เกมกลยุทธ์พิชิตฮองเฮา
ตอนที่ 1 จอมโจรแห่งเหอเจียน
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 จอมโจรแห่งเหอเจียน

 

เจียงเผิงจี นายพลแห่งสหพันธรัฐ เพศหญิง อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารที่เจ็ด 

ทำไมถึงมี ‘อดีต’ นำหน้าด้วย 

เพราะเธอตายในสนามรบน่ะสิ 

เธอจำได้ดีว่า ความตายมาถึงอย่างกะทันหัน กระทั่งเธอไม่อาจรับมือได้ 

แต่เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากความตาย สติของเธอก็ถูกถอนออกจากร่างกายแล้ว 

ข้างหูเกิดเสียงคำรามดัง ราวกับจะทะลุแก้วหู โลกถูกย้อมด้วยแสงสีแดงชาด 

ในชั่วพริบตา ฉากตรงหน้ากลายเป็นความดำมืดอันเงียบงัน มีความหนาวเหน็บที่ไม่อาจพรรณนาได้พัดผ่านจิตวิญญาณของเธอ 

แม้ว่าจะตายไปเช่นนี้แล้ว ทว่าก็มีความเสียใจอยู่เล็กน้อย 

แต่สำหรับนักรบทั้งหลาย ตายอย่างไร้ความเจ็บปวดเช่นนี้ได้ ถือเป็นเรื่องโชคดีเรื่องหนึ่ง 

เพียงแต่ในฐานะที่เป็นผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า เธอผู้ชื่นชมวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด ไม่เคยคิดว่าหลังจากความตายเธอจะยังมีความรู้สึกอยู่ 

สิ่งที่ทำให้เธอทำตัวไม่ถูกก็คือ ความเจ็บปวดก่อนตายที่เธอไม่เคยพบ ได้ลิ้มรสมันอีกครั้งอย่างสาสมหลังความตาย 

ทั่วทั่งร่ายกายต่างมีแต่ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยายได้ เธอผู้ไม่เคยขมวดคิ้วแม้ในยามได้รับบาดเจ็บ ก็แทบอดไม่ได้ที่จะร้องโหยหวนออกมา 

เจ็บ เป็นความเจ็บปวดที่เห็นดาวระยิบอยู่ในตา 

ความเจ็บปวดอย่างนี้ทำให้เธอฝังใจ ราวกับถูกบังคับให้เข้าไปในกล่องเล็กๆ มีใครบางคนบีบกล่องมาจากด้านใน เพื่อลดพื้นที่ในกล่องให้เล็กลง ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการนี้ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด หากไม่บีบอัดเธอให้เท่าฝ่ามือก็จะไม่สบายใจอย่างไรอย่างนั้น 

ทันใดนั้น ความเจ็บปวดอันรุนแรงยากจะลืมเลือน ดูเหมือนจะเกินขีดสุดไปแล้ว มีบางอย่างกระแทกเข้าที่ศีรษะของเธอ 

เจ็บ! 

เจียงเผิงจีขดตัวอย่างอดไม่อยู่ ความเจ็บปวดอันรุนแรงที่มาจากในจิตใจบดบังได้แม้กระทั่งความเจ็บปวดที่มาจากแขนและขา ทำให้เธอไม่มีเหตุผลและเวลาที่จะคิดถึงเรื่องอื่นเลยแม้แต่น้อย ราวกับไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ได้อีกแล้ว นอกจากความเจ็บปวดจากการระเบิดและฉีกขาด 

ร้อน! 

ไม่รู้ว่าความเจ็บปวดเฉกเช่นสมองระเบิดนี้ กินเวลานานแค่ไหนแล้ว เธอคิดแม้กระทั่งว่าตนนั้นเคยชินไปแล้ว ความร้อนแผดเผาที่ไม่อาจบรรยายได้ รายล้อมตัวเธออย่างสมบูรณ์ ปานทั้งร่างตกลงไปในทะเลเพลิงซึ่งเป็นอนันต์ เสมือนน้ำในร่างกายจะระเหยออกไปทั้งหมด 

ฉันอยู่ที่ไหน 

ในเวลาเดียวกับที่สมองออกคำสั่งนี้ เธอก็รีบร้อนที่จะลืมตาเพื่อมองสภาพแวดล้อมโดยรอบ 

หรือว่า เธอตกลงมาอยู่ในนรกแล้ว 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวไม่ได้เป็นไปดั่งใจหวัง เปลือกตาคู่นั้นประหนึ่งเต็มไปด้วยน้ำตากว่าหมื่นชั่ง ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่อาจเปิดออกมาได้แม้แต่นิดเดียว 

ขณะกำลังสับสนและสติล่องลอยหายไปนั้น เสียงอิเล็กทรอนิกส์แผ่วเบาลอยมาข้างหู 

[ติ๊ง...ระบบถ่ายทอดสดสงครามวังหลวง ตรวจสอบโฮสต์อีกครั้ง เริ่มโปรแกรมสแกนการตรวจสอบ ความคืบหน้าในการสแกนคือหนึ่งเปอร์เซ็นต์...] 

เสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์อันเยือกเย็นและแข็งกระด้างกำลังเข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ เจียงเผิงจีต้องการที่จะเงี่ยหูฟังโดยไม่รู้ตัว เพื่อที่จะได้ฟังอย่างชัดเจน 

[...ความคืบหน้าในการสแกนยี่สิบสามเปอร์เซ็นต์...ยี่สิบเจ็ด...สามสิบหก...สี่สิบสอง...ห้าสิบเอ็ด...] 

นี่มัน...คืออะไร 

เจียงเผิงจีพยายามอย่างหนักเพื่อรวบรวมสติที่กระจัดกระจายขึ้นมาให้ได้ พยายามหาให้เจอว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร 

แต่อีกฝ่ายดูเหมือนไม่อยากจะสนใจมัน ยังคงถ่ายทอดอะไรบางอย่าง 

[ติ๊ด...สแกนร่างกายของโฮสต์สำเร็จ ยืนยันการผูกมัด...] 

[กำลังผูกมัด...เข้าสู่ขั้นตอนการยืนยันตัวตนของโฮสต์ โปรดรอสักครู่...กำลังตรวจสอบ...การตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์...] 

[ติ๊ง!] 

เสียงที่ค่อนข้างคมดังขึ้น ทันใดนั้นเจียงเผิงจีก็เหงื่อออกไปทั่วร่างกาย 

เธอรู้สึกว่าสมองของตนเองเหมือนถูกยัดเข้าไปในหมอกสีดำ ใจอยากจะคิด แต่ก็คิดอะไรไม่ออก 

เสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์แปลกๆ นั้นยังคงถ่ายทอดอย่างไม่ช้าไม่เร็ว 

[ชื่อ เจียงเผิงจี] 

[เพศหญิง] 

[อายุ 41] 

[ภูมิลำเนา ไม่ทราบ (เบื้องต้น)] 

[ความชำนาญพิเศษ การต่อสู้ (เบื้องต้น), การวิเคราะห์เหตุผล (เบื้องต้น), ความสามารถอื่นๆ (เบื้องต้น)] 

[คุณสมบัติ ไม่ทราบ (เบื้องต้น)]  

เมื่อได้ยินชื่อและอายุตัวเอง จิตสำนึกของเจียงเผิงจีก็ตื่นมากขึ้น เสียงข้างหูก็ไม่ได้เลื่อนลอยและไม่สมจริงขนาดนั้นแล้ว 

[เริ่มการหลอมรวมวิญญาณ ระดับการหลอมรวม 0.1 เปอร์เซนต์...คะแนนสะสมของโฮสต์ไม่เพียงพอ การหลอมรวมถูกยกเลิกชั่วคราว การหลอมรวมสุดท้ายอยู่ที่ 0.3 เปอร์เซนต์] 

[ระบบ 007 ผู้ดูแลระบบการถ่ายทอดสดสงครามวังหลวง ให้บริการคุณ (เจียงเผิงจี →หลิ่วหลานถิง)] 

ต่อมาเสียงนั้นก็เงียบลงอีกครั้ง สงบไป ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน 

ก่อนที่เธอจะคิดอะไรต่อไป ของสิ่งหนึ่งราวกับลมกรรโชกแรงพัดเข้าที่แก้ม สติสัมปชัญญะที่หลุดลอยพุ่งกลับมารวมตัวกันที่เธออีกครั้ง 

เธอรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนเบาๆ เมื่อเวลาเคลื่อนตัวไป ความรู้สึกสั่นสะเทือนก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 

เอี๊ยดอ๊าดๆๆ เสียงไม้เสียดสีกันลอยเข้ามาในหู ตามด้วยเสียงสะอื้นที่กลั้นเอาไว้ 

มีคน? 

เธอทุ่มเทกำลัง พยายามลืมตาขึ้น ความมืดดำที่อยู่เบื้องหน้า ค่อยๆ กลายเป็นภาพที่พร่ามัว 

เพียงแต่การเคลื่อนไหวของเธอนั้นใช้กำลังมากเกินไป จึงอยู่ได้ไม่นาน เปลือกตาก็คล้อยต่ำลง แล้วก็ปิดกลับไปอีกครั้ง 

“พี่หลานถิง...พี่หลานถิง...พี่ฟื้นสิ...ตื่นมาดูหว่านเอ๋อร์...” 

เสียงเรียกลอยเข้ามาในหูเรื่อยๆ เจียงเผิงจีคิดว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับตน แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าของเสียงนั้นจะร้องไห้ไป เขย่าไหล่เธอไปในเวลาเดียวกัน ทำให้สมองที่มึนงงและเหนื่อยล้าอยู่แล้วแทบระเบิดออก... 

เธอพูดอย่างอ่อนแรง “ยะ อย่าเขย่าฉัน...เวียนหัว...ทรมานมาก...” 

บางทีเสียงของเธออาจจะแผ่วเบาราวกับเสียงยุง จนมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน คนที่เขย่าเธอไป ร้องไห้ไป ยังไม่ได้หยุดพฤติกรรมที่แย่ๆ ลง 

ในท้ายที่สุด เจียงเผิงจีก็ยกมือขึ้นเพื่อปัดมือที่ผิดบาปนั้นออก แต่แขนทั้งสองข้างหนักราวกับทองคำพันชั่ง แม้ว่าจะขยับเพียงนิ้วก็ต้องใช้พลังงานทั้งร่าง สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้การเคลื่อนไหวนี้โดยสิ้นเชิง ปรับการหายใจไปพลาง อดทนต่อเสียงสะอื้นที่ดังอยู่ในหูไปพลาง 

ถ้าหยุดไม่ได้ ต่อต้านไม่ได้ ก็ทนเงียบๆ ไปแล้วกัน รอให้เธอชินแล้ว บางทีอาจจะไม่รู้สึกทรมานขนาดนั้นแล้วก็ได้ 

เห็นได้ชัดว่า ในที่นี้ไม่ได้มีเพียงเจียงเผิงจีเท่านั้น ที่รู้สึกว่าเสียงร้องไห้น่ารำคาญ แต่อีกฝ่ายก็แสดงความระอาออกมาเช่นกัน 

“พวกผู้หญิงน่ารำคาญพวกนี้เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย ได้ยินแล้วก็อารมณ์เสีย...ถุย!”  

หลังจากถ่มน้ำลาย ชายคนขับรถจอมหยาบคายก็ยกแส้ขึ้นมาฟาดม้า 

ถนนบนเขาขรุขระ รถม้ากระเทือนจนแทบจะขาดออกจากกัน 

คำสบถก่นด่าของเขาไม่ได้หยุดเสียงร้องไห้ในรถม้า แต่กลับดังมากขึ้นเพราะความกลัว 

ภายใต้ความรำคาญใจ ชายหยาบคายยกแส้ขึ้นก่อนจะดึงผ้าม่านรถสองสามที ดึงจนเกิดเสียงไข่มุกกระทบกันดังก้อง ทำให้หญิงสาวด้านในหน้าซีด “หากร้องไห้อีกแม้แต่นิดเดียว ข้าจะเอาแส้ฟาดพวกเจ้าให้ตาย!” 

มีรถม้ามากกว่าหนึ่งคันวิ่งบนภูเขา นอกจากนี้ยังมีรถม้าอีกสองคันวิ่งตามหลังไม่ห่างกัน 

หากขับรถม้าโดยประมาทบนภูเขาที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดคือรถพังและคนตาย 

อย่างไรก็ตาม คนขับรถเหล่านี้ต่างคุ้นเคยเส้นทางบนภูเขาเป็นอย่างดี บวกกับกำลังรีบ สิ่งที่น่าตะลึงก็คือรถม้าอันงดงามหรูหราสามคันขับออกมาได้อย่างมีกลิ่นอายของรถแข่งเสียอย่างนั้น 

“อย่าดุเพียงนี้สิ นี่พวกเราต้องเปลืองแรงมหาศาลกว่าจะแย่งมาเลยนะ บรรดาสาวน้อยในนี้ คนไหนบ้างที่ไม่ใช่สาวงามผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองเหอเจียน อย่าว่าแต่กลุ่มหนึ่งเลย ต่อให้เจอเพียงคนเดียว นั่นก็เป็นบุญที่สะสมมาในชาติก่อนแล้ว” 

 

 

 

 

 

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง  

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature 

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature 

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ 

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด 

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต 

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ 

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ 

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น