facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ
แบบอักษร

 

ดังคำกล่าวที่ว่า ไม่มีอะไรอร่อยไปกว่าเกี๊ยว และไม่มีอะไรสนุกไปกว่าพี่สะใภ้อีกแล้ว เป็นเรื่องปกติที่คนเหล่านั้นจะสนใจผู้หญิงของโจรสี่ 

ในขณะที่โจรสี่ไม่อยู่ ก็ไปหาพี่สะใภ้สี่ ฮี่ๆๆ...เธอไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น 

ดังนั้น เจียงเผิงจีจึงทำการสำรวจอย่างกล้าหาญ และแน่นอนว่าการท่าทางแสดงออกของบางคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางจดจำลักษณะทั้งหมดของคนเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงมี ‘หลักฐาน’ จากการสังเกตของเธอนิสัยของโจรสี่นั้นค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและรุนแรงกับผู้หญิงอย่างแน่นอน 

เพราะเป็นผู้ชายไง โดยเฉพาะผู้ชายในสถานที่แบบนี้ บางครั้งก็มีความขัดแย้งที่ค่อนข้างซับซ้อน 

ในขณะที่ละโมภโลภมากอยากได้ผู้หญิงของคนอื่น พวกเขาก็เฝ้ามองผู้หญิงของตัวเองอย่างไม่ให้คลาดสายตาด้วยเช่นกัน 

โจรไร้สมองและขี้หึงขี้หวง จะทนได้อย่างไรหากพี่น้องของเขาเล่นชู้กับผู้หญิงของตัวเอง 

นิสัยของคนคนนี้ มีความเป็นไปได้มากที่จะอาละวาดฟาดหางใส่คนอื่น 

อาจสรุปได้ว่า แรงกระตุ้นเป็นเหมือนมาร หากไม่ได้เอาสมองออกมาจากบ้าน ก็ควรจำไว้ว่าต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี 

“เอาละ ข้าเล่าจบแล้ว เจ้าตายตาหลับได้แล้ว ไปนรกเพื่อพบกับพี่น้องโจรของเจ้าได้และขอให้มีครอบครัวที่สุขสันต์นะ” 

ระบบ : “...คุณเป็นคนใจดีมากเลยนะครับ ที่เสียเวลาทำให้เขาตายตาหลับ...” 

เจียงเผิงจี “ผิดแล้ว ฉันเสียเวลาเพราะแค่อยากให้เขาเข้าใจว่าเขาโง่จนตายยังไงต่างหากล่ะ” 

ระบบ : “...” 

โธ่เอ๊ย ยอมตายตาไม่หลับยังดีกว่า! 

ระบบ: “โฮสต์ คุณไม่คิดจะหาหวงตี้ที่แข็งแกร่งมามีความรักที่บริสุทธิ์ เพื่อช่วยปรับทัศคติของคุณหน่อยเหรอ” 

การใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชักจูงโดยเจตนาหรือการหลอกล่อ เป้าหมายของเธอนั้นชัดเจนมาก 

การกระทำของเจียงเผิงจี ตั้งแต่ต้นจนจบแสดงให้เห็นว่าเธอเริ่มวางแผนทำลายรังโจรตั้งแต่ที่เธอตื่นขึ้นมาแล้ว 

แม้ว่าโฮสต์คนนี้จะเพิ่งให้ความร่วมมือเพียงครึ่งวัน แต่ก็น่าเป็นห่วงจริงๆ 

“พูดมากจริง ฉันจะฆ่าหวงตี้ให้นายดูเอง” 

เจียงเผิงจีขมวดคิ้วอย่างไม่อดทน มีนกกระจอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ในความคิดของเธอ ช่างน่าอารมณ์เสียเหลือเกิน 

ระบบเงียบราวกับไก่ในทันใด 

ในเวลานี้ มีผู้ชม [โทวตู้เฟยฉิว] เพียงคนเดียวที่เงียบมานาน ส่งคอมเมนต์มาอย่างเงียบๆ 

[โทวตู้เฟยฉิว]: โฮสต์ ทำแบบนี้มันจะมากเกินไปหรือเปล่า 

หากใช้เหตุผลคิดอย่างรอบคอบ จากคำพูดของเจียงเผิงจี มีเหตุผลหลายอย่างที่ไม่สามารถขัดเกลาได้ ถ้าไม่ระวังเล่นเลยเถิดไป จุดจบของเธอก็คง... ฮี่ๆๆ แต่...มือของเขาบนแป้นพิมพ์กำลังสั่นเมื่อนึกถึง โฮสต์นักฆ่าที่ยังมีชีวิตอยู่ 

[โฮสต์ V]: การให้เหตุผลแบบนี้เดิมทีก็เป็นการคาดเดาอย่างกล้าหาญ ต้องระวังเรื่องหลักฐานด้วย ถ้าจะบอกว่านี่เป็นการคาดเดาของฉัน พูดว่าเป็นสิ่งที่พวกคนงี่เง่าพวกนั้นบอกออกมาเองยังจะดีกว่า ส่วนจะเล่นเลยเถิดไปหรือไม่ เราเล่นกับจังหวะความตื่นเต้นของหัวใจ ถ้าให้ถูกต้องทั้งหมดมันก็จะน่าเบื่อเกิน 

ทุกครั้งต่างเหมือนกับการเดินไต่ขึ้นไปในอากาศ ความตื่นเต้นของการเดินก้าวผิด จากสวรรค์สู่นรก เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนสับสนงุนงง 

[โฮสต์ V]: หากต้องการหลอกคู่ต่อสู้ ก็ควรหลอกตัวเองให้ได้ก่อน เพื่อให้ทุกคนเชื่อว่าทุกคำที่นายพูดนั้นเป็นความจริงและมีคุณค่าดั่งเงินทอง เพราะระหว่างที่นายวิเคราะห์พวกเขาอยู่ พวกเขาก็วิเคราะห์นายเหมือนกัน ถ้าประมาทจะถูกสับขาหลอกกลับมาได้ทันที 

เจียงเผิงจีได้พบกับคู่หูที่ชอบเกมอนุมานประเภทนี้ เป็นครั้งเดียวที่เธอล้มเหลว จากนั้นก็ถูกอีกฝ่ายพลิกกลับมาได้เปรียบ ต่อมาเธอก็ได้เรียนรู้บทเรียนหลังจากผ่านการพิจารณาอย่างจริงจัง ถึงได้ค้นพบสาเหตุของความล้มเหลว 

ระบบ “...” 

รู้สึกว่าตัวเองได้เลือกโฮสต์ที่มีแนวโน้มจะเป็นคนจิตวิปริตเข้าเสียแล้ว 

ให้ตายเถอะ เธอเหมาะกับสงครามวังหลวงจริงๆ หรือ 

[โทวตู้เฟยฉิว]: “...” 

ไม่ทันได้ตั้งตัว รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญเรื่อง 18+  

ท้ายที่สุดเจียงเผิงจีก็แทงไปอีกหนึ่งที แล้วก็ก้าวออกมาจากห้องที่เปื้อนเลือด ต่อไป...เธอยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าที่ต้องทำ 

"จะ เจ้า...หลิ่วซี เจ้าต้องการทำสิ่งใดกันแน่” 

หญิงสูงศักดิ์กลุ่มหนึ่งกำลังตกอยู่ในความประหม่าที่ด้านหลังห้องโถง เว่ยจิ้งเสียนและซ่างกวนหว่านสนิทกันที่สุด พวกนางปลอบโยนกันและกันและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ 

ภายนอก นอกจากเสียงสะอื้นของลม ก็ไม่มีเสียงอะไรอีกเลย ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าของกลุ่มโจรและคำพูดที่หยาบคายและชั่วร้าย 

แต่พวกนางไม่กล้าออกไปข้างนอก นอกจากการฝืนทนต่อความง่วง ก็ไม่กล้าทำอะไรอีก 

จนกระทั่งหลิ่วหลานถิงมาหาพวกนาง เสมือนผู้ช่วยชีวิตและบอกพวกนางว่าปลอดภัยแล้วถึงได้โล่งใจ 

อย่างไรก็ตาม ทุกคนยังไม่ทันได้หลั่งน้ำตาแห่งความปิติ หลิ่วหลานถิงก็แนะนำให้พวกนางเปลี่ยนสถานที่รออีกครั้ง 

“ที่นี่เบียดกันไปหน่อย เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ใหญ่กว่านี้ดีกว่า พวกเจ้าตกอยู่ในความหวาดกลัวมาทั้งวันแล้วควรพักผ่อนให้เต็มที่” 

ระบบ : “...มีลางสังหรณ์ไม่ดียังไงไม่รู้แฮะ...ผมขนลุกไปหมด คุณไม่ได้ใจดีขนาดนั้น” 

เจียงเผิงจีก้มหน้าเล็กน้อยและนำทางไปข้างหน้า 

ภายใต้ม่านรัตติกาล เธอเม้มริมฝีปากบาง ชื่นชมการคาดคะเนของระบบอยู่ในใจ “ไม่เลวนี่ ไหวพริบดีเหมือนกัน” 

เมื่อระบบพบว่าเจียงเผิงจีนำผู้คนไปยังห้องที่เกิดการต่อสู้ขึ้นก่อนหน้านี้ ถ้าระบบมีใบหน้า ตอนนี้คาดว่าน่าจะหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ 

แม้ว่าบรรดาหญิงสูงศักดิ์จะรู้สึกแปลกๆ เพราะเห็นว่าหลิ่วหลานถิงช่วยพวกนางเอาไว้ ร่างกายส่วนใหญ่ของอีกฝ่ายเปื้อนไปด้วยรอยเลือด และสภาพก็แย่มาก ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนก็เดินตามไปด้วยความหวาดกลัว 

อย่างไรก็ตาม พวกนางจะต้องเสียใจกับการกระทำของตัวเองในไม่ช้า 

ยังไม่ทันได้เข้าห้องมืด กลิ่นคาวเลือดพลันฟุ้งกระจาย ทำให้สาวๆ หน้าซีด 

เมื่อพวกนางเหยียบแขนขาที่ถูกตัดขาดของโจรโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะลื่นล้ม พวกนางก็กรีดร้องและถึงกับสะอื้นไห้ 

แกร๊ก เจียงเผิงจีปิดประตูและจุดตะเกียงน้ำมันอีกอันหนึ่ง เพื่อให้พวกนางได้เห็นลักษณะของห้องอย่างทั่วถึง 

ดังนั้น...เสียงกรีดร้องดังขึ้นกว่าเดิม 

แหม หากมีใครเข้ามาใกล้รังโจรในเวลานี้ และได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนเช่นนี้ พวกเขาคงคิดว่าผีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังมารวมตัวกันที่นี่ 

ดวงตาของเจียงเผิงจีมองไปที่เว่ยจิ้งเสียนและซ่างกวนหว่าน เห็นแต่เพียงใบหน้าอันซีดเซียว ท่าทางกลับยังคงสงบนิ่ง ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปราม 

รอจนกว่าพวกนางจะกรีดร้องจนเพียงพอแล้ว เจียงเผิงจีก็เล่นกับมีดสั้นในมือ และมองบรรดาลูกคุณหนูอย่างเย็นชา 

“ข้าอยากทำอะไร พวกเจ้าน่าจะรู้ดีนะ...” เธอจัดระเบียบปกเสื้อที่ยุ่งเหยิงให้เป็นระเบียบ แล้วใช้ผ้าที่เหลือของเสื้อคลุมมัดผมไว้ด้านหลังศีรษะ จากนั้นก็มัดให้แน่น “ทุกคนล้วนเป็นคนฉลาด ดังนั้นเรื่องบางเรื่องจึงไม่จำเป็นต้องพูดตรงไปตรงมามากเกินไป” 

เจียงเผิงจีได้เห็นความทรงจำของหลิ่วหลานถิง ยุคนี้โหดร้ายกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เธอคิดว่าได้มาอยู่ในร่างหญิงสาวนั้นไม่คุ้ม 

นอกจากหลิ่วหลานถิงจะปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้ว แต่ก็มีความยากลำบากเช่นกัน หากถูกเปิดโปงในเวลานี้มี มีแต่จะทำให้เธอเดือดร้อน 

เพื่อให้ควบคุมทุกอย่างได้ทั้งหมด เธอรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้พูดคุยกับพวกนาง 

“เจ้ากำลังขู่พวกเราอยู่หรือ” หญิงสูงศักดิ์หนึ่งในนั้นหน้าซีด แทบไม่น่าเชื่อ 

“ใช่น่ะสิ” เจียงเผิงจียอมรับอย่างไร้ยางอายและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าไม่ใช่การข่มขู่ แล้วคิดว่าเป็นการเกี้ยวพาราสีหรืออย่างไร” 

ตอนนี้ใบหน้าของหญิงสาวทุกคนแทบจะดูไม่ได้แล้ว 

ระบบปกปิดใบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ สงครามที่ได้เปรียบเพียงฝ่ายเดียวนี้ ดุเดือดเกินไป 

ชีวิตสั้นแล้ว เจียงเผิงจีในเมื่อคุณรังแกสาวน้อยโลลิตรงนี้ได้ ถ้าเช่นนั้นคุณก็มีความสามารถจะไปแข่งสงครามวังหลวงได้เลยนะ! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว