email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๑๑ ที่พำนักแห่งใหม่ (อีกครั้ง) 100%

ชื่อตอน : บทที่ ๑๑ ที่พำนักแห่งใหม่ (อีกครั้ง) 100%

คำค้น : ท่านประธาน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2564 07:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑๑ ที่พำนักแห่งใหม่ (อีกครั้ง) 100%
แบบอักษร

ในที่สุดมินตราก็ได้เข้ามาที่ที่พักแห่งใหม่ หลังจากว่ายน้ำกันเกือบชั่วโมง ชายหนุ่มก็พาเธอกลับเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็เดินจากอาคารคอนโดมิเนียมของเขามายังอาคารอีกหลังที่อยู่ติดกัน โดยผ่านทางเชื่อมระหว่างตึก ทำให้ไม่ต้องออกจากบริเวณที่พักไปที่ไหน 

เมื่อเข้าไปในห้องมินตราก็เห็นข้าวของของเธอที่วางรวมกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ซึ่งให้ความรู้สึกว่าเธอช่างเป็นคนที่มีแต่ตัวอย่างแท้จริง ข้าวของซึ่งเป็นสมบัติทั้งหมดที่เธอมีอยู่ วางอยู่ในมุมเล็ก ๆ ในห้องนั่งเล่นอันกว้างใหญ่ ดูน่าสงสารเจ้าของที่ไม่มีสมบัติใด ๆ ติดกายอย่างเธอเสียจริง ๆ  

ฌานมองกอง ‘สมบัติ’ ของเธอแล้วหันมาบอก 

“เดี๋ยวผมให้แม่บ้านมาช่วยคุณจัดของ” 

มินตรามองคนพูดแล้วอดกลอกตาไม่ได้ 

“พูดเหมือนฉันมีของเยอะอย่างนั้นแหละค่ะ แค่จัดเสื้อผ้าเข้าตู้ ฉันทำเองได้” 

“ยังไงผมก็ต้องให้คนเอาพวกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม มาให้คุณอยู่ดี” 

“เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อ” 

“ไม่ต้องครับ ผมจัดการแล้ว” 

“ทำไมคุณต้องจัดการ นี่ห้องฉันนะคะ อย่าลืมว่าฉันเช่าจากคุณแล้ว” 

“ทราบครับ แต่ในฐานะรูมเมต ขอเป็นคนเลือกชุดเครื่องนอนได้ไหมครับ” 

มินตราหมั่นไส้คำว่ารูมเมตของเขา แต่จาก ‘ข้อตกลงเปิดซิง’ ที่เธอทำกับเขาไว้ ก็หมายความว่าเขาต้องมาเป็นผู้อาศัยร่วมกับเธอบ้าง ซึ่งคำว่ารูมเมตก็ไม่ได้ผิดไปจากความเป็นจริงนัก แม้ว่าจะเป็นเพียงรูมเมตชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม จึงไม่ได้ดึงดันต่อไป เขาอยากทำอะไรก็แล้วแต่เขาละกัน เธอคงต้องรอจนกว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอจบลง จึงจะสามารถจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ในห้องนี้ได้ตามแต่ใจปรารถนา 

“แล้วแต่คุณแล้วกันค่ะ” ในที่สุดเธอก็บอกเขา ก่อนเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางที่วางเรียงกันอยู่สามใบ เพื่อจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ 

“ของในกล่องเป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมช่วยจัดเข้าที่” เขาอาสาขณะชี้มือไปยังกล่องที่วางเรียงกันอยู่ห้ากล่อง 

“เป็นของกระจุกกระจิก หนังสือ กระเป๋า รองเท้าค่ะ” 

“งั้นเดี๋ยวผมเอากระเป๋ากับรองเท้าไปเก็บให้ แต่ของกระจุกกระจิกคงต้องให้คุณเก็บเอง” 

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เธอว่า ปล่อยให้เขาใช้คัตเตอร์กรีดเทปกาวที่ปิดกล่องเพื่อเปิดออก จากนั้นก็เอากระเป๋าและรองเท้าของเธอไปเก็บในห้องเสื้อผ้าให้  

มินตราไม่ได้ขนของใช้มามากมายนัก รองเท้าไม่กี่คู่ กระเป๋าไม่กี่ใบ แค่พอสำหรับการใช้งาน ที่มากหน่อยคือเสื้อผ้าเท่านั้น ส่วนสมบัติอย่างอื่นยิ่งแทบไม่มี มีแค่เครื่องประดับเล็กน้อยและเครื่องสำอางเท่านั้น 

ขณะมินตรากำลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เธอหันไปมองเจ้าของห้องแล้วเลิกคิ้ว ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงที่กำลังนั่งมองเธอทำงานอยู่ แล้วบอก 

“น่าจะเป็นเกริก เดี๋ยวมานะครับ” 

มินตรามองตาม ก่อนตัดสินใจเดินตามเขาไป เธอไม่รู้ว่าเกริกที่เขาพูดถึงคือใคร แต่เดาว่าอาจเป็นคนเดียวกันกับที่เตรียมเสื้อผ้าให้เธอ และคงเอาชุดผ้าปูที่นอนมาให้ด้วย 

มินตราหยุดยืนรออยู่ในห้องนั่งเล่นในตอนที่ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตู ก่อนที่ผู้มาเยือนจะเดินตามฌานเข้ามาในห้อง  ซึ่งมีด้วยกันถึงสองคน คนแรกเป็นชายหนุ่มที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฌาน หรือมากกว่าเล็กน้อย ท่าทางสุภาพ แต่งตัวดี ด้วยเสื้อคอโปโลสีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนสีเข้ม ส่วนอีกคนเป็นหญิงวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีอ่อน และกางเกงผ้าสามส่วนสีดำ 

“มีนครับ นี่เกริก ผู้ช่วยส่วนตัวของผม กับประไพ แม่บ้านที่จะมาช่วยคุณจัดของ” เขาบอกกับเธอ ก่อนหันไปบอกสองคนที่เพิ่งมาถึง “ส่วนนี่คุณมีน มินตรา เธอจะมาอยู่ที่นี่” 

มินตราเห็นว่าทั้งสองคนอายุมากกว่าจึงยกมือไหว้ ซึ่งทำให้ทั้งสองคนรับไหว้แทบไม่ทัน อาจจะไม่คิดว่าเธอจะยกมือขึ้นไหว้กระมัง แต่สำหรับมินตรา เธอถูกสอนให้มีสัมมาคารวะ ใครอายุมากกว่าเธอก็ไหว้หมดนั่นแหละ 

“ประไพช่วยทำความสะอาด ปูเตียง แล้วก็รีดผ้าในตู้ให้หน่อยนะ” ฌานบอกกับหญิงสูงวัย ซึ่งก็รับคำและเริ่มทำงานทันที จากนั้นเขาก็หันไปหาชายหนุ่มอีกคน “นายช่วยตรวจความเรียบร้อยพวกน้ำ ไฟ แอร์ อะไรพวกนี้ให้หน่อย โทษทีที่ฉุกละหุกไปนิด” 

“ครับ” เกริกรับคำแล้วผละไปทำงานทันทีเช่นกัน แต่เธอก็เห็นว่าหางตาเขามองเธอ สีหน้าเขาดูแปลก ๆ ตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้ว เหมือนกับมีคำถามเกี่ยวกับเธอ แต่เขาก็ไม่ได้ถามออกมา 

หลังจากผู้มาใหม่สองคนผละไป ห้องนั่งเล่นก็เหลือเพียงเธอกับเขา ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง ๆ มาให้เธอ ก่อนว่า 

“ระหว่างรอห้องพร้อม เราออกไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับ” 

 

หลังรับประทานอาหารเย็นและดื่มกันต่อเล็กน้อยแต่ไม่ดึกเพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันทำงาน ฌานก็พามินตรากลับมาที่คอนโดมิเนียมอีกครั้ง เกริกและป้าประไพกลับไปแล้ว ห้องพักของเธอที่เป็นห้องเปล่า ๆ และมีข้าวของกองเล็ก ๆ ของเธออยู่บัดนี้กลับกลายเป็นห้องชุดที่มีคนอยู่อาศัย เตียงนอนในห้องนอนทั้งสองถูกปูอย่างเรียบร้อย เสื้อผ้าเธอถูกรีดจนเรียบ และเก็บเข้าตู้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้องนั่งเล่นมีกระถางต้นไม้จัดวางเพิ่มขึ้นมา นอกจากชุดโซฟาที่มีอยู่ก่อนแล้ว แม้กระทั่งตู้เย็นในครัวก็มีทั้งผัก ผลไม้ อาหารสด และน้ำดื่มถูกจัดใส่จนเต็ม 

“ขอบคุณนะคะ สำหรับ...ทุกอย่าง” มินตราหันไปบอกกับคนที่เดินตามเธอเข้ามาในห้อง เขาจัดการให้ทุกอย่างจนเธอไม่ต้องทำอะไรเลย 

“ขาดเหลืออะไรก็บอกนะครับ” เขาบอกเธอ 

“ค่ะ คุณจะกลับเลยไหมคะ” 

“ไล่เหรอครับ” 

“ใครจะกล้าคะ ฉันแค่...อยากพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน” 

“ก็แปลว่าไล่ ไม่ให้ผมค้างด้วย?” เขาว่า เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น 

“คุณ...อยากค้างเหรอคะ” มินตราถามเสียงเบา ด้วยรู้ดีว่า ‘ค้าง’ ของเขาหมายความว่าอย่างไร 

ฌานยิ้ม ดึงเธอเข้ามากอด แล้วจูบหน้าผากเธอ ก่อนถามเสียงนุ่ม 

“ยังกลัวอยู่หรือเปล่า อยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ” 

“คุณบอกว่าที่นี่ปลอดภัยนี่คะ” 

“ครับ ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่ถ้ามีนอยากให้ผมอยู่ด้วยก็ได้นะ” 

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่รบกวนคุณดีกว่า ยังไงฉันก็ต้องอยู่คนเดียวให้ได้ ขอบคุณมาก ๆ นะคะสำหรับทุกอย่าง” เธอบอกเขาอย่างซาบซึ้งใจ นึกไม่ออกเหมือนกันว่าหากคืนนั้นไม่รู้จักเขา ตอนนี้ชีวิตเธอจะเป็นอย่างไร 

“ถ้าอย่างนั้นก็กูดไนต์ครับมีน แล้วเจอกันนะครับ” เขาบอก ทำท่าจะผละไป มินตราจึงทำใจกล้า เขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มเขา  

มินตราได้รู้ว่าเธอไม่ควรทำเช่นนั้นก็ในตอนที่ถูกคนที่เธอหอมแก้มยื่นมือมาประคองใบหน้าแล้วดึงเข้าไปบดจูบเหมือนจะสูบวิญญาณออกจากร่างเธอ ซึ่งกว่าเขาจะยอมปล่อยก็ทำเอาเธอหมดเรี่ยวแรง ในขณะที่เขาถอนจูบแล้วก็เดินตัวปลิวออกจากห้อง ไม่ได้มีสภาพเหมือนคนจะยืนไม่อยู่เหมือนเธอเลย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว