email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข้อตกลงของครอบครัว

ชื่อตอน : ข้อตกลงของครอบครัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2564 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้อตกลงของครอบครัว
แบบอักษร

นานจน(เกือบ)ลืมเธอ

ep.66 ข้อตกลงของครอบครัว

 

อธิปเดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าประตูรั้วบ้านตัวเองเหมือนเสือติดจั่น สายตาเพ่งมองไปบ้านตรงข้ามอย่างเป็นห่วงและกังวลใจถึงคนรัก ที่ถูกพาเข้าไปข้างในนั้นนานหลายชั่วโมง และไม่สามารถติดต่อได้ เพราะเธอลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้านของเขานั่นเอง

 

จัสมินถูกแม่ของเธอพาเข้าไปในบ้านหลังใหญ่แล้วปิดประตูรั้วมิดชิดจนเขาที่ตัวสูงยังมองเข้าไปไม่เห็นอะไร

 

บ้านตรงข้ามหลังนี้เดิมเคยเป็นที่ดินของพ่อศิรสา เขาจำได้ว่าเฮงเคยบอกว่าหลังจากตำรวจยึดที่ดินตรงนี้ไปแล้วก็นำไปขายทอดตลาด มีคนมาซื้อไปในราคาถูกและใช้เวลาก่อสร้างบ้านเพียงไม่กี่เดือนก็เสร็จสิ้น

 

แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดมากนัก

 

จนเมื่อสองสามวันก่อนอธิปเห็นชายชาวต่างชาติสูงอายุเดินไปเดินมาอยู่ข้างในนั้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอีกเช่นกันเพราะมัวแต่ตามง้อขอคืนดีกับจัสมิน

 

เขาไม่คิดว่าบ้านเดิมของศิรสาจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของครอบครัวจัสมินไปได้ ทำให้นึกห่วงไปถึงน้องสาวที่กำลังตั้งครรภ์ของเขา

 

แล้วรสารู้เรื่องนี้หรือยังนะ?

 

อธิปจึงตั้งใจไว้ว่าถ้าเขาเคลียร์เรื่องจัสมินกับแม่ของแฟนสาวเรียบร้อยแล้ว เขาจะโทรศัพท์ไปบอกน้องสาวทันที

 

รอพี่ก่อนนะ..รสา

 

ชายหนุ่มถอนใจเสียงดังเพราะเรื่องตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่กลับมีเรื่องเพิ่มเพราะเขาไม่แน่ใจว่าศิรสาจะรู้เรื่องที่ดินของพ่อเธอหรือยัง

 

"ม๊าครับ เร็วๆหน่อยได้ไหมฮะ"

 

เสียงลูกชายตะโกนจากหน้าบ้านจนได้ยินเข้าไปถึงในห้องนอนของวัน

 

"ใจร้อนจริงนะอาตี๋ ม๊าก็รีบจะแย่อยู่แล้ว"

 

วันบ่นพึมพำขณะเร่งมือหยิบของทุกอย่างที่มีอยู่ในตู้เซฟขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เครื่องเพชร โฉนดที่ดินรวมไปถึงพระเครื่องชื่อดังหลายสิบองค์ออกมาใส่กระเป๋าใบใหญ่

 

"ก็อาตี๋อีใจร้อนนี่อาวัน แล้วนี่จะเอาไปหมดตู้เซฟเลยเหรอ"

 

เฮงพูดเข้าข้างลูกชายแล้วช่วยภรรยาหยิบของใส่กระเป๋าจนเสร็จ

 

"เอาไปเท่านี้ก่อน ถ้าการสู่ขอครั้งนี้ไม่สำเร็จ วันจะขอให้ท่านรัฐมนตรีวุฒิชัยไปเจรจาให้ แล้วจะขนทองคำทั้งหมดในร้านไปเพิ่มด้วย งานนี้เราทุ่มหมดหน้าตักเลยนะเฮีย"

 

วันพูดกับเฮงน้ำเสียงจริงจัง สามีจึงพยักหน้าเห็นด้วย

 

คำว่า 'เท่านี้' ของวัน .. แต่มูลค่าของคำนี้กลับมหาศาล เงินสดกองโตที่มองตาเปล่าประมาณว่าเกินสิบล้านแน่นอน เครื่องเพชรน้ำงามที่สั่งทำมาเป็นเซตอีกเกือบยี่สิบเซต โฉนดที่ดินอีกหลายโฉนด และพระเครื่องที่เป็นหนึ่งในเบญจภาคีก็มีราคาประเมินอยู่ที่ห้าสิบล้านแล้ว รวมทั้งหมดในตู้เซฟเจ้าของร้านทองเกินร้อยล้านแน่นอน

 

ทั้งสองคนก็ช่วยกันถือกระเป๋าแล้วเดินออกมาจนถึงประตูรั้วที่อธิปเปิดออกจนกว้าง วันยื่นมือไปจับมือลูกชายแล้วสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันข้ามถนนไปบ้านฝั่งตรงข้ามทันที

 

"ไปตี๋ กดกริ่งหน้าบ้านเลยลูก"

 

อธิปทำตามคำพูดหม่าม๊า รอเพียงชั่วครู่ประทีปคนขับรถของณัฐนิธานที่รับคำสั่งจากเจ้าของบ้านได้ออกมาเปิดประตูรั้ว เชิญทุกคนเข้าไปในบ้านราวกับรู้ถึงการมาของครอบครัวชายหนุ่มเป็นอย่างดี

 

ประทีปเดินนำทุกคนเข้าไปภายในบ้าน ก็ทำให้สามคนพ่อแม่ลูกถึงกับตกตะลึงในความสวยและการออกแบบดีไซน์บ้านให้ออกมาสวยงาม

 

คนขับรถเชิญให้ทุกคนนั่งรอที่โซฟาตัวใหญ่ในห้องรับแขกแล้วเดินหายไปยังห้องที่อยู่ติดกัน สักครู่ใหญ่ก็มีแม่บ้านนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ทั้งสามคน

 

เดวิด กนกกานต์ มัลลิการ์และพอลเดินเข้ามาในห้องรับแขกหลังปล่อยให้ผู้มาเยือนรอไม่นาน ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ จนอธิปเริ่มหวั่นใจกับปฏิกิริยานั้น เขาสอดส่ายสายตามองหาจัสมินด้วยนึกห่วงขึ้นมาทันที

 

ตัวเขาเองกว่าจะฝ่าด่านอรหันต์ของป๊าม๊ามาได้ จนพวกท่านยอมอนุญาตให้เขาคบกับจัสมินได้เพียงชั่วข้ามวัน แต่นี่ก็มาเจอด่านของแข็งสุดหินจากครอบครัวจัสมินอีก

 

อธิปไม่รู้จักว่าทั้งหมดเป็นใครมีความสัมพันธ์ยังไงกับแฟนสาวเขา จำได้เพียงมัลลิการ์ว่าเป็นแม่ของจัสมินเท่านั้น

 

"สวัสดีค่ะ ม๊าชื่อวันแล้วนี่สามีม๊าชื่อป๊าเฮง เราสองคนเป็นป๊าม๊าของอธิปค่ะ"

 

วันเริ่มเกริ่นนำหลังจากการเผชิญหน้ากับครอบครัวว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะทุกคนต่างเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไรกับพวกเธอเลยสักคน

 

"คืออธิปลูกชายม๊า เขาเป็นแฟนกับหนูมะลิ เอ่อ.. หนูจัสมินน่ะจ๊ะ" วันรีบอธิบายตรงประเด็น

 

"แต่ครอบครัวเราไม่เคยรู้จักลูกชายคุณนายมาก่อนเลยนะครับ" พอลที่เป็นคนเงียบๆพูดขึ้นก่อนใคร

 

"อ๋อจ๊ะ คือทั้งสองคนเพิ่งคบหากันได้สามสี่เดือนจ๊ะ"

 

วันรีบบอกแล้วหันหน้าไปหาลูกชายที่นั่งเงียบ ขยิบตาให้อธิปซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าเข้าใจ เขาจึงยกมือไหว้ทุกคน

 

"สวัสดีครับ ผม..อธิปครับ ผมรักและจริงใจกับจัสมินมากนะครับ และไม่เคยคิดหลอกลวงหรือทำให้จัสมินเสียใจเลย ผมทำงานอยู่โรงงานผลิตสายไฟในรถยนต์ เงินเดือนก็ไม่มากนักแต่ผมสัญญาว่าจะดูแลจัสมินอย่างดีให้เหมือนที่ทางครอบครัวคุณแม่ดูแลน้องเลยนะครับ"

 

อธิปร่ายยาวความในใจออกมา พร้อมพูดนำเพื่อปูทางให้ป๊าม๊าได้ทำการสู่ขอจัสมินให้กับเขา

 

"เดี๋ยวนะพ่อหนุ่ม นี่เราพูดอะไรเนี้ย" กนกกานต์รีบพูดแทรกขึ้นเพราะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดอธิป

 

"คืออย่างนี้ค่ะ ม๊าขอพูดแทนลูกชายนะคะ อาตี๋กับหนูมะลิ เขารักกันค่ะ แม้จะคบกันได้ไม่นาน ทางครอบครัวหนูมะลิอาจจะไม่รู้จักอธิป แต่ครอบครัวเรารักหนูมะลิมากนะคะ ช่วงที่มะลิอยู่ที่นี่ ม๊าดูแลใกล้ชิดไม่เคยให้ห่างเลยค่ะ"

 

วันพูดยืดยาวแต่เหมือนไม่ทันใจสามี เฮงจึงพูดแทรกขึ้นว่า

 

"คือผมอยากจะมาสู่ขอหนูมะลิให้ลูกชายครับ บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็พอจะมีทรัพย์สินอยู่บ้าง ถ้าทุกคนไม่รังเกียจก็อยากจะให้รับไว้ครับ"

 

ขณะสามีกำลังสู่ขอจัสมินให้ลูกชายอยู่นั้น วันก็หยิบเงินสด โฉนดที่และทรัพย์สินอื่นๆออกจากกระเป๋า มาวางเรียงไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาที่เธอนั่ง

 

"ยังไงรบกวนคุณวันช่วยเก็บของทั้งหมดไว้ก่อนนะคะ จะยังไม่มีการสู่ขอหมั้นหมายอะไรตอนนี้หรอกค่ะ" มัลลิการ์พูดขึ้นขัดจังหวะเฮงทันที จนอธิปหน้าถอดสี

 

"ทำไมล่ะคะคุณแม่หนูมะลิ น้อยไปหรอคะ" วันถามขึ้นทันทีด้วยเสียงนุ่มนวล

 

"ไม่เกี่ยวกับสิ่งของหรอกค่ะ แต่ทางเราคิดว่ามันเร็วเกินไป ทั้งสองคนเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่เดือนเอง แล้วยัยแจ๊สอายุยังน้อยอยู่เลย เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมาไม่นาน ทางเรายังไม่อยากให้น้องมีแฟนค่ะ"

 

กนกกานต์พูดตรงประเด็น เพราะนี่คือข้อตกลงของคนในครอบครัว หลังจากสอบถามความจริงทั้งหมดจากปากจัสมินแล้ว

 

 

☆☆☆☆☆☆☆☆☆

อ้าว!! เศร้าเลยเฮียตี๋

ถ้าชอบขอคนละไลค์นะคะ

ฝากกดติดตามด้วยค๊าบ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว