ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 22 || I’ m asking you to trust me

ชื่อตอน : Chapter 22 || I’ m asking you to trust me

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2564 13:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 22 || I’ m asking you to trust me
แบบอักษร

#22 

I’ m asking you to trust me 

 

 

 

“พี่ขุนหมายความว่ายังไง ฮื่ออ พี่จะตีปากรักเลยเหรอครับ ใจร้ายมากๆๆ เลยนะ ถ้าพี่ขุนตีเจ็บมากรักจะร้องไห้ให้ดังๆ จริงด้วย!” 

“หึ ลงโทษเด็กกินไอติมไง” 

ผมตีขาไปมาเพราะช่วงตัวถูกพี่ขุนอุ้มพาดบ่าอยู่ ถึงจะดิ้นยังไงก็ต้องกอดคอพี่เขาไว้แน่นๆ เพราะโดนอุ้มแบบนี้มันก็สูงไม่ใช่เล่น ไม่ถึงนาทีทั้งร่างผมก็ถูกวางลงบนเตียง ยังไม่ทันหายงงดีร่างสูงของพี่ขุนก็ตามมาคร่อมทับกันไว้ซะแล้ว 

“พะ..พี่ขุน” 

“เดี๋ยวสอนวิธีทำโทษให้ แต่เป็นวิธีที่กูจะใช้แค่กับมึงนะ” 

ตอนแรกก็กลัวเจ็บไปหมดจนตื่นกลัว แต่ในตอนนี้อยู่ๆ ก็เกิดอึกอักอย่างทำอะไรไม่ถูก เพราะสายตาแสนร้ายกาจของพี่ขุนมันชัดเจนมาก! ผมสะดุ้งหน้าร้อนวาบเมื่อปลายนิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากล่างกันเชื่องช้า แววตาคู่คมทอประกายบางสิ่งที่ชวนให้หัวใจวูบไหว 

ฮะ..ฮื่ออ! เหมือนกับครั้งเมื่อบนสะพานกับในรถเลย แววตาของพี่ขุนคนเจ้าชู้! 

“พี่ขุนอย่าบีบปากรักนะๆๆๆ” 

“กินไอติมรสไรไป” 

“คะ..ครับ?” 

“ชิมด้วยดิ”  

“…” 

“ขอชิมหน่อย”  

“แต่..แต่พี่ขุนไม่ชอบกินของหวานนะครับ” 

ผมขนลุกซู่เบาๆ เพราะตาคมดุไม่ละไปจากริมฝีปากผมเลยสักนิด คล้ายกับอาการไข้จับจะกลับมาอีกครั้งยังไงยังงั้น มันชวนให้ร้อนๆ หนาวๆ เหมือนกับตอนที่เป็นไข้ไม่มีผิดเลย 

“กูไม่ชอบกินหวาน แต่เพราะมึงหวาน…กูเลยชอบ”  

คล้ายกับแก้มผมระเบิดดังตู้มกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ นิ่งค้างเหมือนกับโลกหยุดหมุนตอนที่ใบหน้าคมคายก้มลงต่ำมากยิ่งขึ้น แลบปลายลิ้นเลียริมฝีปากล่างผมโดยไม่ทันให้ได้ตั้งตัว หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ แก้มร้อนจี๋แทบไหม้ยิ่งขึ้นตอนมุมปากหยักยกยิ้มคล้ายกับพึงพอใจ 

“ชิมแค่นี้ยังหวานเลย”  

“พะ..พี่ขุน มะ..ไม่เอานะครับ…อื้ออ” 

ผมเบิกตากว้างเพราะพี่ขุนไม่ให้สัญญาณล่วงหน้าอะไรกันอีกแล้ว เขากดริมฝีปากลงมาบดคลึงเรียวปากผมหนักหน่วง ปิดคำพูดของผมได้จนหมด เรียวปากร้อนร้ายกระทำการชวนให้ความรู้สึกวูบไหวกับผมได้อีกครั้ง ผมหลับตาลงแน่นเพราะสู้อะไรจากจูบของพี่ขุนไม่ได้เลย เขาบดคลึงย้ำๆ ขบกัดบ้างเป็นบางทีเหมือนกับหยอกล้อกัน 

ลิ้นหนารุกล้ำเข้ามาในโพรงปากผม กวาดต้อนเอาทุกๆ อย่างไป ตวัดชิมทุกสิ่งทำให้จูบของเรามันดูดดื่มมากขึ้นทุกขณะ พี่ขุนใช้ลิ้นเกี่ยวพันลิ้นผมจนแทบแยกกันไม่ออกว่ามันเป็นของใครกันแน่ ทำให้น้ำสีใสไหลซึมออกมาบางส่วน เสียงเฉอะแฉะจากการแลกลิ้นทำเอาผมหูอื้อตาลายไปหมด หัวใจเต้นถี่รัวราวกับไปวิ่งมาหลายสิบเมตร 

“จำไว้รัก ลงโทษของกูก็คือแบบนี้…ตีด้วยปาก มันก็เจ็บแบบนี้แหละ 

ผมหน้าร้อนผ่าวก่อนจะต้องยอมรับจูบจากพี่ขุนอีกครั้ง เผลอขยับเรียวปากตอบกลับบ้างอย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดเพราะโดนคนด้านบนชักจูงอย่างมีชั้นเชิง ช่วงตัวเราแนบชิดกันไปทุกส่วนไม่มีที่ว่างเลยสักมิลเดียว จากริมฝีปากที่โดนดูดดึงอยู่นาน พี่ขุนก็เริ่มไล่ต่ำลงไปที่ต้นคอและลาดไหล่

“พี่ขุน..ครับ อื้อ! ระ..รักเจ็บ : (”

ผมหลับตาปี๋เมื่อสัมผัสดูดดึงผิวเนื้อเมื่อครู่สร้างความเจ็บให้ไม่น้อย สองมือดันไหล่กว้างเอาไว้เพราะเจ้าตัวเหมือนจะสร้างความเจ็บแบบเมื่อครู่อีกครั้งแล้ว ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดอยู่ข้างใบหูทำให้ผมวูบวาบไปทั้งกาย ยิ่งตอนเรียวลิ้นชื้นตวัดเลียติงหูผมก็ยิ่งสั่นระริก พี่ขุนกอดผมไว้แน่นขณะเคลื่อนใบหน้าไปแทบจะทั่วทั้งบริเวณช่วงหน้าและไหล่ของผม

ผมหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ สภาพตัวเองตอนนี้คงต้องหัวกระเซอะกระเซิงไปหมดแน่ๆ …แล้วก็ต้องอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเมื่อต้นขาโดนมือใหญ่รั้งไปเกี่ยวก่ายเอวสอบเอาไว้

“อ๊ะ อื้ออ”

ผมแหงนหน้าปล่อยเสียงร้องน่าอายแล้วก็ต้องรีบเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้ พี่ขุนเลิกเสื้อผมขึ้นเผยให้เห็นแผ่นท้องจนเกือบถึงอกก่อนจะไล่ริมฝีปากลงบนหน้าท้องของผม คราวนี้ผมพยายามพลิกตัวหนีเพราะทนรับสัมผัสชวนวาบหวามพวกนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว แต่ก็โดนร่างสูงกอดเอาไว้ไม่ให้หลบได้ เขาทิ้งรอยจูบไว้ที่หน้าท้องผมอีกหลายที่ ผมหายใจติดขัดยกมือปิดหน้าแน่นด้วยความอาย

แล้วในวินาทีที่มือร้อนผ่าวกำลังจะเลิกชายเสื้อผมขึ้นสูงมากกว่านั้นผมก็รีบรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือทั้งหมดดิ้นหนีออกมาอย่างแรงจนหลุด พลิกตัวเข้าหาผ้าห่มแล้วรีบกลิ้งม้วนเป็นโรลซ่อนตัวเองอยู่แบบนั้น ใบหน้าผมร้อนผ่าว สัมผัสแสนร้ายกาจทั้งหมดก็ยังคงให้ความรู้สึกว่ามันยังไม่ได้ผละหายไปไหนอยู่เลย

“รัก”

“พี่ขุนห้ามเปิดผ้าห่มเด็ดขาด!! รักจะอยู่ในนี้ รักจะไม่ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกอีกแล้วฮื่ออ”

แล้วทั้งร่างที่นอนอยู่ในม้วนผ้าห่มก็ถูกอุ้มขึ้นทำให้ผมเผลอหดคอซุกหน้าแนบไปกับผ้าห่มยิ่งขึ้นกว่าเดิม รับรู้ได้ว่าพี่ขุนกำลังอุ้มผมไปนั่งพาดไว้บนตักอยู่

“ขอโทษ…กู อ่า…สติหลุดไปหน่อย”

“ไม่หน่อยแล้วครับ!!”

“ความจริงก็ตั้งใจ”

“พี่ขุนหมื่น!”

“ใครจะไปทนไหว มึงแม่งน่ารักไปทั้งตัวเลย”

“พี่ขุนอย่าพูดถึงเรื่องนั้นซี่ T____T”

“เอาหน้าออกมาหน่อย เดี๋ยวหายใจไม่ออก”

“ไม่ครับ รักงอนพี่ขุนมากๆ รักจะไม่คุยกับพี่ขุนจนกว่าจะหาย ฮึ่ยย”

“เดี๋ยวง้อ”

ผมพองลมเต็มแก้มเพราะงอนพี่ขุนคนนิสัยไม่ดี รอก่อนเถอะ! รักหายเขินเมื่อไหร่จะออกไปตีพี่ขุนคืนให้ร้องไห้ซะเลย!…แต่แล้วผมก็ต้องอ้าปากเหวอเพราะทั้งร่างภายใต้ผ้าห่มผืนหนากำลังโดนท่อนแขนพี่ขุนกอดรัดแน่นขึ้นพร้อมทั้งโดนระดมจุ๊บไม่หยุดเลย

นี่ขนาดรักอยู่ในผ้าห่มพี่ขุนยังไม่ปรานีกันอีกเหรอเนี่ย!

“ฮึ่ยยย”

“น่ารักสัด”

“…”

“งอนกูจริงเหรอ”

“…” ผมย่นจมูกแม้จะรู้ว่าพี่ขุนมองไม่เห็นกันหรอก บอกแล้วว่าครั้งนี้ต้นรักจะงอนให้หนักๆ ไปเลย พี่ขุนทำให้รักเป็นรอยแดงๆ ทั้งหลายที่เลยนะ…เดี๋ยวนี้พี่ขุนน่ะดื้อมากๆ!

“รักงอนมากเล-”

ผมเม้มปากแน่นเพราะเผลอพูดตอบพี่ขุนไปอย่างเคยชิน ไม่ได้ๆ! ต้องทำให้พี่เขารู้ว่างอนจริงๆ

“หึ…ง้อ คืนดีกันนะรัก”

“…”

หึ! จะมาเล่นกับต้นรักคนนี้เหรอ บอกเลยว่างานนี้พี่ขุนต้องเสียน้ำตาแน่! เพราะว่าผมจะไม่ยอมคุยด้วยเลยอย่างต่ำสามชั่วโมง!

 

 

 

 

 

 

“เอาไก่อีกไหม”

“เอาค้าบบ ขอบคุณครับ!”

ผมยิ้มร่าเมื่อเจ้าไก่แสนอร่อยวางลงบนจาน ตอนนี้ในแก้มผมเต็มไปด้วยพิซซ่าคำใหญ่ พิซซ่าตอนอบมาร้อนๆ ดีที่สุดเลย!

แหะ…ถึงจะเห็นผมกลับมาคุยกับพี่ขุนเหมือนเดิมแล้วแต่ก็ไม่ใช่ในเวลาสั้นๆ หรอกนะ ผมน่ะงอนพี่ขุนไปทั้งวันเลย จากที่ว่าจะงอนแค่พอหายเขินเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าผมไข้ขึ้นอีกรอบน่ะสิ! ผมต้องนอนแปะแผ่นลดไข้ไปอีกครึ่งวันเลยนะกว่าจะลดลงอีกครั้ง ถึงจะได้พี่ขุนคอยเช็ดตัวให้ผมก็คงงอนตุ๊บป่องไม่หาย

จนกระทั่งช่วงเย็นมาถึงและพี่ขุนบอกว่าจะสั่งพิซซ่าชุดใหญ่มาให้เท่านั้นแหละ!! ผมก็รีบวิ่งแจ้นยิ้มหน้าบานไปนั่งรอคนแรกเลย แหะๆ

“อ้ะ” ผมสะดุ้งน้อยๆ เพราะเคี้ยวแรงไปหน่อยเลยทำให้ริมฝีปากมันกระทบกัน…เพราะพี่ขุนคนเดียวเลยที่มากัดปากรักจนเจ็บแบบนี้!

“เจ็บปากเหรอ”

“ใช่ครับ รักเจ็บปากมาก”

“ขอโทษ กินเสร็จเดี๋ยวทายาให้”

“ไม่ใช่แค่ปากด้วยนะครับ พี่ขุนยังมาทำรอยแดงๆ เหมือนรักโดนยุงกัดด้วย ทั้งคอทั้งพุง คอยดูนะถ้าพี่ขุนยังดื้อมากๆ อีกรักจะกลับไปชอบพี่ขุนแบบเป็นเส้นตรงเลย!”

“หึ ไม่เอาเส้นตรงดิ กูฝึกไว้ไงให้มึงชิน…เจอของจริงจะได้ไม่เกร็งมาก”

ผมเบิกตาโตเพราะกำพูดชวนคิดลึกของพี่ขุน รีบกลืนของกินลงแล้วละล่ำละลักออกมายกใหญ่

“พี่ขุนพูดอะไรๆๆ ต่อให้เราจะคบกันแล้วรักก็ไม่ยอมให้พี่ขุนทำแบบนั้นหรอกนะ พี่ขุนต้องผ่านการพิจารณาของรักก่อนเป็นเวลาห้าปี!”

“ได้ ไม่มีปัญหา…มึงรอไป เดี๋ยวกูหลอกล่อเอง”

“พี่ขุนร่างเจ้าชู้ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะๆๆ”

ใบหน้าหล่อเหลาหลุดยิ้มจางก่อนจะหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ผมมุ่ยหน้าเบาๆ พร้อมกับหน้าร้อนวาบไปหมด กำลังจะหันกลับมากินพิซซ่าในถาดต่อแต่ทั้งร่างก็โดนรั้งไปนั่งบนตักแกร่งซะก่อน

ผมเงยหน้ามองคนด้านหลังด้วยใบหน้าที่ร้อนมากขึ้นกว่าเดิม ท่อนแขนทั้งสองข้างกระชับกอดเอวผมไว้แล้ววางคางไว้กับไหล่ของผม

…จริงๆ ผมชวนพี่ขุนกินพิซซ่าด้วยกันแล้วนะแต่พี่เขาบอกว่ายังไม่หิว ที่สั่งมาก็เพราะให้ผมนั่นแหละกินคนเดียว ผมก็เลยเป็นคนเดียวที่กำลังยัดของอร่อยเหล่านี้ลงท้องอยู่

เอ๊ะ หรือว่านี่จะเป็นเคล็ดลับการมีใบหนาคมๆ แบบพี่ขุนกันนะ!

“พี่ขุน…รักกินอยู่นะ อย่ากวนซี่”

“ไม่กวน แค่กอด”

“ฮึ่ยย ก็ได้ เพราะว่าพี่ขุนสั่งของกินอร่อยๆ มาให้รักหรอกนะครับ”

เพราะว่ามีของกินอยู่ตรงหน้า ต่อให้จะมีอะไรชวนเขินก็ไม่สามารถดึงดูดใจผมได้เท่าอาหารแน่นอน พี่ขุนเท้าคางไว้กับไหล่ผมเงียบๆ อย่างที่บอกเอาไว้ว่าจะไม่กวน ส่วนผมก็หยิบของกินในจานนู้นทีจานนี้ทีมาใส่ปากเคี้ยวงั่มๆ อย่างอารมณ์ดี

“รัก”

“หือ”

ผมเลิกคิ้วว่าเบาๆ เพราะในปากไม่ว่างตอบรับ

“มึงอยากให้กูพูดแทนตัวเองเพราะๆ ไหม…แบบที่ไม่ใช่มึงกับกู”

ผมกะพริบตาปริบรับฟังประโยคที่พี่ขุนว่า เคี้ยวทุกอย่างลงคอก่อนจะหันไปมองเจ้าของตักที่ยังคงเท้าคางกับไหล่และหันมองกันอยู่ เราสบตากันชั่วครู่ก่อนที่ผมจะค่อยๆ เผยยิ้มออกมาบางเบาพร้อมส่ายหน้าไปมา

“ไม่เลยครับ พี่ขุนไม่ต้องคิดมากนะ รักรู้ว่าพี่ขุนเป็นคนแบบไหน คำเรียกแบบนั้นก็ไม่ได้บอกว่าพี่ขุนชอบรักนิดเดียวหรือว่าอะไรสักหน่อยนี่ครับ…รักอยากให้พี่ขุนใช้แบบที่พี่ขุนถนัดมากกว่า” ผมว่าจากใจจริง…ถ้าบอกให้เปลี่ยนไปใช้คำเรียกแบบอื่นที่พี่ขุนไม่ได้เต็มใจ แบบนั้นก็เท่ากับว่าพี่ขุนกำลังฝืนตัวเองอยู่น่ะสิ

ไม่เอาหรอก…ผมชอบที่พี่ขุนเป็นพี่ขุนในแบบนี้ที่สุดแล้ว

“ขอบคุณที่เข้าใจ”

มุมปากหยักยกยิ้มออกมาให้กันอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มเพียงรอยยิ้มกลับทำให้ใบหน้าของพี่ขุนดูอ่อนละมุนขึ้นตั้งเยอะเลย…ใจสั่นแทบแย่แหนะ

“แต่กูก็อยากมีคำไว้เรียกแทนมึงเหมือนกัน เอาไว้เรียกแค่ตอนอยู่กับมึงสองคน”

ผมเม้มปากเบาๆ หลุบตาลงเพราะอดรู้สึกเขินไม่ได้กับสายตาอ่อนแสงแบบนั้นของพี่ขุน ทำใจอยู่แป๊บหนึ่งถึงได้เงยหน้าสบดวงตาคมสวยอีกครั้ง

“แล้วพี่ขุนอยากเรียกว่าอะไรครับ…”

“แก้มอ้วน”

ผมอ้าปากเหวอทันที บรรยากาศกำลังพาเขินอยู่ดีๆ พี่ขุนก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแซวกันซะอย่างนั้น

“ฮึ่ยย พี่ขุนล้อรักนี่นาอันนี้อะ”

“ป๊า ม๊า”  

“คะ..ครับ” 

“ถ้าอยู่กันสองคน เรียกป๊าม๊ากันไหมรัก”  

 

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

 

ผมวางกระทะใบขนาดกลางตั้งบนเตาแก๊สไฟฟ้า เมนูยามเช้าแบบนี้คงไม่พ้นเบรกฟาสต์ง่ายๆ เหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต้องทอดเยอะขึ้นหน่อยก็คงจะเป็นไข่ดาวกับไส้กรอกอย่างที่ต้นรักมันชอบ…ผมเองก็เพิ่งจะตื่นก่อนได้ไม่นานนักหรอก ส่วนไอ้ตัวน่ารักน่ะกำลังนอนหลับสบายอยู่บนกองผ้าห่มอยู่เลย 

ไม่เพลียก็คงแปลก เพราะเมื่อคืนก็โดนผมฟัดอีกยกใหญ่กว่าจะได้นอน 

ตอนตื่นนอนผมก็วัดไข้รักมันให้อีกรอบแล้วและก็พบว่ารักหายไข้แบบสนิทแล้วจริงๆ เมื่อคืนอาการไออะไรก็แทบไม่มีแล้วด้วย…หึ กินอาหารมื้อใหญ่ไปก็ดูจะดีขึ้นเยอะ 

“ตื่นแล้วเหรอ นอนต่ออีกก็ได้…” 

เมื่อได้ยินเสียงเท้าเดินเข้ามาใกล้จากด้านหลังผมก็เอ่ยถามออกไป แต่ก็ต้องนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงหัวทุยเล็กที่แนบชิดเข้ามา พร้อมกับแขนเรียวขาวพาดอยู่บนเอวผมหลวมๆ …อ้อนหนักแต่เช้าเลยว่ะ 

“รักง่วงง…แต่รักตื่นมาแล้วไม่เจอพี่ขุนอ่า ฮ้าวว~” 

ผมหันกลับไปมองคนด้านหลังทั้งตัว ก้มหน้าลงต่ำกดจมูกกับแก้มกลมทั้งสองข้างหนักๆ ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยมองดูคนที่ยังตื่นไม่เต็มตากำลังยืนโงนเงนหลับตาอยู่…โดนขโมยหอมแก้มก็ยังไม่รู้ตัวเลยมั้ง เมื่อเห็นท่าทางน่ารักฉิบหายนั่นก็ห้ามไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มออกมา ผมกดริมฝีปากลงบนเรียวปากสีระเรื่อ กดย้ำๆ อีกหลายทีก่อนจะตัดสินใจช้อนสะโพกนุ่มขึ้นมาก่ายเกี่ยวเอวเอาไว้ ดันหัวเล็กให้พิงซบไหล่กัน 

“ตื่นมาทำกับข้าวให้ ไม่ได้ทิ้งไปไหน” 

แขนเรียวเล็กกอดลำคอผมไว้ พิงซบแก้มกับไหล่ผมก่อนจะหลับสนิทไปอีกรอบ ผมลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาขณะที่หันมาสนใจอาหารในกระทะต่อ แขนข้างหนึ่งทำหน้าที่อุ้มว่าที่เมียเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ต้องใช้จับไม้พายคอยพลิกไส้กรอกไปมา 

ลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ข้างหูทำให้ก้อนเนื้อใต้แผ่นอกของผมมันอุ่นวาบหมด…จนต้องกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มแทนทุกความรู้สึกที่มีให้รักมันอยู่ชั่วครู่ถึงผละออก 

“ทำข้าวเช้าให้ม๊าอยู่”  

“…” 

“อยากทำให้ทุกวันเลยรู้ไหม”  

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่ต้องยก กูยกเอง” 

“งั้นรักจะรอปิดท้ายรถให้พี่ขุนเอง~” 

ในตอนสายๆ หลังจากที่เราทานมื้อเช้ากันเรียบร้อย ผมกับพี่ขุนก็ได้เดินทางมาที่สถานเลี้ยงเด็กสงเคราะห์ด้วยกันตามที่ผมได้ชักชวนไว้เมื่อคืน…อยากให้มีขุนได้มารู้จักเด็กๆ ที่เป็นกลุ่มคนสำคัญอีกหนึ่งกลุ่มในชีวิตผม อยากพามารู้จักสถานที่ที่ช่วยเยียวยาจิตใจและเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังให้ผมได้มาพักพิง 

ถ้าไม่มีที่นี่ ก็ไม่มีต้นรักคนนี้เลยนะ :) 

“โอ้โห ฮ่าๆ คิดถึงพี่รักกันมากเลยใช่ไหมครับบ” 

ผมหัวเราะร่าตอนที่เด็กๆ วิ่งกรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง โดนกอดจากรอบสารทิศอย่างทุกครั้ง เด็กๆ ยังคงต้อนรับกันอย่างอบอุ่นเหมือนเดิมเลย น่ารักมากที่สุดในโลกกกของพี่รักเลย! 

“ปี้ยักก” 

“คิดถึงพี่รักจังเลยย” 

“พี่รักคนนี้ก็คิดถึงทุกคนมากเหมือนกัน แล้วก็นะๆๆ วันนี้พี่พาใครบางคนมาทำความรู้จักด้วย” 

เด็กๆ ตาโตมองผมตาแป๋วอย่างสนอกสนใจ เห็นประกายความตื่นเต้นอยู่ในดวงตาคู่ใสผมก็ได้หลุดขำออกมาอีกครั้ง ผมพยักพเยิดหน้าไปทางร่างสูงของพี่ขุนที่ยืนห่างผมออกไปหน่อยแล้วเพราะโดนเด็กๆ เข้ามาขวาง 

เหล่าเจ้าตัวเล็กทั้งหลายมองตามสายตาผมไปก่อนจะนิ่งเงียบกันไปเป็นแถบๆ ก่อนที่ในวินาทีต่อมาผมจะได้เห็นสีหน้าตื่นกลัวของเด็กๆ …แล้วจากนั้นทุกคนก็เริ่มเขยิบเข้ามาแอบอยู่หลังผมกันยกใหญ่ 

“จัว ปี้ชายน่าจัว” 

“จะดุเหยอ” 

ผมหัวเราะยกใหญ่จนน้ำตาซึม เด็กๆ กอดเอวผมแน่นมากบ่งบอกว่ากลัวพี่ขุนมากแค่ไหน พี่ขุนยิ่งยืนหน้านิ่งกว่าเดิมราวกับว่าไม่รู้ต้องจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไง 

โถ่…เด็กๆ นี่เหมือนพี่รักตอนรู้จักกับพี่ขุนใหม่ๆ เลยนะเนี่ยย 

“ทุกคนครับบคนนี้ชื่อพี่ขุนหมื่น ถึงจะดูดุมากๆ ก็เถอะ แต่ความจริงแล้วพี่ขุนใจดีมากเลยนะครับ” 

“จะ..จริงเหยอ” 

“ฮึก แง่…หนู หนูกลัวว” 

“โอ้ะ น้องจ๋าไม่ร้องนะครับๆ โอ๋ๆ มาพี่รักกอดน้า” 

เมื่อมีเพื่อนร้องหนึ่งคนแล้วก็ดูเหมือนจะสร้างขวัญและกำลังใจให้เพื่อนๆ คนอื่นร้องตามกันไปอีกหลายคน ผมน่ะทั้งขำทั้งสงสารพี่ขุนสุดๆ ไปเลย สถานการณ์ตรงหน้าวุ่นวายมากขึ้นเล็ก แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็คลี่คลายลงด้วยดีเพราะมีพี่เลี้ยงคนอื่นๆ มาช่วยพาเด็กๆ เข้าไปในตัวอาคาร ผมลูบแขนปลอบใจพี่ขุนเบาๆ ก่อนที่พี่เขาจะถอนหายใจออกมายาว 

“กูทำตัวนักเลงไปเหรอรัก” 

“ฮ่าๆ ไม่เลยครับ แต่แค่หน้านิ่งๆ ของพี่ขุนมันดูดุมากเท่านั้นเอง…พี่ขุนสู้ๆ น้า รักเชื่อว่าอีกแป๊บเดียวเด็กๆ ต้องกล้าเข้าหาพี่ขุนมากขึ้นแน่นอน!” 

พี่ขุนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ผมจะพาพี่เขาเข้าไปด้านใน เด็กๆ ถูกพามานั่งเรียบร้อยอยู่ในห้องทานอาหารเพราะว่าพี่ขุนเป็นป๋าใจดีเลี้ยงไก่ทอดน้องๆ ยังไงล่า~ 

ผมกับพี่ขุนยืนอยู่ด้านหน้า เด็กๆ หลายคนยังมีท่าทีหวาดกลัวพี่ขุนอยู่อย่างชัดเจน แต่เมื่อรู้ว่าเป็นคนใจดีที่เอาของอร่อยมาให้กินก็เริ่มสนใจพี่ขุนมากขึ้น ผมมองเหล่าเด็กๆ และร่างสูงข้างกายสลับกันไปมา อมยิ้มจนแก้มตุ่ยเพราะดูเหมือนว่าสถานการณ์จะดีขึ้นบ้างแล้ว 

“เด็กๆ ครับวันนี้พี่ขุนมีของกินมาฝากด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญสำหรับการทำความรู้จัก…เด็กๆ พร้อมทานไหมเอ่ยย” 

เมื่อพูดจบผมก็เงยหน้ามองเจ้าของใบหน้าคมดุ พยักหน้าเบาๆ ว่าถึงตาพี่ขุนพูดบ้างแล้ว 

“ซื้อเคเอฟซีมาฝาก ไก่ทอด…ชอบกินกันไหม ถ้าไม่อิ่มก็บอกได้ จะสั่งมาให้อีก” 

เมื่อเด็กๆ รู้ว่าเป็นไก่ทอดก็ดีอกดีใจกันใหญ่เลย…โห ดูท่าแล้วพี่ขุนจะเลือกทางสมานฉันท์กับเด็กๆ ได้อย่างถูกวิธีสุดๆ เลยนะเนี่ย 

ผมกับพี่ขุนเองก็เข้าไปร่วมกินเคเอฟซีกับเด็กๆ ด้วยเหมือนกัน เจ้าตัวน้อยทั้งหลายที่กลัวพี่ขุนในตอนแรก เวลานี้ก็ได้เปลี่ยนมาจ้องมองพี่ขุนกันตาแป๋ว มีไก่ทอดกรอบๆ ในมือกันคนละน่อง ฮึ่ยย น่ารักกันจริงๆ เลย! 

“พี่รักป้อนน้าน้องแก้ม” 

“ขอบคุณค่ะพี่รัก” 

“ครับ” 

เราใช้เวลากินไก่ทอดกันอยู่พักใหญ่เลย รวมถึงทั้งช่วงเวลานั้นก็ได้ทำให้เด็กๆ เริ่มที่จะกล้าเข้าหาพี่ขุนแล้ว ตอนนี้เราอยู่ในห้องทำกิจกรรมร่วมกัน หลังจากที่ผมพาทุกคนเล่นเกมผ่านไปหนึ่งเกมก็ดูเหมือนว่าตอนนี้พี่ขุนจะเป็นที่สนใจของเด็กๆ ทุกคนไปแล้ว โดยเฉพาะเด็กผู้ชายยิ่งขึ้นไปขี่หลังพี่ขุนเลย 

ผมน่ะแอบถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งเยอะแหนะ! 

“ระวังตกด้วย” 

ผมโล่งใจไปได้เยอะเลยที่พี่ขุนไม่ได้มีท่าทีรำคาญหรือว่าอะไร หนำซ้ำยังยอมให้เด็กๆ ปีนขึ้นหลังโดยไม่ว่าอะไรอีกด้วย มีแต่จะคอยช่วยพยุงให้เหล่าเด็กน้อยขึ้นปีนหลังได้อย่างปลอดภัย เล่นกันอยู่นานจนเหนื่อยหอบก็ถึงเวลานั่งล้อมวงคุยเล่นกันพักเหนื่อยบ้าง 

อย่างตอนนี้เด็กๆ ก็เอาของเล่นชิ้นโปรดของแต่ละคนออกมาให้พี่ขุนดูกันอย่างชอบใจ 

“อยากได้อะไรอีกก็บอกมาได้ จะซื้อให้” 

“จื้อของเย่นให้เหยออ” 

“อืม ซูเปอร์คาร์คนละคันเลยไหม” 

“คืออะไรเหรอครับ” 

ทั้งเด็กเล็กเด็กโตต่างมองพี่ขุนกันไม่วางตา น่ารักจนพี่รักอยากจับมาหอมแก้มเรียงคนเลย! 

“รถ” 

“รถเหยออ…พวกเราชอบบ อยากได้รถของเล่นน” 

“จะเอาแค่เป็นของเล่น?” 

“ใช่ครับ! ขับบรื้นนๆ ~~” 

“ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนใจอยากได้ของจริงก็บอก” 

โถ่…คุณป๋าขุนหมื่นเขาจะสายเปย์ไปถึงไหนกันล่ะเนี่ยย พาเด็กๆ ทำหน้างงกันไปใหญ่แล้วนั่น ผมส่ายหน้าเบาๆ พร้อมหลุดหัวเราะขำ เหมือนจะคุยกันคนละเรื่องแต่ก็เข้าใจกันได้ดีล่ะนะ 

และก็ไม่รู้ทำไมเลยเหมือนกัน… 

ที่ในวินาทีนี้ผมละสายตาไปจากพี่ขุนไม่ได้เลยแม้แต่สักเสี้ยวเดียว หัวใจร่ำร้องที่จะเต้นเป็นจังหวะถี่รัวไม่หยุด คลื่นความรู้สึกบางอย่างไหลผ่านตัวผมพาให้ทุกอย่างรอบตัวมันนิ่งงันไปหมด 

ผมรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วความรู้สึกนี้มันต้องเกิดขึ้นกับผมอย่างแน่นอน…แต่ก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่ามันจะคืบหน้าจนเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘รัก’ ก่อนที่ผมจะรู้ตัวว่าชอบพี่ขุนแบบเต็มวงกลมแล้วซะอีก 

ในตอนนี้ทั้งหัวใจและร่างกายพร่ำบอกถึงสิ่งเดียวกันและมันย้ำคิดอยู่ในหัวผมทุกขณะว่าผมรักพี่ขุน…รักมากขนาดนี้แล้ว 

รักพี่ขุนมากๆ เลย 

“พี่ขุนครับ” 

“ว่าไง” 

“พี่ขุนเป็นแฟนกับพี่รักเหรอครับบ” 

ผมอ้าปากเหวออย่างคาดไม่ถึงว่าเด็กๆ จะมีคำถามนี้ขึ้นมา ถามแค่คนเดียวแต่คนที่เหลือกลับพยักหน้าราวกับเห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนถาม 

ผมเม้มปากเบาๆ เบนสายตาไปทางพี่ขุนเล็กน้อยก็พบว่าเขากำลังมองผมอยู่เช่นกัน 

“ใช่ ในอนาคตได้เป็นแฟนกันแน่ ส่วนในอนาคตกว่านั้นก็จะได้เป็นเมี-” 

“พี่ขุนหมื่น!!” 

“…” 

“รักจะทำยังไงกับพี่ขุนดีนะ ฮึ่ยยยย” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

 

ผมกระชับผ้าห่มเข้าหาคนตัวเล็กข้างกายมากขึ้นเพราะอุณหภูมิแอร์ที่เปิดเอาไว้ต่ำ ตากลมใสจ้องมองหนังรักในโทรทัศน์อย่างตั้งใจ…หนังที่กำลังฉายอยู่ก็ได้คนข้างกายผมเช่นเดิมที่เป็นคนเลือก เหมือนว่ารักมันไปเจอในเพจแนะนำหนังมาเลยอยากดู 

ผมเท้าคางกับพนักโซฟา เลือกที่จะวางสายตาไว้ที่เจ้าของแก้มอ้วนๆ เพราะโดนดึงดูดความสนใจมากกว่า และแน่นอนว่ารักมันไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดเพราะกำลังจดจ่อกับหนังที่ฉายอยู่เท่านั้น 

“หนาวไหม” 

“รักไม่หนาวค้าบ” 

“อืม โอเค” 

ภาพยนตร์หนังรักโรแมนติกยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับผมที่ดูหนังบ้าง มองรักมันบ้างจนดูหนังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่…ทุกอย่างดูจะผ่านไปอย่างเรียบเรื่อยดี จนกระทั่งฉากเลิฟซีนระหว่างพระนางมาถึง ผมชันแขนกับพนักโซฟาอีกครั้ง ใช้มือพิงหัวจับจ้องมองปฏิกิริยาคนข้างกายอย่างสนใจ 

เริ่มจากภาพและเสียงของตัวละครกำลังจูบกันอย่างลึกซึ้ง…เพียงเท่านั้นแก้มกลมสองข้างก็เริ่มขึ้นริ้วสีแดงพาดผ่าน แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าหนังรัก สิ่งที่ตัวละครในหนักทำมันก็ย่อมมากกว่าจูบ 

ปากเรียวเล็กเม้มแน่นขึ้นเบาๆ สีหน้าเขินอายปรากฏให้เห็นอย่างน่าเอ็นดู สองร่างในหนังกำลังเล้าโลมกันนักหน่วงมากขึ้นทุกชั่วขณะ ผลัดเปลี่ยนแลกสัมผัสอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงหอบหายใจย้ำชัดถึงอารมณ์รุนแรงของทั้งสองคน 

…จนถึงฉากที่ผู้หญิงกำลังจะโดนถอดเสื้อออกนั่นแหละผมถึงได้รั้งใบหน้าแดงก่ำให้หันมาหากัน สิ่งที่น่าดึงดูดมากกว่าอะไรในวินาทีนี้ก็คงไม่พ้นเรียวปากสีแดงสด 

ผมลอบเลียริมฝีปากเมื่อคิดไปถึงวินาทีที่เคยใช้ริมฝีปากตัวเองลงไปสัมผัส และผมรู้ดีว่ามันหวานมากขนาดไหน…นัยน์ตากลมใสวูบไหวกับการกระทำของผม ท่าทีประหม่ายิ่งดึงดูดให้ผมเข้าหาอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าการจ้องมอง ผมเริ่มสอดมือเข้าไปในผ้าห่ม กอดกระชับเอวบางเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกเราทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา 

“ดูเขาจูบกันในจอ…มันจะสู้ของจริงได้ยังไง”  

“พะ..พี่ขุน…รักจะดูหนัง พี่ขุนอย่ากวนสิครับ” 

“ไม่ให้ดู” 

“ฮึ่ยย พี่ขุนอย่าดื้อ อย่าเอาหน้าเข้ามาใกล้นะๆ” 

“ทำไมไม่ได้” 

“ก็รักจะหัวใจวายน่ะสิครับ!” 

ผมใช้มือข้างหนึ่งจับประคองข้างแก้มนุ่มเอาไว้ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแผ่วเบา สบตากับคนตัวเล็กกว่าที่กำลังสั่นไหวชวนให้น่าฟัดให้จมโซฟา 

“ขอจูบ” 

แก้มใสขึ้นสีแดงจัดทันทีไม่ต่างจากริมฝีปาก ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอีกครั้งก่อนจะจูบปากนุ่มลงไปแผ่วเบา…แค่เริ่มเท่านั้นแหละ เอาไว้ใช้หลอกล่อเมีย ถ้าติดกับแล้วค่อยเพิ่มรสสัมผัสมากขึ้นกว่านั้น 

“พี่ขุน…ฮื่อ รักเขิน พี่ขุนปล่อยให้รักดูหนังนะครับ ;__;” 

“จะจูบ ขอจูบได้ไหมม๊า”  

ต้นรักยิ่งเขินหนักกว่าเดิมเมื่อผมเรียกคำที่ว่าแทน เหมือนกับกระต่ายตัวน้อยที่ทำอะไรไม่ถูกไปหมด ทั้งตื่นตกใจทั้งหวั่นไหวไปด้วยในวินาทีเดียวกัน ตาคู่สวยช้อนขึ้นมองผมอีกครั้งอย่างเชื่องช้า…เหมือนกับจะสะกดให้ผมโดนกักกันเอาไว้ไม่ให้หลุดไปจากวังวนที่ชื่อว่าต้นรัก ผมหายใจสะดุดเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่ลังเลในตอนแรกเริ่มหลับลงช้าๆ 

แม้รักมันจะเขินขนาดไหน…แต่ก็ยอมหลับตาลง 

คำว่า ‘ม๊า’ คงทำให้รักมันแพ้ไม่มากก็น้อยแน่นอน 

“เด็กดี” 

ผมหลุดยิ้มบาง เกลี่ยแก้มขาวแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆทาบริมฝีปากลงไป แนบชิดอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับให้ผลกระทบทางความรู้สึกที่รุนแรงไม่น้อยเลย 

จากที่เพียงแค่ทาบทับ ผมก็เริ่มขยับเรียวปากเชื่องช้า ค่อยๆ ละเลียดชิมอย่างอ้อยอิ่ง ความหวานที่ได้รับจากปลายลิ้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยับยั้งสตินึกคิดของผม นิ้วโป้งลูบคลึงข้างแก้มนุ่มไปมา ใช้มันเป็นตัวกระตุ้นให้รักยอมเปิดปากทีละนิด ผมส่งปลายลิ้นเข้าไปสัมผัสแนวฟันที่เรียงตัวสวยด้านใน ไล่เล็มเชื่องช้าจนกระทั่งมันแนบชิดเข้ากับปลายลิ้นนุ่ม หลุดยิ้มบางเมื่อเห็นว่ารักมันแอบสะดุ้งไปทั้งตัว 

ผมใช้ลิ้นเลียริมฝีปากล่างของคนในอ้อมกอดจนชุ่มไปด้วยน้ำสีใส หยอกล้อบดคลึงเป็นจังหวะเนิบช้าให้กระต่ายตัวน้อยได้ตายใจ สัมผัสละมุนอ่อนโยนทำเอารักหลุดเสียงเครืออย่างน่ารัก ผมเริ่มไต่จังหวะการบดคลึงเรียวปากบางให้หนักหน่วงมากขึ้น ส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานอีกครั้ง กวาดชิมอย่างคนไม่รู้จักพอจนร่างเล็กเริ่มลมหายใจขาดห้วง ผมเริ่มใช้ลิ้นเกี่ยวกวัดลิ้นนุ่มหนักหน่วง ไล่ต้อนไม่ให้มีทางได้หลบหนีก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์จากจูบหวานๆ เป็นร้อนเร่าในชั่วพริบตา ต้นรักครางประท้วงเพราะผมดูดดึงปากเจ้าตัวรุนแรงเกินไป 

…แต่ในวินาทีนี้เหรอคนอย่างผมจะห้ามตัวเองไหว ผมป้อนจูบรุนแรงจนรักตัวสั่นระริก มือเล็กบีบขยำเสื้อยืดของผมจนมันยับยู่ยี่ เสียงสัมผัสแลกสัมผัสดังเคล้าช่วยให้อารมณ์ของเราดำดิ่งมากขึ้นทุกขณะ ผมเก็บกวาดน้ำเชื่อมสีใสตรงมุมปากเล็กอย่างแสนเสียดาย ไล่มองใบหน้าน่ารักที่กำลังหลับตาแน่นรับจูบจากผมอยู่ ผมหลุดครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจตอนที่เรียวปากเล็กขยับตอบกลับมา 

“อื้ออ…” 

ผ้าห่มผืนหนาไหลลงไปกองอยู่บนโซฟาและพื้น ผมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่จนสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อนุ่ม บีบเคล้นสลับกับลูบไล้ไปทั่วทั้งรอบเอวบางและแผ่นหลัง ใช้ริมฝีปากดึงดูดความสนใจรักเอาไว้ได้เป็นอย่างดีก่อนจะเลื่อนมืออีกข้างที่ประคองแก้มนุ่มอยู่เคลื่อนลงมาจนถึงหน้าอกบาง 

“อ๊ะ อื้อ!” 

ร่างเล็กผวาเฮือกทันทีเมื่อผมใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดอกบางผ่านเนื้อผ้า ต้นรักตัวสั่นระริกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะโดนเร้าอารมณ์ทั้งตรงริมฝีปากและยอดอก ผมกดขยี้หนักหน่วงมากขึ้น เรียกเสียงร้องฮือให้ดังอยู่ข้างใบหู เสียงหวานสั่นพร่าทำเอาสติผมแทบดิ่งลงเหวยิ่งกว่าเดิมซะอีก มือที่สัมผัสผิวนุ่มลื่นก็บีบเคล้นอย่างแรงตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง 

“พะ..พี่ขุน อึก…รัก” 

“ทำไมดีแบบนี้วะ” 

“พี่ขุนรักไม่ไหว ฮื่อ ระ..รัก” 

ผมชะงักค้างเมื่อได้มีสติสังเกตดีๆ และพบว่าร่างเล็กกำลังแดงก่ำไปทั้งตัวขนาดไหน…ท่อนขาเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาชันเอาไว้และกำลังหนีบเข้าหากันบ่งบอกได้อย่างดีว่ารักกำลังเป็นอะไร 

ดวงตากลมใสฉ่ำน้ำจากแรงอารมณ์และหลากหลายความรู้สึกช้อนมองผมอย่างอ้อนวอน 

…แต่รักมันไม่รู้หรอก ว่าแบบนั้นมันยิ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่สั่งให้ผมทำเรื่องของเราไปมากกว่านั้น 

“ไม่ต้องกลัว” 

“รักไม่เคยรู้สึกแบบนี้ อึก…พี่ขุน” 

“ไม่เคยช่วยตัวเอง?” 

“พี่ขุน!” ตากลมเบิกกว้างอย่างตกใจ ก่อนที่ใบหน้าที่แดงจัดอยู่แล้วจะแดงก่ำมากขึ้นกว่าเดิมอีก แล้วใบหน้าเล็กก็ค่อยๆ ส่ายไปมา “มะ..ไม่เคยครับ รักไม่เคยทำเลย” 

ผมลูบผมนุ่มแผ่วเบาก่อนจะหลุบตาลงต่ำ มองเห็นกึ่งกลางกายร่างเล็กมันนูนขึ้นมา…แม่ง น่ารักจังวะ น่าจับฟัดแรงๆ เอาให้ร้องไห้งอแงไปเลย 

ผมดึงรั้งใบหน้าเล็กเข้ามาบดจูบหนักหน่วงอีกครั้ง ยกอุ้มร่างบางมานั่งอยู่กลางระหว่างขา ให้แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับอกผม ผมดูดดึงเรียวปากสีสดเร่งให้อารมณ์รักมันไต่ระดับขึ้นสูงอีกครั้ง…ไม่ใช่แค่รักหรอก แต่ผมเองก็หนักไม่แพ้กัน อะไรที่เป็นต้นรักแม่งก็ทำให้ผมคลั่งได้ทั้งหมดนั่นแหละ 

เพียงแต่ว่าตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่จะไปถึงขั้นนั้น รักมันยังไม่พร้อม…และตอนนี้ผมกำลังจะทำให้รักมันรู้จักเรื่องแบบนี้ในฉบับเริ่มต้นก่อนเพียงเท่านั้น 

“เดี๋ยวช่วย ม๊าไม่ต้องกลัว 

“พี่ขุน ฮึก…รักอึดอัดมาก”

“เชื่อใจกูไหม สัญญา…ว่าจะไม่มากกว่าแค่ภายนอก”

“…”

เจ้าของแก้มกลมซบหน้าลงกับต้นแขนผมเพราะเขินอายอย่างหนัก ผมกดจมูกลงบนขมับหอม เฝ้ารอคำตอบจากต้นรักโดยไม่เร่งเร้า

“จะไม่ทำมากกว่านั้นจนกว่ามึงจะพร้อม”

“…พี่ขุนอย่าหลอกรักนะ”

“ไม่หลอก ไม่มีวันโกหกมึง”

“ระ..รักไม่เคย ป๊าต้องใจดีมากๆ เลยนะครับ” 

หัวใจผมกระตุกรุนแรงเพียงแค่ได้ยินคำคำเดียว เป็นอีกครั้งที่ผมรั้งใบหน้าเรียวเล็กขึ้นมาบดจูบลงไปรุนแรงอีกครั้ง มันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พัดวนคล้ายกับตอนที่เกิดพายุ ผมเคล้าคลึงปากนุ่มด้วยจังหวะร้อนเร่าจนน้ำสีใสไหลซึมไปยันคางเล็ก ท่าทางไม่ประสายิ่งกว่ากำลังทุบหัวผมอย่างจังให้สติจมหายไปไกล ผมแยกต้นขาเรียวออกจากช้าๆ จับให้มันตั้งชันอยู่ชิดกับต้นขาผมก่อนที่จะถอดกางเกงนอนออกไปให้พ้นทาง

ภาพต้นขาขาวนวลที่กำลังสั่นระริกเรียกร้องให้ผมใช้มือบีบเคล้นหนักหน่วงจนขึ้นรอยแดง ผมละริมฝีปากออกจากปากเล็กให้รักได้หอบหายใจ ใบหน้าน่ารักแหงนเงยขึ้นปล่อยเสียงสั่นพร่าตอนที่กึ่งกลางกายโดนมือผมลูบวนไปมา

ขาเรียวขาวพยายามหนีบเข้าหากันแต่ก็ถูกต้นขาผมรั้งเอาไว้ ชั้นในสีขาวเปียกซึมเป็นวงกว้างเรียกรอยยิ้มจากผมได้เป็นอย่างดี ผมเคลื่อนมืออีกครั้งสอดเข้าไปในเสื้อยืดตัวใหญ่ ลูบไล้ไปทั่วก่อนจะหยุดบีบดึงตรงยอดอกที่ตั้งชันสลับกันไปมาทั้งสองข้าง

ร่างเล็กหอบหายใจหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นตอนที่ผมเคลื่อนมือเข้าไปในชั้นในสีขาวตัวเล็ก เสียงร้องครางดังอย่างน่าสงสารแนบชิดอยู่กับต้นคอของผม ผมมองภาพตรงหน้าคล้ายกับภาพที่เกินจินตนาการไปมาก…เพราะรักมันน่ารักไปทั้งตัวเลยจริงๆ

ผมใช้นิ้วโป้งบดคลึงส่วนปลายฉ่ำน้ำจนมันสั่นระริกอยู่ในอุ้งมือผม และเพราะไม่ต้องการให้อะไรมาขวางตาอีกผมจึงดึงรั้งชั้นในตัวเล็กออกไปจนพ้นขาเรียว

เพียงครั้งเดียวที่ได้เห็นส่วนอ่อนไหวน่ารักลมหายใจผมก็ขาดห้วง ผิวขาวกระจ่างเปิดเผยแทบทุกส่วนจนผมไม่อาจละสายตาออกไปได้ ต้นรักแนบแก้มลงกับซอกคอผมแน่นมากขึ้นเหมือนกับอยากหายออกไปจากความเขินอายตรงนี้ให้ได้ เรียวขาขาวหนีบเข้าหากัน มือเล็กรีบปิดบังส่วนสำคัญจนผมต้องกดลงไปหอมแก้มนุ่มหนักๆ แทนการปลอบใจ

“สวยฉิบหายเลยรัก”

“พี่ขุน ฮึก…ฮื่อรักไม่เอาแล้ว รักอายมาก”

“มีอะไรต้องอาย มึงน่ารักไปทั้งตัวขนาดนี้”

“พี่ขุนอย่าพูดแบบนั้นนะครับ!”

“อ้าขาออกหน่อย…อ้าออกกว้างๆ”

“พี่ขุน!”

ผมยกยิ้มมุมปากเพราะแกล้งให้รักมันเขินหนักกว่าเดิมได้ จูบหน้าผากบางแผ่วเบาแล้วป้อนจูบอ่อนโยนให้กระต่ายตัวน้อยเริ่มคล้อยตามกัน ผมแยกเรียวขาเล็กออกจากกันอีกครั้ง ส่วนอ่อนไหวแข็งตั้งชูชันเรียกรั้งให้ผมใช้มือกอบกุมมันเนิบช้า เสียงหวานครางชิดริมฝีปากผมก่อนจะผละออกไปร้องดังมากกว่าเดิมเพราะผมเปลี่ยนไปใช้มือรูดรั้งขึ้นลง ร่างกายบางบิดเร่าจากความทรมานแสนหวาน ผมใช้นิ้วเกลี่ยยอดอกเล็กไปมารัวเร็วเหมือนกับจังหวะชักรูดแก่นกายเล็ก

“อ๊ะ อ๊าา! อื้ออ”

“รักมึงมากนะ”

“อื้ออ! เร็วไปครับพี่ขุน”

เปลือกตาบางปรือปรอยเพราะความเสียวซ่านที่ได้รับ ผมเริ่มลดจังหวะเป็นเชื่องช้าลงเพราะสิ่งที่อยากสอนให้รักรับรู้มันมีมากกว่านั้น ผมปล่อยกายเล็กสั่นระริกออกก่อนจะส่งนิ้วไปบดคลึงเรียวปากบาง

เชื่องช้าเร้าอารมณ์จนต้นรักครางหอบถี่…เซ็กซี่ฉิบหาย เมียใครวะ

“ม๊า เลียให้หน่อย”  

ผมส่งนิ้วชี้เข้าไปในโพรงปากนุ่มช้าๆ ใจเย็นที่สุดเพื่อไม่ให้กระต่ายน้อยตื่นตกใจไปมากกว่านี้ 

“เอาให้ชุ่มเลยนะ”  

ผมขบกรามแน่นตอนที่ลิ้นเล็กเริ่มขยับต้อนรับนิ้วของผม มันตวัดเลียไปมาเบาๆ …อยากจะบ้าตายเลยแม่ง 

“เก่ง คนเก่ง” 

“อืมม” 

ผมดันนิ้วเพิ่มเข้าไปอีกเป็นสอง มืออีกข้างไต่ไล่ลงผ่านแผ่นท้องขาว ไล่วนอยู่แถวสะดือเล็กน้อยก่อนจะไล่ไต่ลงมากกว่าเดิมจนกระทั่งหยุดอยู่ตรงรอยจีบปิดสนิท ร่างเล็กสะดุ้งสุดแรงจนเผลอขบกัดนิ้วผมเบาๆ แต่นั่นยิ่งเร่งเร้าอารมณ์ให้ผมอยากรังแกรักมันหนักๆ มากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก ผมกดนิ้วคลึงเล่นตรงปากทางคับแคบ ถอดถอนนิ้วมือที่เปียกชุ่มออกจากปากเล็กแล้วใช้มันแนบสัมผัสลงไปแทน แผ่นหลังบางแอ่นขึ้นเล็กน้อยจากความวาบหวามที่ได้รับ ครางเครือแทบไม่หยุดพัก 

“อึก อ้ะ! พะ..พี่ขุน” 

“ไม่เป็นไร มันจะดีเชื่อกูนะ” 

ใบหน้าเล็กแนบลงกับไหล่ผมอย่างอ่อนแรง หอบหายใจเหนื่อยเพราะร่างกายโดนรุกล้ำอย่างหนัก เพียงแค่ส่งนิ้วเข้าไปเพียงนิ้วเดียวผมก็ต้องขบกรามแน่น ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดแน่นราวกับจะขับไล่สิ่งแปลกปลอมให้ออกไป รักสั่นไหวไปทั้งตัวจนผมต้องจูบหน้าผากปลอบใจย้ำๆ แช่นิ้วไว้แบบนั้นจนกระทั่งรักมันเริ่มคลายความเกร็งลงได้บ้างถึงเริ่มขยับเข้าออกเชื่องช้า 

“อื้ออ อ๊ะ” 

“อย่าเกร็ง” 

“พี่ขุน ฮึก รักรู้สึกแปลกๆ” 

“มันดีใช่ไหม” 

“มัน..มันดีมาก” 

ผมกระตุกยิ้มเมื่อกระต่ายตัวน้อยเข้ามาติดกับทั้งตัวแล้ว เลือกให้รางวัลเด็กดีด้วยการขยับนิ้วเข้าออกถี่รัวมากขึ้น …ไม่นานนักก็เพิ่มนิ้วที่สองเข้าไป งอนิ้วกระทุ้งแรงๆ เข้าหาผนังอ่อนนุ่มที่ผมจับจุดได้ว่ามันเป็นจุดอ่อนไหวของรักมัน 

“อ๊า! ฮื่อ พี่ขุนไม่เอา” 

“น่ารักจังวะ” 

“อื้ออ อ๊า!” 

ผมเปลี่ยนจังหวะเป็นกระแทกนิ้วรัวเร็ว มืออีกข้างชักรูดแก่นกายเล็กที่ตั้งชันปริ่มน้ำสีใสตรงส่วนปลาย คราวนี้เมื่อโดนกระทำทั้งสองจุดก็เหมือนกับจะทำให้ร่างเล็กแทบขาดใจให้ได้ ผมเร่งจังหวะมากขึ้นเพราะช่องทางคับแคบเริ่มบีบรัดถี่รัว บ่งบอกว่าเจ้าตัวใกล้จะถึงปลายทางในไม่ช้า 

ผมก้มลงปิดปากบางที่ปล่อยเสียงครางเครือหวานหูดังขึ้นมากกว่าเดิม บอกผ่านริมฝีปากไปทั้งหมดว่ามันน่ารักมากแค่ไหน บอกมันทั้งหมดว่าขอบคุณที่ไว้ใจผม 

ขอบคุณที่เชื่อใจจนมอบใจมาให้กัน 

“พี่ขุน อ๊าา! รักไม่ไหวแล้ว” 

“ปล่อยออกมาเลย” 

“อ๊ะ อ๊ะ…อื้ออ!” 

หยาดน้ำสีขาวขุ่นพุ่งเปรอะเปรื้อนเสื้อยืดแถวหน้าอกอย่างน่าดู ผมรีดเคล้นทุกหยาดหยดขณะที่ร่างเล็กกระตุกเกร็งอย่างเหนื่อยอ่อน เชยคางเล็กขึ้นมาบดจูบหนักหน่วงอีกครั้ง แลกลิ้นอยู่อีกพักใหญ่จนปากเรียวบวมเจ่อไปหมด 

“กูรักมึงมากนะรัก” 

ผมผละใบหน้าออกสบดวงตาสวยซึ้ง รักปรือตาอย่างอ่อนแรงก่อนจะซบหน้าลงกับซอกคอของผม ขดตัวเป็นก้อนกลมๆ เบียดชิดกันยิ่งทำให้ผมเห็นผิวสีขาวที่ขึ้นสีระเรื่อไปทั่วทั้งตัว 

ผมกอดรักมันไว้แน่นด้วยความรักทั้งหมดที่มี ในใจอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายจนแทบแยกกันไม่ออก…รู้แค่ว่ามันดี ดีมากเกินไปจนไม่คิดว่าวันนี้ผมจะได้รับมัน 

“รัก” 

ความเจ็บบริเวณไหล่ที่เกิดขึ้นทำให้ผมต้องก้มลงไปดู แล้วก็พบว่าเจ้าของเขี้ยวขาวๆ กำลังขบกัดกันเบาๆ อยู่…เหมือนกระต่ายคันเขี้ยว ก่อนที่เจ้ากระต่ายตัวนั้นจะกลับมาซุกตัวอีกครั้งพร้อมเอ่ยบอกผมเสียงอ่อนแรงด้วยความเหนื่อย 

“ป๊าดื้อ…ดื้อมากๆ” 

ว่าจบก็หลับสนิทคาอกผมไปเลย ผมยกยิ้มอย่างเอ็นดูเมียตัวเอง กดจูบลงบนผมนุ่มเบาๆ 

…แล้วจากนั้นคิดว่าเป็นไงต่อล่ะ 

จะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่เช็ดตัวให้เมีย อุ้มพาไปนอนบนเตียงอย่างเบามือ…แล้วเข้าไปจัดการกับลูกชายตัวเอง 

แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว 

แค่กอดเมียนิดเดียวลูกชายผมมันก็แข็งตั้งขึ้นมาแล้ว…เรียกว่าไม่ได้นอนเลยดีกว่า เอางี้ละกัน 

 

 

 

 

 

 

 

……………………………………. 

มะ..ไม่มีอะไรจะพูดเลยค่ะ555555 กลัวแม่ๆ น้องรักมาดักตีฮื่อออ 

ไรท์ขอหนีก่อนนะคะoo (> ω <) 

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว