ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 หมอนักสืบ 50%

ชื่อตอน : บทที่ 4 หมอนักสืบ 50%

คำค้น : เพลิงรักอสนี ละอองอาย สายฟ้า หมอ NC Nc nc อีโรติก เร่าร้อน ร้อนแรง จูบ ขี้หึง หวง

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 149

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2564 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 หมอนักสืบ 50%
แบบอักษร

พื้นศิลาแลงถูกทำความสะอาดจนไร้ซึ่งร่องรอยของหยาดเลือดที่เคยสาดกระเซ็น แล้วถูกเติมเต็มด้วยดอกกุหลาบสีขาวและเทียนไขจากคนที่ร่วมไว้อาลัย ส่งกลิ่นหอมรำไรกลบกลิ่นคาวเลือดไปจนสิ้น 

สายลมเอื่อยๆ พัดโชยมาจากช่องทางลมระหว่างตึก หอบเอาความรู้สึกว้าเหว่มาถึงผู้ที่ต้องกระแสลมนั้น คล้ายที่ต้นลมจะมีความเปลี่ยวเหงาอย่างสุดซึ้ง จึงทำให้กระแสลมนั้นเศร้าสร้อยไปด้วย 

“เป็นอะไรไปเหรอ?” เสียงของนิภาดา ฉุดจิตใจที่ล่องลอยไปตามกระแสลมของจ๊ะจ๋าให้กลับคืนมา 

เธอหันมองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างกัน ซึ่งกำลังมองมาทางเธอด้วยความสงสัย หญิงสาวจึงส่ายหน้าเล็กน้อยให้คำตอบอีกฝ่าย ก่อนจะกระชับช่อดอกลิลลี่สีขาวพิศุทธิ์ในมือให้มั่น แล้วหันไปที่ทางเดินซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้และแสงสว่างรำไรของเทียนไข ที่แม้จะถูกจุดในยามแสงอาทิตย์สาดส่อง ก็ยังดูงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ 

“รีบไปเถอะ” นิภาดาหันมาบอก ก่อนจะออกตัวเดินนำไปก่อน 

จ๊ะจ๋ามองดูร่างของเพื่อนที่เดินนำเข้าไป ก่อนจะตัดสินใจเดินตามหลังอีกฝ่ายไปติดๆ ทว่ายิ่งเข้าใกล้บริเวณนั้นมากเท่าไร ความเปลี่ยวเหงาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปเท่านั้น ยิ่งได้เห็นที่กลางของมวลดอกไม้ มีกรอบรูปอันเล็กๆ ตั้งอยู่ และในกรอบรูปนั้นบรรจุภาพถ่ายของนายแพทย์ที่เคยทักทายอย่างใจดี มวลน้ำตาก็เอ่อล้นมาคลอหน่วยอย่างต้านทานไม่อยู่ 

“ขอให้หมอสุไปสู่สุคตินะคะ” เสียงของเพื่อนที่หยุดยืนอยู่ข้างๆ กันดังราวกระซิบ ก่อนที่อีกฝ่ายจะวางกุหลาบขาวช่อเล็กลงที่พื้น รวมกับดอกไม้ช่ออื่นๆ ที่ถูกวางไว้อาลัยเอาไว้ก่อนหน้านี้ 

หยดน้ำตาที่เอ่อคลอนั้นค่อยๆ ไหลรินลงมาที่ข้างแก้มสาว จ๊ะจ่ารีบยกมือขึ้นปาดมันก่อนที่เพื่อนจะทันสังเกตเห็น จากนั้นจึงคุกเข่าลงกับก้อนศิลา วางช่อดอกไม้สีขาวที่เตรียมมาลงที่ข้างรูป ทันทีที่ฝ่ามือต้องสัมผัสกับก้อนศิลาแลงอย่างไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงกระแสบางอย่างที่ส่งผ่านกลับมา เป็นความอบอุ่นเหมือนอย่างที่เธอเคยได้รับยามพบหน้า... 

“คุณอา...” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะชักมือกลับมาช้าๆ ความรู้สึกเมื่อครู่ยังคงเด่นชัด เธอมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง 

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา จ๊ะจ๋าเชื่อในวิทยาศาสตร์ เธอเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ จับจ้องได้ ทว่าความอบอุ่นเมื่อครู่ที่แล่นจากก้อนศิลาแลงมายังฝ่ามือของเธอ กระแสสัมผัสที่หาที่มาที่ไปไม่ได้นี้ กำลังลบล้างหลักการของวิทยาศาสตร์ที่เธอเชื่อถือ 

โลกหลังความตาย... เรื่องที่พูดถึงกันอย่างยาวนาน ทว่าหาทางพิสูจน์ไม่ได้ เพราะคนที่ข้ามเส้นผ่านความตายไปแล้วไม่เคยกลับมาบอกว่ามันเป็นเช่นไร 

จ๊ะจ๋าเองทำงานที่เกี่ยวพันกับชีวิตคนและสัมผัสกับความตายมานักต่อนัก หลายครั้งที่ยื้อความตายเอาไว้ด้วยสองมือของตนเอง บ่อยครั้งที่ทำได้สำเร็จ และมีบางครั้งที่ทำไม่สำเร็จ แต่กระนั้นก็ไม่เคยถูกคอมเพลนท์จากผู้ป่วยที่เธอยื้อชีวิตเอาไว้ไม่ได้เลยสักราย พวกเขาจากไปอย่างสงบ 

ทว่าสัมผัสเมื่อครู่... หรือหมอสุริยะต้องการจะสื่อสารบางอย่างกับเธอ? 

จ๊ะจ๋ามองลึกเข้าไปในภาพถ่ายของหมอสุริยะที่ถูกตั้งเอาไว้ แววยิ้มในดวงตาของเขาไม่เคยเสื่อมคลายไปจากความเอื้ออารี และอาจเป็นเพราะสิ่งนี้จึงทำให้เธอไม่รู้สึกกลัวสักนิด ที่จะสัมผัสได้ถึง ‘พลังงานบางอย่าง’ ของเขา 

คุณอาไม่มีวันทำร้ายเธอ... 

หญิงสาวค่อยๆ ประคองสองฝ่ามือพนมก้มลงกราบ ปล่อยหยดน้ำตาให้ไหลเพราะรู้สึกอาลัยต่อการจากไปของเขาเหลือเกิน ไหล่บางสั่นเทาตามแรงสะอื้น ทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้รับการปลอบประโลมจากบางคน 

“จ๋าขอให้คุณอาไม่เจ็บไปปวดนะคะ ขอให้อยู่ในที่ดีๆ ... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณอาเคยมอบให้จ๋า ทั้งความเอ็นดูและโอกาส จ๋าสัญญาว่าจะหาความจริงของเรื่องนี้ให้ได้ค่ะ คุณอาวางใจนะคะ อย่าห่วงอะไร” หมอสาวกล่าวกับพื้นที่เคยรองรับร่างของหมอสุริยะเอาไว้ มอบคำมั่นกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพยุงกายลุกยืนหยัดอย่างมั่นคงด้วยการยื่นมือช่วยเหลือของเพื่อน 

จำนวนดอกไม้และแท่งเทียนบอกถึงความอาลัยรักที่มีต่อการจากไปในครั้งนี้ 

ร่างกายนั้นสูญสลาย ทว่าความดีนั้นจะยังคงอยู่ในใจของคนทุกผู้ 

“สู่สุคตินะคะคุณอา” 

หมอสาวทั้งสองคนพากันเดินออกมาจากตรอกนั้นพร้อมๆ กัน ครั้นออกมาถึงโถงใหญ่ของโรงพยาบาล สายตาหลายคู่ก็มองมาทางศัลยแพทย์สาวที่ตกเป็นประเด็น ที่เพิ่งจะเข้าไปแสดงความไว้อาลัยกับการจากไปของหมอสุริยะ ทั้งๆ ที่เรื่องก็ผ่านมาเกือบสามวันแล้ว 

จ๊ะจ๋าสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีเหล่านั้น ทว่าเธอไม่เก็บมาใส่ใจ คนที่ร้อนเห็นจะเป็นนิภาดา ที่จ้องเขม็งกลับไปทางคนมอง เล่นเอาพวกนั้นเสมองไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจพวกเธอแทน 

“รีบไปเถอะจ๋า” ไม่พูดเปล่า มือนั้นยังคล้องแขนเพื่อนแล้วกึ่งพากึ่งลากร่างระหงของจ๊ะจ๋าให้เดินตามเธอออกไปจากตรงนี้ 

“คนพวกนั้นก็เหลือเกินนะ เรื่องเป็นมายังไงก็ยังไม่ชัด แต่จะมาปักใจคิดว่าเกี่ยวกับจ๋าอยู่ได้!” นิภาดาเดือดจัด เพราะเธอได้ยินเรื่องนี้ผ่านๆ มาหลายครั้ง และยิ่งนานวันเขากระแสข่าวยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ 

ถึงขนาดว่าจ๊ะจ๋าเป็น ‘เด็กเลี้ยง’ ของหมอสุริยะด้วยซ้ำ 

“เค้ามีปากก็พูดกันไป เราไม่เก็บมาใส่ใจซะอย่างน่ะนิ” ทว่าคนที่ถูกกล่าวหากลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำเหมือนเรื่องแรงๆ ที่คนกำลังพูดกันอยู่นั้นไม่ได้หมายถึงตัวเอง 

“แต่ปากคนนี่แหละ ที่ฆ่าคนมานักต่อนัก จ๋าน่าจะฟ้องหมิ่นประมาทซะให้หมด จะได้เข็ดหลาบกันบ้าง พวกปากหอยปากปู” นิภาดาโกรธแทนเพื่อน ยิ่งอีกฝ่ายไม่แสดงทีท่าขึงขุ่นเธอก็ยิ่งโกรธแทนอีกเป็นเท่าตัว 

“หมายศาลปิดปากคนได้ แต่ปิดความคิดคนไม่ได้หรอก ถ้าเราไปตามฟ้อง เค้าก็จะคิดกันไปอีกว่าเรื่องที่พูดเป็นความจริง อีกอย่าง ก็คนกันเองทั้งนั้น ทำงานที่เดียวกัน เดี๋ยวก็ต้องพึ่งพากันสักวัน คิดมากไปก็เท่านั้นแหละ” จ๊ะจ๋ายังคงยืนกรานที่จะมองข้ามเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ ถึงแม้ผลกระทบของข่าวลือ จะทำให้คนอื่นๆ ที่ได้ยิน มองเธอในทางเสียหายก็ตามที 

“สาธุค่ะ นี่เพิ่งรู้ว่าหลงคบอยู่กับแม่พระ เชื่อเค้าเลย!” นิภาดายกมือขึ้นไหว้เหนือหัวอย่างล้อเลียน ทั้งยังอยากบิดเนื้อเพื่อนให้เขียวในคราวเดียวกัน แต่ก็ทำไม่ลง 

“เชื่อก็ดีแล้ว ว่าแต่ ผู้กองพิชวุฒิสืบคดีไปถึงไหนแล้ว คืบหน้าบ้างไหม?” เมื่อเดินมาถึงจุดปลอดคน จ๊ะจ๋าจึงเอ่ยถามถึงเรื่องคดีความกับแฟนของนายตำรวจผู้รับผิดชอบคดี 

“พิชกำลังปวดหัวอยู่เลย หมอที่ชันสูตรสรุปผลให้เป็นการฆ่าตัวตาย เพราะเจอยาซึมเศร้ากับยานอนหลับในร่างกาย แล้วพอไปค้นที่บ้าน ก็พบยาสองตัวนี่อยู่จริงๆ” นิภาดาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับมองไปยังใบหน้าของเพื่อนด้วยความรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก 

หากคดีนี้ถูกสรุปว่าคือการฆ่าตัวตาย คำติฉินนินทาที่เกี่ยวกับเพื่อนของเธอในตอนนี้ จะได้รับแรงเสริมอย่างมหาศาล และจะทำให้เพื่อนของเธอถูกตราหน้าว่าทำให้หมอสุริยะต้องตายอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

“เราว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ” จ๊ะจ๋ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะทุกอย่างมันพอเหมาะพอเจาะไปหมด 

“พูดเหมือนพิชเลย พิชบอกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ ทุกอย่างมันลงตัวเหมือนมีคนจัดฉาก” นิภาดาพูดสิ่งที่ได้ฟังมาจากแฟนหนุ่ม คำที่ว่าข่าวลับราชการหลุดจากแม่บ้านคงไม่ผิดนัก 

จ๊ะจ๋าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทุกอย่างลงตัวจนน่าสงสัย ว่ามีใครบางคนจงใจจัดฉากเรื่องนี้ 

“เราจะยอมให้เรื่องนี้โดนสรุปเป็นการฆ่าตัวตายไม่ได้” นิภาดาตั้งปณิธาน ด้วยความรู้สึกห่วงเพื่อนอย่างแรงกล้า 

“นิรู้ไหมว่าคุณอา... ถูกชันสูตรที่ไหน?” 

“รู้ๆ โรงพยาบาลจังหวัด แต่เราไม่รู้ว่าหมอคนไหนเป็นคนชันสูตรนะ” นิภาดาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทุกอย่างที่เธอรู้ เธอพร้อมจะบอกเพื่อนทั้งหมด 

“แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ เราพอจะรู้จักคนที่ทำงานชันสูตรที่นั่นอยู่ คงขอความช่วยเหลือจากเค้าได้ไม่ยาก” รายชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของจ๊ะจ๋า เธอนึกดีใจที่ไม่ได้ตัดไมตรีเขาไปเพียงเพราะอีกฝ่ายไม่ตรงสเปค 

“แต่วันนี้เรามีผ่าตัดน่ะสิ” นิภาดาโอดครวญ ใจอยากช่วยไขคดีนี้จนสุดทาง 

“ไม่เป็นไร เราไปคนเดียวได้ ถ้าไปหลายคน... คนที่เราไปขอให้ช่วยก็คงลำบากใจ ไว้ได้เรื่องยังไงแล้วเราจะมาบอก” จ๊ะจ๋าว่าก่อนจะยื่นมือไปแตะบ่าเพื่อนเบาๆ เป็นการบอกว่าเธอรับมือกับเรื่องนี้ได้สบายๆ 

“ระวังตัวด้วยนะ ถ้าเรื่องนี้เป็นการจัดฉาก ก็ต้องอันตรายแน่ๆ เราไม่อยากให้จ๋าไปคนเดียวเลย” นิภาดารู้สึกเป็นห่วงเพื่อนอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าอันตรายมันอยู่ใกล้ตัวจนแทบจะหายใจรดต้นคอกันอย่างไรอย่างนั้น 

“ไม่มีอะไรหรอกนิ แค่ไปดูบางอย่างเท่านั้น อีกอย่าง โรงพยาบาลจังหวัดคนเยอะออกอย่างนั้น ไม่มีใครกล้าทำอะไรเราง่ายๆ หรอก” จ๊ะจ๋าพยายามพูดให้เพื่อนเบาใจ แม้ตัวเธอเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีอันตรายแอบแฝงอยู่ก็ตาม 

“ก็ได้ แต่จ๋าต้องระวังตัวนะ ถ้ามีอะไรก็ติดต่อมาทันที” มือของหญิงสาวคว้าฝ่ามือเพื่อนมาเขย่าเบาๆ 

“ได้จ้ะ รีบไปเถอะ จะถึงเวลาผ่าตัดแล้วนี่ วิสัญญีไปช้าเดี๋ยวโดนอาจารย์จักรทิพย์ก็กินหัวเอาหรอก รีบไปๆ” ไม่พูดเปล่า มือเล็กจับแผ่นหลังเพื่อนพลางดันให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปในตึกศัลยกรรมหัวใจ 

“อย่าลืมส่งข้อความมานะ ถ้าเสร็จแล้วก็ต้องบอกด้วย เข้าใจไหม?” ไม่วายยังหันมากำชับอีกหนึ่งคำรบ 

“โอเคๆ เข้าใจแล้วค่ะ” พูดพลางดันร่างเพื่อนให้เดินไปทางตึก ก่อนตัวเองจะเดินหลบไปทางบันไดที่เชื่อมลงไปยังลานจอดรถเบื้องล่าง 

“ขับรถดีๆ นะ” ขนาดว่าแยกกันแล้วยังไม่วายหันมาเกาะราวบันไดพลางโบกมือหย่อยๆ ตามหลัง 

“เข้าไปได้แล้ว” จ๊ะจ๋าโบกมือไล่ด้วยรู้สึกขำขัน ก่อนจะรีบเดินลงบันไดไปเพราะกลัวอีกฝ่ายจะตามมา 

ครั้นถึงรถ หญิงสาวก็ติดเครื่องยนต์และต่อสายหาใครคนหนึ่ง คนที่จะช่วยเธอได้ในวันนี้ 

“สวัสดีค่ะบู๊ซ วันนี้ว่างหรือเปล่าคะ?” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามอย่างสดใส เหมือนว่าเธอไม่เคยดองแชตของเขามาก่อน 

‘วันนี้เหรอครับ ผมมีชันสูตรสองเคสตอนบ่าย ว่างช่วงค่ำๆ เลยครับ’ อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในทันที เหมือนการห่างเหินของเธอก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น 

“เหรอคะ แล้วตอนนี้บู๊ซอยู่ไหนคะ” สายตาหวานเลื่อนลงไปมองนาฬิกาของรถยนต์ที่บอกเวลาเก้านาฬิกาเศษ 

‘ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วครับ เคลียร์งานเอกสารนิดหน่อย’ อีกฝ่ายตอบอย่างว่าง่าย ไม่มีวี่แววอิดออดหรืองอแงใดๆ 

“จ๋าขอเข้าไปหาได้ไหมคะ?” ใจดวงน้อยเต้นตึกตัก รู้ว่าสิ่งที่ทำเป็นการให้ความหวังอีกฝ่าย และเป็นการทำร้ายเขาในคราวเดียวกัน เพราะเธอรู้สึกกับเขาแค่เพื่อน และเป็นมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ทว่าเรื่องนี้ ไม่ขอความช่วยเหลือจากเขาก็คงไม่ได้ 

‘ได้... ได้สิครับ จ๋าจะมาตอนไหน ให้ผมไปรับไหมครับ?’ อีกฝ่ายตอบมาด้วยเสียงรัวเร็วอย่างคนตื่นเต้นจัด คล้ายจะมีเสียงของตกดังแว่วมาในสายด้วย 

“เดี๋ยวจ๋าเข้าไปเองค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” จ๊ะจ๋ากดวางสาย ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าอย่างไรอีก 

หญิงสาวขับรถออกจากโรงพยาบาลด้วยความมุ่งมั่น เธอจะต้องหาความจริงของเรื่องนี้ให้ได้ หากเรื่องนี้มีคนพยายามจัดฉาก เธอก็จะกระชากผู้กำกับการแสดงออกมาหน้าม่าน! 

 

-------------------------------------------------------- 

 

เมื่อวานนี้มีคนแอบหายค่ะ แฮะๆ มาเพิ่มเติมบทก่อนหน้าได้นิดหน่อยแล้วไม่ไหวเลย ทำงานหนักติดต่อกันสองวัน น้องขออนุญาตหนีไปพักนะคะ 

วันนี้พักผ่อนอย่างเต็มที่ มาให้ตอนยาวๆแบบจุกๆไปเลยค่ะ ฮุฮุ 

ส่วนพระนางเจอกันตอนไหน ให้คุกกี้ทำนายกันนะคะ เพราะตอนนี้ไรท์เองก็เริ่มสับสนแล้ว นิยายอีโรติกโรแมนติก ไหงมาเป็นฆาตกรรมสืบสวนไปได้แล้ว กรี๊ดดด แต่ก็เป็นธรรมเนียมของนิยายเซ็ตเพลิงรักไปแล้วนะคะ ไม่มีการฆาตกรรมเห็นจะไม่ได้ แต่รับรองฉาก NC ว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังฮับ เอาตัวเป็นประกัน ถึงไม่เอาก็จะยัดเยียดให้ค่ะ 555 

เดี๋ยวมาเจอกันดึกๆอีกหนึ่งตอนค่ะ จุ๊ป ขอไปแอบงีบแปปนุง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว