facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

💖 ฟิคสดตามใจนิ้วกลาง : พันโทที่รัก (คิมหันต์♡เมษา) 2

ชื่อตอน : 💖 ฟิคสดตามใจนิ้วกลาง : พันโทที่รัก (คิมหันต์♡เมษา) 2

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 16:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
💖 ฟิคสดตามใจนิ้วกลาง : พันโทที่รัก (คิมหันต์♡เมษา) 2
แบบอักษร

มาอีกแล้วววววฟิคสด อันนี้ตัวอย่างน้าาา

แต่จริงๆแล้ว ฟิคสดจะลงแค่ใน FACEBOOK FANPAGE เท่านั้น

และนี่ก็เป็นฟิคสดตอนที่ 16 พันโทที่รักตอน 2

เนื้อเรื่องเป็นยังไง มีแววจะโดนชงขามั้ยนะเมษา

อ่านดูจ้าาา ส่วนตอนที่ 1 - 15 ลองย้อนดูในอัลบั้ม เฟสบุคนะ

ถ้าหาเฟสแฟนเพจไม่เจอ

เข้าไปในหน้า บทนำ ของฟิคเรื่อง Lastlove รักสุดท้ายนายบ้านนอก

เลื่อนไปเรื่อยๆจนสุด จะเจอ ลิ้งเพจ FACEBOOK รูปร่างเป็นกล่างสี่เหลี่ยม

รออะไร กดถูกใจแล้วเข้าไปอ่านฟิคสดตอนที่ 1-15 สิจ๊ะ

#

ฟิคสดตอนที่ 16 : พันโทที่รัก ตอนที่ 2

‪#‎ฟิคสดตามใจนิ้วกลาง‬

‪#‎รักสุดท้ายนายบ้านนอก‬

"เมื่อยอ่า ไม่ไหวแล้วๆๆๆ ปวดขา ปวดหลัง กระเป๋าก็หนักกกก พ่อออออ เมษาอยากกลับบ้าน"

เป็นเวลาหกโมงกว่าๆที่เมษาต้องสะพายเป้ออกมาเดินลุยป่ากับเหล่านักเรียนนายร้อยด้วยกัน โดนมีพันโทคิมหันต์เป็นคนนำทาง เพราะวันนี้ภารกิจคือถึงจุดหมายให้ทันก่อนเที่ยงวันของอีกวัน ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน ปวดไปหมดทั้งตัวที่ต้องแบกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว สองมือเงื้อมขึ้นปาดเหงื่อหายใจหอบสองขาอ่อนแรงจึงร้องขอในสิ่งที่รู้อยู่แกใจว่ายังไงก็ไม่ได้ตามที่หวังไว้

"นี่พันโท เดินมาทั้งวันแล้ว พักหน่อยไม่ได้หรอ"

"...................."

ไม่สนใจเพราะยังคงเดินมุ่งหน้าต่อไป พันโทคิมหันต์ไม่หันมามองเมษาด้วยซ้ำถึงแม้ว่าเขาจะได้ยินทุกคำที่กล่าวมาก็ตามแต่

"อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว" เพื่อนนายร้อยชี้ไปทางโค้งข้างหน้า มันดูไม่ไกลนักแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนตัวเล็กพอจะทนได้

"อีกนิดๆ อีกนิดมาตั้งแต่บ่ายแล้วนะ ปวดขาาาาา อยากนั่งพักกกกก ง๊าาาาาา!!!!!!!!!!!!ไม่เดินแล่ว!!!!!!!"

แหกปากโวยวายทิ้งกระเป๋าเสียดื้อๆ นั่งหน้ามุ่ยอยู่ท้ายแถวแถมยังถอดรองเท้าโยนทิ้งดื้อดึงไม่ยอมเดินตามหวังเรียกร้องความสนใจ ได้ยินอย่างนั้นคิมหันต์ถอนหายใจจิ๊ปาก เดินกระแทกส้นเท้ามาหา สีหน้าของเขาดูไม่ดีนักเพราะคิ้วหนาทั้งสองข้างขมวดชนกันจนแทบผูกเป็นโบว์ได้

"ชิ!!!"

หัวเสียเต็มทีจึงกระชากกระเป๋าเมษามาสะพายแทน แสดงว่าในตอนนี้สัมภาระของเขาไม่ได้มีของตัวเองแค่คนเดียวแต่ต้องมาหิ้วให้ลูกคุณหนูเจ้าปัญหา เดินหายใจหอบเหงื่อตกผ่านหน้าเหล่าทหารนายร้อยที่ต่างแหวกทางให้

"พันโทโมโหแล้ว...."

นายร้อยพูดกับตัวเอง เขารีบเร่งฝีเท้าเดินตามจะได้ถึงที่หมายได้ทันตรงตามเวลา

"ดีจังมีคนหิ้วกระเป๋าให้ด้วย"

"แกไม่เคยหิ้วกระเป๋าให้ใครเลยนะ"

"จริงหรอ...อืมมม แต่หิ้วตั้งสองใบยังเดินไหวแสดงว่าต้องแข็งแรงมากๆเลยใช่มะ"

"พันโทอ่ะสุดยอด คืนนี้รอดูตอนแกถอดเสื้อ เห็นเป็นทหารแต่ตัวขาวโคตร กล้ามนี่แน่นเป็นมัดๆ เห็นหล่อๆแบบนี้ไม่มีหรอกนะเมียน่ะ แกเป็นพวกขี้รำคาญ วันๆใช้ชีวิตอยุ่กับเพื่อน เงิน และก็งาน"

"หว่า.... จริงหรอ หรือว่ามีแต่ไม่รู้ ฮ่าๆ"

"ไม่มีหร้อกกกก พวกพันโทวสันต์กับสิระก็เหมือนกัน พวกแกสุงสิงกันอยู่แค่นี้"

"จะมีไม่มีก็ชั่งเถอะ เพราะตอนนี้พันโทมีหน้่ที่ถือกระเป๋าให้เมษา"

เดินมากอดแขนเพื่อนนายร้อยด้วยกัน ยิ้มขำดีใจโดยไม่รู้เลยว่าเรื่องที่คิมหันต์กำลังทำมันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรทำด้วยซ้ำ แต่เพื่อเป็นการรักษาเวลาไม่ให้เมษาเป็นตัวถ่วงเจ้าตัวเลยเดินตัวปลิวตามท้ายแถวเสียแทน

ไม่นานนักได้ถึงที่หมาย มันเป็นจุดพักจุดที่สองของวันแน่นอนว่าคืนนี้ต้องค้างแรมกันที่นี่ก่อนที่จะถึงฐานจริงๆ ความเหนื่อยอ่อนของร่างกายทำให้พันโทเหวี่ยงกระเป๋าทั้งสองใบลงพื้น สั่งทหารทุกคนพักผ่อนตามที่ต้องการ ไม่นานนักร่างสูงตกอยู่ในสภาพกางเกงบ๊อกเซอร์ขาสั้นธรรมดา นั่งชันเข่าจุดไฟแช็กรนปลายมวนบุหรี่เฝ้าดูเด็กๆทุกคนที่อยู่ในปกครอง เพราะเหล่าทหารทุกคนล้วนเปลื้องผ้าเตรียมตัวกระโดดน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย

"ยะหุ้วววววว น้ำเย็นจริงๆเล้ยยยยย"

ตู้มมมม!!!

นายร้อยทั้งหลายกระโดดลงน้ำ บ้างแกล้งเพื่อนด้วยการวักน้ำใส่กัน เมษานึกสนุกแต่กล้าๆกลัวๆห่วงสะอาดไม่ทันการจนเพื่อนนายร้อยอีกคนผลักจากด้านหลังจนคนตัวเล็กเซตกน้ำไป

"หวาาาา!!!!"

ตู้มมมม!!!!!!!!

"ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยยยย!!!!ขี้โกงงงงนี่นา"

เขานั่งมองเมษาที่ชักเข้ากับเพื่อนๆได้ แต่แล้วดวงตาคู่เฉี่ยวกลับต้องเบิกออกกว้างเมื่อนายร้อยท่านหนึ่งวิ่งขึ้นมาจากฝั่งหายใจกระหืบกระหอบพูดจาไม่เป็นคำ

"พันโทครับ!!!!!!!!!!พันโท!!!!!!!!ไอ้เจมส์ตะคริวกินขา มัน มันจะจมน้ำแล้ว!!!!!!!!"

สัญชาตญาณความเป็นทหารทำให้คิมหันต์ยันตัวลุกขึ้นวิ่งก้าวไวไปอีกฝั่งของบ่อน้่ำ เห็นนายทหารกำลังดึงคอเพื่อนเพราะห่วงว่าตัวจะตาย แต่มันยิ่งทำให้แย่ด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งดิ้นยิ่งจมยิ่งหมดอากาศหายใจ

"อย่ากอดคอเพื่อน!!!!!!!! เดี๋ยวก็ตายห่ากันทั้งคู่หรอก!!!!!!!! ปล่อย!!!!!!!!"

กระโดดดีดตัวลงน้ำโดยมีเมษาและนายทหารคนอื่นวิ่งมามุงดู ต่างคนต่างลุ้นใจจดใจจ่อว่าพันโทคิมหันต์จะช่วยชีวิตเพื่อนตนได้ทันหรือไม่ สองแขนล๊อคจากด้านหลังไม่ให้ผู้ประสบเหตุคว้ากอดเขาไว้ได้ คิมหันต์ตีขาว่ายเข้าฝั่งอย่างหมดแรงแต่โชคดีที่มีนายทหารลงมาพยุงช่วยพาขึ้นจากน้ำ

"แฮ่ก.....แฮ่ก....เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามาเล่นฝั่งนี้ น้ำมันลึกแล้วก็เย็น"

นั่งหลับตาอ้าปากหายใจหอบสะบัดหัวตบหน้าตัวเองไปมาพอให้หายมึน นายร้อยรู้ว่าตัวทำผิดไม่เชื่อฟังรีบคลานเข่าเข้ามาหาร้องไห้กล่าวขอโทษที่ตนทำให้เพื่อนเดือดร้อนด้วยกันทั้งกอง

"ผมขอโทษครับ กลับไปจะทำโทษผมยังไงก็ได้"

"ชั่งเถอะ อุบัติเหตุ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว"

คิมหันต์ยังคงหายใจหอบ ความเย็นของน้ำทำให้เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดรอบปากแผลข้างเอว ที่ตอนนี้มีเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นจำนวนมาก จนนายทหารเด็กๆต่างร้องทัก

"พ พันโทครับ.... เลือด.... เลือดไหล"

เลิกคิ้วหันมองตาม ร้องออกมาว่า "อ้าว" มันเป็นความงุนงงเสียมากกว่าที่จะขวัญเสีย เปิดชายเสื้อขึ้นดูพบว่ามันเป็นรอยบาดจากโขดหิน ลึกเพียงนิดแต่ก็สร้างความตกใจให้คนรอบข้างได้ไม่น้อย

"ใครพอทำแผลเป็นบ้าง!!!!!ทำแผลให้พันโทก่อน เร็ว"

"ช่างมันๆ ขออาบน้ำก่อนแล้วกันค่อยทำทีเดียว"

ลุกเดินหนีไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จสิ้น เขานั่งเช็ดผมแซ่กๆลืมไปเลยว่าตัวเองนั้นกำลังบาดเจ็บ เป็นเวลาทุ่มกว่าๆ ทุกคนเริ่มก่อกองไฟคลายความหนาว คิมหันต์ถูกทักท้วงจากนายร้อยจนต้องยอมให้พวกเด็กๆทำแผลให้เป็นการตัดรำคาญ

"โอ้ย!!!!!!เบาๆหน่อย"

ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อทหารทุกคนที่หวังดีนั้นมือหนักจนกลั้นเสียงไว้ไม่ไหว แทนที่จะทำให้หายกลับกลายเป็นทำให้แผลอักเสบยิ่งกว่าเก่า

"ผ ผมขอโทษคร้าบบบบบบบ ก็พวกผมก็ ก็ ทำเบาที่สุดแล้ววววว"

."พอๆๆๆ แยกย้ายนอนๆ"

ลุกหนีละทิ้งความหวังดีที่เด็กๆมีให้ เมษาเดินมาพร้อมกับกล่องยาสามัญส่วนตัว เขายืนรออย่างกล้าๆกลัวๆเมื่อเห็นว่าพันโทหน้าหล่อทำคิ้วขมวดอีกแล้ว ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไปแล้วเดินมาใกล้

"ทำให้เอามั้ย เดี๋ยวแผลติดเชื้อขึ้นมาจะแย่"

"ไม่ต้อง"

เดินผ่านหน้าไป เมษาดื้อดึงเดินตามไปดักข้างหน้าพยายามกดไหล่พันโทให้นั่งลง กากระทำของคนตัวเล็กไม่ได้รับความสนใจเพียงนิดเมื่อคิมหันต์เดินหนีไปโดยไว เต้นท์นอนสีเขียวเข้มเป็นที่พักผ่อนสำหรับคืนนี้ั มันถูกเป็นสถานที่สำหรับการตัดรำคาญจากความเป็นห่วงของเมษาที่ตั้งใจจะทำให้

เต้นท์ส่วนตัวอยู่ห่างจากเหล่านายร้อยเพราะทั้งยังสงบและเป็นมุมที่สูงกว่าเต้นท์คนอื่นๆ เพียงเปิดม่านออกก็เห็นแล้วทุกการกระทำว่าเด็กๆกำลังทำอะไร เมษาวิ่งตามไม่รอช้าเปิดซิปแล้วมุดตัวเข้าไปนั่งด้วย เกรงจะโดนไล่ก็ต้องเปิดกล่องยาแล้วเทข้าวของออกมาให้กระจัดกระจายไร้ระเบียบ

"ห้ามไล่กันนะ เพราะเอาของออกมาหมดแล้ว"

"ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย"

"ทำแผลให้ไง เป็นการขอบคุณที่เมื่อกลางวันหิ้วกระเป๋าให้"

"ทำเพื่อส่วนรวม เพราะนายเดินช้าทำให้เพื่อนๆพาช้าไปด้วย"

"หันหลังมาสิ"

ได้ยินอย่างนั้น พันโทถอดเสื้อออกแล้วเหวี่ยงไปข้างๆ เขานั่งขยี้หัวไม่สนใจอะไร ผิดต่างกับเมษาที่สังเกตุเห็นขอบอันเดอร์แวร์ และกล้ามเนื้อเด่นเห็นได้ชัด ผิวกายขาวผิดต่างจากทหารนายร้อยที่กำลังส่งเสียงเล่นกันเจียวจาวอยู่ข้างนอก ดวงตาคู่สวยจดจ้องมองไม่คาดเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาใจสั่นไม่ต่างจากถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย

"จะมองอีกนานมั้ย ง่วง"

"อ อื้มมม โทษที อ เอ้ย ขอโทษครับ"

หันหน้าหนีไปทางอื่นสะบัดหัวสองสามครั้งแล้วคลานเข่ามาหา สองมือค่อยๆโป่ะสำลีชุบเบตาดีนลงรอบปากแผลแล้ววนลูบเบาๆ แผ่นหลังกว้างขาวเนียนทำให้อดใจแทบไม่ไหวที่จะสัมผัส มันเป็นความรู้สึกแรกที่รู้สึกดีกับผู้ชายด้วยกัน เมษานั่งคุกเข่าจากด้านหลังสังเกตุเห็นไรผมรองทรงสูง ใบหน้าเรียบนิ่งยามกำลังหันข้างเป็นภาพที่ยากนักที่จะลบเลือนออกจากสมอง

"เสร็จแล้ว ย อย่าโดนน้ำนะ เดี๋ยวแผลไม่หาย น นะครับพันโท"

หน้าแดงจัดรีบเก็บกล่องยาสามัญอย่างรีบๆรนๆจนของหล่นไปหมด เมษาเปิดซิป มองออกไปข้างนอกพบว่ามันมืดมากแล้ว มืดเกินไปที่จะเดินออกไปคนเดียวได้ ไหนๆเพื่อนๆนายร้อยจะนอนกันหมดแล้วซะอีก ทำอย่างไรดี จะขอนอนด้วยงั้นหรอ ใครจะทำใจทนนอนกับผู้ชายด้วยกันที่ทั้งรูปหล่อแถมยังหน้าตาดี แต่หนักกว่านั้นคือ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งหล่อเหลาเกินห้ามใจและยับยั้งความรู้สึก

"มืดแล้ว นอนที่นี่แหละ ลงไปเดี๋ยวจะสะดุดอะไรล้มเอา"

"ม ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมลงไปเองได้"

ตอบตะกุกตะกักไม่เป็นคำ เมษาเหงื่อตกหลบเลี่ยงสายตาเมื่อพันโทคนตรงหน้ายังคงนั่งถอดเสื้อสบายใจไม่สนใจว่าร่างกายของเขานั้นจะเป็นอันตรายต่อความรู้สึกของคนอื่น

"ถ้าไม่กลัวก็เชิญ ฉันนอนตรงนี้ก็เพื่อสังเกตุการณ์ตอนเช้าว่าพวกเด็กๆทำอะไรกันบ้าง"

มันเป็นเนินสูง กว่าจะเดินลงไปไม่ใช่หาทางใกล้ๆ ทำใจกล้าก้าวขาออกไปหนึ่งข้าง อากาศเย็นวาบสาดไปครึ่งตัว รู้สึกขนหัวลุกมากกว่างูก็คือน้าผีที่จะมาหลอกยามค่ำคืน คนตัวเล็กรีบรูดปิดซิปนั่งห่อตัวอยู่ข้างประตูเต้นท์ คิมหันต์ขำในลำคอก่อนเอนตัวลงนอนหันหลังให้ เมื่อรู้แล้วว่ายังไงคนข้างๆแค่ก้าวขอออกไปยังทำไม่ได้

แผ่นหลังกว้างแกร่งตามที่เพื่อนนายร้อยด้วยกันเคยโฆษณาไว้นั้นเป็นจริง เพราะมันทั้งกำยำและแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ เมษาทิ้งตัวลงนอนข้างๆทั้งมี่คิมหันต์นอนหันหลัง ความเงียบทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของคนตัวเล็กดังกึกก้อง ยิ่งฝืนเหมือนยิ่งดัง จนคิมหันต์นึกสนุกจึงถามทักออกไปด้วยคำพูด

"ใจเต้นทำไมล่ะ นอนไม่หลับหรือว่ากลัวผี"

"กลัวผีครับ อ อื้อออ อใช่ๆ กลัวผี"

สิ้นสุดการตอบรับ พันโทหันหน้ามาหา เขาชันศอกปรายตามองคนตัวเล็กที่เขยิบตัวออกห่างทั้งที่ยังไม่ทันทำอะไร

"กลัวฉันรึไง นี่ไ่ม่ใช่ผีนะ....หนีอะไรขนาดนั้น"

"ท ทำไมไม่ใส่เสื้อล่ะครับพันโท"

หลับตาปี๋ดึงผ้าห่มขึ้นปิดตา เข้าทางพันโทไม่น้อย เขาขำกับการกระทำของเมษก่อนเงื้อมมือไปวางบนเอวคอดบางแล้วเขยิบตัวเข้าใกล้

"ตกลงที่ใจเต้นแรงเพราะว่ากลัวผีหรือเพราะได้อยู่กับผู้ชายกันแน่"

"อ่ะ!!!!! ผี คือแบบ เราไม่ชินที่มันก็ต้อง ใจ ใจเต้นแรงใช่มั้ย"

"คิดว่าใจเต้นแรงเพราะเห็นฉันถอดเสื้อซะอีก"

".................."

"ผู้ชายด้วยกันเขาไม่ถือหรอกนะ พวกนายร้อยก็เดินถอดเสื้อกันเป็นแถว"

".................."

"หรือว่านายถือกันล่ะ ..... เมษา ลูกชายของผู้บัญชา ฮ่ะๆ"

พันโทเจ้าเล่ห์กระซิบข้างหู อดไม่ได้ที่จะแกล้งคนน่ารักตรงหน้าให้ใจเต้นแรงเล่นๆ ด้วยเพราะผิวขาว ดวงตาที่สดใส นิสัยดื้อแง่งอนทำให้พันโทตกหลุมรักเด็กคนนี้เข้าแล้ว ไม่ต่างกับเมษาที่ตอนนี้นอนตัวสั่นพยายามกักเก็บความรู้สึกไม่ให้อีกคนได้รับรู้ว่าร่างกายต้องการคนตรงหน้ามากแค่ไหน........

มาถึงขั้นนี้แล้ว....ชงชานมกันเถอะค่ะ

บ้ายบายยยย ติดตามต่อตอนที่ 3 จ้าาาาาา

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Yellow-Head00002.gif

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว