email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความผิดใคร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2564 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความผิดใคร
แบบอักษร

นานจน(เกือบ)ลืมเธอ

ep.69 ความผิดใคร

 

ทั้งที่ความตั้งใจแรกของกวินภพกับบดินทร์คือจะนั่งเครื่องบินตามดลวิทย์และเอื้ออังกูรไปหาอธิปที่บ้านต่างจังหวัด

 

แต่เมื่อคุณหมอศัลย์ได้เล่าเรื่องนี้ให้ณัฐนิธานฟัง บอสจึงบอกให้ทั้งสองคนมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลเพราะมีที่ว่างพอจะไปพร้อมกันได้

 

เมื่อมากันพร้อมหน้าบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ดลวิทย์จึงแนะนำเพื่อนรักกับเจ้านายให้รู้จักกัน ศิรสายืนมองห้าหนุ่มต่างมุมทักทายกันแล้วคิดในใจว่า นอกจากผู้ชายทั้งห้าคนนี้จะมีความสูงพอๆกันและมีใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กันแล้ว แต่กลับมีบุคลิกที่แตกต่างกันเหลือเกิน

 

ณัฐนิธาน สามีเธอแม้จะแต่งกายเหมือนนักธุรกิจทั่วไปแต่เขากลับมีบุคลิกของอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจแฝงอยู่ ทำให้ลักษณะการยืน นั่งหรือเดินจะมีการจัดระเบียบร่างกายได้ดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

 

ดลวิทย์ คุณหมอประจำตัวเธอที่มักจะสวมเสื้อเชิ้ตพอดีตัวสีพื้นไม่ฉูดฉาด มีหูฟังแพทย์คล้องอยู่ที่คอเสมอ ใบหน้าคมนั้นมักจะสงบเงียบจนเหมือนคนนอกจะจับความรู้สึกแทบไม่ได้ แต่นั่นเป็นเพราะเขาคลุกคลีอยู่กับความเป็นความตายของผู้คนทั้งวันทั้งคืน จึงมีใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังจนเป็นนิสัยโดยเฉพาะเวลาแจ้งข่าวร้ายให้ญาติได้ทราบถึงอาการของผู้ป่วย

 

เอื้ออังกูร กัปตันหนุ่มจากสายการบินชื่อดังระหว่างประเทศ เขามาในชุดหมีนักบินสีเขียวเข้มดูมันเข้ากับบุคลิกที่สง่าของเขามาก สายตามุ่งมั่นเวลาทดสอบระบบการบินทำให้รู้ว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน แต่เมื่อได้พูดคุยกันเขากลับเป็นชายหนุ่มที่คุยสนุก ร่าเริงและมีคำพูดทำให้หัวเราะได้เสมอ เป็นลักษณะของหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ซึ่งมันก็ใกล้เคียงกับคำว่า 'เจ้าชู้' นั่นเอง

 

บดินทร์ ทนายความจากสำนักกฏหมายชื่อดังระดับประเทศ บุคลิกจะเป็นคนที่เงียบขรึม พูดน้อย แลดูเป็นผู้ฟังที่ดี มักจะใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเสมอพูดจาไพเราะเสียงทุ้มนุ่มของเขาน่าฟังมากจนศิรสาอดสงสัยไม่ได้ว่าเวลาขึ้นว่าความในศาล บดินทร์ใช้เสียงโทนไหนซักฟอกพยานกันนะ

 

กวินภพ นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน ผู้ชายคนนี้บุคลิกคล้ายบดินทร์แต่ยิ้มเก่งกว่า ผูกมิตรง่ายตามลักษณะนิสัยของนักธุรกิจ ดูเหมือนจะรักและเกรงใจในตัวภรรยาอย่างมาก เพราะตั้งแต่เขามาถึงโรงพยาบาลก็โทรศัพท์รายงานตัวกับคุณภรรยาแทบจะทุกครึ่งชั่วโมง แม้จะโดนเพื่อนแซวก็ไม่สนใจ กลับพูดใส่หน้าเพื่อนว่าคนเคารพเมียเจริญทุกคน

 

เมื่อกัปตันเช็คระบบเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงนั่งประจำที่ โดยมีเอื้ออังกูรทำหน้าที่นักบินและณัฐนิธานนั่งข้างๆเป็นผู้ช่วยนักบิน เพราะบอสเคยเข้าฝึกอบรมการบินอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีใบประกาศนียบัตรรับรอง

 

เมื่อเฮลิคอปเตอร์ไต่ความสูงขึ้นไปจนถึงระดับ ศิรสามองลงไปด้านล่างเห็นบ้านเรือนหลังเล็กราวกับโมเดลบ้าน สมองเธอตอนนี้กำลังคิดหลายสิ่งจนเริ่มปวดหัวตุบๆ

 

แม้จะมีคุณหมอมือดีของโรงพยาบาลตามมาดูแลด้วยแต่ก็ยังกังวลเกี่ยวกับลูกในครรภ์ของเธออยู่ดี

 

นอกจากนี้เธอยังห่วงไปถึงอธิป เขายังไม่รู้ว่าศิรสา ศศิพิมและเหล่าเพื่อนพ้องกำลังเดินทางไปช่วยเหลือ ไม่รู้ป่านนี้เขาจะระทมทุกข์เพราะความรักขนาดไหนแล้ว

 

จะโทษว่าเป็นความผิดใครดีล่ะ?

 

โทษตัวศิรสาที่ไม่กล้าบอกใครต่อใครว่าเธอคือภรรยาของณัฐนิธาน จนปภาวีเอามาฟ้องจัสมินว่าเธอแต่งงานจดทะเบียนสมรสหลายครั้ง

 

โทษจัสมินที่เข้าใจศิรสาผิด จนเอาเธอไปประจานให้คนทั้งบริษัทรู้ ทำให้เธอเสียใจเดินพลัดตกบันไดจนตกเลือดอาการสาหัส นอนไม่ได้สติสิบกว่าวัน

 

โทษตัวอธิปเองที่รักน้องสาวอย่างศิรสามากเกินไป จนกลายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นคอยทำลายล้างจัสมิน ทั้งที่เธอเป็นเพียงแค่เด็กดื้อที่พูดคุยกันดีๆก็เข้าใจแล้ว

 

หรือจะโทษมัลลิการ์แม่ของจัสมินที่ไม่ยอมรับขันหมากที่อธิปขนไปสู่ขอถึงที่บ้าน เพราะโกรธที่ลูกสาวหนีตามผู้ชายไป

 

งานนี้ไม่มีใครผิดโดยตรง เพียงแต่เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนทำให้อาจเข้าใจผิดกันได้ ดังนั้นคนกลางอย่างณัฐนิธานต้องเคลียร์ปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว

 

ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะเข้าใจดี จึงเสนอตัวช่วยเหลืออธิปทุกอย่าง แค่เฉพาะค่าใช้จ่ายในการบินครั้งนี้ก็น่าจะหลายหมื่นแล้ว ดีที่ได้นักบินจิตอาสาอย่างเอื้ออังกูรที่ไม่ขอรับค่าจ้างเพราะต้องการจะช่วยอธิปเพื่อนรักเท่านั้น

 

"พี่อธิปโชคดีจังเลยนะคะที่มีเพื่อนดีๆอย่างพวกพี่"

 

เสียงศศิพิมเอ่ยแข่งกับเสียงใบพัด ดึงให้ศิรสากลับสู่โลกความจริง

 

ใช่สินะ!! พี่อธิปโชคดีที่มีเพื่อนรักมากมายคอยซัพพอร์ต แต่เธอเองกลับไม่มีเพื่อนสักคน แม้แต่ปภาวีที่เธอจริงใจด้วยก็ยังหักหลังไปแอบคบกับวาทิตได้

 

"แล้วพวกพี่รู้จักกันมานานหรือยังคะ" ศิรสาถามบ้างเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมทาง

 

"พวกพี่สี่คนคบกันตั้งแต่เรียนมหาลัย ถึงจะคนละคณะแต่ช่วงแรกที่เป็นน้องใหม่เราอยู่หอชายห้องเดียวกัน เลยสนิทกันตั้งแต่นั้นมาครับ ส่วนไอ้นั่นเห็นมันลามปามมึงกูกับพวกผม แต่เป็นรุ่นน้องนะฮะ"

 

บดินทร์ย้อนเล่าถึงความหลังแล้วชี้มือไปทางเอื้ออังกูร เพื่อบอกว่ากัปตันหนุ่มอายุน้อยกว่า

 

"หึ หึ ใครจะเคารพพวกมึงได้ แต่ละตัวไหว้ไม่ลงสักคน" เสียงนักบินเหน็บเบาๆ

 

"ทำไมเหรอคะคุณเอื้อ ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมคะ รสาอยากรู้"

 

"ถามพวกมันเองเถอะครับ ไอ้สองตัวนั้นโดนผมต่อยหน้าแหกมาแล้ว"

 

เอื้ออังกูรชี้มือไปทางข้างหลังตรงที่กวินภพกับบดินทร์นั่งอยู่แล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ จนศิรสา ศศิพิมและณัฐนิธานงุนงงในคำพูดนั้น

 

"เออใช่ แล้วนี่มึงจะต่อยไอ้ธิปอีกคนด้วยไหมไอ้เอื้อ"

 

ดลวิทย์ถามขำๆเมื่อย้อนนึกถึงอดีต ในครั้งที่กวินภพเข้าใจผิดนรีกานต์เพื่อนรักเอื้ออังกูรจนเธอเสียใจมากถึงกับหนีออกจากบ้านสามีไปอยู่ที่คอนโดของกัปตัน พอกวินภพมาตามเอื้ออังกูรที่โกรธจัดจนลืมตัวต่อยหน้ากวินภพไปเต็มแรง

 

ส่วนบดินทร์นั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เมื่อเอื้ออังกูรเข้าไปเห็นบดินทร์นอนเปลือยอยู่กับศศิเพื่อนอีกคน ก็คิดว่าทนายหนุ่มลวนลามเพื่อนสาวจึงต่อยใบหน้าหล่อจนล้มคว่ำ ทั้งที่ความจริงแล้วศศิโดนแฟนเก่าวางยาแล้วบดินทร์เข้าไปช่วย

 

เอื้ออังกูรอาจจะดูหยาบคายกับแฟนเพื่อนทุกคน แต่เพราะเขาเป็นคนที่รักเพื่อนมากนั่นเอง ถ้าใครมาทำเพื่อนรักของเขาเสียใจ เขาก็พร้อมจะปกป้องเสมอ

 

"ดูก่อน ถ้ามันงี่เง่าก็ไม่แน่"

 

เอื้ออังกูรตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะสายตาจดจ้องมองไปข้างหน้า ก่อนเอ่ยบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า

 

"ขอต้อนรับผู้โดยสารทุกท่านสู่บ้านพักตากอากาศของมิสเตอร์เดวิด แซนวู้ดครับ"

 

 

 

☆☆☆☆☆☆☆☆☆

ว้าววว มาถึงบ้านพ่อแล้วนะรสา ช่วยเฮียตี๋ให้ได้นะ

ฝากติดตามด้วยค๊าบ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว