ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 หมอนักสืบ 100%

ชื่อตอน : บทที่ 4 หมอนักสืบ 100%

คำค้น : เพลิงรักอสนี ละอองอาย สายฟ้า หมอ NC Nc nc อีโรติก เร่าร้อน ร้อนแรง จูบ ขี้หึง หวง

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 136

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2564 10:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 หมอนักสืบ 100%
แบบอักษร

จังหวะนั้นเองที่มีรถคันกระบะคันใหญ่ พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง ครั้นหญิงสาวหันกลับไปมองก็พบว่ารถคันนั้นจวนเจียนจะถึงตัวเธออยู่รอมร่อ ทว่าความเร็วของรถคันนั้นกลับไม่ลดลงไปเลย

ร่างแบบบางชะงักค้างเหมือนถูกสตาฟ สองขาของเธอไม่ขยับเพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม เธอสัมผัสได้ถึงแรงลมที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าและร่างกาย หัวใจเต้นแรงจนมีจังหวะที่คล้ายจะหยุดเต้นไป ทว่ามือยังคงกระชับกระเป๋าเอาไว้จนแน่น

“ไม่นะ” อารามตกใจ สองตาของหญิงสาวปิดลงเตรียมรับชะตากรรม

ปึก!

แรงกระแทกอย่างหนักทำให้ร่างของเธอกระเด็นไปด้านหลัง ทว่าแทนที่จะเป็นแรงกระแทกที่เกิดจากด้านข้าง เพราะเธอเห็นรถเคลื่อนเข้ามาจากทางด้านขวา เธอกลับสัมผัสได้ว่า ‘บางสิ่ง’ ที่ชนเธอจนกระเด็นนั้น มาจากด้านหน้า และคล้ายว่ามันจะตามติดมากับตัวและทับเธอในจังหวะสุดท้ายที่ร่างกระทบพื้นในที่สุด

จ๊ะจ๋าสัมผัสได้ถึงความร้าวระบมของแผ่นหลังที่กระแทกพื้น ทั้งยังมี ‘ของหนัก’ ทับร่างกายของเธออยู่อีกรอบหนึ่ง ทำให้รู้สึกปวดขบไปทั้งหน้าทั้งหลัง พอลืมตาขึ้นมาก็พบเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคน ที่แนบชิดกับใบหน้าของเธอจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากเนื้อผ้า ปะปนกับกลิ่นของฝุ่นดินที่ฟุ้งตลบจนต้องสำลักออกมาหลายที

“เป็นอะไรไหมครับ?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม เสียงนั้นดังอยู่เหนือศีรษะของเธอในระยะประชิด คงเป็นเพราะตอนนี้เขากำลังคร่อมทับร่างของเธออยู่ อีกทั้งเธอก็เพิ่งสังเกตได้ว่าสองแขนของตัวเองกำลังโอบรัดรอบเอวสอบของเขาเอาไว้จนแน่น

จ๊ะจ๋าอยากจะตอบเขาว่าไม่เป็นไร ทว่าเธอร้าวระบมไปทั่วร่าง และเจ็บจุกจนพูดอะไรไม่ออก เธอมองผ่านลาดไหล่กว้างของเขาไปยังทางเดินดินโล่งๆ เบื้องหน้า ที่เมื่อครู่ตัวเองยืนขาแข็งจนเกือบเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กระบะคันนั้นขับหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แท้ฝุ่นที่ฟุ้งตลบ

ร่างหนักๆ ของใครบางคนที่ทับเธออยู่ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ทำให้หญิงสาวค่อยหายใจหายคอทั่วท้องขึ้นมาบ้าง ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อศอกทั้งสองข้างทำให้จ๊ะจ๋าหลุดครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

“เจ็บตรงไหนครับ?” น้ำเสียงระรื่นหูนั้นถามย้ำ ทำให้จ๊ะจ๋าช้อนสายตาขึ้นมองเจ้าของเสียงที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอเอาไว้

ภาพตรงหน้านับเป็นภาพที่ชวนให้ชะงักค้างและขบขำในคราวเดียวกัน เพราะใบหน้าของชายที่ช่วยชีวิตของเธอนั้นนับเป็นเอกบุรุษที่หาตัวจับได้ยากมากทีเดียว คิ้วดกหนาพาดตัวเฉียงขึ้นรับกับดวงตาคู่คมที่ปลายหางตาสูงกว่าหัวตาเล็กน้อย ทว่าแววตาสุกใสที่น้ำตาลไหม้ของเขามันช่างอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งริมฝีปากยังเป็นกระจับสวยเสียจนเธอยังรู้สึกอิจฉา กระนั้นภาพความงดงามราวภาพสลักหินก็ต้องเปื้อนฝุ่น ทั้งใบหน้าและเสื้อผ้าของเขาคลุกฝุ่นสีน้ำตาลแดงจนดูมอมแมมไปหมด

สายตาของเขาที่มองมาทางเธอก็พิพักพิพ่วนไม่ต่างกัน จ๊ะจ๋าคงเดาว่าเธอที่อยู่เบื้องล่างก็ต้องถูกฝุ่นกลบจนหน้าตาดูตลกและมอมแมมมากกว่าเขาแน่ๆ

“เป็นอะไรมากไหม คุณได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า?” ไม่พูดเปล่า มือของเขายังเคลื่อนขยับสร้างภาษามือช้าๆ ด้วยคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าอาจมีปัญหาด้านการสื่อสาร

“ไม่ค่ะ แต่จุก” จ๊ะจ๋ารีบตอบก่อนเขาจะเข้าใจผิดมากไปกว่านี้ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากดขึงบริเวณหน้าอกที่รู้สึกจุกจนทำให้การพูดเป็นเรื่องยากลำบาก

“ลุกไหวไหมครับ” เขาถามขณะที่ตัวเองเริ่มชันสองขาลุกขึ้นนั่งยองๆ ได้แล้ว

ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นเอื้อมมือมาโอบประคองร่างแบบบางของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะช่วยพยุงร่างของเธอให้ลุกขึ้นจากพื้นดิน ตอนนี้เองที่จ๊ะจ๋าได้เห็นเงาสะท้อนของตนเองจากกระจกของรถที่จอดอยู่ด้านข้าง ไม่ต่างอะไรกับเด็กเล็กที่เล่นมอมแมมจนฝุ่นคลุ้งติดหัวติดตัว

น่าอับอายจริงๆ

“เดินไหวไหมครับ?” เขายังคงไต่ถามและพยายามสำรวจร่างกายใต้ฝุ่นที่กลบหนาของเธอด้วยความห่วงใย

“ไหวค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว ตอนนี้เธออยากจะรีบหนีไปให้เร็วที่สุด สภาพเลอะเทอะมอมแมมอย่างนี้ของเธอไม่ควรถูกใครพบเห็นทั้งนั้น

“ไปนั่งตรงนั้นก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมดูแผลให้” เขาใช้สายตาชี้มองไปทางโต๊ะหินอ่อนในสวนไผ่ด้านหลัง

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก” หญิงสาวบอกปัด อยากจะหลบไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่แล้วสายตาของเธอก็ไปพบเข้ากับหลังมือของเขามีเต็มไปด้วยรอยถลอก คงเกิดจากตอนที่ถลาล้มลงมาพร้อมกัน แล้วมือของเขาช้อนรับร่างของเธอเอาไว้เป็นแน่

“คุณมีแผลด้วยนี่คะ” ไม่พูดเปล่า มือเล็กยังช้อนฝ่ามือของเขาขึ้นมาพิจารณาดูอย่างถือวิสาสะ เท่านั้นไม่พอยังจับแขนแกร่งยืดเหยียดออกมา จนเห็นว่าข้อศอกของเขาก็พบรอยถลอกเหมือนกันทั้งสองข้าง

“เข้าไปทำแผลในโรงพยาบาลไหมคะ เป็นเยอะอยู่นะ” คนเป็นหมอประเมินอาการด้วยความเป็นห่วงระคนรู้สึกผิด ที่อีกฝ่ายต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ

“แผลแค่นี้เองครับ เดี๋ยวผมกลับไปทำที่บ้านก็ได้ เข้าไปข้างในคงอีกนานเลย” ชายหนุ่มตอบกลับมาอย่างไม่เดือดไม่ร้อน ทั้งๆ ที่เลือดของเขากำลังไหลซิบออกจากแผลถลอกปอกเปิกเหล่านั้น

“เดี๋ยวจ๋าทำให้ดีกว่าค่ะ คุณไปรอที่โต๊ะหินอ่อนตัวนั้นนะคะ จ๋ามีชุดทำแผลอยู่ในรถพอดี” เพราะรู้สึกผิดที่เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ จ๊ะจ๋าจึงไม่อาจปล่อยให้เขากลับไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรตอบแทนอีกฝ่ายเลยไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับ แผลนิดเดียว คุณเองก็มีเหมือนกัน” สายตาคู่คมนั้นมองไปยังข้อศอกของเธอที่ก็ได้แผลมาเหมือนกันไม่ต่างไปจากเขาเท่าไรนัก

“ไม่ได้ค่ะ คุณเจ็บตัวเพราะจ๋า ขอให้จ๋าได้ตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีนะคะ” เธอรู้สึกติดหนี้บุญคุณเขาอย่างเหลือล้น เพราะหากไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ไม่แน่ว่าตอนนี้เธออาจจะถูกรถกระบะคันนั้นชนจนแขนขาหัก หรืออย่างร้ายที่สุดคงสิ้นชื่อคาโรงพยาบาลไปแล้วก็ได้

ครั้นเห็นสายตาวิงวอนของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงยอมพยักหน้าตกลง จ๊ะจ๋าจัดแจงให้เขาไปรอที่โต๊ะหินอ่อน ส่วนตัวเองก็รีบไปเอาชุดทำแผลที่อยู่ในรถ เพราะติดนิสัยเตรียมพร้อมเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ครั้นเมื่อกลับมาที่โต๊ะหินอ่อนและได้เห็นเขาภายใต้ร่มเขาของใบไผ่ ทั้งอีกฝ่ายก็คงจะปัดฝุ่นที่ติดตามเนื้อตัวออกไประหว่างรอเธอ จึงทำให้เห็นว่าเขาเป็นคนหน้าตาดีอย่างหาตัวจับยากจริงๆ ทั้งผิวพรรณก็ขาวสะอาดเหมือนคนไม่เคยถูกแดด ขนาดเธอที่ว่าขาวแล้วเมื่อเทียบกับเขาก็ยังดูคล้ำกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ

“คุณยังจุกอยู่ไหมครับ จริงๆ ควรจะเข้าไปตรวจหน่อย กระแทกแรงๆ แบบนั้น ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไรบ้างรึเปล่า” คนที่นั่งรออยู่ก่อนเอ่ยถาม เพราะเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่จดจ้องตนเหมือนต้องมนต์สะกด

ทว่าคนที่เดินผ่านเมื่อได้ยินประโยคนี้ของชายหนุ่ม อีกทั้งมองประเมินสภาพเปื้อนฝุ่นเหมือนเข้าไปคลุกวงในกันมาก็อดจะมองพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ได้

“ไม่จุกแล้วค่ะ ดีขึ้นแล้ว” หญิงสาวว่า ก่อนจะชักสายตากลับมาจากใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน

เจ้าหล่อนรีบนั่งลงและทำการจัดแจงอุปกรณ์ ทว่าเมื่อเห็นว่าที่ฝ่ามือและเนื้อตัวของตนยังเปื้อนฝุ่น ความลังเลที่จะทำแผลให้อีกฝ่ายทั้งแบบนี้จึงเกิดขึ้น เพราะหากทำไปอาจเกิดแผลติดเชื้อเอาได้ง่ายๆ

“ใช้น้ำเกลือล้างก่อนก็ได้ครับ ยื่นมือมาสิ” เหมือนอ่านใจเธอออก เขายื่นทางเลือกให้พร้อมทั้งคว้าขวดน้ำเกลือล้างแผลไปแกะพลาสติกหุ้มออก ก่อนจะเชื้อชวนด้วยสายตาให้หญิงสาวยื่นมือออกมา

จ๊ะจ๋าก็ทำตามอย่างว่าง่าย ทว่าเขาไม่ได้ล้างแค่มือของเธอ เขายังฉีดรดเลยไปถึงข้อศอกทั้งสองข้างที่เป็นแผลถลอกของเธอด้วย

“แสบหน่อยนะครับ” เพราะเห็นแขนเล็กสะดุ้งและทำท่าจะหดหนี คนตัวสูงจึงกล่าวปลอบเสียงเบาแต่กระนั้นก็ยังไม่หยุดฉีด จนทั้งมือและแขนของเธอสะอาดเอี่ยมอ่อง ถึงได้ยอมหันไปล้างมือของตนเองอีกด้านหนึ่ง ปล่อยให้จ๊ะจ๋าได้จัดเตรียมชุดทำแผลได้สะดวก

“รถคันนั้นก็แปลกนะคะ ทั้งๆ ที่เป็นทางเลี้ยวแท้ๆ” จ๊ะจ๋าย้อนนึกแล้วก็อดจะสงสัยไม่ได้ ตรงที่เธอยืนอยู่นั้นเป็นทางโค้งเลี้ยวออกไปนอกลานจอดรถ ทว่ากระบะคันนั้นพุ่งเข้ามาอย่างแรงเหมือนจะไม่เลี้ยวไปตามทาง

“นั่นสิครับ” ชายหนุ่มตอบรับอย่างเห็นด้วย เพราะเขาคือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ต้น

“คุณควรไปแจ้งความนะครับ” เขาสำทับอีกที ขณะที่เธอกำลังคีบก้อนสำลีชุบแอลกอฮอล์

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เค้าคงมีธุระก็เลยรีบจนไม่ทันมอง” จ๊ะจ๋าตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดรอบแผลให้เขาอย่างเบามือ

ชายหนุ่มเงียบไป เพราะความกังวลในตอนนี้กำลังมุ่งตรงไปที่การทำแผลของหญิงสาว แม้เธอจะมือเบาเหมือนแมว แต่เขาก็อดจะมองตามทุกการเคลื่อนขยับอย่างระมัดระวังไม่ได้ จ๊ะจ๋าเองก็สังเกตได้ว่าตนเองกำลังถูกจับจ้อง จึงไม่กล้าทำผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เธอตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างบรรจงที่สุด จนถึงตอนปิดปลาสเตอร์

“ระวังอย่าเพิ่งโดนน้ำนะคะ” ไม่วายให้คำแนะนำหลังรักษาด้วยความเคยชิน

“ยื่นแขนคุณมาสิครับ เดี๋ยวผมทำให้” อีกฝ่ายว่า พร้อมทั้งคว้าชุดทำแผลอีกอันออกมาเปิดฉีกออกอย่างไม่รอคำยินยอมจากอีกฝ่าย

จ๊ะจ๋าที่เห็นว่าเขาเปิดชุดทำแผลแล้วก็คร้านจะปฏิเสธ ยอมให้อีกฝ่ายทำแผลที่ข้อศอกทั้งสองข้างอย่างว่าง่าย ไม่ปริปากหรือชักแขนหนีถึงมันจะแสบมากในตอนใส่ยาก็ตามที

“เรียบร้อยครับ” เขาว่าขณะปิดปลาสเตอร์ให้เธอเป็นที่เรียบร้อย

“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ที่ช่วยจ๋าเอาไว้ แล้วก็สำหรับนี่ด้วย” เธอยกข้อศอกข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย สายตามองไปทางเขาด้วยความซาบซึ้งจากใจจริง

“ครับ ขอบคุณสำหรับนี่เหมือนกันนะครับ ผมต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว พอดีมีธุระต้องไปทำอีกหลายที่” ชายหนุ่มชี้ไปที่หลังมือที่ถูกปลาสเตอร์พันเอาไว้หลายแผล ก่อนจะขยับตัวลุกพร้อมกับรวบเอาชุดทำแผลที่ใช้แล้วเอาไว้ในมือ

“เดี๋ยวจ๋าเอาไปทิ้งเองก็ได้ค่ะ” จ๊ะจ๋าคว้าถุงพลาสติกบนโต๊ะกางออก หมายจะให้อีกฝ่ายหย่อนขยะในมือลงมา และเขาก็ทำตามอย่างที่เธอคิด ทว่าในตอนท้ายเป็นเขาที่คว้าเอาหูของถุงพลาสติกไปถือเสียเอง

“รถผมจอดอยู่ข้างถังขยะพอดีครับ ขับรถกลับดีๆ นะครับ” ชายหนุ่มกล่าวอวยพรก่อนจะเดินจากไป ทว่าทางเดินของเขา มันก็คือทางเดินกลับไปที่รถของเธอเหมือนกัน จ๊ะจ๋าจึงเร่งเดินตามไปด้วยความรู้สึกติดค้างที่ยังไม่จางหาย

เขาทิ้งขยะลงถังขยะลงไปแล้ว ครั้นหันกายกลับมาตั้งท่าจะเดินไปขึ้นรถ ก็พบเขากับร่างแบบบางที่กำลังยืนอยู่ไม่ห่างจากกันมากนัก หัวคิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงถาม สายตาก็มองประเมินร่างบางไปด้วยว่าตรงไหนบาดเจ็บอีกหรือไม่ ก่อนจะได้รับคำตอบเมื่อคนตัวเล็กตรงหน้าชี้ไปที่รถยุโรปซึ่งจอดอยู่อีกข้างของถังขยะ

“รถจ๋าก็จอดอยู่ข้างถังขยะเหมือนกันค่ะ” เธอว่า ก่อนจะกดปลดล็อกรถแล้วเดินไปที่ข้างประตูฝั่งคนขับ

“ครับ ขับรถดีๆ นะครับ” อีกฝ่ายหยุดยืนพลางส่งยิ้มอำลา เขาไม่มีทีท่าจะสานสัมพันธ์ใดๆ เพียงแต่ยืนนิ่งๆ รอให้เธอเข้ารถไปอย่างสุภาพบุรุษผู้หนึ่งเท่านั้น

มือเล็กคว้าไปเปิดประตูด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เขาต่างจากทุกคนที่พยายามจะขอช่องทางติดต่อ หรืออย่างน้อยก็นัดทานข้าวเพื่อขอบคุณ

ทว่า คนที่ต้องขอบคุณเขาคือเธอนี่นา!

“คุณคะ จะว่าอะไรไหมถ้าจ๋าอยากขอเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการขอบคุณเรื่องเมื่อกี้” เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นสาวสายรุกเสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินี่นา ในเมื่อเขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ก็ควรแล้วที่เธอจะตอบแทนเป็นทบเท่าพันทวี

ริมฝีปากกระจับของเขาระบายกว้างขึ้นกว่าเก่า ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาเป็นการปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรครับคุณจ๋า” น้ำเสียงนั้นไม่ใช่การตัดเยื่อใย ทว่าก็ไม่ได้มีการสานสัมพันธ์ใดที่มากไปกว่าคนบังเอิญเจอทั่วๆ ไป

“จ๋าไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะ ทำให้คุณเจ็บตัวอย่างนี้ ขนาดชื่อคุณก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ” หญิงสาวรู้สึกขอบคุณฝุ่นหนาที่ปกคลุมอยู่บนใบหน้าของเธอ ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นว่าสองข้างแก้มมันแดงจนไม่รู้จะแดงยังไง

เธอกำลังทำเรื่องน่าอายที่ตลอดชีวิตยังไม่เคยทำแม้สักครั้งเดียว ทอดสะพานก็แล้วแต่อีกฝ่ายไม่ยอมข้าม จนถึงขนาดหลอกถามชื่อกันซื่อๆ

ถ้าเขาไม่ตอบเธอจะหนีไปให้ไกลสุดล่าฟ้าเขียว แล้วจะมุดแทรกแผ่นดินให้รู้แล้วรู้รอด!

“ผมชื่อสายฟ้าครับ”

 

---------------------------------------------------

 

เค้าเจอกันแล้วเจ้าข้าาาาา จบบทสี่พอดี เจอกันทีในสภาพคลุกฝุ่น นี่มันพระเอกนางเอกหรือเปล่าคะเนี่ย เรื่องนี้แทบจะไม่ใช่นิยายรักแล้ว แทบจะเป็นฆาตกรรมปนขบขำเรื่องหนึ่ง ><

ทุกตัวละครและทุกบทบรรยายเกิดขึ้นจากจินตนาการของไรท์นะคะ ไรท์พยายามสืบค้นข้อมูลและแต่งนิยายเรื่องนี้พนพื้นฐานความเป็นจริงให้มากที่สุด แต่หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ผิดพลาด หรือต่างจากหลักความเป็นจริงไปบ้าง ไรท์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

แต่ทุกท่านยังสามารถชี้แจ้งเพื่อให้ไรท์ทราบ และปรับปรุงในงานเขียนตอนต่อๆไปได้ ผ่านการคอมเม้นต์นะฮะ เข้ามาติชมได้เต็มที่เลยค๊าา พร้อมรับฟังและปรับปรุงค่ะ รักแหละ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว