email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 เขาใช้ผมเป็นหนูลองบรา!!!!

ชื่อตอน : บทที่ 4 เขาใช้ผมเป็นหนูลองบรา!!!!

คำค้น : ช่วยด้วยครับ!!! เขาใช้ผมเป็นหนูลองบรา!! , มินิซ่าส์, สิงหราช, สิงห์, เตโช, เต, Yaoi, Y, BDSM, 25+, เมะชนเมะ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2564 08:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 เขาใช้ผมเป็นหนูลองบรา!!!!
แบบอักษร

เขาไม่อาจละสายตาได้เลย......

เตโชคิดขณะที่มองร่างของคุณสิงห์ซึ่งเดินผ่านด้านหน้าร้านด้วยท่วงท่างดงามสะกดตรึงสายตา สายตาของเขามักจะจดจ้องคุณสิงห์ยามที่จะออกไปทำงานในตอนเช้าจากร้านขายน้ำเต้าหู้ที่ฝั่งตรงข้ามของคอนโด หรือจะเป็นยามเย็นเมื่อคุณสิงห์กลับเข้ามาหลังจากหมดสิ้นวันอันน่าเหน็ดเหนื่อย เขาถูกคุณสิงห์เล่นงานเข้าแล้ว....

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นคุณสิงห์ มันเรียกรั้งให้เขาหันกลับไปมองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเดิน คุย นั่ง ขับรถ หรือยามที่ยิ้มให้กับผู้คนที่ส่งเสียงทักทาย เขาก็มักจะมองจ้องคุณสิงห์อยู่เสมอ และนอกเหนือไปจากนั้นคือความสงสัยใคร่รู้ ว่าวันนี้ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวและชุดสูทสีเทาเข้มนั้นจะซ่อนชุดชั้นในลูกไม้แบบไหนอีกกันนะ จะเป็นชุดส่วนแสนยั่วยวนอย่างชุดลูกไม้สีแดงดำรึเปล่า? หรือจะเป็นกางเกงในจีสตริงสีม่วงองุ่นกันแน่ หรืออาจจะเป็นแบบอ่อนหวานแต่ยั่วยวนอยู่ในทีด้วยบราเซียลูกไม้สีชมพูขาวและเว้นเว้าด้านหลังและหลังเป็นรูปหัวใจ

เตโชคิดพลางกับเอื้อมมือลงต่ำที่ด้านล่างพลางขยำท่อนลำของตนไปมา นวดคลึงมันใต้เนื้อผ้าหลังเคาน์เตอร์ที่ตนกำลังนั่งมองคุณสิงห์เดินผ่านหน้าร้านไป และทักทายพี่บัวด้วยรอยยิ้ม

“!!!” เตโชถึงกับสะดุ้งและตกใจแรงเมื่อจู่ๆ คุณสิงห์ก็เงยหน้าขึ้นมองทั้งรอยยิ้มและนั่นทำให้พี่บัวหันมามองตามพลางยกยิ้มเช่นกัน เตโชลนลานจนรีบปล่อยท่อนลำออกจากฝ่ามือแทบไม่ทัน เมื่อคุณสิงห์ผละจากและพี่บัวก็เดินเข้ามาด้านในแทน ความปวดร้าวจากการไม่ได้ปลดปล่อยทำให้กลางกายของเขาเต้นตุ้บๆ อย่างไม่อาจควบคุม และลุกขึ้นยืนเมื่อพี่บัวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

“คุณสิงห์เขาชมเตด้วยนะ” พี่บัวพูดด้วยรอยยิ้มยินดี เตโชจึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมถามรายละเอียดเพิ่มเติม

“คุณสิงห์เขาชมว่าอะไรเหรอครับพี่บัว”

“ก็ชมว่าเตซักผ้าให้เขาดีมาก ผ้าหอมแดดแถมยังรีดได้เรียบ เนี้ยบเหมือนป้าแม่บ้านที่เคยดูแลเขาเลย การบริการก็ดียิ้มแย้มพูดคุยน่ารักและดูแลแขกดีมาก นอกจากนี้ยังช่วยเขาด้วยเรื่องกฎการทิ้งขยะของคอนโด ทำให้ตอนนี้เขาไม่ต้องหิ้วถุงขยะลงมาทิ้งเองหน้าคอนโดอีกแล้ว” พี่บัวพูดพร้อมกับหัวเราะด้วยความเอ็นดู

“เหรอครับ” เตโชที่ฟังเช่นนั้นก็อดรู้สึกใจฟูไม่ได้ ความรู้สึกราวกับดอกไม้เบ่งบานและพองฟูฟุ้งกระจายไปทั่วใจ สายตาของเขามองตามหลังของคุณสิงห์ไปจนสุดสายตา แล้วจึงหันกลับมาหาพี่บัวที่ยังคงคุยจ้อไม่หยุด พวกเขาใช้เวลาพูดคุยเล่นกันอีกชั่วครู่แล้วจึงขอตัวไปจัดการงานของตนที่ด้านในห้องซักรีด และจัดการรีดน้ำของตัวเองที่คั่งค้างไว้ให้หมดจด ปลดปล่อยออกมาทุกหยาดหยดจนโปร่งโล่งสบาย

 

“เฮ้อ ท่าจะแย่แล้วกู” พูดกับตัวเองแผ่วเบาพร้อมกับถอนหายใจ ตอนนี้เขาไม่ได้ติดกลิ่นจากชุดชั้นในของคุณสิงห์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ติดกลิ่นกายของอีกคนจนถึงขั้นซุกใบหน้าลงกับเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลกของคุณสิงห์อีกด้วย (โดยมุ่งไปที่เป้ากางเกงเป็นพิเศษ) ความรู้สึกของเขาที่มีต่อคุณสิงห์นั้นเพิ่มมากขึ้นทุกทีๆ จนเขาแทบคลั่งอยู่รอมร่อ แรงตบที่กระทบลงบนไหล่ทำให้เขาต้องเงยหน้ามอง เห็นเพื่อนสนิทของตนอย่างไอ้ชินที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งข้างกันพลางเอ่ยปาก

“เป็นอะไรของมึงวะเต กูเห็นมึงทำหน้าอมทุกข์มาเดือนกว่าแล้วนะเว้ย” ชินถามพร้อมกับหันหน้ามามอง เตโชเงียบไปชั่วครู่ เขากำลังคิดว่าจะเอ่ยปากปรึกษาเพื่อนสนิทของตนดีหรือไม่ แต่เพราะรู้ว่าหากเก็บเงียบไว้คงไม่ได้คำตอบที่ตนเองต้องการเป็นแน่

“กูว่า.... กูกำลังมีความรักว่ะ” ไอ้ชินเลิกคิ้วขึ้นอย่าสนใจเร่งเร้าให้เขาต้องเอ่ยปากเล่าต่ออย่างเสียไม่ได้

“มึงก็รู้ใช่ไหมว่ากูเป็นเกย์ กูชอบผู้ชายด้วยกัน” ไอ้ชินพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร เพราะเขาเองที่บอกพวกเพื่อนๆ ตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้ามหาลัยมาแล้ว เขาไม่ได้ชอบผู้ชายตัวเล็กผิวขาวน่ารักช่างอ้อน แต่ชอบคนที่ดูเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ได้ง่องแง่งออกสาวจนเกินไป แต่ชอบคนที่พูดกูมึงด้วยกันได้ ชวนกันไปวิ่งเล่นเวทออกกำลังกาย และสามารถจับทุ่มลงเตียงได้โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ หรืออีกแง่ก็คือเขาชอบผู้ชายที่ดูเป็นเมะหรือคนที่มาดแมนเหมือนเป็นรุก แต่ยามที่อยู่บนเตียงด้วยกันกลับเปลี่ยนเป็นรับด้วยความสุขสมแทน

“มึงก็รู้ใช่ไหมว่าช่วงนี้กูทำงานที่ร้านซักรีดใต้คอนโดแห่งหนึ่ง กูทำงานที่ร้านนั้นตอนนี้ก็เกือบ 4 เดือนเข้าไปแล้ว แล้วตอนนี้ก็มีลูกค้าประจำเยอะมาก”

“มึงเลยตกหลุมรักลูกค้า?” ไอ้ชินเอ่ย เขาเองก็พยักหน้ารับอย่างยอมจำนน

“ตอนกูเริ่มทำงานใหม่ๆ ตอนนั้นพี่บัว พี่เจ้าของร้านเขาฝากร้านให้กูดูให้ชั่วคราว แล้วลูกค้าเขาก็เข้ามาส่งผ้าซัก มันเป็นชุดธรรมดาตะกร้าหนึ่ง อีกตะกร้าหนึ่งเป็นชุดชั้นใน ความพิเศษมันอยู่ที่ชุดชั้นในพวกนั้นมันเป็นของผู้หญิง ลายลูกไม้งี้ โคตรขยี้ใจ ตอนแรกกูคิดว่าเป็นของแฟนเขา แล้วตอนนั้นกูก็ได้กลิ่นหอมๆ ออกมาจากชุดชั้นใน กูก็เลย.... ลองดมดู” ไอ้ชินเบิกตากว้าง มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาเองก็พยักหน้ารับเชิงยืนยัน ก่อนจะกล่าวต่อ

“เท่านั้นไม่พอนะเว้ย กูยังเผลอเอาชั้นในแฟนเขาติดมือกลับบ้านมาด้วย กูแบบ แม่งโคตรเครียด กูคิดว่ากูเป็นไอ้โรคจิตขโมยชุดชั้นในไปแล้ว แต่กูไม่เป็นกับคนอื่นนะเว้ย กูเป็นกับแฟนเขาแค่คนเดียว”

“ไอ้เหี้ยเต!!!” ไอ้ชินร้องออกมาเสียงดัง จนทำให้เพื่อนที่กำลังทำงานกลุ่มตรงโต๊ะหินอ่อนไม่ใกล้ไม่ไกลนั้นหันหน้ามามอง เตโชยกมือขึ้นตบศีรษะของเพื่อนสนิทไปเสียหนึ่งที พร้อมหันไปร้องบอกกับเพื่อนว่าไม่มีอะไร พวกมันจึงละความสนใจไป แต่เมื่อหันกลับมาหาไอ้ชินก็พบว่ามันยังคงนั่งนิ่งตาค้างอยู่ จนเขาถอนหายใจ กล่าวต่อด้วยเสียงที่เบาอุบอิบยิ่งกว่าเดิม เพราะกลัวว่าเพื่อนจะด่าเข้าให้อีก

“ช่วงหลังกูเป็นแบบนั้นหนักมากอะ กูถึงขั้นเอาชั้นในเขาไปช่วยตัวเอง ดมกลิ่นจนเต็มปอด แล้วก็ซักเอาไปคืนให้เขา”

“ไอ้-” เตโชเห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังจะอ้าปากด่าเขาอีกหน จึงรีบพูดเอ่ยแทรกในทันที

“กูไม่ได้คิดจะแย่งแฟนเขานะเว้ย กูแค่มีความสุขอยู่ในที่ของกู จนกระทั่งวันหนึ่งกูไปรู้บางสิ่งโดยบังเอิญ คือคนที่เป็นเจ้าของชั้นในความจริงแล้วไม่ใช่ของแฟนเขา แต่เป็นของลูกค้าประจำคนนั้นแทน ลูกค้าคนนั้นเป็นผู้ชาย ชื่อว่าคุณสิงห์ ที่กูรู้ก็เพราะวันนั้นฝนตกหนักมาก เขาเข้ามาเอาเสื้อผ้าที่ส่งซักไว้ แล้วกูก็เห็นชั้นในลูกไม้ที่กูพึ่งซักไปถูกเขาสวมใส่อยู่ หลังจากนั้นกูเป็นหนักมากเลยวะไอ้ชิน กูเอาเสื้อเขามาดม ซุกหน้ากับเป้ากางเกงเขา กูเอาชั้นในเขามาพันรอบแล้วช่วยตัวเอง เห็นเขาเดินผ่านทีไรก็คิดตลอดเวลาวันนี้เขาจะใส่ชั้นในแบบไหนอยู่ อยากจะกระชากเสื้อเขาออกแล้วแหวกดูข้างใน อยากจะถลกกางเกงเขาลงแล้วกับว่ากำลังสวมจีสตริงอยู่ข้างใน สะบัดส่ายก้นไปมายั่วยวนกู ไอ้เหี้ย แค่คิดแม่งก็ขึ้นแล้ว” เตโชยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองอย่างรุนแรง เขาไม่สามารถลบภาพคุณสิงห์ในจินตนาการได้เลย

“ไอ้เหี้ยเต มึงแม่งน่ากลัวสัสๆ เลย ไอ้เหี้ย เป็นขนาดนี้กูว่ามึงเข้าขั้นโรคจิตแล้ว” เตโชพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ เอ่ยปากเสียงเบา

“กูรู้สึกกับเขาแบบนั้นตั้งแต่ที่ยังไม่รู้ว่าชั้นในพวกนั้นเป็นของเขา แล้วพอกูรู้ จากภาพผู้หญิงในจินตนาการก็เปลี่ยนเป็นคุณสิงห์หมดเลยว่ะ” เตโชกุมขมับด้วยความเคร่งเครียด ชินได้แต่มองเพื่อนด้วยความเห็นใจ ก่อนจะตบหลังมันปุๆ

“กูว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น มึงอาจจะเป็นพวกที่ชอบคอสเพลย์ แบบที่ใส่ชุดนอนไม่ได้นอน หรือแบบที่แต่งตัวเป็นแมว เป็นกระต่าย คนเราความชอบเรื่องเซ็กซ์ไม่เหมือนกัน และกูลงความเห็นสุดท้ายที่กูมั่นใจเลยว่า..... มึงชอบเขาเข้าแล้วไอ้เต”

“เฮ้ย มันจะใช่เหรอวะ กูเจอกับเขาไม่กี่เดือน คุยก็ไม่ค่อยได้คุย มีแต่กูที่ขโมยชั้นในเขามาดมอยู่ทุกวัน”

“แต่การที่มึงเอาแต่มองหาเขา คิดถึงเขาตลอดเวลา ทำอะไรก็คิดถึงจนถึงขั้นเอาไปจินตนาการ คนปกติที่รู้จักกันผ่านๆ เขาไม่เป็นกันนะเว้ยไอ้เต” เตโชนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ ส่วนชินเองก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า ให้เวลาเพื่อนได้คิดและตกตะกอนความคิดของตัวเอง หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เสียงของเตโชก็ลอยแว่วออกมาเบาหวิว

“กูต้องทำยังไง......” ชินหันไปมองคนข้างพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่เตโชจะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยความหนักแน่นและจริงจัง

“กูต้องทำยังไงถึงจะได้ใจเขามา” ชินฉีกยิ้มกว้าง ตบมือลงบนบ่าของเพื่อนหนักๆ อย่างให้กำลังใจ

“ก็ลุยไปเลยสิวะ ไอ้เพื่อนยาก” เตโชมองเพื่อนอย่างขอบคุณที่ทำให้เขารู้ตัวได้ไวและลงมือทำอะไรได้เร็ว เพื่อนสนิทของเขาคนนี้เป็นคนไม่ค่อยพูดมากหรือไร้สาระสักเท่าไหร่ มันจะคอยเป็นกำลังใจ เฝ้ามอง และช่วยเหลือในช่วงเวลาที่เขาต้องการอยู่เสมอ และเพราะคำแนะนำจากมันนี่เองที่ทำให้เขาตัดสินได้ใจ

เขาต้องบอกความรู้สึกนี้ให้คุณสิงห์ได้รับรู้!!!

 

ตอนนี้เตโชกำลังชะเง้อคอมองไปที่ด้านหน้าร้านเป็นระยะ และเพราะพฤติกรรมนั้นทำให้เจ้าของร้านอย่างพี่บัวเอ่ยทักด้วยความสงสัยไม่ได้

“มองอะไรอยู่เหรอน้องเต” หญิงสาวกล่าวพลางเดินมาหยุดลงที่ด้านข้าง ชะเง้อคอมองตามเขาไปว่ากำลังมองหาใครกันแน่ เตโชหันหน้าไปหาพลางส่งยิ้มแหยให้ เขาไม่รู้จะอธิบายพี่บัวอย่างไร ว่าเขานั้นกำลังจะไปสารภาพรักกับคนๆ หนึ่ง และคนๆ นั้นดันเป็นผู้ชาย!

“ไม่มีอะไรครับพี่บัว” เตโชพูดพลางหันไปยกยิ้มส่งให้ พี่บัวโคลงศีรษะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร เขารู้ว่าพี่บัวรู้ว่าเขามีอะไรแปลกๆ แต่ที่ไม่ถามต่อเพราะรู้ว่าเขาไม่เต็มใจจะเล่า ดังนั้นแล้วหญิงสาวจึงไม่เซ้าซี้ให้มากความ คิดเอาไว้ว่าหากชายหนุ่มมีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ ก็คงจะบอกกล่าวเธอเอง เตโชลอบถอนหายใจแล้วจึงผินหน้าไปมองที่ด้านหน้าคอนโดต่อ ด้วยเกรงว่าหากคุณสิงห์เดินเข้ามาเขาก็จะพุ่งตัวออกไปทันที

เขาอยากจะมีของขวัญหรืออะไรสักอย่างติดไม้ติดมือเพื่อที่จะมอบให้คุณสิงห์ อย่างน้อยๆ ดอกไม้สักช่อก็ยังดี เพียงแต่ตอนนี้เงินเดือนของเขายังไม่ออก และมันเป็นช่วงเวลาสิ้นเดือนพอดี ดุจคำกล่าวที่ว่าสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ จึงทำให้เขามีได้แค่ดอกกุหลาบดอกเดียวในมือ มันถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน หลบพ้นสายตาของพี่บัวด้วยการซ่อนไว้ในกระเป๋า และตอนนี้ที่เขากำลังนั่งรอคุณสิงห์อยู่นั้น เขาก็นำมันมาถือรอที่ใต้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

สองมือของเขาชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้น ขาเริ่มสั่นอย่างไม่อาจควบคุม เรียบเรียงคำพูดภายในหัวจนดูสับสนวุ่นวาย หัวใจของเขาเต้นแรงระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ตัวเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากวัยรุ่นแรกรักเลยสักนิด อ่อ.... ก็รักแรกจริงๆ นั่นแหละ ถึงเขาจะชอบผู้ชายด้วยกัน แต่เขาไม่เคยมีแฟนและไม่เคยมีใคร สิ่งที่ทำได้คือการพิงสองมือและภาพลามกในจินตนาการ

เตโชพยายามควบคุมลมหายใจเข้าออก สงบสติอารมณ์ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาในครรลองสายตาก็มองเห็นใครบางคนที่กำลังจะเดินผ่านไป เตโชตกใจจนตาเบิกกว้าง รีบถลาตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร้องเรียกไปด้วย

“คุณสิงห์ครับ!!” ชายเจ้าของชื่อหยุดชะงักและหันหน้ามามอง สิงหราชยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเขารีบร้อนวิ่งเข้ามา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยปนตลกขบขัน

“มีอะไรเหรอครับคุณเต”

“คือ... คือ....” เตโชอึกอัก ไม่กล้าเอ่ยถ้อยคำ ดวงตามองออกไปด้านข้าง เห็นว่ายังมีคนเดินไปมาอยู่มากมาย จึงพยายามข่มกลั้นความรู้สึกแล้วฉีกยิ้มพลางเอ่ยชวน

“คุณสิงห์พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ” สิงหราชมองท่าทีนั้นของอีกฝ่าย พยักหน้ารับก่อนจะเดินไปที่มุมส่วนตัวสักเล็กน้อย เตโชหายใจเข้าออกระงับความตื่นเต้น ภายในหัวของเขานั้นมีเรื่องราวมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว เริ่มตั้งแต่ได้กลิ่นหอมจากชุดชั้นใน นึกอยากเห็นหน้าแฟนสาวของคุณสิงห์ จึงกลายเป็นคอยมองอีกฝ่ายไม่ละสายตาตามไปด้วย ไหนจะเรื่องราวความลับที่พึ่งได้รู้มา ว่าเจ้าของชั้นในพวกนั้นก็คือคุณสิงห์เอง เตโชกำดอกกุหลาบในมือเอาไว้แน่นเพื่อลดความประหม่า สิงหราชที่เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีจึงเอ่ยออกไปอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก

“คุณเตครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอ-”

“ผมชอบชั้นในคุณสิงห์ครับ!!!” เตโชพูดพร้อมกับยื่นดอกไม้ออกไปตรงหน้าอีกฝ่าย หลับตาปี๋รอฟังถ้อยคำ แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเขาก็ต้องลืมตาขึ้นใหม่ เมื่อรับรู้ได้ว่ารูปประโยคที่บอกอีกฝ่ายไปมันแปลกๆ ไปจากที่เคยได้ยิน ก่อนที่เขาจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาเอาคำว่า ผมชอบคุณสิงห์ กับ คุณสิงห์คือเจ้าของชุดชั้นใน ไปรวมกัน เขาก็แทบจะกรีดลั่น อยากกัดลิ้นตัวเองตาย เพราะรีบร้อนมากเกินไป กลัวว่าคุณสิงห์จะเอ่ยขอตัวขึ้นห้องหลังจากที่เขานั่งรอด้วยใจจดใจจ่อมาทั้งวัน รูปประโยคจึงเพี้ยนเป็น ผมชอบชุดชั้นในคุณสิงห์!!ไปเสียได้ เตโชหน้าซีดเผือด กลัวว่าคุณสิงห์จะโกรธหรือไม่ชอบใจ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายไปก็พบว่าคนตรงข้ามกำลังฉีกยิ้มเต็มดวงหน้า ดวงตาเปล่งประกาย

“ขอบคุณนะครับ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนให้ใจหวิว เตโชรู้สึกได้ว่าตอนนี้หัวใจของเขาไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไปแล้ว แต่มันไปอยู่กับคุณสิงห์แทนเสียนี่ เพียงแค่รอยยิ้มนั้นจากคนที่ดูสุภาพเรียบร้อยและอบอุ่น เขารู้สึกราวกับว่าในหัวใจมีกลีบดอกไม้มากมายสะบัดพลิ้ว ลอยละล่องเต็มไปทั่วทั้งหัวใจ ก่อนที่จะถูกน้ำเสียงนั้นฉุดรั้งให้กลับมาด้วยถ้อยคำที่ชวนให้ตกตะลึง

“คุณเตสะดวกขึ้นไปข้างบนกับผมไหมครับ” เตโชสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ คิดแล้วคุณสิงห์อาจจะไม่ทันได้ฟังคำว่าชุดชั้นในก็ได้ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่ตอบรับไมตรีของเขาด้วยการชักชวนขึ้นห้องเช่นนี้ เตโชรู้สึกหัวใจลิงโลดเป็นอย่างยิ่ง เขาพยักหน้ารับรัวเร็วเพื่อเป็นการตอบกลับ คุณเตจึงพาเขาเดินขึ้นไปที่ด้านบน กดลิฟต์และรอให้เขาไปยืนเคียงข้างพลางชวนคุย

“ผมไม่คิดว่าคุณเตจะชอบนะครับ” สิงหราชหันหน้ามาหาพลางส่งยิ้มให้ เป็นอีกครั้งที่เตโชรู้สึกคล้ายกับว่ามีดอกไม้บานอยู่ที่ด้านหลังฉาก แต่มันกลับเป็นกระจกสะท้อนภาพเงาของเขาทั้งสองคนแทน

“ชอบ.... ผมชอบครับ... ชอบมาก....” เตโชพูดอย่างเพ้อๆ ในขณะที่อีกฝ่ายตอบกลับ

“ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะครับ” ประตูลิฟต์เปิดออกหลังจากที่ถ้อยคำนั้นจบลง คุณสิงห์ก้าวเท้าออกจากลิฟต์แล้วเดินนำไปก่อนหน้า เตโชก้าวเดินตามอย่างเพ้อๆ กลิ่นกายของคุณสิงห์ยังคงหอมกลิ่นกรุ่นกระจายไปทั่วลิฟต์ที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่

เมื่อก้าวออกมาแล้วเตโชก็อดใจเต้นไม่ได้ เขากำลังจะได้เข้าห้องของคุณสิงห์!! เขาอยากจะกรีดร้องแทบบ้า อยากจะวิ่งไปเขย่าตัวไอ้ชินแล้วตะโกนใส่มันว่าคุณสิงห์ชวนเขาเข้าห้อง!! แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นแต่เพียงภาพในจินตนาการเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือตัวเขาที่เดินตัวลีบตามหลังคุณสิงห์ไป

 

แกร๊ก

 

คุณสิงห์เปิดประตูออกกว้าง หันมาแสดงสีหน้าลำบากใจส่งให้พลางกล่าว

“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมยังหาแม่บ้านมาแทนไม่ได้ ห้องจึงรกไปสักหน่อย” เตโชพยักหน้ารับ ก้าวเข้าไปด้านใน เห็นว่าห้องรกจริงอย่างที่ว่า ข้าวของวางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ จนเขานึกขัดใจอยากช่วยจัดให้เข้าที่เข้าทาง สิงหราชเดินนำชายหนุ่มรุ่นน้องมาที่โซฟา

“คุณเตรอสักครู่นะครับ” เตโชพยักหน้ารับ มองคุณสิงห์ที่เดินหายเข้าไปหลังบานประตู แล้วจึงละสายตาไปมองรอบๆ ตัว คุณสิงห์จะว่าอะไรไหมนะ หากเขาจะช่วยจัดห้องนี้ คิดพลางมือก็ขยับไปด้วย เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตอนที่ตนกำลังคิดนั้น มือไปก่อนตัวเสียแล้ว

 

แกร๊ก!

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้เตโชต้องหันไปมอง และนั่นก็ทำให้เขาถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อตอนนี้คุณสิงห์สวมใส่ชุดบอดี้สูทแบบเกาะอกสีชมพูขาว มีเชือกรัดพันไขว้กันไปมาที่หน้าท้องขึ้นไปจนถึงแผ่นอก และที่ยิ่งกว่านั้นคือคลิปหนีบถุงน่องลายลูกไม้สีขาวเข้าชุดกัน ยิ่งทำให้คุณสิงห์ในยามนี้นั้นน่ากดลงกับพื้นแล้วกระแทกกายเข้าใส่มากแค่ไหน

ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร คุณสิงห์ก็ยกของบางสิ่งขึ้นในระดับสายตา มันมีหน้าตาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนเพียงแต่มันมีสีดำแดง!!

“คุณเตลองใส่ดูนะครับ”

“หา!?!? ครับ!?”

“ผมกลัวว่าคุณเตจะอาย ผมเลยใส่มาเป็นเพื่อน ลองดูได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

“หา? แต่ผมไม่-”

“คุณเตไม่ชอบเหรอครับ ถ้างั้นลองดูชุดอื่นกันดีไหมครับ?” คุณสิงห์ว่าพร้อมกับหมุนกายหันหลังกลับเดินเข้าไปภายในห้องอีกครั้ง และเพราะแบบนั้นมันทำให้เขาแทบจะเลือดกำเดาไหล เพราะชุดบอดี้สูทที่สวมใส่มันคว้านหลังลงมาต่ำจนเกือบจะเห็นช่องทางที่ถูกปิดไว้เพียงหมิ่นเหม่!! และมันถูกปิดไว้ด้วยโบสีชมพูอันโต!!

เตโชรู้สึกใจเต้นแรงกระหน่ำจนแทนจะกระเด็นกระดอน ใจเขานั้นอยากจะไปจับดึงหางโบนั้นแล้วกระชากออกให้สุดแรง เพื่อให้มันเปิดเผยเนื้อตัวผิวขาวผ่องใต้ชุดนั้นให้เขาไปมองเต็มตา เตโชคิดพลางเดินตามหลังมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนมาถึงห้องที่ไม่ควรเสียแล้ว

“เอ้า ถอดเลยครับคุณเต” สิงหราชพูดพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้ ใช้มือจับชายเสื้อของเขาไว้แล้วดึงออกไปอย่างรุนแรง จนเขาเปิดเผยเนื้อตัวที่ล่ำบึ้กแสนจะภาคภูมิใจ สิงหราชยกมือขึ้นลูบไล้ไปตามมัดกล้ามจนทำให้เขาตัวสั่นหน่อยๆ อย่างไม่อาจควบคุมแล้วจึงผละไป

“คุณรอบอกใหญ่กว่าผม คงต้องใช้ 3XL ละมั้ง” สิงหราชพูดพร้อมๆ กับย่อตัวลงเพื่อหาชุดที่ว่า ในตอนนั้นเองที่เตโชพึ่งจะรู้สึกตัว เขากวาดตามองไปรอบๆ ห้องนี้ทั้งห้องเต็มไปด้วยชุดชั้นใน!! และมันเป็นชุดชั้นในสตรี!! ไหนจะบราเซีย! จีสตริง! บอดี้สูท! เกาะอก! หรือแผ่นปิดจุกนมก็ยังมี!!!

เตโชเริ่มรู้สึกแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ถูกต้อง เขากำลังจะก้าวถอยหลังไปช้าๆ แต่แล้วคุณสิงห์ก็พูดขึ้นมาทำให้เท้าของเขาชะงัก

“คุณเตรู้ไหมครับว่าผมหาคนที่จะมาใส่ชุดพวกนี้ได้ยากมาก บริษัทของผมทำชุดชั้นในสตรี แต่ช่วงนี้ผลประกอบการของบริษัทไม่ค่อยดี เพราะไซซ์มาตรฐานหญิงไทยเริ่มขยับขยาย ผู้หญิงมีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น หรือที่เราเรียกกันว่าสาวอวบหรือสาวอ้วน และชุดชั้นในของเรานั้นก็กำลังจะขยายฐานลูกค้า

พวกเราผลิตชุดนอนไม่ได้นอนด้วยนะครับ แต่ได้รับฟีดแบ็กมาว่าของพวกไซซ์ใหญ่ อย่าง 3XL ถึง 5XL ไม่ค่อยมีใครทำให้ เราเคยเปิดรับอาสาสมัครด้วยนะครับ แต่พวกเธอเหล่านั้นเขินอายเกินกว่าจะเข้าร่วม สุดท้ายแล้วผมจึงต้องนำมาใส่เอง แต่ขนาดตัวของผมก็ได้แค่ 2XL เท่านั้นเอง” สิงหราชหันมาเตโชที่ยังคงยืนนิ่งอยู่พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ผมดีใจที่คุณเตชอบชุดชั้นในของผมนะครับ คุณจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะชวนให้เข้ามาร่วมทดลองด้วยกัน” เตโชรู้สึกเหมือนจะวูบเข้าไปทุกที ยิ่งเมื่อยามที่อีกฝ่ายพูดเช่นนี้แล้วถือชั้นในไซซ์ใหญ่มาไว้ในมือ เท่านั้นยังไม่พอ ยังวางมันใต้ราวนมของเขา แล้วอ้อมไปทางด้านหลัง ติดตะขอให้เสร็จสรรพ พร้อมๆ กับดึงยกทรงของเขาขึ้นด้วยตัวเอง แต่แล้วเขาก็คิดได้อีกว่ามันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อตอนนี้คุณสิงห์ล้วงมือเข้ามาภายใต้ชั้นใน ฝ่ามืออุ่นร้อนนั้นกอบกุมหน้าอกเขาเอาไว้ กวาดต้อนโกยหน้าอกเขาขึ้นมาพลางกล่าวเสียงกระซิบข้างใบหู

“เวลาใส่ชั้นใน ต้องโกยหน้าอกขึ้นมาแบบนี้ เพื่อให้ได้ทรงที่สวยและไม่อึดอัดจนเกินไป”

 

เพี้ยะ!

 

สิ้นคำเจ้าตัวก็ดีดสายบราเซียที่รองรับน้ำหนักดังเพี้ยะจนเขาซี้ดปากด้วยความเจ็บแสบบางเบา

“คุณเตดูดีมากเลยครับ” สิงหราชพูดพร้อมยกยิ้มเต็มดวงหน้า ชวนให้เตโชนั้นดวงตาพร่าเบลอ ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองกระจกตามที่สายตานั้นชักนำ และนั่นทำให้เขาสบถในใจดังลั่นราวกับรัวกลองศึกในทันที

ช่วยด้วยครับ!!! เขาใช้ผมเป็นหนูลองบรา!!!! 

 

-----------------------------------------------

ทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ใครผัวใครเมียคะ?? มินิเองก็ยังมองไม่ออก เพราะพวกพี่เขากินกันไม่ลง.... งั้นสลับกันกินละกัน!!! ก๊ากๆๆๆๆ (หัวเราะชั่วร้ายมาก) เอาไว้เราไปร่วมลุ้นพร้อมๆ กันนะคะ อิอิ

รักน้าาาา จุ้บๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว