facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 / 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 266

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2564 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 / 4
แบบอักษร

เมื่อออกจากบ้านเธอมาเป็นเวลาเกือบบ่าย เขาและเธอก็ขับรถหาที่แวะทานอาหารกลางวันกันก่อนจะกลับ 

เมื่อนึกแล้วแพรพิศก็แปลกใจขึ้นมา ว่าช่วงเวลาวันหยุด เขาไม่ไปใช้เวลากับคนรักของเขาหรือ แล้วชนิภาหายไปไหน เพราะสัปดาห์ที่ผ่านก็ไม่ได้แวะไปหาชายหนุ่มที่บริษัทด้วย 

แต่แพรพิศก็ไม่ได้ถามถึงความสงสัยพวกนี้ เพราะต้องคอยฟังเขาแนะนำและดูตามที่เขาชี้ให้เธอดูทางต่างๆ ไปด้วย 

จนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายสองโมง...อัคราให้เธอแวะพักทานมื้อเที่ยงที่สวนอาหารแห่งหนึ่งที่มีต้นไม้ร่มรื่นในร้านก่อน 

และเมื่อก้าวลงจากรถ วันนี้เธอรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าอากาศมันร้อนกว่าเมื่อวานชอบกล หรือว่าเธอขับรถระยะไกลภายใต้แสงแดดจ้า ทำให้เธอเกิดอาการเหนื่อยล้าขึ้นมา แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ปริปากบ่น เมื่อได้มานั่งใต้ต้นไม้ร่มรื่นบวกกับพัดลมไอเย็นก็ทำให้เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมาเล็กน้อย ไม่มีอาการพะอืดพะอม ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนตอนอยู่ในรถอีกแล้ว 

ในขณะที่แพรพิศสั่งรายการอาหารมาสามสี่อย่าง แต่เขากลับสั่งแค่กาแฟดำมาดื่มเท่านั้น 

เธอเงยหน้าจากเมนูขึ้นมาถามเขาอย่างสนใจว่า "คุณอัครไม่หิวหรือคะ" 

"ไม่ เธออยากทานอะไรก็สั่งมาก็แล้วกัน" 

จากนั้นเธอก็ก้มดูรายการเมนูเครื่องดื่มเย็นๆ ต่อ 

ขณะนั้นอัคราก็จ้องเธอด้วยแววตานิ่งงัน พลางนึกถึง เรื่องการสอนขับรถให้เธอ ทีแรกเขาก็คิดว่าจะให้คนขับรถมาสอนเธอ แต่ก็คิดว่าไม่เหมาะ เพราะบางอย่างสถานการณ์ต้องอยู่ใกล้ชิดกันมาก เธออาจจะอึดอัดกับคนที่ไม่รู้จัก ไม่สนิทกัน และวันนี้เขาพามานอกเมืองถึงขนาดนี้ หากให้คนอื่นมากับเธอสองต่อสองก็กลัวจะเป็นอันตรายกับเธอเช่นกัน 

อัคราจึงเป็นคนสอนเธอขับเอง และวันนี้ก็เลือกทางที่ไม่ค่อยมีรถมากนัก ให้เธอฝึกขับระยะไกลไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ให้คำแนะนำกรณีเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาขณะอยู่บนท้องถนนไปด้วย 

และเมื่อรายการอาหารที่หญิงสาวสั่ง ถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เธอก็เริ่มลงมือทานไปเงียบๆ ในขณะที่เขาก็จิบกาแฟไปเรื่อยๆ รอจนเธอใกล้อิ่มนี่แหละ เขาจึงลองถามบางเรื่องขึ้นมา 

"ตั้งแต่เธอกลับมา เธอเคยอยากรู้ความเป็นไปของคนที่บ้านนั้นบ้างมั้ย ฉันหมายถึง...บ้านของคุณพ่อเธอ" 

ถามออกแล้วก็เห็นอากัปกิริยาของหญิงสาวเด่นชัดขึ้น เธอชะงัก เงยหน้าขึ้นมามองเขาคล้ายค้นหาว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงมาถามเธอเช่นนี้ ก่อนจะรวบช้อนและส้อมเข้าไปด้วยกัน เหมือนคนไม่มีอารมณ์จะทานข้าวต่อ 

อัครายังคงมองเธอด้วยสายตานิ่งงันเช่นเดิม เธอก็ยิ่งอึดอัด เขาหมายถึงอะไร หมายถึงความเป็นไปของใครบ้าง 

"ว่าไง เธอเคยอยากรู้ว่าคนที่บ้านของคุณพ่อเธอเป็นอย่างไรกันบ้างมั้ย" ถามแล้วก็ยกกาแฟมาจิบ สายตายังจังเธอนิ่งเหมือนนกเหยี่ยวที่จับเหยื่อขังเอาไว้ในกรงเล็บแหลมคมแล้วก็ไม่มีทางจะปล่อยให้เหยื่อหลุดไปง่ายๆ 

"แพรจะไปอยากรู้เรื่องของพวกเขาทำไมล่ะคะ ในเมื่อพวกเขาเองก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของแพรสักหน่อย" เธอตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง เบือนหน้าหนีหลบสายตาชวนอึดอัดของเขา 

และแน่นอนเธอโกหกเขา จริงๆ เธอติดตามความเป็นไปของคนบ้านนั้นอยู่ โดยเฉพาะน้องสาวผู้ที่มีแต่ความเพียบพร้อมรายล้อมตัว แต่ทำไมอัคราถึงต้องมาถามเธอด้วย 

"ไม่ เลยสักนิดหรือ" อัครายังไม่หยุดถาม คล้ายเขากำลังจี้ถามให้ตรงจุด ทำให้แพรพิศสะบัดหน้ามามองเขาด้วยแววตาก้าวร้าวอย่างอดไม่ได้ 

"ไม่ค่ะ! คนพวกนี้ไม่ได้มีค่าอะไรให้แพรต้องกลับไปสนใจ ตั้งแต่ที่พวกเขาเฉดหัวแพรและแม่ออกจากบ้านนั้นมา แพรก็ไม่ได้อยากรู้ ว่าพวกเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรอีก" 

อัครารับฟัง เขาสัมผัสได้ว่าแพรพิศมีความเคียดแค้นชิงชังคนบ้านนั้นมาก เธอหายใจแรงขึ้น บ่งบอกว่าเต็มไปด้วยความโกรธ แววตาทอประกายความเจ็บปวด 

"แม่ของแพร ทำทุกอย่างเพื่อจะให้คุณช่วยดูแลแพรต่อ จนต้องเสียสละชีวิตไป แม่แพรลงทุนมาก...มากเกินไปแล้ว" ใช่มากเกินจนเธออยากจะให้คนพวกนั้นได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเหมือนแม่ เหมือนเธอบ้าง 

"ฉันก็แค่ถามดู เธออย่าอารมณ์เสียเลยนะ ทานข้าวต่อเถอะ" 

จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนท่าทีลง ไม่รุกเร้าชักถามอีก แพรพิศหันมามองเขาอย่างไม่วางตา ตอนนี้ เธอไม่มีอารมณ์จะทานข้าวต่อแล้วล่ะ 

แล้วจู่ๆ เธอก็พรั่งพรูความเจ็บปวดออกมาอีกครั้ง 

"วันที่เราสองคนออกจากบ้านหลังนั้นมา เราสองคนแม่ลูกรู้สึกโดดเดี่ยวมาก โดยเฉพาะแม่ผู้ที่แบกรับทุกสิ่งทุกอย่าง แม่จะรู้สึกอย่างไร เมื่อรู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้ไม่นาน แล้วลูกสาวล่ะจะอยู่กับใคร นั่นคือเหตุผลที่แม่ต้องบากหน้ามาหาคุณ มายัดเยียดแพรให้คุณช่วยดูแลต่อ ทั้งๆ ที่คุณก็ไม่ได้มีส่วนที่ต้องมารับผิดชอบแพรด้วยซ้ำ แต่คุณไม่ต้องห่วง ตอนนี้แพรความเข้าใจความกล้ำกลืนของคุณที่ต้องทนเลี้ยงลูกของคนอื่นได้แล้วค่ะ" 

หญิงสาวเอ่ย เสียงลดทอนความแข็งกร้าวไป ทำให้อัคราจับใจความได้ว่า เธอเข้าใจเขาในมุมของเขาแล้ว 

"ป่านนี้พวกเขาน่าจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าแม่ไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้ว หรือถ้าหากรู้ก็คงไม่มาสนใจหรอก ว่าแพรจะมีชีวิตต่ออย่างไร จะไปตกระกำลำบากที่ไหน" แพรพิศเอ่ยอย่างเจ็บปวดกับคนที่มีชะตาชีวิตบนความไม่ต้องการของใคร 

โดยเฉพาะชายหนุ่มตรงหน้า ทุกวันนี้เขาก็ยังแสดงความห่างเหินเย็นชากับเธอได้อย่างคงเส้นคงวาเสมอ ที่เขารับดูแลก็คงไม่พ้นเรื่องของมนุษยธรรมเท่านั้น 

บังเอิญเขาดันมีจิตใจที่ดีกว่าคนที่ทำให้เธอเกิดมาแค่นั้น 

อัครามองหญิงสาว แววตาทอประกายอ่อนลง ยิ่งโต เธอยิ่งเข้าใจความลึกล้ำภายในจิตใจของมนุษย์ได้ดีขึ้น และคงเห็นแล้วว่าในมุมของเขา ควรรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ 

นั่นแหละสุดท้ายเขาก็ใจดำไม่พอที่จะส่งเธอให้กลับไปอยู่กับคนที่บ้านนั้นจนได้ 

. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว