ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2564 07:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5
แบบอักษร

 

#จอมทัพ

“อ๊วก! อ๊วกก! อา~จะตายแล้วว” เสียงอาเจียนดังไปทั่วห้อง ผมอาเจียนมาสองเดือนแล้ว ไปหาหมอ หมอก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร จะไม่เป็นอะไรได้ไงครับอาเจียนมาสองเดือน เหนื่อยจนผมไม่เป็นอันทำงาน ผมรีบกดโทรหาคุณหญิงแม่ทันที่

“คุณหญิงผมไม่ไหวแล้ว ช่วยมารับผมไปโรงพยาบาลทีครับ” เมื่อปลายสายกดรับ ผมรีบบอกด้วยเสียงที่อ่อนล้า

(ตายแล้ว! เป็นอะไรตาทัพ ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เป็นอะไรไปตาทัพ) เมื่อคุณหญิงได้ยินเสียงผม ก็ตกใจรีบถามอาการ

“คุณหญิงอย่าพึ่งถาม รีบมาผมไม่ไหว อ๊วกก~” ผมรีบตัดการสนทนาและบอกให้รีบ จู่ๆก็เริ่มอาเจียนอีกครั้ง

(ตายๆ แม่จะรีบไป ลุงศรีเอารถออกไปรับตาทัพ ป้าพรเอากระเป๋ามาเร็วเข้า)เสียงปลายสายตกใจ ตื่นกระหนกออกคำสั่งกับคนในบ้านเสียงดังโวยวาย ก่อยจะตัดสายไป

ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วครับ ล้มลงนอนกับพื้นหน้าห้องน้ำ ตอนนี้คือมันเหนื่อยหล้าไปหมด ผมหลับตาลงเพื่อพักสายตา จนกลายเป็นหลับในที่สุด

30 นาทีผ่านไป

“ว๊าย! ตายแล้วตาทัพ” เสียงที่ดังขึ้นทำให้คนที่หลับอยู่เริ่มรู้สึกตัว คุณหญิงรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชายที่นอนไม่ได้สติอยู่ ตาที่เริ่มรู้สึกตัวก็หรี่ตามองผู้เป็นแม่

“คุณหญิง ผมไม่ไหวแล้ว” ผมรีบบอกกับคุณหญิงทันทีเมื่อลืมตาขึ้น สภาพตอนนี้เหมือนศพเลยครับ

“ไปๆ ตาทัพแม่พาไปนอนที่เตียงนะลูก”คุณหญิงออกด้วยเสียงที่สั่นเครือ จับพยุงตัวลูกชายไปที่เตียง “อีกสักพักตาโจ้ก็มาถึงแล้ว เดี๋ยวจะได้ออกไปโรงพยาบาล”

“ครับ” ผมขานรับ ก่อนจะนอนลงที่เตียง ก่อนจะมองไปที่คุณหญิง “โถ่ว คุณหญิงอย่าร้องสิครับ” ผมรีบบอกคนที่ร้องไห้

“เดี๋ยวแม่ไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้” คุณหญิงรีบเดินออกไปหาผ้ามาเช็ดตัว ผมก็เริ่มคิดว่าออกอาการของผมมันเป็นโรคอะไร แต่ไปหาหมอ หมอกลับบอกว่าไม่เป็นอะไร หรือว่าออกการตอนนั้นยังชัดไม่พอ

ผมเริ่มวิตกกังวล จนคุณหญิงเดินเข้ามาพร้อมไอโจ้ คุณหญิงก็เช็ดตัวไม่ยอมพูดจา จนโจ้ที่อดความเงียบไม่ไหว

“มึงเป็นอะไรวะ คุณป้าบอกมึงไปนอนอยู่หน้าห้องน้ำ” โจ้ก็ถามขึ้นมา

“กูไม่รู้ หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร แต่มั้งผ่านมาหนึ่งเดือนกว่าแล้วกูยังไม่หยุดอ้วกเลย” ผมบอกออกไปด้วยสีหน้าที่เครียด

โรงพยาบาล

เมื่อถึงโรงพยาบาล ก็รีบเข้าห้องเพื่อไปตรวจดูโรค เวลาไม่นานผลออกมาก็ตรวจไม่พบโรค แต่คุณหมอก็ถามอาการต่างๆ ว่าเริ่มเป็นตอนไหน ผมจึงเล่าอาการทั้งหมดตั้งแต่แรก

“คุณมีภรรยาไหมคะ” คำถามของคุณหมอทำเอาคุณหญิงที่นั่งเงียบมานาน ชะงักทันที

“เอ่อ ก็ไม่นะครับ”ผมเลิกลักมองคุณหญิงทันทีทีตอบออกไป

“มีแฟนหรือเปล่าคะ”

“ก็ไม่มีอีกนั้นแหละครับ” ผมตอบอย่างหงุดหงิด ผมไม่เข้าใจว่าอาการของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง

“มีเพศสมพันธ์ล่าสุดเมื่อไร” เมื่อคุณหมอถามมาอีก ตอนนี้เป็นผมเองที่ชะงักกับคำถาม

“เอ่ออ สองอาทิตย์ก่อนครับ” ผมตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก ก็คนมันอายอะครับ ใครให้มาถามเรื่องนี้ต่อหน้าคนเป็นแม่ละครับคุณหมอ~~~

“แล้วสองเดือนก่อนละคะ” ผมก็รีบคิดทบทวนกับเรื่องเมื่อสองเดือนที่แล้วทันที ก็ต้องร้องออกมา

“อ๋อออ มีครับมี”ผมตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น พร้อมยิ้มอย่างเขินอาย

“คุณหมอสันนิษฐานว่า คนไข้อาจจะแพ้ท้องแทนภรรย ยา เอ่อไม่ใช่สิ แพ้ท้องแทนฟะ แฟน อันนี้ก็ไม่ใช่อีก เอ่อเอาเป็นว่าแพ้ท้องแทน นั่นแหละคะ” คุณหมอตอบด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ ไม่รู้ว่าลำบอกใจเรื่องสรรพนามที่ใช้หรือเปล่า แต่ไม่ใช่เวลาที่มาวิเคราะห์เรื่องนี้นะไอจอมทัพ มึงควรไปสนใจว่ามึงทำใครท้อง

“ห๋าาา ผมแพ้ท้องแทนหรอครับ” กูไปทำใครท้องวะเนี้ย ผมรีบกุมขมับทันที

“ตาทัพแกมีลูก แสดงว่าฉันจะมีหลานใช่ไหม”คุณหญิงที่เงียบอยู่นานก็รีบถามด้วยเสียงที่ตื่นเต้น

เมื่อตรวจเสร็จรับยามาทาน ผมก็ได้แต่เดินออกมาอย่างไร้สติ ได้แค่คิดว่าไปทำใครท้อง แต่จู่งก็นึกถึงหน้าผู้ชายในคืนนั้นขึ้นมา ผมรีบสบัดความคิดนั้นทันที ไม่ได้นะไปจอมทัพนั้นมันผู้ชาย ผมคิดไปเรื่อยจนถึงคอนโด แล้วเดินผ่านทุกคนไปเข้าห้องนอนทันที

End

 

 

#เมธาวิน

“เห้อออ เสร็จสักทีโว้ย” เสียงผมดังลั่นจนทำให้พี่ๆ ในแผนกต่างพากันแซว

“โห่วน้องวิน ได้กลับแล้วสินะค่ะ”

“โห่ว วันนี้ได้กลับเร็วอีกแล้ว”

เสียงแซวยังดังมาเรื่อยๆ ผมได้แค่พยักหน้า แล้วยิ้มให้ รีบเก็บของเข้ากระเป๋าเพื่อจะกลับคอนโดไปพักสักที “กูกลับก่อนนะพวกมึง” รีบบอกพร้อมลุกจากเก้าอี้

“เเหม่ม เดี๋ยวนี้กลับเร็วจังนะมึง รีบไปหาสาวหรือไง” เสียงไอเวย

“จริง ไอ้วินเดี๋ยวนี้มีสาวหรอว่ะ” เสียงไนท์สมทบมาทันที

“ก็เหนื่อยจะกลับไปนอน มีสาวที่ไหนกันวะ” ผมรีบแก้ข่าวทันที “กูไปละ”ผมรีบช้าผมรีบเดินออกมาจากแผนกทันที มาถึงลานจอนรถผมก็เจอเอากับผู้ชายคนหนึ่งที่ทำลับๆล่อๆอยู่แถวรถผม

“เห้ยทำอะไรวะ” ผมรีบตะโกนก่อนจะวิ่งเอาไปหายโจร แต่มันก็วิ่งหนีผมจึงรีบวิ่งตามไป

“หยุดนะ พี่รปภครับโจรครับ” ผมวิ่งไปก็เจอเข้ากับพี่รปภ ก็ตะโกนให้เขาตามจับคนร้าย ผมไม่รู้ว่ามันได้อะไรไปไหม เท่าที่เห็นกระจกรถผมมันแตกก็เลยวิ่งตาม

“กูบอกให้หยุดไงวะ เหี้ยเว้ย!” จากคำสยบ ผมก็ถอดรองเท้าปาเข้าที่ท้ายทอย ระดับความแม่นยำสูงร้อยเปอร์เซ็นต์ มันก็ล้มลงผมจึงวิ่งเข้าไปจับมัน พี่รปภก็วิ่งตามมาจับมาอีกแรง แม่งโดนจับได้แล้วยังจะดิ้นอีก

“มึงจะดิ้นทำไมวะ อยู่นิ่งๆ”ผมบอกเสียงเข้มก่อนจะมองของที่ตกอยู่กลับพื้น หยิบมันขึ้นมา ผมจ้องมันนิ่งๆ ที่นิ่งคือสงสัยครับ ขโมยแสนตาพึ่งเคยเห็นนะเนี่ย

“นี่ จะขโมยทำไมวะ แค่แว่นตา”

“ก็เห็นว่าสวยดี เหมือนจะแพงเลยหยิบมาครับ” มันตอบด้วยเสียงที่กล้าๆกลัวๆ

“เออๆ แต่มึงก็ต้องโดนจับอยู่ดีข้อหาทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยเจตนา” ผมใช้แว่นตาตีเข้าที่อกมัน

“น้องจับมันไว้ก่อน พี่โทรตามตำรวจแปปนึ่ง” พี่รปภดันโจรมาที่ผม มือมันโดนล็อกเรียบร้อย ไม่นานตำรวจก็มาถึง ก่อนจะจับมันขึ้นรถ ตำรวจเดินมาบอกให้ผมตามไปที่โรงพักเพื่อแจ้งความ ผมจึงตอบตกลงแต่จะไปพรุ่งนี้เช้า

“น้องนี้เร็วชมัดเลย”พี่รปภเดินมาคุยกับผม

“โถ่วพี่ผมวัยรุ่นอยู่แข็งแรงจะตาย” ผมยิ้มให้พี่แกทันที “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมหันหลังเดินกลับไปเพื่อจะไปหน้าบริษัท แต่จู่ๆเสียงพี่รปภก็ดังขึ้น

“เห้ยน้อง ทำไมเลือดออกวะ”พี่แกรีบวิ่งมาหาผมทันที

“เลือดหรอครับ”ผมขมวดคิ้ว

“เนี่ยตรงกางเกงด้านหลัง เป็นอะไรมากไหมเนี่ย”เสียงแกก็ยังถามด้วยความเป็นห่วง ผมจึงรีบใช้มือไปแตะดูที่กางเกงมาดูก็เจอเข้ากับ คราบเลือดสีแดง เกิดความตกใจด้วยความกลัวเลือดก็ค่อยๆทรุดตัวลงคล้ายจะเป็นลม แล้วทุกอย่างก็ตัดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝากติดตามด้วยนะคะ

ผิดพลาดตรงไหนติชมกันได้นะคะ

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว