ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 คู่คิด 50%

ชื่อตอน : บทที่ 6 คู่คิด 50%

คำค้น : เพลิงรักอสนี ละอองอาย สายฟ้า หมอ NC Nc nc อีโรติก เร่าร้อน ร้อนแรง จูบ ขี้หึง หวง

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 177

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2564 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 คู่คิด 50%
แบบอักษร

“พาจ๋ามาที่นี่ทำไมคะ?” แววตาหวานส่อประกายขึงขุ่น ทั้งน้ำเสียงก็แสดงชัดว่ากำลังไม่พอใจ

ร่างแบบบางนั่งติดเบาะรถไม่ยอมเคลื่อนขยับ ต่อให้ชายหนุ่มจะดับเครื่องยนต์อยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของบ้าน เจ้าหล่อนก็ไม่มีวี่แววจะยอมลงจากรถแม้แต่นิดเดียว

“ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ ลงมาก่อนสิ” พูดแค่นั้นร่างสูงก็เปิดประตูรถ ชิงเดินลงไปก่อน ทิ้งจ๊ะจ๋าให้มองตามด้วยความเคืองขุ่น และไม่คิดที่จะทำตามที่เขาบอก หล่อนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถ สองมือจับสายคาดของเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่น ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมลงจากรถคันนี้เป็นอันขาด

ครั้นสายฟ้าที่เดินมาจนถึงบันไดหินอ่อนก็ยังไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูรถ ชายหนุ่มจึงหันกลับไปและพบว่าเจ้าของร่างแบบบางที่เขาพามาด้วยนั้นยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถ ทำเหมือนสิ่งที่เขาพูดเป็นเพียงอากาศธาตุก็ไม่ปาน

“ผู้ใหญ่ก็ดื้อไม่แพ้เด็กเลยสินะ” ชายหนุ่มรำพันก่อนจะระบายลมหายใจออกมาอย่างปลงตก จากนั้นจึงเดินย้อนกลับไปที่รถอย่างไม่รีบไม่ร้อน เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย มองผ่านกระจกใสเข้าไปยังด้านในที่มี ‘ผู้ใหญ่ดื้อ’ กำลังนั่งนิ่งไม่สนใจว่าเขาจะทำเช่นไรหรือต้องการเช่นไร

ฝ่ามือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถช้าๆ ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปด้านใน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเป็นธรรมชาติ สายตามองดูหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังดื้อแพ่ง ไม่ว่าจะบอกจะว่าอะไรก็ไม่ยอมฟังความ

“ลงมาคุยกันก่อน ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก” สายฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ รอฟังคำตอบอย่างใจเย็น

“จ๋าจะกลับค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบนั้นหนักแน่นแสดงถึงเจตจำนง ทั้งแววตาหวานนั้นหันมาแลเหลือบชายหนุ่มอย่างคาดโทษ

“โอเค” สายฟ้าตอบรับ ก่อนจะเหยียดกายหยัดยืนเต็มส่วนสูง ทว่ามือนั้นยังจับบานประตูของเธอเปิดอ้าเอาไว้ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายืดยาว “ถ้าคุณไม่อยากช่วยผมหาความจริงเรื่องพ่อ ผมก็จะพาคุณกลับเดี๋ยวนี้เลย” ครั้นเอ่ยจบประโยค มือหนาก็ตั้งท่าจะปิดประตูรถ ทว่ากลับถูกแรงต้านจากมือเล็กที่ยันบานกระจกเอาไว้ทำให้ไม่อาจปิดประตูได้

หมอสาวที่ดื้อดึงอยู่เป็นนาน หันมาทางชายหนุ่มด้วยประกายทึ่งบวกกับความหวังที่เอ่อล้นอยู่ในนั้น เจ้าหล่อนดันเปิดประตูจนกว้างก่อนจะก้าวเดินลงมาอย่างมั่นคง ยืนเทียบข้างร่างสูงของชายหนุ่มที่เมื่อยืนใกล้กันแล้ว เธอสูงอยู่แค่คางของเขาเท่านั้นเอง ทำให้จ๊ะจ๋าต้องเงยหน้าเพื่อสนทนากับอีกฝ่าย

“คุณก็คิดเหมือนกันใช่ไหมคะ ว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ” ดวงตาคู่หวานนั้นเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง

“เข้าไปคุยด้านในก่อนสิครับ” ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มผายมือเป็นการเชื้อเชิญ พร้อมทั้งขยับเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เธอได้เดินสะดวกยิ่งขึ้น

จ๊ะจ๋าหยุดยืนครู่หนึ่ง สายตาของเธอมองไปที่ชายหนุ่มร่างสูง ที่เพิ่งเจอกันได้วันเดียวเท่านั้นก็ชวนเธอเข้าบ้านเสียแล้ว แน่นอนว่าเธอยอมมีความไม่ไว้ใจ เพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งกอดรัดร่างของเธอเอาไว้อย่างแนบแน่น ทั้งๆ ที่ก็อยู่บนรถด้วยกันแท้ๆ หญิงสาวไม่ไว้ใจว่าหากเขาและเธออยู่ในพื้นที่ที่กว้างมากกว่าภายในตัวรถ เขาจะทำมากกว่ากอดเธอหรือไม่

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจผู้ชาย...

“สายฟ้า กลับมาแล้วเหรอ?” ขณะที่จ๊ะจ๋ากำลังลังเลอยู่นั้น เสียงเรียกของสตรีคนหนึ่งก็ดังมาจากประตูใหญ่ของบ้าน ดึงสายตาของทั้งคนถูกเรียกและจ๊ะจ๋าที่กำลังลังเลให้หันไปทางต้นเสียง

ปรากฏร่างผอมบางของสตรีคนหนึ่ง เธอยืนโดยที่มือข้างหนึ่งเกาะบานประตูเอาไว้คล้ายใช้เป็นที่พยุง ร่างของเธอนั้นผอมเกร็งเหมือนคนที่ถูกโรครุมเร้า ผิวกายขาวเหลืองและใบหน้าดูซูบซีด กระนั้นเค้าโครงใบหน้าก็ยังปรากฏความคล้ายสายฟ้าอยู่หลายส่วน

“อาน้อย” ชายหนุ่มร้องเรียกหนึ่งคำ ก่อนจะเดินสาวเท้าขึ้นบันไดไปหาร่างผอมบางของสตรีคนดังกล่าว เขาเข้าไปประคองร่างนั้นอย่างทะนุถนอม เหมือนกลัวว่าหากแตะต้องแรงไปจะทำให้เจ้าของร่างนั้นแหลกสลายลงไปก็ไม่ปาน

“แล้วนั่น... พาใครมาด้วยเหรอ?” น้ำเสียงเล็กที่แหบแห้งเอ่ยถามชายหนุ่ม สายตามองมาทางหญิงสาวที่กำลังยืนจังงังอยู่ที่รถสปอร์ตหรู ทว่าแสงสว่างนั้นส่องไปไม่ถึงที่รถจอดอยู่ ทำให้คนในที่สว่างมองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนได้ไม่ชัดนัก

“หมอจ๊ะจ๋าครับ วันนี้เค้าช่วยผมเอาไว้มาก ก็เลยอยากเลี้ยงข้าวขอบคุณ” ชายหนุ่มเอ่ยประโยคโกหกออกมาได้อย่างไหลลื่น ทุกการกระทำของเขามันช่างเป็นธรรมชาติเสียจนจ๊ะจ๋าที่ฟังอยู่ยังอดทึ่งไม่ได้

“เข้ามาก่อนสิจ๊ะ ข้างนอกยุงชุม” น้ำเสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยเรียก ก่อนจะระบายยิ้มเชื้อเชิญอย่างใจดี ทำให้จ๊ะจ๋าไม่อาจขัดขืนดึงเวลาได้อีกต่อไป

หญิงสาวก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดหินอ่อน ครั้นเข้าไปไกลจึงได้เห็นใบหน้าของสตรีวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างสายฟ้าอย่างชัดเจน เจ้าหล่อนเป็นคนผอมบางแก้มตอบ และเพราะผอมมากจึงทำให้ใบหน้าดูซูบโทรม ทว่าดวงตานั้นสุกสว่างเหมือนดั่งดวงดาราบนฟ้าฟาก หากมีน้ำมีนวลอีกสักหน่อย จะต้องเป็นคนที่สวยสง่ามากอย่างแน่นอน

ศศิ น้องสาวคนเดียวของสุริยะ ทว่าไม่ค่อยมีคนได้เห็นเธอบ่อยนัก เพราะป่วยกระเสาะกระแสะมาเป็นเวลานาน บางข่าวก็ว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง บางข่าวก็ว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ไม่มีใครยืนยันแน่ชัด เพราะเจ้าตัวไม่เคยเปิดตัวต่อสาธารณชน ทำให้ทุกคนรู้เพียงว่าสุริยะมีน้องสาวอยู่หนึ่งคนที่ป่วยหนัก

ร่างผอมเกร็งนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำตัวหนาแม้อากาศจะกำลังดี กระนั้นก็ไม่อาจปิดลำคอที่เล็กลีบจนเห็นเส้นเอ็นและกระดูก จากการประเมินเบื้องต้นของหมอสาว จ๊ะจ๋าคะเนว่าสตรีตรงหน้าต้องป่วยเรื้อรังมาเป็นเวลานาน และจะต้องได้รับการรักษามาหลายแขนง รวมถึงยาสมุนไพรจีน เพราะเธอได้กลิ่นเครื่องยาจีนจากอีกฝ่าย ทว่าหลายกลิ่นปนกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นสมุนไพรชนิดไหน

“สายฟ้าไม่ได้บอกว่าจะพาใครมา อาก็เลยไม่ได้สั่งให้คนครัวเค้าเตรียมอะไรพิเศษไว้ หรือจะสั่งมาจากข้างนอกดี?” ศศิหันไปถามหลานชาย ในแววตานั้นกระจ่างใสอย่างตื่นเต้นดีใจที่ได้ต้อนรับแขก

“ไม่เป็นไรค่ะคุณอา จ๋ากินง่าย... ไม่ต้องสั่งเข้ามาหรอกค่ะ” หมอสาวทัดทานอาหลานที่กำลังตกลงเรื่องอาหารกันด้วยความเกรงใจ เธอไม่อยากรบกวนใครทั้งนั้น ยิ่งเป็นการรบกวนแบบกะทันหันแบบนี้ยิ่งไม่ชอบ

“จะดีเหรอ...” ศศิเอ่ยอย่างลังเลใจ

“ที่จริงเรากินของกินเล่นกันมานิดหน่อยแล้วด้วยครับ อาไม่ต้องสั่งเพิ่มหรอก” ยังไม่ถึงหน้านาที จ๊ะจ๋าก็ได้ยินสายฟ้าโกหกถึงสองครั้งเข้าไปแล้ว เขาโกหกได้หน้าตาเฉย พูดเรื่องไม่จริงได้เป็นธรรมชาติจนเธอต้องนับถือ

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปข้างในกันเถอะ ข้างนอกนี่หนาวจริงๆ” ศศิบ่นพลางกระชับสาบเสื้อเข้าหากัน ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในบ้านที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างโอ่อ่า ตามประสาบ้านเศรษฐีใหญ่

โต๊ะอาหารของบ้านเตชะพัลลภเป็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ยาวห้าเมตร อาหารที่ศศิบ่นว่ามีไม่เยอะและไม่มีอะไรพิเศษ ก็คืออาหารหลากหลายชนิดทั้งต้มผัดแกงทอด รวมกันแล้วมากกว่าสิบอย่าง แค่ได้กลิ่นจ๊ะจ๋าก็รู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ขืนตักกินเพราะไม่อยากให้เจ้าบ้านเป็นกังวล

“อาการพอกินได้นะจ๊ะ?” ศศิไม่วายหันมาถาม เมื่อเห็นว่าแขกคว้าแก้วน้ำกระดกดื่มเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ก็กินไปได้ไม่เท่าไร

“อร่อยมากเลยค่ะ แต่อย่างที่คุณสายฟ้าบอก ‘เรากินของกินเล่นกันมานิดหน่อย’ จ๋าก็เลยอิ่มเร็วน่ะค่ะ” สาวเจ้าตอบพลางเสตาไปทางจอมโกหกหน้าตาย ที่ก็ไม่สนใจถ้อยคำของเธอแม้สักนิด เขายังคงตักปลากะพงนึ่งมะนาวชิ้นใหญ่ใส่จานตัวเอง เหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด

จ๊ะจ๋าลามือจากมื้ออาหาร สายตาหวานหันไปสังเกตศศิที่กำลังดูหลานชายกินอาหารแล้วผลิยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่หยาดน้ำสีใสจะไหลกลิ้งจากดวงตาผู้เป็นอา จ๊ะจ๋าถึงได้เบือนหน้าหลบไปทางอื่นด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอกำลังมองหล่อนอยู่ จึงไปพบเข้ากับร่างสูงของชายอีกคนที่เดินเข้ามา และต้องขมวดคิ้วมุ่นเพราะเธอคุ้นหน้ากับชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก

เหมือนจะเคยเจอกันที่โรงพยาบาล... เป็นหมอหรือเภสัช?

“หมอสัณห์มาพอดี ทานข้าวมาหรือยังคะ?” ไม่รอให้จ๊ะจ๋าสงสัยนาน ศศิเอ่ยทักชายผู้มาใหม่ ทำให้จ๊ะจ๋าไขข้อสงสัยในใจไปได้ ความทรงจำไหลเข้าหัวเหมือนน้ำป่าไหลหลาก

หมอสัณหณัฐ หัวหน้าแผนกมะเร็ง แล้วเขามาทำอะไรที่นี่กันล่ะ?

“เรียบร้อยแล้วครับ วันนี้เห็นว่าสายฟ้าไปที่โรงพยาบาล อาก็ยังไม่เจอเราอยู่ดี” ชายคนนั้นหันไปคุยกับสายฟ้าที่เพิ่งวางแก้วน้ำที่ดื่มไปจนหมด ทั้งยังแทนตัวเองว่าอา แต่เท่าที่ฟังมาเหมือนสุริยะจะมีน้องสาวแค่คนเดียวนี่นา

“เห็นอาสัณห์งานยุ่ง ผมเลยไม่อยากรบกวนครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันมาสบสายตากับจ๊ะจ๋า ที่กำลังมึนงงกับสถานการณ์จนไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไง

“อาน้อยกลับไปนอนบ้านได้นะครับ ผมอยู่ได้ เกรงใจอาสัณห์ด้วย ยึดตัวภรรยาเอาไว้หลายวันแล้ว” สายฟ้าหันไปบอกผู้เป็นอา แต่เหมือนอธิบายให้จ๊ะจ๋าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามได้เข้าใจ ถึงความเกี่ยวพันของหัวหน้าแผนกมะเร็งกับครอบครัวของตน

“ไม่เป็นไรๆ อาแค่จะมาตรวจดูอาการคุณน้อยเท่านั้นเอง เดี๋ยวอาก็กลับแล้ว นานๆ ทีจะได้เจอหลานชาย คุณน้อยก็คงคิดถึงสายฟ้ามากด้วย” หมอสัณห์โบกไม้โบกมือปฏิเสธ สายตาที่มองไปยังภรรยานั้นเต็มไปด้วยความเอื้ออารี

“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ยังไงผมก็คงต้องกลับมาอยู่ที่นี่แบบถาวร อาน้อยคงได้เห็นหน้าผมจนเบื่อแน่ๆ” หลายชายหันไประบายยิ้มกว้างให้อาสาว ที่ฉีกยิ้มฝืดเฝื่อนตอบรับอย่างอิดโรย

“ให้อาอยู่ด้วยก่อนดีกว่า บ้านใหญ่โตแต่ต้องอยู่คนเดียว...” สายตาของศศิหันมองรอบห้องก่อนที่น้ำตาของเจ้าหล่อนจะเอ่อคลออีกครั้ง

“คนเดียวที่ไหนครับ คนครัวคนสวนรวมแม่บ้านกับยามอีกก็เกือบสิบคนเข้าไปแล้ว ผมอยู่ได้ อากลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการได้”

จ๊ะจ๋าที่นั่งอยู่เริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะตอนนี้เธออยู่ในฐานะคนนอก ที่บังเอิญเข้ามาอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่ตัวเองก็ไม่ได้เคยคุ้น ตอนนี้เธออยากจะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด และพยายามจะหาช่องเพื่อขอตัวออกไปให้แยบยล

“เออจริงสิ แล้วเรื่องร่างของพี่สุริยะ ทางนิติเวชเค้าว่ายังไงบ้าง จะให้เรารับมาทำพิธีได้เมื่อไหร่เหรอ?” ประโยคของหมอสัณหณัฐทำให้จ๊ะจ๋าที่ตั้งท่าจะเอ่ยปากขอตัว ถึงกลับชะงักเพราะอยากรู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

“เมื่อวานผมไปฟังผลชันสูตรมาครับ ทางนั้นบอกว่าถ้าไม่ติดใจผล ก็รับร่างมาทำพิธีได้เลย” สายฟ้าตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

“แล้ว... สายฟ้าจะเอายังไงต่อ?” ศศิเอ่ยถามพร้อมทั้งเอื้อมมือไปคว้าฝ่ามือหนาของหลานชายหมายจะปลอบประโลม ทว่าอีกฝ่ายกลับคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะส่ายศีรษะไปมาเบาๆ

“ผมไม่มีปัญหาครับ คิดว่าจะจัดพิธีศพให้เร็วที่สุดเลย แต่เรื่องติดต่ออะไรพวกนั้นคงต้องรบกวนอาน้อยกับอาสัณห์ด้วย ผมไม่รู้ว่าเขาทำกันยังไง” ชายหนุ่มตอบอย่างไม่คิดติดใจอะไร คนเป็นอาและอาเขยก็ได้แต่พยักหน้ารับตามความเห็นของทายาทเพียงคนเดียวของผู้ตาย พวกเขาอยู่คุยกันอีกสองสามประโยคก่อนสามีและภรรยาจะพากันกลับออกไป เหลือไว้แต่เจ้าของบ้านและแขกที่นั่งนิ่งอึ้งมาหลายนาที

“กินของหวานหน่อยไหม?” ชายหนุ่มหันมาถามจ๊ะจ๋าที่นั่งเงียบมานานจนผิดสังเกต

“ไม่ค่ะ นี่คุณไม่ติดใจผลชันสูตรจริงๆ เหรอ แบบนั้นเท่ากับยอมรับว่าพ่อของคุณฆ่าตัวตายเลยนะคะ” และนั่นก็จะยิ่งทำให้ทุกคนปักใจเชื่อว่าเธอคือสาเหตุของการตายครั้งนี้ และหมอดีๆ คนหนึ่งต้องมีรอยราคีเพราะข่าวไม่ดีที่ไม่มีเค้าโครงความจริง

ชายหนุ่มเหยียดมุมปากยกโค้งเล็กน้อย ก่อนจะเอนแผ่นหลังไปพิงกับพนักเก้าอี้ สายตาคู่คมนั้นมองมาทางหญิงสาวด้วยประกายที่ลึกลับซับซ้อน แฝงไปด้วยเล่ห์ร้อยประการชวนให้หวั่นใจ

“เราไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่นนี่ครับ ผมไม่ชอบทำอะไรที่มันเหนื่อย รองูเผลอ เราค่อยฟาดเข้าที่หัวทีเดียว แบบนี้ จบง่ายกว่าเยอะ” รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เป็นรอยยิ้มที่ชวนให้จ๊ะจ๋าเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก

วินาทีนั้นเธอตั้งปณิธานกับตัวเองเลยว่า จะมีเรื่องกับใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับสายฟ้าคนนี้อย่างเด็ดขาด!

 

------------------------------------------------

มารายงานตัวแล้วค๊าาาา หลังจากติดอยู่ในรพ.ยุลแจมาหนึ่งวันเต็ม เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์เข้าตา รับบทไรท์เตอร์ไม่รักดีหนึ่ง หนีงานไปดูซีรี่ย์ >< แต่สนุกมากจริงค่ะ แนะนำๆๆ

พี่สายของเค้าก็สนุกน๊าาา ฝากเป็นกำลังใจด้วยฮับ สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ ขอให้แข็งแรงและปลอดภัยจากทุกสิ่งเลยค่ะ เลิฟฟฟ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว