facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ของเล่นดารา 25

ชื่อตอน : ของเล่นดารา 25

คำค้น : ของเล่นดารา 25

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.1k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2564 23:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ของเล่นดารา 25
แบบอักษร

ตอนที่25 

#ของเล่นดารา 

 

 

 

 

สองคนตรงหน้า... คือพ่อกับแม่ของคลื่นงั้นเหรอ?

“พวกคุณ...ตามมาหาผมเพราะจะมาเอาเด็กออกใช่ไหมครับ...” เสียงหวานสั่นเครือ แววตาคู่สวยฉายแววตื่นกลัว ใต้หล้าพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมแถมพอหนีออกมาเป็นอิสระได้ยังถอยหนีจนเสียจังหวะล้มนั่งกองลงกับพื้น

 

“ทำไมถึงได้คิดว่าฉันจะให้เอาเด็กออก”

“เพราะลูกชายของคุณมันก็เอาแต่พูดว่าจะให้เอาออกย่างเดียว” ใต้หล้าเริ่มร้องไห้ ยิ่งเห็นว่าแม่ของคลื่นทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้เขาก็ยิ่งรีบกระถดตัวถอยหนี ในตอนนี้ยอมรับว่ากลัวมาก คงเพราะใต้หล้าไม่เคยเข้าสังคมหรือคุยกับคนแปลกหน้าแบบนี้มาก่อน พวกบอดิการ์ดตัวใหญ่ชุดดำยืนล้อมหน้าหลัง ท่าทางของคนพวกนั้นดูแปลกตาและไม่เหมือนคนเอเชีย

 

“ลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องกลัว...ฉันไม่ได้จะมาทำร้ายเธอหรอก”

“...........” ใต้หล้าเงียบไม่ตอบและเอาแต่ส่ายหน้าว่าจะไม่ยอมเข้าใกล้

“ทำไมล่ะ? ไม่ไว้ใจฉันหรือไง”

“คุณต้องรับปากกับผมก่อนว่าจะไม่ทำร้ายลูกของผม” ตอนนี้ใต้หล้ารู้ดีว่าต่อให้อยากหนีแต่ก็คงไม่สามารถทำได้ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือการขอความมั่นใจจากแม่ของคลื่นว่าจะไม่คิดทำร้ายเจ้าตัวน้อยในท้องของเขาเด็กขาด

 

“ฉันรับปากว่าเธอกับลูกจะปลอดภัยแน่นอน” จนเมื่อได้ยินแบบนี้ใต้หล้าถึงยอมจะเงยหน้าขึ้นมอง อยู่ใกล้กันแบบนี้เลยสังเกตเห็นถึงใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน แม่ของคลื่นหน้าตาดีมาก มากในชนิดที่ว่าใต้หล้ากล้าพูดอย่างเต็มปากว่าดูดีมากที่สุดเท่าที่ใต้หล้าเคยเจอใครมา รูปร่างอ้อนแอ้นแต่ไม่ได้ดูบอบบาง ขนตางอนยาวที่ช่วยขลับให้ดวงตาของอีกฝ่ายดูพราวระยับ ผิวกายสีแทนเนียนละเอียดยิ่งเพิ่มความน่าหลงใหล คำว่างดงามคงแทนค่าของคนตรงหน้าได้อย่างใกล้เคียงมากที่สุดและตอนนี้ก็เลิกสงสัยอย่างสนิทใจว่าทำไมคลื่นมันถึงได้หน้าตาดีนัก

“ลุกขึ้นจากพื้นก่อนเถอะ นั่งท่าแบบนั้นไม่เหมาะในตอนตั้งครรภ์อยู่” แถมเมื่อเสียงทุ้มจากอีกบุคคลดังขึ้น ใต้หล้าหันไปมองตามเสียงและได้เผลอสบเข้ากับดวงตาน่ากลัวคู่นั้น เขารีบเบี่ยงหน้าหลบ แม้พ่อของคลื่นจะดูเป็นมิตรหากแต่กลับมีรังสีน่ากลัวบางอย่างที่ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่สบตา แววตาที่เหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้ตลอดเวลาแบบนั้น เคยอ่านเรื่องพวกมาเฟียมาบ้างแต่ก็ไม่ได้คิดว่าชีวิตจริงจะน่ากลัวถึงขนาดนี้ แถมเมื่อก่อนที่เคยสงสัยมากมายเกี่ยวกับการใช้เงินของคลื่นก็คือดูตลกไปเลย ก็พอจะดูออกว่าคลื่นคือลูกคนมีตังค์แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดถึงขั้นว่ามันจะมีพ่อแม่เป็นมาเฟียเสียหน่อย

 

“มาคุยกันดีๆ เถอะ” จนที่แม่ของคลื่นเรียกขึ้นมาอีกใต้หล้าถึงได้พยักหน้ารับ เขาลุกจากพื้นก่อนเดินไปนั่งยังโซฟาตัวที่ว่าง ฝั่งตรงข้ามคือพ่อกับแม่ของคลื่นที่นั่งอยู่ข้างกัน แน่นอนว่าใต้หล้าเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นเพราะก็ยังไม่กล้าสู้สายตาคนทั้งสองอยู่ดี

“พ่อกับแม่เธอล่ะ? หนีพ่อกับแม่มาด้วยเหรอ?”

“ครับ” ใต้หล้าตอบไปตามความจริง

“แล้วคนอื่นไม่มีมาด้วยเลย? เธอเป็นดาราใช่ไหม ปกติมันต้องมีพี่เลี้ยง ผู้จัดการหรือไม่ก็เพื่อน..”

“พ่อกับแม่ไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงต่อเพราะว่ากลัวเงินไม่พอ...แล้วผมก็ไม่มีเพื่อนหรอกครับ ไม่เคยมีมาตั้งนานแล้ว” ประโยคนี้ใต้หล้าตัดสินใจจะเงยหน้าขึ้น เขายิ้มออกไปทั้งที่แววตาไม่ได้ยิ้มตามเสียเท่าไหร่

 

“ก็คือหนีออกมาคนเดียว ไม่มีใครเลย”

“.........” ใต้หล้าพยักหน้ารับอีกครั้ง

“ทำไมถึงได้ตัดสินใจหนีออกมาคนเดียว มันอันตรายนะ”

“เพราะไม่อยากเจอหน้าคลื่นแล้ว...” คำตอบของใต้หล้าที่แม้จะเบามากแต่ก็สามารถเรียกให้คนฟังทั้งสองชะงักนิ่งลงได้

 

“ขอโทษด้วนนะครับถ้าพูดอะไรที่ไม่ดีออกไปแต่ผมก็แค่ไม่อยากอยู่กับลูกชายคุณต่อไปแล้ว”

“...........”

“พวกคุณไม่ต้องมาสนใจผมก็ได้ ผมอยู่คนเดียวได้...ผมไม่เป็นอะไรหรอก” คำว่าไม่เป็นอะไรที่น้ำตาของคนพูดกลับรินไหล เอาเข้าจริงใต้หล้าคิดว่าตัวเองสามารถก้าวผ่านมันไปได้แล้วและกำลังพยายามที่จะลืมทุกคนและลืมทุกอย่าง แต่พอต้องกลับมานั่งพูดถึงเรื่องของคลื่น พูดถึงเรื่องครอบครัว สุดท้ายเขาก็ยังไม่ได้เข็มแข็งมากพอและจบลงด้วยการมีน้ำตาอยู่ดี

 

“ฉันจะทำไม่สนใจเธอได้ยังไง...ในเมื่อในตัวของเธอมีหลานฉันอยู่”

“ผมจะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

“ฉันจะส่งคนมาดูแล เรื่องเงิน ที่พัก ทุกอย่าง” ได้ยินแบบนี้ใต้หล้ารีบส่ายหน้า

“ผมอยู่ที่นี่ได้ครับ ผมชอบบ้านหลังนี้...และผมก็ไม่ต้องการให้ใครมาดูแล ส่วนเงินผมก็มีแล้ว”

“แล้วฉันจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง อย่างน้อยก็ในฐานะที่ฉันจะได้ช่วยดูแลหลาน” เมื่อคำถามนี้ถูกส่งมาใต้หล้าเงียบ

เขานั่งตัดสินใจพักใหญ่ว่าควรจะพูดออกไปดีไหม

 

“แค่ไม่ต้องให้ลูกของคุณมาเจอผมอีกก็พอ” คำขอร้องจากใต้หล้ามีเพียงเท่านี้ ซึ่งคนฟังดูไม่ตกใจเสียเท่าไหร่แถมยังยอมที่จะพยักหน้ารับอีกด้วย ดูเหมือนว่าการพูดคุยจะจบลงโดยชัดเจนและแม้ใต้หล้าจะยืนยังเสียงแข็งว่าไม่ต้องการเงินหรือสิ่งใดอื่น

“เช็คเงินสดนี้อยากใช้เมื่อไหร่ก็เอาไปขึ้นที่ธนาคารได้เลย แล้วถ้ามีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือให้โทรมาได้ตลอด ฉันทิ้งเบอร์ไว้ให้แล้ว” ใบกระดาษแผ่นบางใบเดียวที่มีค่ามากถึงหนึ่งร้อยล้านบาท เงินจำนวนขนาดนี้ที่ใต้หล้าต้องใช้เวลาหานานเป็นปี เขาได้แต่เอ่ยขอบคุณ รับเอาไว้แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะไปเอาออกมาใช้เพราะไม่อยากต้องเป็นภาระของใคร

เดินตามออกมาส่งพ่อกับแม่ของคลื่นจนถึงหน้าบ้านถึงได้พบกับไอ้คุณพายัพตัวดีที่ตอนนี้กำลังยืนรออยู่

 

“.........” ใต้หล้าจ้องอีกฝ่ายเขม็ง มองพายัพที่กำลังยืนคุยและรับปากว่าจะช่วยดูแลใต้หล้าให้

“คุณรู้จักพ่อกับแม่ของคลื่นด้วยเหรอ?” แน่นอนว่าพอฝ่ายครอบครัวของคลื่นกลับไปแล้วใต้หล้ารีบเดินตรงเข้าไปถามพ่อเลี้ยงหนุ่มทันที คนตัวสูงมีปฏิกิริยารู้สึกผิด

“ขอโทษ”

“ก็คือคุณรู้จัก?”

“เปล่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่ก็แค่เคยได้ยินชื่อบ้าง” ได้ยินแบบนี้ใต้หล้ายิ่งโกรธ

“แต่คุณยอมปล่อยให้เขาเข้ามาเจอผม? ทั้งที่เรารับปากกันไว้แล้วว่าคุณ...”

“ฟังผมก่อนได้ไหม ใจเย็นหน่อยสิ” จนเมื่อพายัพพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งใต้หล้าถึงได้ยอมหยุดความโมโหลง

 

“เพราะเขารับปากกับผมว่าจะไม่ทำร้ายคุณ...แถมต่อให้ขัดขวางไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมไม่อยากมีปัญหากับคนระดับนั้นหรอกนะและผมก็ไม่อยากให้คุณต้องเดือดร้อนตามไปด้วย”

“..........”

“และพวกเขาก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรคุณจริงๆ ใช่ไหม” และเมื่อคนตัวสูงถามใต้หล้าจึงพยักหน้ารับ เขาใจเย็นลงได้อย่างรวดเร็ว ต้องยอมรับว่าพายัพเก่งมากกับการใช้คำพูดคำจา ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงขึ้นปกครองคนทั้งที่อายุยังน้อยได้ แถมตอนนี้บรรยากาศยังยังกลับมาจนเกือบจะปกติ

 

“ออกไปซื้ออะไรมา คุณจะหัดทำอาหาร?” พายัพชวนเปลี่ยนเรื่องคุย อย่างน้อยก็ให้สมองได้ผ่อนคลายบ้าง

“ใช่ครับ เพราะต่อไปต้องอยู่คนเดียวก็เลยต้องทำอาหารเองให้เป็น”

“มาสิ เดี๋ยวผมสอนให้...เห็นแบบนี้ผมทำกับข้าวเก่งมากนะ เชื่อมือได้เลย” พ่อเลี้ยงหนุ่มท่าทางทะมัดทะแมง ช่างดูคัดค้านกับคำพูดจนใต้หล้าต้องรีบเดินตามเข้าไปพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองว่าพายัพสามารถทำอาหารได้จริงไหม ซึ่งภาพตรงหน้าทำเขาค่อนข้างตกใจ ไม่ใช่เพียงทำอาหารเป็นแต่ยังทำคล่องมากจนแทบจะเรียกว่ามืออาชีพ

 

“ตอนเด็กผมเข้าครัวกับแม่บ่อยก็เลยจำๆ มาน่ะ”

“ดีจัง ของผมไม่เคยได้จับมีดเลย” ใต้หล้าบ่นอุบอิบแถมพอนึกถึงผู้ให้กำเนิดแล้วมีซึมลงนิดหน่อย

เขายอมรับว่าโกรธ ยอมรับว่าอยากหนี แต่หากในใจลึกๆ ก็ยังคงคิดถึงอ้อมกอดของพ่อและแม่อยู่ดี

 

“ปกติคุณไม่เข้าครัวเลยเหรอ?” คำถามนี้ใต้หล้าส่ายหน้า

“ตอนอยู่บ้านแม่ทำให้ทานตลอด...ส่วนตอนที่ออกมาอยู่กับคนอื่นก็ ก็มีช่วยนิดหน่อยแต่หลักๆ เป็นภาระมากกว่า” ใต้หล้าพูดทั้งหัวเราะกลบเกลื่อน คงเพราะไม่อยากนึกถึงและไม่อยากนั่งจำอะไรเกี่ยวกับคลื่นอีกแล้ว

 

“งั้นวันนี้นั่งดูผมทำไปก่อนแล้วกัน ไม่แน่ใจว่าพอมีอะไรที่คุณจะ...”

“ผมหั่นผักได้” เสียงหวานพูดขึ้นสวน รีบยกมืออาสาเพราะนี่คือสิ่งที่เขาค่อนข้างจะทำมันได้ดี

ก็เคยช่วยคลื่นหั่นผักอยู่หลายครั้ง ตอนแรกโดนมีดบาด แต่พอหลายครั้งถัดมาเขาก็ทำมันได้ดีมากขึ้น

 

“.......!” แต่เสียงกุกกักจากด้านนอกเรียกให้ใต้หล้าต้องชะเง้อหน้าออกไปมอง ก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง

“คุณพายัพ บอดิการ์ดพวกนั้นกลับมาทำไม” ร้องขึ้นตกใจจนเมื่อวิ่งออกไปเกาะขอบประตูเขาถึงได้คำตอบทุกอย่าง ใต้หล้ายืนมองห่างจากตรงนี้ เหล่าข้าวของมากมายกำลังถูกยกมาวางลงบนสนามหญ้าหน้าบ้าน พวกเครื่องอำนวยความสะดวกทั้งหลายและก็อาหารบำรุงร่างกายสำหรับคุณแม่อย่างเขา ทุกอย่างเหมือนถูกเตรียมมาให้แต่แรก ความใส่ใจพวกนี้ทำให้ใต้หล้ายิ้มได้ และหากคลื่นทำให้เขาได้สักครึ่งของพ่อกับแม่ของตัวเองก็คงจะดีมากเลย

 

ถ้าแค่ไม่ใจร้ายต่อกันซะขนาดนั้น เขากับลูกก็คงไม่ต้องระหกระเหินมาไกลถึงขนาดนี้

แถมคลื่นในตอนนี้ก็คงจะกำลังดีใจที่สามารถกำจัดคนอย่างใต้หล้าออกจากชีวิตได้เสียที...

 

....................

..........

 

เมื่อไม่สามารถคิดอะไรออกคลื่นจึงต้องเลือกกลับมายืนยังสถานที่สุดท้ายที่ได้เจอหน้ากัน ภายในเมืองเชียงใหม่ สถานที่พลุกพล่านของนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ท่ามกลางผู้คนเดินขวักไขว่มีหนึ่งคนตัวสูงที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่บนม้านั่งตัวยาวริมถนน มีปัญหามากมายเกิดขึ้นหลังจากเขากลับมาเหยียบประเทศไทย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องหนัง ใช้เวลาอยู่นานนับอาทิตย์ในการจัดการมัน และจบลงที่ทุกอย่างถูกยกเลิกไปพร้อมกับเงินของคลื่นที่ปลิวหายไปเลยเช่นเดียวกัน

 

“ไอ้พร้อม...ทำไมไอ้พวกนักสืบมันไม่รับงานกูกันสักคนเลยวะ”

[มึงใจเย็นก่อน ลองหาดูไปเรื่อยๆ]

“ก็จ้างใครไปแม่งก็ให้แต่เหตุผลเดิมๆ ว่าไม่อยากยุ่งกับงานที่ตำรวจกำลังทำคดี”

 

[แล้วมึงจะเอายังไงต่อ ถ้าหาเองชาตินี้ก็ไม่เจอหรอก]

“มึงช่วยได้ไหม” ประโยคนี้ของคลื่นเรียกเสียงหนักใจจากคนปลายสาย

[กูไม่อยากมีปัญหากับพ่อแม่...]

“ก็อย่าบอกเขาสิวะ”

 

[ถึงไม่บอกเขาก็รู้ มึงตลกหรือไง]

“..........”

[มึงลองโทรไปหาแม่หน่อยไหม ปกติเขาตามใจมึงนี่...ลองอ้อนหน่อยเขาอาจใจอ่อนยอมช่วยก็ได้] คลื่นถอนหายใจในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อหมดหนทางสุดท้ายพอวางสายจากพร้อมก็ต้องเลือกที่จะยอมโทรไปหาแม่ของตัวเองอยู่ดี และเสียงรอสายดังอยู่ไม่เท่าไหร่

 

[ว่าไง? ถึงไทยแล้วเหรอ]

“ครับ ผมกลับไทยมาจะเป็นอาทิตย์แล้ว”

[อืมม แล้วเรื่องใต้หล้าเป็นไง?] คลื่นเงียบ เขายังอึกอักในการบอกความจริง

[คลื่น แม่ถามว่าเรื่องใต้หล้าถึงไหนแล้ว]

 

“ผมหาไม่เจอ”

[........]

“ไม่มีนักสืบคนไหนอยากยุ่งกับเรื่องนี้เพราะกลัวจะไปขัดขาพวกตำรวจ”

[อ้าว แล้วทำไมถึงเลือกใช้พวกนักสืบกระจอกๆ ล่ะ...พวกนักสืบดังๆ ที่อิทธิพลกว้างขวางก็มีนี่] เป็นคำถามที่ทำคลื่นเงียบอีกครั้ง คนตัวสูงถอนหายใจทั้งยังกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

 

“ผมไม่มีเงิน”

[หืม?]

“ผมไม่มีเงินขนาดนั้น...เงินผมหมดเกลี้ยงแล้ว” คลื่นได้ยินเสียงพ่นหัวเราะจากคนปลายสาย

[แล้วจะทำยังไงดีล่ะคราวนี้?]

“ผมขอเงินสักก้อนเอามา....”

 

[ไม่ได้สิ ก็ไหนคุยกันรู้เรื่องแล้วไงว่าลูกจะจัดการเรื่องนี้เอง]

“............”

[อ๋อ แล้วพวกคอนโด รถ หรือของมีค่าที่แม่ซื้อให้ อย่าคิดจะเอาไปขายล่ะ...แบบนั้นแม่เสียใจแย่เลยนะ] คลื่นกำลังถูกปฏิเสธแถมยังถูกขัดขาทางอ้อมเพื่อปิดบังทางออกทุกช่องทาง เขากำโทรศัพท์ในมือแน่น จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอกขึ้นมา

“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง? ในเมื่อผมก็บอกไปแล้วว่าผมไม่มีเงินและผม...”

[หาทางออกเองสิ หรือไม่งั้นก็ปล่อยทิ้งไปเลยก็ได้...เพราะลูกก็บอกแม่เองว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเด็กนั่นสักหน่อย]

 

“เล่นอะไรกันอยู่?” คลื่นไม่สนใจฟังและเลือกจะถามประโยคนี้สวนกลับไป

[เล่นอะไร?]

“พ่อกับแม่คิดจะเล่นอะไรกับผมกันแน่” เสียงทุ้มเริ่มไม่คงเดิม มันสั่นเครืออย่างไม่สามารถแยกแยะว่ามาจากอารมณ์ไหน หากแต่คำถามของคลื่นไม่ได้รับแม้แต่คำตอบเพราะในตอนนี้ผู้เป็นแม่ได้กดตัดสายไปทั้งที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ

 

และนี่คงจะเป็นความรู้สึกของการถูกทิ้งกลางทาง รอบตัวที่มืดเป็นด้าน

ไม่มีกระทั่งคำใบ แผนที่ หรือแม้แต่วิธีการว่าควรจะทำอย่างไร

...หมับ... มือหนาทั้งสองข้างยกกุมหน้าของตัวเอง ส่งเสียงถอนหายใจอีกครั้งเมื่อความกระวนกระวายสุมภายในใจ

 

ดวงตาคู่คมแดงกล่ำจากการบังคับของเหลวสีใสไม่ให้รินไหล คอยนั่งพร่ำบอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งถอดใจ

เช่นเดียวกับภายในหัวที่ก็เอาแต่เฝ้าถามคำเดิมวนซ้ำ ว่าใต้หล้าไปที่ไหน? ตอนนี้จะอยู่ยังไง?

และอยู่ไกลจากเขามากแค่ไหนกัน?

 

 

# # # # # # # # # #

ไม่ๆๆ เราจะไม่มีใครใจอ่อนทั้งนั้น 5555 ท่องเอาไว้สิว่ามันทำไรลูกเราบ้างงงง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว