ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 : ทางออก(1)

ชื่อตอน : บทที่ 17 : ทางออก(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2564 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 : ทางออก(1)
แบบอักษร

เช้าวันรุ่งขึ้น เด็ดเดี่ยวที่อาศัยนอนอยู่ใต้โคนต้นไม้ทั้งคืนก็ตื่นขึ้นมาด้วยอานุภาพแห่งความหอมของอาหารจานหนึ่ง กลิ่นหอมนี้ช่างเป็นอะไรที่เขาคุ้นเคยจนน่าเหลือเชื่อ และเพื่อไม่ให้คาใจสงสัยเด็ดเดี่ยวจึงได้พยายามเดินตามกลิ่นนี้ไป จนบังเอิญไปพบเข้ากับสาวน้อยนักแสดงโชว์ข้างถนนคนเดิม ที่เคยทำเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว น้องสาวคนนี้เป็นชาวต่างชาติ ทว่าในมือกลับถือจานผัดหมี่โคราชอยู่อย่างน่าตาเฉย แถมยังใช้ตะเกียบได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาทานอย่างเอร็ดอร่อยด้วย 

. 

“Excuse me! Can you help me?”  

เด็ดเดี่ยวพยายามถามเธอด้วยภาษาอังกฤษ แบบงูๆปลาๆของเขา 

. 

“ไม่เป็นไรเราพูดภาษาของเธอได้...มีอะไรให้เราช่วยเหรอ?” 

. 

คำตอบของเธอค่อนข้างทำให้เด็ดเดี่ยวตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็เป็นแค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น เพราะสาวน้อยคนดังกล่าวได้โชว์ริสแบนด์ให้เด็ดเดี่ยวดู จึงรู้ว่าตัวเธอนั้นมียอดไลท์อยู่เกือบครึ่งหลอด แล้วมันก็มากพอที่จะทำให้เธอใช้มันแปลภาษาเพื่อโต้ตอบกับเขาได้ 

แต่อย่างไรก็ตามเด็ดเดี่ยวก็ไม่ได้ประมาท เขาเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในเรื่องแบบนี้มาก่อน ภาพของคุณตำรวจที่พูดสำนวนรัวๆติดๆขัดๆ ยังคงติดหูติดตาเขาอยู่เลย และเพื่อไม่ให้ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นซ้ำรอย เด็ดเดี่ยวจึงพยายามเข้าเรื่องให้เร็วที่สุด 

. 

“อาหารที่เธอถืออยู่คืออะไร แล้วเธอได้มันมาจากไหน?”  

เขาถามแบบห้วนๆ 

. 

“ไอ้นี่น่ะเหรอ...จริงๆแล้วเราก็ไม่รู้จักหรอก ที่ประเทศเราไม่มีอาหารแบบนี้ เราได้มันมาจากการ “แชร์” น่ะพี่สาวที่ชื่อ “สายรุ้งฟรุ้งฟริ้ง” เป็นคนส่งมันมา” 

. 

“แชร์? ”  

เด็ดเดี๋ยวทำหน้างง 

. 

“เอ้า! นี่เธอไม่รู้จักหรอกเหรอ แชร์ก็คือสิ่งที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆยังไงเล่า เราได้อาหารจานนี้มาจากเพื่อนของเราอีกทีแล้วเพื่อนเราก็ได้มาจากใครก็ไม่รู้ แต่ต้นกำเนิดของมันน่ะก็คือยูสเซอร์ที่ใช้ชื่อว่า สายรุ้งฟรุ้งฟริ้ง...” 

“แสดงว่าเธอเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ใช่ไหม…? ถ้าอย่างงั้นเรายกจานนี้ให้เธอเลยก็ได้ถือว่าเป็นการต้อนรับน้องใหม่แล้วกันนะ^^” 

. 

เด็กชายรีบคว้าผัดหมี่จานนั้นไว้ทันที ก็ในเมื่อเขาไม่ได้ทานอะไรเลยมาตั้งหลายวันแล้วนี่นา จะหาว่าเสียมารยาทก็ยอมล่ะจังหวะนี้ ทันใดนั้นเองที่บนท้องฟ้าก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ที่เด็ดเดี่ยวไม่เคยเห็นมาก่อน 

. 

“สายรุ้งฟรุ้งฟริ้ง ได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ของเธอ!” 

ข้อความบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า น้องสาวนักแสดงโชว์รีบกวักมือเรียกเด็ดเดี่ยวให้เงยหน้าขึ้นดูทันที พร้อมกับการกระโดดโลดเต้นอย่างถูกอกถูกใจ 

. 

“นั่นไงๆ เธอ! คนนั้นแหล่ะคือสายรุ้งฟรุ้งฟริ้ง คนที่ทำอาหารจานนี้” 

“ใครที่เปลี่ยนภาพ อัปโหลดภาพ หรือเปลี่ยนภาพหน้าปก ท้องฟ้าทั้งผืนนี่แหล่ะที่เปรียบเสมือนหน้าวอลล์ของเรา มันจะทำหน้าที่แสดงฟีดทุกอย่างไม่ว่าใครจะทำอะไรที่ไหนก็รู้ได้ทั้งนั้น เพราะปัจจุบันใครๆ เขาก็ไม่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวกันแล้ว แต่ก่อนนะพี่สาวคนนี้จะใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปอาหารตลอดเลย เราเองก็เพิ่งจะได้เห็นหน้าตาจริงๆ ของพี่เค้าพร้อมๆ กับเธอนี่แหละ” 

. 

เด็กน้อยผู้กำพร้าเพื่อนวางจานผัดหมี่โคราชลงพลัน แล้วแหงนหน้ามองบนฟากฟ้าตามที่น้องนักแสดงคนนั้นบอก ก่อนที่เขาจะตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ทำอาหารจานนี้! 

. 

“เฮ๊ย!!...คนที่ชื่อสายรุ้งนั่นมันใช่...ใช่...เอ่อ” 

. 

“พี่เค้าสวยใช่ไหมล่ะ... เราเองเป็นผู้หญิงเหมือนกันยังคิดแบบนั้นเลย อุ๊บ! จะหมดเวลาแล้วที่เหลือเธอดูแลตัวเองแล้วกันนะ เราคงช่วยเธอได้แค่นี้แหละขอตัวก่อนล่ะวิชแบนด์เรากำลังจะหมดพลังงานอีกสักแป๊บนึงก็คงจะคุยกับเธอไม่ได้ ไปก่อนนะบะ...บาย^^” 

. 

“อือ...ขอบใจมากนะ...ทุกๆอย่างเลย แล้วเจอกันใหม่”  

เด็ดเดี่ยวโบกมือลาแบบงงๆ กับการมาเร็วเคลมเร็วของเธอ 

.  

ถึงจะเป็นการพบกันครั้งที่สองแบบงงๆ แต่ก็เป็นอะไรที่ดีกว่าการพบกันในครั้งแรกมาก ครั้งนั้นเล่นเอาเด็ดเดี่ยวเกือบไหม้เป็นตอตะโก แต่ครั้งนี้ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะทำให้เขาได้พบกับสายรุ้ง ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่เขาตามหา แม้ว่ารูปภาพบนหน้าวอลล์บนท้องฟ้าจะไม่ค่อยชัดเพราะมีแสงสีขาวฟรุ้งๆ เบลออยู่โดยรอบ มิหนำซ้ำสายรุ้งตัวจริงก็ไม่ได้ขาวขนาดนี้ ตาก็ไม่โตบ้องแบ้วแบบนี้ แล้วก็ไม่อึ๋มเท่ากับในรูปด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เด็ดเดี่ยวมั่นใจว่าใช่สายรุ้งแน่ก็คือ หมี่โคราชที่เขากินอยู่! นี่คือรสชาติฝีมือของสายรุ้งแน่นอนเขาจำได้ดี จากที่คิดว่าแค่คุ้นๆ พอเอาเหตุผลด้านรูปลักษณ์กับชื่อยูชเซอร์มาประกอบกัน มันก็ต้องฟันธงฉับๆ ได้แล้วล่ะว่าต้องเป็นเธอแน่ๆ 

. 

โชคดีจังในเมื่อพี่บัวขุ่นไม่ยอมฟังเขา เด็ดเดี่ยวจึงได้ตัดสินใจตรงไปหาสายรุ้งแทน เธอเป็นคนที่รับฟังเหตุผลเสมอไม่ได้มุทะลุเหมือนพี่บัวขุ่น เพราะฉะนั้นเธอต้องฟังเขาบ้างแน่ๆ เชื่อไหมว่าเพียงแค่การมองท้องฟ้าครั้งเดียว เด็ดเดี่ยวผู้ปราดเปรื่องกลับสามารถวางแผนการอันล้ำลึกได้เป็นฉากๆ  

เริ่มตั้งแต่การแกะรอยที่อยู่ของสายรุ้งจากการเช็คอิน และรูปภาพสถานที่ต่างๆที่เธอโพสต์ ลำดับต่อไปเขาก็ตั้งใจจะให้สายรุ้งช่วยกล่อมพี่บัวขุ่นอีกที แล้วก็ให้พี่บัวขุ่นใช้กองกำลังหุ่นรบสังหารของเขาช่วยตามหาสตางค์ ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามที่คิดแบบนี้จริง ภารกิจของเขาก็จะจบลงทุกคนก็จะปลอดภัย 

. 

“ดีล่ะมาเริ่มลงมือกัน! แต่ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการกินอาหารของเธอให้อิ่มท้อง ไปพร้อมๆกับการเช็คเรื่องราวของเธอที่เด่นหลาอยู่บนท้องฟ้านี่ก่อนนะสายรุ้ง อย่าเพิ่งหนีเราไปไหนซะก่อนล่ะ” 

. 

หลังจากนั้นไม่นานหนุ่มน้อยเพื่อนหายก็ได้แกะรอยตามหาสายรุ้งจนเจอ เขารีบตรงเข้าไปยังคุณตุ้มตุ้ยรถพ่วงคู่ใจของสายรุ้งทันที เพราะจำได้ว่าเจ้ารถ Food truck คันนี้แหล่ะที่ปรากฏเป็นฉากหลังอยู่บนรูปภาพทุกภาพที่สายรุ้งเป็นคนโพสต์ แถมยังจำได้อีกด้วยว่าครั้งหนึ่งเจ้ารถบุโรทั่งนี่เคยย่ำน้ำขี้โคลนกระเด็นใส่เขาจนเลอะเทอะมาแล้ว 

. 

“สายรุ้ง! สายรุ้ง! เราเด็ดเดี่ยวเอง! กลับบ้านกับเรานะทุกคนกำลังรอเธออยู่!” 

สองมือของเขาตะปบเข้ากับชิ้นส่วนด้านข้างของคุณตุ้มตุ้ย ที่พับยื่นออกมาเป็นโต๊ะ เขาชะเง้อคอเข้าไปข้างในพลางตะโกนเรียกเธอด้วยประโยคดังกล่าว 

. 

“อ๊ะ..........!” 

“สายรุ้งเป็นอะไร? ใครทำอะไรเธอ?”  

น้ำเสียงเขาฟังดูเป็นห่วงเป็นใยมาก 

. 

สุดท้ายก็เลยตะเกียกตะกายเข้าไปข้างในโดยใช้เท้าถีบสีข้างของคุณตุ้มตุ้ยเข้าไป 

. 

“เฮ้! สายรุ้งนี่เราเองเธอร้องไห้ทำไมหรอ?” 

.  

“เด็ดเดี่ยว!... ใช่นายจริงๆด้วย! นาย....ฮือๆๆ ฮือออๆๆ (TT)” 

เชฟสาวโผตัวเข้าสวมกอดเพื่อนชนิดที่ยังไม่ทันตั้งตัว ในช่วงเวลาที่จิตใจอ่อนแอท้อแท้การได้ใครสักคนเข้ามารับฟังใกล้ๆ เป็นอะไรที่เธอรอคอยอยู่ เธอกอดเขาซะแน่นจนแทบหายใจไปออกปากก็พูดแต่ว่า 

. 

“เราทำไม่ได้” , “เรามันห่วย” , “หลงตัวเอง” , “หลอกตัวเองไปวันๆ” ฯลฯ สารพัดคำตัดพ้อดูถูกตัวเองพรั่งพรู ออกมาไม่หยุดพร้อมกับหยดน้ำตา ถึงแม้ว่าเด็ดเดี่ยวจะรู้สึกดีก็ตามที่คนที่เขาแอบชอบโถมตัวเข้ามากอด แต่สุดท้ายเขาก็ต้องผลักเธอออกเพื่อไม่ให้อารมณ์ส่วนตัวอยู่เหนือเหตุผล ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายเขาก็ยังอุตส่าห์ถามเธอกลับไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นและจะให้ตัวเขาช่วยอะไร 

. 

สายรุ้งจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดตลอดหลายวันหลังมานี้ให้เขาฟัง ซึ่งก็บังเอิญเหลือเกินที่มันดันมาลงล็อคกันกับภารกิจของเด็ดเดี่ยวแบบพอดิบพอดี สายรุ้งเล่าเรื่องของเธอเอาไว้ว่า... 

. 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอในโลกแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องโกหก เธอโกหกทุกคนตั้งแต่แรก โกหกแม้กระทั่งคนเขียนและคนอ่าน เพราะแท้ที่จริงแล้วเธอไม่ใช่ยอดเชฟที่มีพรสวรรค์อย่างที่เธออ้าง เธอเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ชอบการเป็นจุดเด่น ชอบเป็นที่สนใจของทุกคน อาหารที่เธอทำแต่ละจานถูกตกแต่งให้สวยน่าทานด้วยสีผสมอาหาร กับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิคในการตกแต่งรูป 

. 

อาหารทุกจานไม่ใช่ของจริง! สาเหตุที่ทุกคนทานแล้วอร่อยก็เพราะว่าเธอใช้ยอดไลท์ในริสแบนด์สะกดจิตให้ทุกคนคิดเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นการที่ทุกคนยกย่องสรรเสริญเธอ จนทำให้เธอเป็นที่ยอมรับ จึงไม่ได้เกิดจากฝีมือในการทำครัวที่แท้จริง มันเกิดจากพลังพิเศษที่เธอมีในโลกแห่งนี้ล้วนๆ 

. 

วันดีคืนดีพอทุกคนแห่แหนมาทานอาหารของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความอร่อย(ปลอมๆ) กระบวนการผลิตอาหารของเธอก็เริ่มเกิดปัญหา ยอดไลท์ในริสแบนด์ของเธอเริ่มลดลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ... ในที่สุดมันก็หมด! เธอไม่อาจที่จะใช้พลังพิเศษสะกดจิตใครได้อีกต่อไป ประกอบกับพอลูกค้าทุกคนทานอาหารเข้าไปแล้วเกิดอาการย่อย อำนาจสะกดจิตทั้งหมดก็เสื่อมสลายไป แล้วผลสุดท้ายก็คือ 

. 

“นั่นไงนายเห็นไหม อาหารที่กองอยู่ในถังขยะพวกนั้นน่ะไม่ได้เน่าเสียอะไรหรอกนะ ทั้งหมดคืออาหารที่ลูกค้านำมาส่งคืนเรา บางคนขอยอดไลท์จากริสแบนด์คืน....ฮึ..ฮือ.. ฮือ บางคนก็ปามันใส่หน้าเราด้วยซ้ำ...ฮือๆๆๆ มันเจ็บตรงนี้เด็ดเดี่ยว เราเจ็บที่หัวใจ...” 

“เราไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว.....เราอยากตาย!!! ฮือๆๆๆ” 

. 

*** 

. 

ปล. เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว