email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๑๒ รูมเมตที่บ้าน ท่านประธานที่บริษัท 60%

ชื่อตอน : บทที่ ๑๒ รูมเมตที่บ้าน ท่านประธานที่บริษัท 60%

คำค้น : ท่านประธาน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2564 07:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑๒ รูมเมตที่บ้าน ท่านประธานที่บริษัท 60%
แบบอักษร

มาทำงานวันแรกมินตราก็ถูกต้อนรับด้วยการประชุมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ประชุมแรกคือเข้าร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารและผู้จัดการแผนก เพื่อรับฟังแนวทางการทำงานในแผนกต่าง ๆ หลังการเข้าเทกโอเวอร์เลอฟา การโยกย้ายตำแหน่งและผู้คน และแนะนำตัวผู้จัดการแผนกคนใหม่ที่ถูกย้ายมาจากเลอฟา ซึ่งไม่ได้มีแค่มินตรา แต่ยังมีแผนกซ่อมบำรุงอีกคนหนึ่งด้วย 

แม้การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหาร แต่ผู้บริหารระดับสูงสุดอย่างท่านประธานกรรมการบริหารก็ไม่ได้เข้าประชุมด้วย ซึ่งมินตรารู้สึกโล่งอกอยู่ลึก ๆ เธอไม่รู้ว่าจะมีสมาธิอยู่กับการประชุมแค่ไหน หากเขาจะอยู่ในห้องด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอยังใหม่มาก มินตรายังไม่รู้ว่าควรจัดการกับความรู้สึกของตนเองอย่างไรกับการที่เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดในที่ทำงาน เป็นเจ้านาย เป็นคนจ่ายเงินเดือนเธอ แต่เมื่อกลับบ้าน เขาเป็น ‘รูมเมต’ ที่ชอบพาเธอออกนอกลู่นอกทางไปถึงไหน ๆ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ต่างกันสุดขั้ว จนมินตราปรับจูนความรู้สึกของตนเองไม่ได้ และหวังว่าการที่ไม่ต้องพบหน้าเขาบ่อย ๆ ในที่ทำงาน จะช่วยให้เธอมีเวลาปรับตัวปรับใจได้ดีขึ้น จนไม่รู้สึกวิตกกังวลกลัวคนอื่นรับรู้ถึงความสัมพันธ์ในเวลาอยู่ที่บ้านของเขาและเธอ 

หลังจากประชุมกับผู้บริหารเสร็จมินตราก็ต้องกลับมาประชุมกับพนักงานในแผนก เพื่อแนะนำตัว และศึกษางานจากคนที่อยู่มาก่อน เพราะการทำงานของเลอฟาและลาคาซ่าย่อมแตกต่างกัน แม้ว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของแผนก แต่ก็ยังต้องศึกษาวิธีการทำงานแบบลาคาซ่าก่อน เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันระหว่างคนเก่าและคนใหม่ได้อย่างราบรื่น 

มินตรากำลังเดินจากห้องประชุมเพื่อกลับไปที่แผนกในตอนผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธานกรรมการบริหารของลาคาซ่าเดินเข้ามาหา 

“คุณเกริก มีอะไรหรือเปล่าคะ” มินตราถาม พยายามพูดด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ไม่แสดงออกว่าเธอรู้สึกหวั่นไหวเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา คนคนเดียวในบริษัทที่รู้ดีถึงความสัมพันธ์ของเธอกับท่านประธาน...อย่างน้อยก็เป็นคนเดียวในตอนนี้ 

“ท่านประธานให้ผมมาเรียนคุณมีนว่าวันนี้ต้องไปพัทยา และค้างสามคืนครับ กลับบ่ายวันศุกร์” มินตราขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเขาจะให้ผู้ช่วยของเขามาบอกเธอทำไม ถ้าเขาอยากให้เธอรู้ก็แค่โทรศัพท์มาบอกก็ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าเกริกอ่านสีหน้าและความคิดเธอออก หรือเพราะเขาแค่ต้องการอธิบายการกระทำของเจ้านายเท่านั้น เพราะเขาบอกเธอเพิ่มเติม “ท่านติดประชุม เลยให้ผมมาบอกคุณมีนไว้ก่อนครับ” 

“เอ่อ...ขอบคุณนะคะ” มินตราได้แต่เอ่ยขอบคุณเพราะไม่รู้ว่าควรต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้ และก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาจะบอกเธอทำไม 

“ท่านบอกว่าสามวันนี้จะยุ่งมาก อยู่ในห้องประชุมตลอดอาจไม่สะดวกรับโทรศัพท์ ถ้าคุณมีนมีอะไรเร่งด่วน ให้ติดต่อผมได้ตลอดเวลาครับ” เกริกบอกต่อพร้อมทั้งยื่นนามบัตรของเขามาให้เธอ 

“ขอบคุณค่ะ” มินตรายื่นมือไปรับนามบัตรพร้อมเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะบอกเขา “ต้องขอตัวก่อนนะคะ ฉันมีประชุมต่อ” 

“เชิญครับ” เกริกค้อมตัวให้เธอพร้อมทั้งผายมือเปิดทางให้ 

มินตราผละมาจากผู้ช่วยของท่านประธานด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เขาส่งคนของเขามาแจ้งเรื่องนั่นนี่กับเธอราวกับว่าเกริกทำงานให้เธอด้วยอย่างนั้นแหละ 

 

หลังประชุมแผนกเสร็จในเวลาเที่ยง มินตราก็ชวนคนในแผนกออกไปกินข้าวด้วยกันกระชับความสัมพันธ์ ซึ่งภาพรรณผู้ช่วยผู้จัดการแนะนำร้านส้มตำที่ตั้งอยู่ในซอยไม่ห่างจากโรงแรมนัก พอเธอตกลง แหววก็จัดการโทรศัพท์ไปจองโต๊ะในทันที จากนั้นคนทั้งหมดก็เดินออกไปด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ มุ่งสู่ร้านส้มตำเป้าหมาย 

ร้านส้มตำที่เจ้าถิ่นแนะนำนั้นเป็นร้านในห้องกระจก ติดเครื่องปรับอากาศ ร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และเมื่อเดินเข้าไปภายในแล้วก็พบว่า นอกจากส่วนที่เป็นห้องกระจกติดแอร์ที่ติดถนนแล้ว ยังมีส่วนด้านนอกที่จัดวางโต๊ะภายในสวนอีกด้วย 

“แหววจองโต๊ะตรงไหนไว้” ภาพรรณหันไปถามคนจองโต๊ะ 

“ในห้องแอร์ค่ะ เดี๋ยวต้องกลับไปทำงาน นั่งข้างนอกไม่น่าจะไหวนะคะ”  

ภาพรรณพยักหน้าให้ พร้อมกับที่พนักงานเดินตรงเข้ามาหา แหววแจ้งว่าจองโต๊ะไว้แล้ว คนทั้งหมดจึงถูกนำไปยังโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปมุมหนึ่ง เป็นโต๊ะยาวที่ถูกนำมาต่อกันสองตัว และเก้าอี้ที่วางอยู่เท่ากับจำนวนคน 

“ดูเมนูกันก่อนนะคะ อาหารอร่อยทุกอย่าง” ภาพรรณบอกกับคนมาใหม่ 

มินตราทรุดตัวลงนั่งพร้อมทั้งวางกระเป๋าบนพื้นพิงขาเก้าอี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาตั้งใจจะหยิบเมนูอาหารมาดู แต่เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้นเสียก่อน จึงต้องก้มลงไปอีกครั้งเพื่อหยิบโทรศัพท์มารับสาย 

ท่านประธาน...คือชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ มินตราเหลือบตามองคนอื่น ๆ อย่างหวาดระแวง เกรงว่าจะมีใครตาไวเห็นชื่อของคนที่กำลังโทร. เข้ามา ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังก้มอ่านเมนูอาหาร ไม่มีใครสนใจเธอ จึงเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย 

“สวัสดีค่ะ” 

“มีน ยังอยู่ในออฟฟิศไหมครับ” ฌานถามมาตามสาย เธอรู้สึกว่าเขาน่าจะกำลังเดินอยู่ด้วย 

“ไม่ค่ะ ออกมากินข้าวกับน้อง ๆ ในแผนก มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“จะโทร. มาบอกว่าผมต้องไปพัทยาน่ะครับ” 

“ค่ะ ผู้ช่วยคุณบอกแล้ว” 

“จริง ๆ อยากกินข้าวกับคุณก่อนไป แต่ไม่มีเวลาเลย เพิ่งออกจากห้องประชุม” 

คำพูดของเขาทำให้มินตรารู้สึกผิด เพราะความต้องการอยากกินข้าวกับเขาไม่มีอยู่ในหัวเลย แถมตอนนี้เธอก็ออกมากินข้าวแล้วด้วย จึงถามเขากลับไปเสียงอ่อย 

“คุณกำลังจะไปกินข้าวเหรอคะ” 

“เปล่าครับ ไม่มีเวลาแล้ว เกริกสั่งข้าวกล่องให้ เดี๋ยวนั่งกินในรถระหว่างเดินทาง ผมต้องไปให้ทันประชุมตอนบ่ายสอง” 

“อ้อ ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” 

“เจอกันวันศุกร์ครับมีน ระหว่างนี้ถ้ามีเรื่องด่วน โทร. แล้วผมไม่รับ โทร. หาเกริกนะครับ” 

“ค่ะ เขาบอกแล้ว” 

“แล้วเจอกันครับมีน คิดถึงนะครับ” เขาว่าแล้ววางสายไป 

บ้าจริง...เขาจะพูดคำสุดท้ายทำไมนะ เพราะมันทำให้เธอหน้าร้อนวูบวาบไปหมด และสีหน้าเธอคงผิดปกติแน่ เพราะตอนนี้มีสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เธอ แต่อาจจะเป็นเพราะยังไม่สนิทกัน ทำให้ไม่มีใครพูดอะไร มีแต่พลอยใสที่นั่งติดเธอที่สะกิดยิก ๆ พอเธอหันไปมอง รุ่นน้องก็เอนตัวเข้ามากระซิบติดหู 

“คุยกับใครอะเจ้ แฟนเหรอ” 

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” เธอแสร้งทำเสียงเคร่ง แต่ไม่กล้าสบตารุ่นน้อง 

“ฮั่นแน่ เจ้แอบมีแฟนนี่ มิน่า...” 

“มิน่าอะไร” 

“มิน่าถึงไม่หวั่นไหวกับท่านประธานสุดหล่อของพลอยใสไง” 

ได้ฟังคำตอบแล้วมินตราก็ได้แต่กลอกตา อยากรู้จริง ๆ ว่า ถ้าพลอยใสรู้ว่าคนที่โทร. เข้ามาคือท่านประธานสุดหล่อของตนเองจะว่าอย่างไร 


เจ้อวดผัวเลยค่า ขอคอมเมนต์เยอะ ๆ หน่อยน้า
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว