facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 / 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 288

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2564 13:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 / 3
แบบอักษร

แพรพิศมองหน้าจอแล็ปท็อป แล้วกดส่งอีเมล์ที่เป็นจดหมายสมัครงานล่าสุดออกไปทันที ห้าที่แล้วที่เธอสมัครไป และบัดนี้ก็ยังไม่มีใครติดต่อกลับมาสักที่ 

เธอเข้าใจนะว่าสมัยนี้งานค่อนข้างหายาก หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ คว้าแก้วน้ำเปล่าที่วางใกล้ๆ มาดื่ม แต่ปรากฏว่าปริมาณน้ำข้างในเหลือติดก้นแก้วเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เธอจึงลุกขึ้นเดินไปยังครัวเพื่อรินน้ำเพิ่ม ทว่าขณะนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือดันมีเสียงเรียกเข้าเสียก่อน 

หญิงสาวถอยหลังกลับมาที่โต๊ะ พลางนิ่วหน้าลงเล็กน้อย หรือบริษัทที่เธอสมัครงานไปจะติดต่อกลับมาแล้ว 

แพรพิศชะโงกดูโทรศัพท์เห็นหน้าจอปรากฏรายนามของผู้ที่ติดต่อเข้ามายิ่งทำให้เธอประหลาดใจ 

'พี่ลิน' หรือมาลินีเลขาฯของอัครานั่นเอง 

เธอรีบวางแก้วน้ำลง คว้าโทรศัพท์บนโต๊ะมากดรับสายนี้ทันที 

"สวัสดีค่ะ พี่ลิน" 

"แพร ยุ่งอยู่รึเปล่าจ๊ะ" 

"ไม่ยุ่งค่ะ ช่วงนี้แพรว่าง" เธอตอบตามตรง ตามประสาของคนที่กำลังหางานทำหลังจบใหม่ๆ 

"เหรอ พี่มีอะไรอยากจะคุยกับแพร วันนี้มาคุยกับพี่ตอนหกโมงเย็นได้มั้ย" 

"ได้ค่ะ" 

"งั้น เดี๋ยวพี่จะส่งโลเคชั่นสถานที่ให้นะ" 

เมื่อตกลงเวลาและสถานที่เรียบร้อย ไม่นานมาลินีก็ส่งโลเคชั่นร้านคาเฟ่ดังแถวบริษัทของอัครามาที่โทรศัพท์ของเธอ 

แพรพิศวางโทรศัพท์ลงที่เดิมอีกครั้งด้วยความแปลกใจ ปกติเธอและมาลินีก็ติดต่อกันอยู่เสมอตั้งแต่ที่เธอย้ายไปเรียนที่อังกฤษแล้ว เพราะเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับเธอ เธอจะไม่ได้ติดต่อกับอัคราโดยตรง หากมีเรื่องอะไรก็แค่ติดต่อไปที่เลขาฯของเขาเท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าเธอและมาลินีทำไมถึงค่อนข้างสนิทสนม จนสามารถเรียกอีกฝ่ายว่า 'พี่' ได้เลย 

จวบจนถึงเวลาที่มาลินีนัดหมายนั่นเอง แพรพิศเดินเข้าไปในร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง เธออุตส่าห์เผื่อเวลามาก่อนนัดหมายสิบนาทีแล้ว แต่ก็ยังช้ากว่าอีกฝ่ายอยู่ดี เธอเห็นมาลินีกำลังรอที่โต๊ะ ท่าทางดูเหม่อลอยชอบกล 

"พี่ลินคะ" เธอเรียกผู้หญิงที่ก้มหน้าก้มตาคนแก้วเครื่องดื่มตัวเองไปมา 

มาลินีเงยหน้าขึ้นมา ปรากฏร่างของหญิงสาวที่ตนกำลังรอคอยอยู่ "อ้าว แพร มาถึงแล้วเหรอจ๊ะ" 

"ค่ะ" แพรพิศรับคำเรียบๆ ก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้อีกตัว 

"สั่งอะไรมั้ย พี่จะสั่งให้" 

"เอาแบบเดียวกับที่พี่ลินสั่งมาก็แล้วกันค่ะ" 

แพรพิศบอก จากนั้นมาลินีก็ทำการสั่งเครื่องดื่มเย็นที่เป็นผลไม้ปั่นให้เธออีกแก้ว เวลานี้แพรพิศยิ่งสังเกตเห็นถึงความซูบผอม และรอยคล้ำใต้ดวงตาของมาลีนีชัดขึ้น 

"พี่ลินดูผอมไปนะคะ" 

"พอดีช่วงนี้ชีวิตมีเรื่องไม่สบายใจน่ะ" 

"คะ" 

"ก็ที่นัดแพรมาพบก็เพื่อจะคุยถึงเรื่องนี้น่ะแหละ งั้นพี่เข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะ" 

แพรพิศใช้การพยักหน้าขึ้นลงเป็นสัญญลักษณ์ว่าเธอกำลังตั้งอกตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมา 

"พี่จะต้องพักการทำหน้าที่เป็นเลขาฯให้กับคุณอัครไปสักพักก่อน อาจจะราวๆ สามเดือน หกเดือน หรือนานกว่านั้นอีก แต่ก็คาดว่าไม่เกินหนึ่งปีหรอก" 

"ทำไมล่ะคะ" 

"เพราะคุณแม่ของพี่ท่านป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย ตอนนี้มะเร็งได้ลามไปที่ตับอ่อน คุณหมอบอกว่าท่านจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว อย่างเร็วก็สามเดือน อย่างช้าไม่เกินหกเดือน หรือนานที่สุดอาจจะไม่ถึงปีแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ก้มหน้าร้องไห้ ก่อนจะแข็งใจเงยหน้ามาพูดอีกว่า "ตอนนี้ท่านเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยเลยต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด นี่แหละที่พี่จะต้องพักการทำหน้าที่เป็นเลขาฯให้คุณอัครไปก่อน เพื่อได้จะออกไปดูแลท่านให้ดีที่สุดก่อนน่ะ" 

แพรพิศมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น ด้วยความที่มารดาของเธอก็เคยป่วยหนักด้วยโรคนี้ จึงทำให้เธอสัมผัสถึงความหวาดกลัวของมาลินีได้ชัดขึ้น และเมื่อนึกย้อนไปตอนนั้นแม้เธอยังเด็ก แต่ก็สัมผัสถึงความทุกข์และความหวาดกลัวในใจของมารดาได้ดี 

...กลัวตายก็กลัว กลัวไม่มีใครจะมาดูแลลูกสาว ก็กลัว... 

"พี่มีพี่ชายอีกคน แต่ตอนนี้รับราชการอยู่ต่างจังหวัด ไม่สะดวกที่จะมาดูแลแม่ เราสองคนพี่น้องเลยตกลงกันว่าจะให้พี่พักงานเพื่อดูแลท่านให้ดีที่สุดในฐานะลูก และพี่ก็เต็มใจที่จะไปดูแลท่าน อยากทำหน้าที่ลูกที่ดีให้ท่านเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ" 

"ค่ะ แล้ว..." เธอเอียงหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับลากเสียงยาวเพื่อจะถามว่า แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเธออย่างไร ถึงได้เรียกเธอมาพบวันนี้ 

มาลินีเองก็อ่านภาษากายของหญิงสาวตรงหน้าอีก จึงรีบเฉลยทันที "เมื่อวานพี่ก็ปรึกษากับคุณอัคร คุณอัครก็เห็นใจพี่มาก ทั้งเรื่องงานและหน้าที่ของลูก แต่ครั้นจะให้พี่ลาออกไปคุณอัครก็ไม่อยากให้เป็นการซ้ำเติมพี่อีก เลยแนะนำว่า ให้พี่พักงานไปก่อน และในช่วงระหว่างที่พี่ไปดูแลแม่ก็ต้องหาคนมาทำหน้าที่นี้ไปพลางๆ" 

เอ่ยจบก็จ้องหน้าแพรพิศตรงๆ 

"พี่ลินหมายถึง...อยากให้ลินไปทำหน้าที่นี้แทนพี่ลินก่อนหรือคะ" 

"ใช่จ๊ะ ช่วงนี้แพรเองก็ว่างงานอยู่ พี่เลยอยากขอความช่วยเหลือให้มาช่วยพี่ไปก่อน" 

แพรพิศอ้าปากจะปฏิเสธ มาลินีก็รีบพูดอีก 

"เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ เกิดรับคนใหม่มา ก็เห็นใจคนใหม่ที่จะต้องมาทำงานต่อในระยะเวลาที่ไม่แน่นอน เกิดสองเดือนแล้วพี่กลับมา หรือบางทีตอนพี่กลับมาอาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้อีก แพรเข้าใจใช่มั้ยว่ามันมีความไม่แน่นอนหลายอย่างในอนาคต คุณอัครเลยแนะนำให้พี่หาคนที่รู้จักรู้ใจกันมาแทนเอง แทนที่จะให้บริษัทประกาศคัดคนใหม่มา มันไม่แน่นอนอะไรเลย เกิดพี่พักไปสามเดือนแล้วกลับมา ก็ส่งสารคนที่ได้ทำงานแล้ว หรือมีคนเห็นประกาศรับสมัครด้วยระยะเวลาที่เอาแน่นอนไม่ได้ ใครกันอยากจะมาสมัคร พี่ก็เลยต้องหาคนที่รู้จักรู้ใจกันดีอย่างแพรมาทำแทนก่อนไง" 

แพรพิศอ้ำอึ้ง แล้วกลืนน้ำลายแรงๆ ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะกลายมาเป็นแบบนี้ 

"แต่แพรเรียนจบด้านการออกแบบ พวกกราฟิกดีไซด์นะคะ งานเลขาฯ แพรไม่ถนัดหรอกค่ะ ยิ่งจะทำให้งานคุณอัครปั่นป่วนไปอีก พี่ลินหาคนใหม่ที่เหมาะสมกว่าแพรไม่ดีกว่าหรือคะ" 

มาลินีสัมผัสถึงความกังวลใจของแพรพิศในเรื่องนี้ เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยว่า 

"งานเลขาฯ จริงๆ ก็ไม่ได้ยากและไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเหมือนงานที่ต้องอาศัยความเฉี่ยวชาญเฉพาะด้านหรอกนะ แค่เราเป็นคนกระตือรือร้น ขวานขวายที่จะเรียนรู้ต่อสิ่งใหม่ๆ เสมอก็ทำได้แล้ว ส่วนเรื่องระบบ โปรแกรมที่ใช้ทำงาน ก็เป็นโปรแกรมพื้นฐานในงานออฟฟิศทั่วไป ซึ่งแพรก็ทำได้นี่ใช่มั้ย" 

แพรพิศทำหน้าไม่ถูก จริงๆ เธอก็ตั้งใจว่าครั้นเรียนจบแล้ว จะพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด เธอไม่อยากอยู่ใต้เงาของอัคราอีกแล้ว แต่คนตรงหน้าก็แสนดีกับเธอเสมอ ยามเธออยู่อังกฤษคอยไถ่ถามอย่างเป็นห่วง และคอยแนะนำเรื่องต่างๆ ให้เธอด้วย อีกอย่างเหตุผลที่มารดาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คล้ายกับมารดาเธอ ทำเอาใจของแพรพิศอ่อนเหลวลงไปทีเดียว 

มาลีนีรีบวางมือบนหลังมือของหญิงสาวตรงหน้า เกลี้ยกล่อมไปอีกว่า "พี่จะอยู่สอนงานแพรก่อนสักสองสามอาทิตย์ พอแพรเป็นงานแล้ว พี่ถึงจะลายาว พี่ไม่ได้ทิ้งให้แพรไปทำทันทีเลยนี่นา ไม่ต้องกลัวนะว่าจะทำไม่ได้ พี่ปรึกษากับคุณอัครแล้ว คุณอัครก็ไม่ว่าอะไร แค่บอกให้ทำตามที่พี่สะดวก ซึ่งพี่สะดวกแค่ทางนี้จริงๆ" 

แพรพิศเม้มริมฝีปาก สลับกับหลุบตามองพื้นผิวโต๊ะ ภายในใจกำลังถกเถียงกันอย่างหนัก 

"นะแพร ช่วยพี่สักครั้งเถอะ" 

เมื่อเอ่ยฝ่ายเอ่ยมาอย่างนี้อีกก็ทำให้เธอตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดว่า 

"ค่ะ งั้นแพรจะช่วยพี่ลินไปก่อน พี่ลินจะได้กลับไปทำหน้าที่ดูแลคุณแม่อย่างดีที่สุด โดยไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรอีก" 

มาลินียิ้มกว้างออกมาทั้งน้ำตา เรื่องที่หนักอึ้งอีกเรื่องในชีวิตได้รับการคลี่คลายแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ การไปทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง 

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ มาลินียังเอ่ยอีกว่า 

"คุณอัครก็ใจดีมาก ยังให้เงินก้อนมาช่วยเหลือพี่อีกระหว่างที่พี่ต้องหยุดงานอยู่ดูแลแม่ที่บ้าน คุณอัครบอกว่าเป็นส่วนของโบนัสที่พี่ควรจะได้ในปีนี้ และแพรไม่ต้องห่วงเรื่องค่าตอบแทนนะ แพรจะได้เงินเดือนในเรตเดียวกับที่พี่ได้ แถมได้สวัสดิการขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่บริษัทมีให้พนักงานอีก เป็นเลขาฯให้คุณอัครสบายอยู่แล้ว" 

แพรพิศพยักหน้ารับแกนๆ ก่อนจะนึกเรื่องสำคัญอีกเรื่องได้ "แล้วแพรจะต้องเริ่มงานเมื่อไหร่คะ" 

"พรุ่งนี้เลยสิ แพรก็ไปหาพี่ที่ห้องทำงานท่านประธานฯ พี่จะได้เริ่มสอนงานแพรตั้งแต่พรุ่งนี้เลย" 

แพรพิศถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งรับไม่ทัน ตอนเช้ายังนั่งรออีเมล์ตอบรับจากการสมัครงานด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว พอถึงตอนเย็นกลับได้รับงานปุ๊บปั๊บอย่างคาดไม่ถึงเสียนี่ แถมยังเป็นงานที่ต้องอยู่ใกล้ชิดภูเขาน้ำแข็งแห่งไททานิคเช่นเขาอีกด้วย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว