ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 หมอนักสืบ 75%

ชื่อตอน : บทที่ 4 หมอนักสืบ 75%

คำค้น : เพลิงรักอสนี ละอองอาย สายฟ้า หมอ NC Nc nc อีโรติก เร่าร้อน ร้อนแรง จูบ ขี้หึง หวง

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 151

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2564 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 หมอนักสืบ 75%
แบบอักษร

โรงพยาบาลจังหวัดนั้นมีความหนาแน่นของผู้รับบริการ มากกว่าโรงพยาบาลของเธอ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนอยู่หลายเท่า จ๊ะจ๋าวนหาที่จอดรถอยู่หลายรอบ กว่าจะได้จอดที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งเธอต้องเบียดรถเข้าไปในซอกแคบข้างถังขยะ ไม่เช่นนั้นวันนี้จนเที่ยงเธอก็อาจจะยังหาที่จอดรถไม่ได้ 

ผู้คนเดินขวักไขว่เพราะเป็นวันแรกของสัปดาห์ ผู้ป่วยมารอรับการตรวจและมาตามนัดกันจนแทบจะล้นโรงพยาบาล จ๊ะจ๋าโทรหาชายหนุ่มให้ออกมารับ โดยไม่ลืมแวะซื้อกาแฟเย็นแก้วใหญ่ไว้คอยท่า 

บรรยากาศคึกคักของโรงพยาบาลรัฐชวนให้เธอนึกย้อนไปเมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษา การทำงานใต้ความกดดัน การเตรียมความพร้อมอย่างหนักเพราะไม่รู้ว่าแต่ละวันจะเจอเคสอะไร หรือเจออาจารย์คนไหน ทุกอย่างที่บีบคั้นจนทำให้เสียน้ำตาหลังลงเวร ประสบการณ์ที่เมื่อนึกย้อนไปก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก ที่ผ่านสถานการณ์เช่นนั้นมาได้ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอรู้สึกว่ามันหนักมาก หนักจนแทบจะผ่านมันไปไม่ได้ด้วยซ้ำ 

“รอนานไหมครับ?” เสียงทุ้มของชายหนุ่ม ดึงสายตาหวานให้หันกลับไปทางต้นเสียง ก่อนจะพบเข้ากับร่างสูงกำยำของบู๊ซ ที่ยืนยิ้มจนตายิบหยีอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ 

“ไม่นานเลยค่ะ จ๋าเพิ่งมาถึง คนเยอะจังเลยนะคะ บู๊ซคงงานยุ่งมากแน่ๆ จ๋ามากวนรึเปล่าคะ?” พูดพลางส่งแก้วกาแฟให้อีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม ถึงเธอจะมากวนจริง นาทีนี้ก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเธอแน่ๆ 

“ขอบคุณครับ ผมไม่ยุ่งหรอก ไม่ค่อยได้ทำงานกับคนไข้เท่าไร” มือหนารับเอาแก้วกาแฟไปถือ ก่อนจะฉีกยิ้มจนดวงตาชั้นเดียวของเขายิบหยีอีกครั้ง 

“น่าสนใจอยู่นะคะ ไม่ต้องทำงานกับคนไข้ ไม่เสี่ยงกับคอมเพลนท์” 

“ไม่หรอกครับ โรงพยาบาลรัฐก็ไม่ค่อยมีคอมเพลนท์เยอะนักหรอก หมอจ๋าอยู่โรงพยาบาลเอกชน คนไข้เค้าก็คงจะหวังการบริการที่สูง เลยต้องระวังเรื่องคอมเพลนท์ แต่กับโรงพยาบาลรัฐที่มารับการรักษาตามสิทธิ์ คนไข้ได้เจอหมอก็ดีใจแล้วครับ แต่ก็มีบ้างนะครับ ส่วนมากจะเป็นเรื่องความล่าช้าที่ก็ไม่รู้จะแก้ไขกันยังไง คนไข้ก็เยอะอย่างนี้ทุกวัน” คำพูดของชายหนุ่มไม่เกินจริงนัก เพราะแถวรอซักประวัติยาวจนล้นออกมานอกอาคาร 

จ๊ะจ๋ามองดูแถวแล้วรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก คนไข้หลายคนเป็นผู้สูงอายุที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยพยุงบ้างก็นั่งรถเข็นรออยู่นอกตึกกลางแดดร้อน หากเหตุการณ์นี้เกิดกับที่โรงพยาบาลของเธอ คนไข้คงยื่นเรื่องคอมเพลนท์จนรับเรื่องกันไม่หวาดไม่ไหว 

การเข้าถึงบริการที่ดี ยังถูกขีดเส้นเอาไว้ด้วยเรื่องค่าใช้จ่าย หากอยากได้รับบริการที่ดีและรวดเร็ว ก็ต้องมีเงินมากพอที่จะเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลเอกชน แต่กับประชาชนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ การเป็นอยู่ที่ต้องจำกัดจำเขี่ยในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ก็ไม่ได้มีโอกาสเลือกมากขนาดนั้น 

“ไปที่ห้องทำงานผมดีกว่าไหมครับ ตรงนี้ร้อน” ชายหนุ่มเอ่ยชวน เพราะสังเกตแววเศร้าในดวงตาของหญิงสาวได้ 

“ค่ะ” จ๊ะจ๋าตอบรับเสียงเรียบ ก่อนจะชักสายตากลับจากภาพที่ชวนให้สลดใจนั้น แล้วเดินตามชายหนุ่มไปตามทางเดินยาวที่ทอดตัวเข้าไปยังตึกที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังของโรงพยาบาล 

“ร่มรื่นดีนะคะ” จ๊ะจ๋ามองดูสุมทุมพุ่มไม้ที่กิ่งโน้มลงมาเบียดบังอาคารไปกว่าครึ่ง แล้วไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบให้ดูซอฟท์ไปกว่านี้ 

“เออ ครับ คนสวนเค้ากลัวกันน่ะครับ ก็เลยไม่ค่อยได้มาทางนี้ พี่พิศุทธิ์หัวหน้าฝ่ายก็ชอบความร่มรื่นน่ะครับ เขาเลยไม่ได้ตามคนสวนมาตัดลิดกิ่ง บอกว่าดีเสียอีก บังแดด” คนเล่ายังหลุดขำหัวหน้าตัวเอง มีหรือคนฟังจะทนไหว จ๊ะจ๋าหลุดหัวเราะขณะอีกฝ่ายพาเข้าไปด้านในตึก 

“อย่างนี้แหละครับ พี่เค้าเป็นคนคิดบวก” 

“ค่ะ จ๋าก็ว่าอย่างนั้น” จ๊ะจ๋าสำทับคำพูดของชายหนุ่มด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม แม้ในใจจะแอบคิดว่าปล่อยให้ต้นไม้รกครึ้มอย่างนี้ คนก็ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ แต่ก็อย่างว่าแหละ ‘บังแดดดี!’ 

“เสียดายวันนี้พี่เค้าติดแขกครับ ไม่อย่างนั้นผมจะพาหมอจ๋าไปทำความรู้จัก พี่เค้าใจดีครับ” ชายหนุ่มรับบทพิธีกรหนุ่มนักชวนคุย และจ๊ะจ๋าเองก็ยังคงตอบรับด้วยรอยยิ้มเป็นรางวัลให้เขาเรื่อยๆ จนอีกฝ่ายเปิดประตูห้องพักของตัวเอง ก็เดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย 

“ไว้โอกาสหน้าก็ได้ค่ะ ว่าแต่ก่อนหน้านี้ร่างของหมอสุริยะถูกส่งมาที่นี่ใช่ไหมคะ?” ทันทีที่เข้ามาถึงในห้อง หญิงสาวก็เริ่มเข้าถึงประเด็นหลักที่ทำให้เธอมาเจอเขาในวันนี้ 

รอยยิ้มในหน้าของหมอหนุ่มจางลงไปเล็กน้อย ก่อนมุมปากของเขาจะกระตุกยิ้มอย่างฝืนๆ อีกครั้ง 

“ใช่ครับ พี่พิศุทธิ์เป็นคนชันสูตร ตอนนี้ก็สรุปผลไปแล้ว แต่เหมือนทางตำรวจจะไม่เห็นด้วย เชิญนั่งได้เลยครับ” ชายหนุ่มผายมือให้หญิงสาวไปทางโซฟารับแขก ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งนำอีกฝ่าย 

“อ๋อ อย่างนี้เอง” หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่ว ก่อนจะนั่งบนโซฟาในตำแหน่งตรงกันข้ามกับหมอชันสูตรหนุ่ม 

“หมอจ๋ามาเพราะเรื่องนี้ใช่ไหมครับ?” คำถามของอีกฝ่ายเหมือนหมัดฮุคที่กระแทกตรงลิ้นปี่ เล่นเอาจ๊ะจ๋าจุกจนตั้งตัวไม่ทัน 

“ใช่ค่ะ... จ๋านับถือคุณอาเหมือนคนในครอบครัว พอเกิดเรื่องอย่างนี้... บู๊ซเข้าใจจ๋าใช่ไหมคะ?” สายตาวิงวอนนั้นจ้องมองไปทางเขาด้วยความสัตย์ซื่อ ไม่มีเรื่องอะไรให้เธอต้องปิดบังอีกแล้ว เพราะจุดประสงค์ก็โดนเข้าเปิดโปงไปจนสิ้น 

“แฟ้มสรุปอยู่กับพี่พิศุทธิ์ครับ” อีกฝ่ายตอบด้วยประโยคที่ทำให้จ๊ะจ๋าไหล่ตก ดวงตานั้นฉายชัดถึงความผิดหวัง 

“แต่ผมพอจะเปิดผลจากแล็บที่ส่งมาได้... ถ้าหมอจ๋าต้องการ” เพราะเห็นสภาพของกระต่ายแสนซนเศร้าสลดไปในพริบตา หัวใจชายชาตรีมีหรือจะทนทานรับได้ไหว หมอหนุ่มรีบกล่าวประโยคที่ปลุกรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง และมันเป็นรอยยิ้มที่บาดใจเสียจนเขาเผลอยิ้มตามอย่างโง่งม 

“จริงเหรอคะบู๊ซ อย่างนั้นก็ดีมากเลยค่ะ” 

เขาแพ้ให้เธออย่างราบคาบ แพ้ขนาดที่ยื่นผลแล็บให้อีกฝ่าย ทั้งยังเดินไปส่งเธอที่หน้าตึกด้วยความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังหลุดลอยจากเขาไปในไม่ช้านี้แล้ว 

“ขอบคุณบู๊ซมากนะคะ ไว้วันหลังเราไปทานข้าวกันนะ” ริมฝีปากกระจับนั้นระบายยิ้มกว้าง ขณะกำลังจะแยกจากกันที่หน้าตึก 

“หมอจ๋าว่างวันไหนบอกได้เลยนะครับ ผมจะเคลียร์คิวให้” ชายหนุ่มบอกพร้อมรอยยิ้มที่จืดเจื่อนไม่เหมือนคราแรกที่ได้พบกัน 

“ได้ค่ะ งั้นจ๋าไม่กวนแล้วค่ะ กลับก่อนนะคะ” ไม่พูดเปล่า มือเล็กยกขึ้นโบกอำลาก่อนจะหันหลังกลับไปพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงประดับค้างอยู่บนใบหน้า มือกระชับกระเป๋าที่มีผลแล็บของร่างหมอสุริยะอยู่ ดีใจกับความสำเร็จก้าวแรกของการเป็น ‘หมอนักสืบ’ ของตัวเอง 

ร่างแบบบางเดินไปตามทางเดินยาวที่เชื่อมต่อไปยังอาคารต่างๆ เธอเดินหลงไปที่ร้านกาแฟเพราะจำทางไม่ได้ ก่อนจะเดินกลับไปตามทางเดินอีกครั้ง และพยายามจะนึกถึงจุดแยกที่เธอพาเธอเดินกลับไปยังจุดจอดรถ กว่าจะเจอก็ทำเอาเธอเดินวนอยู่เกือบรอบโรงพยาบาล 

“อยู่นี่เอง!” ครั้นเห็นต้นไม้และถังขยะที่เธอจอดรถเบียดเอาไว้ หมอสาวก็ร้องอุทานด้วยความดีใจ สองขาก็ก้าวเดินตรงไปอย่างไม่ทันระวัง 

จังหวะนั้นเองที่มีรถคันกระบะคันใหญ่ พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง ครั้นหญิงสาวหันกลับไปมองก็พบว่ารถคันนั้นจวนเจียนจะถึงตัวเธออยู่รอมร่อ ทว่าความเร็วของรถคันนั้นกลับไม่ลดลงไปเลย 

ร่างแบบบางชะงักค้างเหมือนถูกสตาฟ สองขาของเธอไม่ขยับเพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม เธอสัมผัสได้ถึงแรงลมที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าและร่างกาย หัวใจเต้นแรงจนมีจังหวะที่คล้ายจะหยุดเต้นไป ทว่ามือยังคงกระชับกระเป๋าเอาไว้จนแน่น 

“ไม่นะ” 

 

------------------------------------------------ 

จ๊ะจ๋าขาแข็ง แต่ไรท์ขาอ่อนตาเปลี้ยแล้วค๊าาา คืนนี้มาครบสองแล้ว น่ารักขนาดนี้ไม่ให้ใจไหวเหรอคะ >< อ้อนๆ 

เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้นะคะ สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่าา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว