email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๑๑ ที่พำนักแห่งใหม่ (อีกครั้ง) 80%

ชื่อตอน : บทที่ ๑๑ ที่พำนักแห่งใหม่ (อีกครั้ง) 80%

คำค้น : ท่านประธาน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2564 07:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑๑ ที่พำนักแห่งใหม่ (อีกครั้ง) 80%
แบบอักษร

“พอแล้ว ไปว่ายน้ำกันดีกว่านะคะ” เธอว่า ดึงมือออกจากจุดที่เขาจับมือเธอไปวาง  

“ใจร้าย” เขาว่ายิ้ม ๆ ทำให้มินตรารู้ว่าเขาแค่ล้อเธอเล่น ไม่ได้จริงจัง จึงมีกำลังใจที่จะปฏิเสธมากขึ้น 

“คุณบอกจะพามาว่ายน้ำระหว่างรอคนของคุณไปขนของไงคะ” 

“ครับ ก็ได้” เขาว่า ถอนหายใจยาว ก่อนช่วยผูกเชือกบิกินีด้านหลังให้เธอ แล้วหยิบหลอดครีมกันแดดมาบีบใส่ฝ่ามือ แล้วเริ่มลูบไล้บนผิวเธอ 

พอเห็นว่าเขาทาครีมกันแดดให้เธออย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่ได้พยายามจะพาออกนอกลู่นอกทาง มินตราก็หยิบหลอดครีมกันแดดมาทาหลังให้เขาบ้าง เพราะเธอเพิ่งจะทาด้านหน้าเสร็จในตอนที่เขาเริ่มกำจัดเสื้อคลุมและบิกินีของเธอ 

หลังจากทาครีมกันแดดให้กันและกันจนเสร็จแล้ว มินตราก็ลุกขึ้น ถอดเสื้อคลุมวางไว้บนเก้าอี้นอนตัวที่ควรเป็นของเธอแต่ยังไม่มีโอกาสได้นั่งหรือนอน เพราะถูกดึงให้ไปนั่งบนตักเขาเสียก่อน จากนั้นก็เดินตรงไปยังสระน้ำ โดยมีชายหนุ่มเดินตาม 

มินตราก้าวลงสระแล้วพุ่งตัวจ้วงแขนว่ายน้ำโดยมีชายหนุ่มว่ายตามมาติด ๆ ก่อนที่เขาจะแซงเธอไป มินตราว่ายน้ำไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน รู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้มาว่ายน้ำอยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัวท่ามกลางสวนเขียวชอุ่ม บนตึกสูงเสียดฟ้ากลางกรุง อดคิดไม่ได้ว่าการมีเงินมาก ๆ ก็สามารถซื้อความสุขสงบได้เหมือนกัน ใครว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้เล่า 

หญิงสาวเปลี่ยนท่าจากฟรีสไตล์เป็นกรรเชียง ขยับแขนและขาประคองตัวลอยไปบนผืนน้ำ สายตาจ้องมองผืนฟ้ากระจ่างใส ไร้เมฆหมอก ปล่อยความคิดให้ล่องลอยถึงคนที่เธอหนีมา 

พ่อกับแม่ยังคงพยายามที่จะควบคุมชีวิตเธอ มินตรารู้ว่าทำไมพ่อแม่ถึงเรียกร้องเอาเงินเดือนละสามหมื่นบาทจากเธอ เพราะพวกท่านรู้ว่าจะทำให้เธอเหลือเงินไม่มากพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่มีเงินพอจะเช่าที่พักดี ๆ อยู่ และสุดท้ายก็ต้องซมซานกลับบ้าน 

พวกท่านเกือบทำสำเร็จ เพราะไม่มีเงินจะเช่าคอนโดฯ ดี ๆ อยู่ทำให้เธอต้องเช่าอะพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใด ๆ และเกือบจะถูกคนร้ายข่มขืนถึงในห้อง หากไม่มีฌาน ป่านนี้เธออาจจะหอบเสื้อผ้ากลับบ้านไปแล้ว อย่างน้อย ๆ เธอก็ยังมีความปลอดภัยทางกายเมื่ออยู่ที่บ้าน แม้จะถูกควบคุมและบังคับจิตใจก็ตาม 

จู่ ๆ มินตราก็น้ำตาไหล รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตนเอง น้อยใจพ่อแม่ที่ควรจะเป็นคนที่เธอรู้สึกสบายใจที่จะอยู่ด้วยมากที่สุด ไม่ใช่คนที่เธอควรหนีห่าง เธอยังเชื่อว่าพ่อแม่รักเธอ เพียงแต่ความรักของพวกท่านมาพร้อมกับการควบคุมชีวิตเธอ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าพ่อแม่จะควบคุมมากแค่ไหนเธอก็รับได้หมด แต่เรื่องต้องแต่งงานและใช้ชีวิตกับคนที่เธอไม่รู้จัก มินตรายอมไม่ได้จริง ๆ 

การคิดถึงพ่อแม่และปัญหาชีวิตทำให้ความรื่นรมย์ที่รู้สึกในตอนแรกที่ลงสระเหือดหาย จนในที่สุดมินตราก็ว่ายน้ำต่อไม่ได้อีกต่อไป เธอฟุบหน้ากับขอบสระ ปล่อยให้น้ำตาไหลริน คิดถึงความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยในตอนที่อยู่ที่บ้าน ไม่ใช่ต้องมาอาศัยอยู่กับคนที่เธอเพิ่งรู้จักไม่นาน แม้เขาจะดีกับเธอ แต่เขาก็คือคนอื่น เธอไม่ได้อยากรบกวนเขาเลย แต่ก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก หากไม่อยากกลับไปอยู่อะพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีความปลอดภัย เธอก็ต้องยอมรับความช่วยเหลือจากเขา และมินตราก็ขอเห็นแก่ตัวทำเพื่อตัวเองก่อน ลืมเรื่องศักดิ์ศรีสักครู่ เพราะศักดิ์ศรีให้ความปลอดภัยแก่เธอไม่ได้ 

“มีนเป็นอะไรไปครับ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นพร้อมอ้อมกอดจากด้านหลังเรียกมินตราให้เงยหน้าแล้วหันไปมองเขา และนั่นทำให้เขาเห็น “มีนร้องไห้ทำไมครับ” 

น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของเขาทำให้มินตราหันกลับไปกอดเขา ซุกหน้ากับอกกว้าง ร้องไห้เงียบ ๆ อย่างพยายามไม่ให้มีเสียง แต่เพราะตัวที่สั่นสะท้านของเธอก็ทำให้คนที่เธอกอดรู้อยู่ดีว่าเธออยู่ในอารมณ์ใด 

“เป็นอะไร บอกผมสิครับ” เขาว่า กอดเธอแน่น ๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบผมเธอ 

“ขอบคุณที่เก็บลูกนกหลงทางอย่างฉันมาดูแลนะคะฌาน” เธอบอกอู้อี้กับอกเขา 

“ผมไม่เคยเห็นมีนเป็นลูกนกหลงทาง มีนบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนเวลาเพื่อนมีปัญหา” 

“ขอบคุณนะคะ” เธอไม่อยากเถียงกับเขา ตอนนั้นเธอโมเมรวบรัดว่าเขาเป็นเพื่อนเพราะความเมา แต่ตอนนี้เธอและเขาก็รู้ดีพอ ๆ กันว่ายังคงติดต่อปฏิสัมพันธ์กันอยู่ด้วยเหตุผลใด แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะใช้ความเป็นเพื่อนมาเป็นเหตุผล เธอเองก็ยินดี  

“คิดถึงเรื่องที่อะพาร์ตเมนต์เหรอครับ” เขาถาม คงหมายถึงเรื่องที่เธอถูกคนร้ายบุกเข้าไปพยายามข่มขืนถึงในห้อง  

มินตราส่ายหน้า 

“คิดถึงเรื่องที่บ้านน่ะค่ะ ทำไมพ่อแม่ฉันไม่เหมือนพ่อแม่คนอื่น ๆ นะ” เธอว่าอย่างน้อยใจ ทำไมความรักของพ่อแม่เธอถึงต้องมีเงื่อนไข ทำไมเธอต้องระหกระเหินหนีออกจากบ้าน เพียงเพราะไม่ยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่เท่านั้นเอง 

“แต่ละคนก็มีความคิดความเชื่อที่แตกต่างกัน มีนอย่าคิดมากเลยนะครับ” เขาปลอบเธอ เธอเองก็พยายามจะคิดเช่นนั้น รู้ว่าการหาเหตุผลของการกระทำของพ่อแม่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น การปล่อยวางและพยายามยืนให้ได้ด้วยสองขาของตนเองเป็นสิ่งที่เธอควรจะทำมากกว่า แต่การห้ามความคิดของตนเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และมินตรารู้ดีว่าเธอคงจะหยุดคิดเรื่องพ่อแม่ไม่ได้ง่าย ๆ ในเร็ววันนี้แน่ 

“ฉันดราม่าซะงั้น ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยกับเขาอย่างรู้สึกผิด 

ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง ๆ ให้เธอ ก่อนเอ่ยชวน 

“ว่ายน้ำแข่งกันดีกว่า ใครแพ้เลี้ยงข้าว” พอเห็นว่าเธอยังไม่ยอมขยับตัว เขาก็เอ่ยต่อ “ผมต่อให้” 

เห็นความพยายามจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นของเขาแล้วมินตราก็อดยิ้มไม่ได้ เธอไม่ควรมัวแต่เศร้าหมองให้เสียบรรยากาศ พอคิดเช่นนั้นจึงพุ่งตัวว่ายน้ำนำเขาไปก่อน  

“เล่นทีเผลอเหรอ” เธอได้ยินเสียงเขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนที่จะว่ายน้ำตามเธอมา  

มินตราจ้วงแขนสุดชีวิตเพื่อหนีให้ห่าง เธอไม่อยากแพ้ เธอไม่มีเงินเลี้ยงข้าวเขา! 


เบา ๆ ให้มีนพักบ้างเนอะ รับศึกหนักมาเยอะแล้ว คืนนี้ (ตอนมืด ๆ) ก็ต้องเจออีก ตอนนี้เอาตอนละมุนไปก่อนเนอะ ท่านประธานดีงามขนาดนี้ มีนจะไม่เผลอใจได้ไงเนอะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว