว่า นอกจากรูปร่างหน้าตา เขายังหลงใหลในความสามารถของเธอด้วย 

มินตราแสดงแผนการดำเนินงานของแผนกขายเพื่อทำให้ลาคาซ่ามีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในทุกสาขา หญิงสาวอธิบายถึงแผนงานที่วางไว้ การประเมินผลการดำเนินงาน การปรับปรุงแก้ไขหากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ เห็นแผนการดำเนินงานของเธอแล้วทำให้เขารู้สึกว่า หญิงสาวจะมุ่งตะลุยไปข้างหน้าแบบไม่หยุดจนกว่าจะได้ยอดขายตามที่ต้องการ ซึ่งคงเพราะอย่างนี้ ทำให้ลาคาซ่าแพ้เลอฟาในสาขาที่เธอดูแลอยู่จนเขาต้องสั่งซื้อตัวหัวหน้าแผนกขายของเลอฟา แต่เธอก็ภักดีกับองค์กรมาก ไม่ยอมรับข้อเสนอใด ๆ ที่ทางลาคาซ่าเสนอให้เลย จนเมื่อเขาเข้าซื้อกิจการของเลอฟาจึงได้เธอมาทำงานให้ น่าเสียดายที่เลอฟามีการบริหารงานแบบแยกเป็นเอกเทศ ทำให้การมีทีมขายที่แข็งแกร่งเพียงทีมเดียว ไม่สามารถแบกรับการขาดทุนของสาขาอื่น ๆ ได้ ทำให้ต้องขายกิจการในที่สุด 

หลังปิดการประชุม ฌานก็บอก 

“รบกวนคุณมินตราเข้าไปพบผมที่ห้องหลังจากนี้หน่อยนะครับ” 

มินตรากำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และเก็บเอกสารในตอนที่เขาบอก เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา คิ้วขมวด สายตามีคำถาม แต่เขาสบตากับเธอเพียงแวบเดียวแล้วเดินออกจากห้องประชุมทันที 

ฌานกลับเข้ามานั่งรอที่ห้องทำงานไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตู เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเลขานุการเดินเข้ามาหา 

“ครับ” 

“คุณมินตรามาพบค่ะท่านประธาน”​ 

“เชิญเข้ามาได้เลยครับ” เขาบอก เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ นั่งรอ 

หลังจากเลขานุการของเขาผละไป ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่มินตราจะก้าวเข้ามาในห้อง ฌานส่งยิ้มไปให้เธอ แล้วบอก 

“ปิดประตูด้วยครับ” 

มินตราหันไปปิดประตูตามหลัง แล้วเดินมายืนหน้าโต๊ะทำงานเขา ก่อนถาม 

“มีอะไรเหรอคะ”  

“พูดกับท่านประธานแบบนี้เหรอครับ คุณมินตรา” ฌานถามยิ้ม ๆ อย่างยั่วเย้า 

มินตรามองเขาแล้วกลอกตา พลางส่งค้อนมาให้ ก่อนว่า 

“ถ้าท่านประธานมีคำถามก็ควรถามในห้องประชุมค่ะ ฉันพร้อมตอบทุกคำถาม” 

“ไม่มีคำถามครับ แต่มีเรื่องจะบอก” 

“คะ?” มินตราว่า พลางเลิกคิ้ว 

“เย็นนี้เพื่อนผมนัดกินข้าว” เขาบอก มินตราเลิกคิ้ว คล้ายจะถามว่าแล้วมาบอกเธอทำไม เขาจึงถอนหายใจเบา ๆ ที่คิดว่าเธออาจจะสนใจบ้างว่าเขาจะไปไหนมาไหน ดูเหมือนว่าจะเป็นการคิดไปเองคนเดียวกระมัง ซึ่งแม้ว่าหญิงสาวจะไม่ได้มีท่าทางสนใจว่าเขาจะอยู่หรือจะไปไหน เขาก็ยังบอกอย่างที่ตั้งใจจะบอก “ขอโทษที่ต้องทิ้งให้มีนกินข้าวคนเดียวนะครับ แต่เพื่อน ๆ ไม่ยอมให้ผมเลี่ยงอีกแล้ว” 

มินตรายิ้ม 

“แค่กินข้าวคนเดียว ฉันทำบ่อยค่ะ คุณไปกินข้าวกับเพื่อนให้สนุกเถอะ” 

“ครับ แล้วผมจะรีบกลับ” 

“รีบกลับ? กลับมาห้องฉันเหรอคะ” เธอถาม ตาโต 

“ครับ ห้ามนอนก่อนนะ” เขาบอกพลางลุกขึ้น เดินไปหาเธอ ยื่นมือไปจูงเธอพาเดินตรงไปยังประตู ขณะนั้นมินตราก็หันมาถาม 

“เรียกฉันมาบอกแค่นี้เหรอคะ” 

“ครับ” 

“แค่นี้โทร. หรือส่งข้อความบอกก็ได้ไหม” 

เขามองเธอแล้วยิ้ม ก่อนยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอ แล้วบอก  

“ก็อยากบอกต่อหน้านี่ครับ” ว่าแล้วก็ยื่นมือไปจับลูกบิด แต่ยังไม่ทันหมุน เขาก็ปล่อยมือ แล้วหันไปหาเธอ “มีนครับ” 

“คะ” 

“อยากจูบ” 

“ฌาน!” มินตราเรียกเขาเสียงดุ  

“นะครับ” 

“นี่มันห้องทำงาน” 

“ประตูปิด ไม่มีใครเข้ามาหรอก...นะครับ” พอเธอยังทำท่าว่าจะไม่ยอม เขาก็เร่ง “เร็วสิครับ จะได้รีบออกไป อยู่นานเดี๋ยวคนอื่น ๆ สงสัยว่าเราทำอะไรอยู่ในห้องกันนานสองนานไม่รู้ด้วยนะ” 

“นิสัยไม่ดีเลยนะคะ”​ เธอว่าเสียงดุ ส่งค้อนให้เขา 

ฌานยิ้มรับ 

“มันก็ต้องมีบ้างแหละครับ นะ” 

มินตราถอนหายใจ สีหน้าเหมือนปลงตก ก่อนจะยื่นหน้ามาแตะริมฝีปากกับปากเขา แต่ฌานไม่ยอมรับแค่นั้น เขาประคองใบหน้าเธอตรึงไว้ให้อยู่กับที่ก่อนบดจูบลึกล้ำ ส่งลิ้นเข้าไปกวาดความหวานทั้งหมดเข้าหาตนเอง ยิ่งได้ยินเสียงครางแผ่วของคนถูกจูบยิ่งทำให้เขาเพิ่มความหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น เนิ่นนานจนพอใจจึงยอมผละจาก ก่อนจะยื่นมือไปหมุนลูกบิดเปิดประตู แล้วผายมือให้คนที่เขาส่งออกจากห้อง พร้อมเอ่ย 

“ขอบคุณครับคุณมินตรา เชิญครับ” 


เมื่อวานไข้ขึ้น ไม่ได้มา ขอโทษน้า ขอลาหยุด 3 วันนะคะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปเกาะห่างไกล ไม่มีสัญญาณใด ๆ ทั้งสิ้น กลับมาอัปอีกทีวันพุธนะคะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว