ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 20 || Jealous,is he?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.4k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2564 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 20 || Jealous,is he?
แบบอักษร

  

(คำเตือน เนื้อหามีการใช้ความรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ) 

#20 

Jealous,is he? 

 

 

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงัน กลิ่นอับชื้นที่เป็นตัวบ่งบอกชั้นดีว่าที่แห่งนี้อยู่ภายใต้ความมืดเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงรอบข้างจะเงียบงันเพียงใด ตอนนี้กลับมีเสียงดิ้นรนร้องโวยวายอย่างหวาดกลัว และเสียงโซ่กระทบกันดังก้องไปมา…เหมือนอย่างที่คนเป็นนายได้สั่งเอาไว้

ว่าให้เอามาหมาล่ามให้ดี 

เสียงรองเท้าหนังเหยียบย้ำตามพื้นปูนเปื้อนฝุ่น สืบสาวเข้ามาใกล้มากขึ้นจนคนที่กำลังดิ้นรนอยู่มองเห็นปลายเท้าภายใต้ความมืด เสียงฝนพรำด้านนอกคล้ายจะเป็นตัวเก็บเสียงชั้นดีมากเข้าไปใหญ่ เพราะต่อให้ทำอะไรๆ ก็ไม่อาจมีใครได้ยิน หรือถ้ามีก็จะเป็นอะไรไป เพราะที่นี่คือพื้นที่ของผู้ชายคนนี้

ตาคมปรายมองหมาที่ถูกล่ามเอาไว้ด้วยแววตาเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึก แต่ลูกน้องโดยรอบกลับรู้ดีว่ายิ่งเงียบนี่แหละ ยิ่งมีคลื่นพายุพัดวนอยู่ภายในใจคนเป็นนายมากที่สุด

“ไง ก่อนหน้านี้กูเห็นเก่งจัง…อ้อ ลืมไป มึงเก่งแต่ลอบกัดนี่เนอะ”

ไม่ใช่น้ำเสียงคนที่เป็นพื้นที่แห่งนี้ แต่เป็นเพื่อนสนิทเจ้าตัวที่ขอมาด้วยว่าขึ้น ร่างสูงของเวย์คุกเข่านั่งลงกับพื้นช้าๆ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างยียวน ทิ้งปรายตาเหยียดหยามจนโทนได้แต่ขบกรามแน่น

นี่แม่งเรื่องบ้าอะไรวะ พวกมันเป็นใคร…ไอ้ต้นรักมันมารู้จักกับคนพวกนี้ได้ยังไง

“เอาน้ำร้อนมาให้กู”

เสียงทุ้มของขุนหมื่นดังขึ้นทำให้เวย์ยอมลุกแล้วถอยออกไปยื่นมองดูเท่านั้น ปล่อยให้เพื่อนสนิทได้จัดการก่อนที่จะเป็นตาเขาบ้าง…และถ้าถามว่าเขาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ก็คงต้องตอบได้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวทางตรง

แต่เกี่ยวแบบทางอ้อม 

ภาพตาเรียวสวยที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำสีใสเต็มหน่วยตาตอนที่เห็นต้นรักถูกทำร้ายของแก้วใจทำให้เขาต้องมายืนตรงนี้ มาเอาเลือดหัวมันออกให้สมกับที่คนของใจเขาต้องมีน้ำตา

“จะทำอะไร!”

ดวงตาคมดุกดต่ำมองดูคนที่นอนร้องโวยวายอยู่บนพื้นขณะที่เพิ่งรับแก้วน้ำร้อนมาไว้ในมือ…และแน่นอนว่ามันต้องร้อนกว่าที่รักโดนเมื่อเช้า

ซ่า 

“โอ๊ยย! ร้อน ไอ้เหี้ยเอ๊ย!”

ไม่มีเสียงเอ่ยนำหรือว่าท่าทีใดๆ ให้รับรู้ น้ำร้อนจัดถูกสาดราดโทนจนแสบร้อนไปทั้งตัว ยิ่งราดรดลงบนบาดแผลที่เหวอะหวะบนใบหน้ายิ่งทำให้ทรมานเข้าไปใหญ่ ร่างกายที่เคยดูดีดิ้นรนหนักมากขึ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากโซ่ที่ล่ามอยู่

ขุนหมื่นมองการกระทำตรงหน้านิ่งเรียบเหมือนเคย ไม่มีความเห็นใจ…มีแต่ความคิดที่ว่าหมาตัวนี้มันช่างโง่สิ้นดี

“มึงร้อน?”

“…”

“ยังหรอก มึงต้องโดนมากกว่านี้อีก”

“ปล่อยกูไอ้สัด!”

“เอาน้ำร้อนมาให้กูอีก”

“ครับพี่”

น้ำร้อนอีกแก้วสาดรดบนร่างหมดสภาพอีกครั้งและอีกครั้งก่อนเสียงร้องจะดังระงม ปลายเท้าหนักๆ กดเหยียบเข้าที่ไหล่ข้างหนึ่งแนบก้มลงไปกับพื้น บดขยี้สร้างความเจ็บลึกไปถึงกระดูกก่อนที่ในเวลาต่อมาฝ่าเท้าคู่เดิมจะกระทืบซ้ำลงไปเต็มแรง

“อ๊ากก อึก!”

ใบหน้าคมดุก้มลงต่ำมองดูสภาพคนด้านล่างก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่งงัน

“ถือว่ากูให้โอกาสมึงแล้วนะ แต่ก็ยังอยากหาที่ตายดีนัก”

“โอ๊ย”

“กูจัดให้ เอาให้มึงรู้ถึงนรกบนดินเลย”

สิ้นคำที่ว่าก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องโอดครวญ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส…แต่ถึงจะเจ็บปวดเพียงใด ก็ดูจะไม่มีสิทธิ์ตายได้ง่ายๆ จนกว่าคนตรงหน้าจะพอใจ…หลังจากโดนกระทำอย่างหนักหลายสิบนาทีสภาพโทนก็เรียกได้ว่ามีเพียงแค่ลมหายใจเท่านั้นที่ยังมีแรงรวยรินอยู่ ใบหูอื้ออึ้งได้ยินเสียงทุ้มว่าขึ้นอีกครั้ง

และมันไม่ใช่การข่มขู่ แต่ทั้งหมดนั้นบอกเขาว่าคนตรงหน้าทำได้จริงแน่…แบบที่กะพริบตาครั้งเดียวเขาก็จะหมดลมหายใจลงทันที

“กูให้มึงเลือกเป็นครั้งสุดท้าย…ระหว่างไสหัวออกไปให้ไกล กับโดนกูยิงทิ้งซะ”

“แฮก…”

“ถ้ามึงเลือกข้อแรก แล้วในอนาคตกูเห็นหน้ามึงอีก จุดจบมึงก็จะเป็นเหมือนข้อสองทันที”

“กะ..กู…อึก จะไป…ไปให้ไกล”

“ถ้ามึงเสนอหน้ามาให้รักเห็นแม้สักเสี้ยว มึงเตรียมบอกลาพ่อแม่มึงได้เลย”

“…”

“อ้อ แล้วก็ฝากไปบอกเพื่อนมึงด้วยว่าธุรกิจครอบครัวเตรียมฉิบหายแน่ เพราะกูไม่คิดปล่อยใครหน้าไหนทั้งนั้น”

“…”

“ไอ้เวย์ ตามึง”

“ดี มึงกลับไปเลยก็ได้ ฝั่งนี้กูเคลียร์ต่อเอง”

“เออ กูรีบกลับไปดูรักก่อน”

“เหอะ มึงรีบไสหัวไปเลย”

สองเพื่อนสนิทพยักหน้าให้กันเบาๆ ก่อนจะแยกย้ายออกมา คนหนึ่งตรงไปที่รถ ส่วนอีกคนทำการคิดบัญชีที่ค้างคาไว้…ต่อให้กรรมจะไม่ตามสนองพวกมัน พวกเขาก็จะให้มันชดใช้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อยากกินอะไรอีก]

“รักอยากกินมังคุดดด”

[ได้ เอาเยอะไหม]

“รักขอเป็นถุงใหญ่ๆ เลยครับ!”

[ผลไม้อย่างอื่นล่ะ]

“อืม…รักขอส้มลูกใหญ่ๆ อีกอย่างนะครับ”

[ได้ แค่นี้ใช่ไหม]

“ใช่ค้าบบ พี่ขุนตั้งใจเรียนนะครับ รักเป็นกำลังใจให้”

[ขอบใจ…มึงด้วย อย่าอ่านหนังสือจนลืมหาอะไรกิน]

“โห เรื่องของกินรักไม่เคยพลาดหรอกครับฮ่าๆ”

[หึ งั้นกูวางก่อน เลิกเรียนแล้วจะรีบซื้อของกินที่มึงสั่งเข้าไปให้]

“โอเคเลยครับ รักจะเตรียมพุงไว้รอเลย!”

ผมกดวางสายจากพี่ขุนอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้เพิ่งจะอุ่นข้าวที่พี่ขุนซื้อไว้ให้ก่อนออกไปเรียนมากิน เนื่องจากเป็นคนไข้เฉพาะกิจของพี่ขุนและถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปเรียนแล้ว ผมยังโดนคุณหมอส่วนตัวสั่งให้พักอยู่กับพี่เขาด้วย

ฮึ่ยย เดี๋ยวนี้พี่ขุนน่ะเอาใหญ่ขึ้นทุกวัน! เมื่อคืนก็เป็นพี่ขุนจอมวายร้ายรวมพลังเข้ากับพี่ขุนร่างแบดบอยอีกด้วย!

“ห้ามคิดนะไอ้รักๆๆๆ”

พูดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วผมก็อยากจะหน้าระเบิดอีกครั้ง พี่ขุนนิสัยไม่ดีๆๆๆ ครั้งนี้มันเกินไปมากๆ เหมือนกับว่าคราวนี้พี่ขุนได้เอาระเบิดมาวางในตัวผมจนมันระเบิดยับเลยล่ะ…เนี่ย เมื่อคืนก็อายจนไม่กล้ามองหน้าหรือคุยกับพี่เขาเลย

ตื่นเช้ามาที่คุยกันได้เพราะพี่ขุนถามเรื่องของกินนี่แหละ แหะ ._.

เมื่อกี้พี่เขาก็โทรมาถามว่ามื้อเที่ยงผมอยากกินอะไร เพราะวันนี้พี่ขุนมีเรียนแค่ช่วงเช้าเลยจะกลับเข้ามาที่ห้องเลย ส่วนผมน่ะก็ร่ายรายการของที่อยากกินไปเต็มเลย ตอนแรกก็มีแค่ไม่กี่อย่างหรอก แต่พี่ขุนถามกันกลับตลอดเลยนี่นาว่าอยากกินอะไรอีกๆ

เมนูมันก็เลยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าจะเต็มรถพี่ขุนเลยทีเดียว

“อ่านไว้ถึงหน้าไหนแล้วนะ”

และถึงจะไม่ได้ไปเรียน แต่ต้นรักหนอนหนังสือก็ยังคงขาดหนังสือไม่ได้อยู่วันยังค่ำ ผมเอนหลังพิงกับนักโซฟา เปิดสไลด์บนหน้าจอไอแพดอ่านเนื้อหาที่เรียนมาใหม่อีกครั้งไปเรื่อยๆ มือขวาถือปากกาเอาไว้ไฮไลต์จุดที่สำคัญ…ใช้เวลาอยู่เกือบชั่วโมงได้ผมก็ต้องวางไอแพดลงเพราะเสียงออดหน้าห้องที่ดังขึ้น

ผมเหลือบมองดูนาฬิกาเล็กน้อยแล้วก็ต้องเกิดความสงสัยเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนของพี่ขุนเลย ผมสาวเท้าไปที่หน้าประตู แอบเขย่งเท้าส่องตาแมวดูว่าเป็นใครกันนะ

เมื่อเห็นว่าเป็นใครผมก็ต้องเผลอเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มร่าออกมาทันที

“คุณแม่ สวัสดีครับบ~”

“ตัวเล็กของแม่”

ทันทีที่คุณแม่ก้าวเข้ามาในห้องท่านก็สวมกอดผมแน่นทันที โดยพยายามไม่ให้แขนพาดผ่านแถวแผ่นหลังของผม…คุณแม่น่ะน่ารักที่สุดเลย!

เหมือนว่าเมื่อคืนนี้พี่ขุนจะโทรหาคุณแม่เลยทำให้ท่านรู้เรื่องที่ผมโดนแกล้งด้วย เช้ามาท่านก็เลยโทรมาถามอาการผมอย่างเป็นห่วงและก็รับรู้ว่าผมอยู่กับพี่ขุน…ไม่คิดเลยจริงๆ วันท่านจะเดินทางมาด้วยตัวเองแบบนี้

แล้วผมกับคุณแม่จับจูงกันมานั่งตรงโซฟาตัวใหญ่ที่ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่ก่อนหน้านี้

“เป็นยังไงบ้างครับ รักเจ็บมากไหม”

“รักแทบจะหายเป็นปกติแล้วครับ แผลแค่นี้รักคนเท่ไม่คณามือหร้อกก”

“ฮะๆ มันเขี้ยวจริงๆ เลย…แต่เมื่อคืนตอนพี่หมื่นเล่าให้ฟังแม่ตกใจมากเลยนะลูก ที่สำคัญยังโกรธมากๆ ด้วย แต่คนที่ฉุนจัดยิ่งกว่าใครเลยก็คือพ่อพี่หมื่นนี่แหละค่ะ วันนี้ก็เข้าไปเคลียร์ที่มอให้ด้วย”

“จะ..จริงเหรอครับO_O รักไม่รู้เลยว่าพี่ขุนโดนทางมอเรียกเข้าไปพบด้วย”

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เรื่องแค่นี้สำหรับคุณพ่อกับพี่หมื่นน่ะเป็นเรื่องจิ๊บๆ เท่านั้น”

“รัก…ขอบคุณนะครับ ทุกคนดีกับรักมากเลย แล้วก็รักฝากขอบคุณคุณพ่อด้วยนะครับ”

ผมละสายตาลงมองมือตัวเองที่กุมกันอยู่อย่างซึ้งใจ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเจอคุณพ่อเลยสักครั้งแต่ท่านกลับช่วยผมอีกแรงด้วย…ทำไมทุกคนน่ารักจนใจเจ็บแบบนี้นะ U_U

“ได้เลยครับ แม่จะบอกให้นะ ว่างๆ ก็เข้ามาบ้านแม่ได้นะรักลูก จะได้เจอคุณพ่อด้วย”

“ถ้าว่างเมื่อไหร่รักสัญญาว่าจะเข้าไปหาเลยครับ!”

“ฮะๆ เห็นหนูยังสดใสแบบนี้แม่ก็สบายใจ แต่แม่ก็ไม่ได้มาตัวเปล่าน้าา ขนขนมมาให้รักเต็มถุงเลย”

“ถะ..ถุงใบนี้คือขนมที่จะให้รักเหรอครับ”

ผมมองถุงกระดาษใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ คุณแม่อย่างอึ้งๆ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นพวกเสื้อผ้าอะไรแบบนี้ซะอีก…แต่ว่าแล้วก็เถอะ ต้นรักน่ะคิดถึงบราวนี่ฝีมือคุณแม่ที่สุดเลยย ;--; ฮื่ออ ในถุงนี้จะมีด้วยไหมนะ

และเหมือนผมจะมองถุงที่ว่าตาเยิ้มไปหน่อยคุณแม่ถึงได้อ่านใจกันออกพร้อมหลุดหัวเราะออกมาแบบนั้น

“ฮะๆ น่ารักจริงๆ เล้ย! แม่ทำทั้งบราวนี่แล้วก็ขนมอีกเยอะมากๆ มาให้เลยครับ”

“บราวนี่…ถะ แถมยังอีกเยอะเลยเหรอครับ”

โห กลั้นไว้ต้นรักคนเท่ จะมาน้ำลายไหลต่อหน้าคุณแม่ไม่ได้เด็ดขาดนะ!

“ใช่ครับ แม่กลัวรักกินไม่พอเลยทำมาให้เยอะๆ เลย เพิ่งอบร้อนๆ เมื่อเช้าเลยนะลูก”

“รักขอบคุณมากนะครับบ รักจะกินให้หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือเลยครับ” ผมยิ้มว่าอย่างดีใจ เดาได้เลยว่าตอนนี้ผมต้องหน้าบานขนาดไหน

“แล้วหนูถูกพี่หมื่นพามาอยู่ด้วยแบบนี้ พี่หมื่นเกเรอะไรใส่หนูไหมลูก บอกแม่ได้เลยนะแม่จะจัดการพี่หมื่นให้”

เมื่อประโยคที่ว่าดังขึ้นสีหน้าที่กำลังบานเป็นจานดาวเทียมของผมก็ต้องหุบฉับแล้วก็เปลี่ยนเป็นแก้มร้อนจี๋ขึ้นมาทันที

ฮื่ออ…ภาพเมื่อคืนบนสะพานมันกลับมาอีกแล้วว T____T

“ตายแล้ว! จริงๆ ด้วยสินะครับ หน้าแดงขนาดนี้ พี่หมื่นนะพี่หมื่น เกเรกับน้องแบบนี้ได้ยังไง ตัวหนูก็เท่านี้เอง ต้องโดนดุซะหน่อยแล้ว”

“…” ผมนั่งเงียบได้แต่เม้มปากแน่นด้วยความเขินเข้าไปใหญ่ ยิ่งโดนคุณแม่จับได้แบบนี้ผมก็ยิ่งอยากจะจมหายไปกับโซฟามันซะตอนนี้

อยากเป็นต้นรักร่างผีน้อยทะลุหายไปกับกำแพงจังเลย ;-;

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก หนูโดนพี่ขุนรังแกขนาดนี้แล้ว แม่กับพ่อจะไปคุยกับผู้ใหญ่ฝั่งหนูเรื่องดองกันเลยดีไหมครับ”

“…”

อะ..โอียยย ไม่ไหวแล้ว ฮื่อออ

นอกจากพี่ขุนที่ชอบพูดอะไรแบบไม่มีอ้อมแล้ว คุณแม่ก็ยังเป็นไปด้วยเหรอเนี่ย

ตายแน่ไอ้รัก เป็นโรคหัวใจตายก่อนวัยอันควรแน่ๆ T____T

 

 

 

 

 

 

ในที่สุดวันนี้ต้นรักก็ได้กลับมาเดินต๊อกแต๊กที่มออีกครั้งหลังผ่านไปสามวัน คุณหมอคนโหดเข้มงวดมากๆ ผมก็เลยต้องอ่านหนังสืออยู่ห้องยาวๆ เลยเท่านั้น แต่หนึ่งสิ่งที่ถูกใจต้นรักคนเท่มากๆ ก็คือการได้กินของอร่อยเยอะๆ นี่แหละนะ!

ทั้งจากพี่ขุน คุณแม่ พี่ส้ม แล้วก็พวกเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมกัน…ตอนนี้แก้มผมก็เลยโตขึ้นเป็นกองเลยน่ะสิ!

“เค้กรสไหนดีน้าา”

ผมกวาดสายตามองเจ้าเค้กรูปทรงสามที่วางเรียงรายอยู่ในตู้กระจกใส ไม่ว่ารสไหนก็ดูจะน่ากินไปหมด เกิดเป็นต้นรักนี่ลำบากจริงๆ U_U

ผมดูดน้ำชาเขียวที่เพิ่งไปต่อคิวซื้อมาก่อนไปพลาง ก้มมองสิ่งน่ากินมาได้เกือบห้านาทีแล้ว คนที่มาทีหลังผมยังเลือกได้เร็วกว่าเลย…สั่งไปสักสามชิ้นเลยได้ไหมนะ

ไอ้แก้วบอกว่าจะมาช้าหน่อยด้วย มันคงไม่มีทางรู้หรอกว่าผมกินของหวานไปเยอะตั้งแต่เช้าแบบนี้ ฮึ่ยย ฉลาดจริงๆ เลยเราเนี่ย!

“เธอครับ ขอโทษนะครับ”

ผมเงยหน้าขึ้นมองใครก็ไม่รู้ที่มายืนข้างๆ กัน ผมหันมองซ้ายขวาว่ารอบตัวเรายังมีใครอยู่ไหม แต่กลับไม่พบใครอีกยกเว้นตัวผมเอง

“เธอนั่นแหละะครับ”

ผมกะพริบตาปริบอย่างงงงวย เพราะอีกฝ่ายเรียกกันว่าเธอทำให้ผมไม่มั่นใจนักว่าเขาคุยกับผมอยู่จริงๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า เขาตัวสูงกว่าผมค่อนข้างมาก และผมก็ไม่คุ้นหน้าเขาเลยสักนิด

“เรียกผมเหรอครับ”

“ใช่ครับ”

“อ่า…มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ”

เพราะไม่รู้จักกัน ผมเลยเดาไว้ก่อนว่าเขาอาจมาขอให้ช่วยอะไรก็ได้…อย่างเช่นช่วยหารเค้กโปรพิเศษหนึ่งแถมหนึ่งยังไงล่ะ!

“เปล่าครับ…คือเราแค่อยากเข้ามาทำความรู้จัก ขอเบอร์เธอหน่อยได้ไหมครับ”

“…”

ผมยิ่งงงหนักมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนั้นผิดจากที่ผมคิดไว้โดยสิ้นเชิง สมองเริ่มประมวลถึงคำพูดเหล่านั้นก่อนมันจะแปลออกมาได้เป็นความหมายเดียว

“จีบเหรอครับ ._.”

“ครับ เธอ…น่ารักมาก”

โห…ต้นรักกำลังเป็นหนุ่มฮอตเหรอเนี่ย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่คำสารภาพจากคนตรงหน้ากลับไม่ได้ทำให้ใจผมสั่นไหวแทบระเบิดได้เหมือนพี่ขุนก็ไม่รู้ ไม่ใกล้เคียงเลยแม้แต่นิดเดียว…

“ขอโทษนะครับ”

“…เธอ”

ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะเอ่ยบอกเสียงหนักแน่นจริงจังพร้อมกับสบสายตาอีกฝ่ายไม่ละ

“ตอนนี้รักชอบพี่ขุนไปแล้ว ถึงมันจะยังเป็นครึ่งวงกลมอยู่ แต่อีกไม่นานมันก็จะเป็นวงกลมทั้งวงแล้วน่ะครับ”

“…”

อีกฝ่ายมีสีหน้าทั้งงุนงงและผิดหวังให้เห็นหลังจากผมว่าจบ เขาเอ่ยขอโทษผมน้อยๆ ก่อนจะขอตัวเดินจากไป ส่วนผมก็หันกลับมาเลือกเจ้าเค้กเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ารอบนี้จะลีลาอีกไม่ได้เด็ดขาดเพราะเดี๋ยวแก้วใจจะมาถึงซะก่อน

ถึงจะไม่มีคนมาหารโปรด้วย ต้นรักคนนี้ก็จะกินเองให้หมดเล้ย!

 

 

 

“แก้วว ไปดูกูเล่นสเกตบอร์ดเปล่า หรือมึงจะเล่นด้วยกันเลยดี”

ผมเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดีในตอนที่เรากำลังเดินไปทางมอเตอร์ไซค์ของเราที่จอดเอาไว้

“ไม่เอาหรอก ไม่อยากไปเห็นคนจีบกัน!”

“จะ..จีบอะไรกันเล่า ไปเล่นสเกตจะจีบกันได้ยังไงล่ะ”

“โถ่เอ๊ย อย่าให้ต้องบรรยายเลย ความรักของมึงกับพี่ขุนน่ะลอยฟุ้งงงไปเต็มบรรยากาศไปหมดเลยล่ะ”

“ไม่จริงซะหน่อยๆๆ”

“ไม่ต้องเฉไฉเลยไอ้แก้มอ้วน หึ ตอนนั้นหวงกูกับพี่กาย แต่ดูตอนนี้สิ้ โดนเขาจับกินแก้มไปทั้งลูกแล้วใช่ไหม!”

“กินแก้มอะไรกันเล่า!! มั่วๆๆๆ ที่สุดเลย คนอย่างพี่ขุนน่ะไม่ได้เข้ามาใกล้ต้นรักคนนี้เกินสามเมตรหรอก มีแต่กลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ต่างหาก” ผมว่ารัวเร็ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ใบหน้ามันแดงไปถึงใบหูรึยัง…ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแก้วมันต้องจับผิดผมได้แน่นอน ;-;

“ไม่เนียนเลยสักนิดด ยิ่งพูดไม่เว้นวรรคแบบนี้ยิ่งไม่รอดชัวร์! หึ”

“พูดแบบนี้มึงหวงกูใช่ไหมล้าา~~”

“กับคนอื่นก็จะหวงอยู่หรอก แต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นพี่ขุนกูก็ไม่รู้สึกแบบนั้นเลย เพราะพี่เขาดูจริงใจแล้วก็ซื่อตรงกับมึงด้วยมั้ง ที่สำคัญยังแมนมากอีกด้วย ปกป้องมึงสุดชีวิต กูเลยให้พี่เขาสามผ่าน! แต่จะห่วงก็ตรงที่มึงอาจจะตามเสือร้ายไม่ทันนี่แหละ”

“ฮึ่ยๆๆ พี่ขุนน่ะเป็นเสือร้ายลองจากกูเท่านั้นแหละ!”

“กล้าพูดมาได้นะไอ้แก้มอ้วนเอ๊ย”

แก้วใจมันหัวเราะขำยกใหญ่ พอดีกับที่เรามาถึงมอเตอร์ไซค์ตัวเองพอดี ผมขึ้นคร่อมพาหนะคู่ใจคันสีฟ้าอย่างคล่องแคล่ว โบกมือลาแก้วใจก่อนที่เราจะสตาร์ทรถขับแยกย้ายกันไป ตอนนี้ผมต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่หอเพราะมีนัดกับพี่ขุนว่าหลังเรียนเสร็จจะไปเล่นสเกตบอร์ดกัน

จริงๆ ผมมีแพลนจะออกกำลังกายเพิ่มด้วยนะ! ที่เริ่มด้วยสเกตก่อนเพราะอยากให้ตัวเองรู้สึกสนุกกับการเล่นกีฬาน่ะ จากนั้นก็จะเริ่มเพิ่มการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มลดแก้มยังไงล่ะ

และแพลนที่ผมคิดไว้ก็คงไม่พ้นไปเต้นแอโรบิกกับแก้วมันแน่ๆ แล้วแถมด้วยรำไทเก๊กเลยดีไหมนะ!

“หิวจังเลยย”

แต่ก่อนจะได้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ่งแรกที่ผมพุ่งเข้าไปหาก่อนคือที่ครัวนั่นเอง ก่อนจะไปทำกิจกรรมเสียเหงื่อเราก็ต้องเติมพลังกันก่อนใช่ไหมล่า เพราะงั้นพี่รักจะเติมพลังไปเยอะๆ เลย!

หลังผมใช้เวลาจัดการตัวเองเกือบหนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาลงไปหาพี่ขุนแล้ว…และไม่รู้ทำไมแค่คิดว่าจะได้เห็นใบหน้าดุๆ นั่นก็แอบเขินขึ้นมาซะดื้อๆ

เพราะว่าช่วงนี้พี่ขุนจีบกันรุนแรงเกินไปแน่ๆ

เมื่อลงมาถึงด้านล่างหอ ผมก็กวาดสายตาหารถพี่ขุน แต่เหมือนว่าวันนี้พี่เขาจะเปลี่ยนรถอีกแล้วเพราะผมมองไม่เห็นรถคันล่าสุดที่พี่ขุนใช้อยู่เลยสักคัน ที่มีโดดเด่นมากที่สุดก็คงจะเป็นซูเปอร์คาร์คันสีเทาสวยที่จอดอยู่ตรงนั้น…ไม่ต้องยืนงงนานรถคันที่ว่าก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนจะจอดลงตรงหน้าผม

พี่ขุนจริงๆ ด้วย…แถมวันนี้ยังมากับรถสุดเท่อีกแหนะ

“ระ..รักเพิ่งเคยนั่งเฟอร์รารีครั้งแรกเลยครับ”

“นั่งสบายไหม กูไปเอามาจากที่อู่ ว่าจะเอาไปเก็บที่คอนโด”

“รักไม่ค่อยชินเท่าไหร่น่ะครับ…แต่พี่ขุนรักรถมากจริงๆ นั่นแหละ รักจำแทบไม่หมดเลยว่ามีคันไหนบ้าง”

“กูชอบสะสม”

ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะกวาดตามองรอบตัวรถ มีแต่คำว่าเท่เต็มไปหมดสมกับความเป็นพี่ขุนจริงๆ …แต่แบบนี้จะทำยังไงดี ขากลับผมอยากซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมากินด้วย TT รถแพงขนาดนี้ผมคงต้องบอกลาน้องหมูปิ้งซะแล้วล่ะ

“หิวข้าว?”

“เปล่าค้าบบ รักกินมาเรียบร้อยแล้ว”

“แล้วทำหน้าเหมือนหิวข้าวทำไม”

“แหะ คือรักแค่คิดถึงของกินตอนขากลับน่ะครับ”

“อยากกินอะไรก็บอก กูจะพาไปซื้อ”

พี่ขุนใจดีอีกแล้ว ใจต้นรักก็มีอยู่แค่นี้เอง…แถมเมื่อกี้ผมเผลอคิดถึงเรื่องหมูปิ้งแป๊บเดียวเองแต่พี่เขาก็ยังสังเกตเห็นอีก จะใส่ใจกันเกินไปแล้วนะครับ!

“งั้นเราเปลี่ยนเอารถของรักไปก่อนดีไหมครับ คือ…ขากลับรักอยากซื้อหมูปิ้งมากินด้วย ._.”

เขินจัง…แต่ภาพลักษณ์ด้านการกินของผมสำหรับพี่ขุนแล้วมันก็คงไม่น่ามีอะไรต้องปกปิดแล้วล่ะเนอะ

“ซื้อขึ้นรถกูได้ รถกูก็เหมือนรถมึง อยากทำอะไรก็ทำ เอาทุเรียนขึ้นมากูยังไม่โกรธมึงเลย”

“หะ..โห นี่เฟอร์รารีเลยนะครับ”

“แล้วไง จะมีอะไรสำคัญไปกว่ามึงอีก”

“….”

เอ้อะะ…อยู่เงียบๆ ดีกว่า

ไม่ไหวแล้ว หัวใจตึกตักอีกแล้วเนี่ย! ฮึ่ยยย ไม่ไหวๆ ไม่กล้ามองหน้าพี่ขุนอีกแล้ว TT

“หึ เขินเก่งฉิบหาย”

“พะ..พี่ขุนห้ามพูดอะไรอีกแล้ว!”

“ใจสั่นไง?”

“ก็ใช่น่ะสิครับ หัวใจรักน่ะกำลังทำงานหนักมากเพราะพี่ขุนคนเดียวเลย”

“อยากจูบมึงอีกแล้ววะ”

“พี่ขุนหมื่น! รักไม่อนุญาตให้พูดอีกแล้วนะ!”

ผมนั่งเขินจนแทบม้วนเป็นก้อนกลมๆ เหมือนกับแก้มตัวเองได้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่…แต่ดีที่หลังจากนั้นพี่ขุนก็ไม่ได้จีบกันอีกจริงๆ ระหว่างเราเงียบงันแต่มันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนให้ใจหวิวๆ

ฮื่ออ พี่ขุนคนร้ายกาจ

 

 

 

 

 

“เอาอุปกรณ์ป้องกันมาด้วยรึเปล่า”

“เอามาค้าบบ”

“ดี”

ว่าเสร็จพี่ขุนก็ช่วยผมถืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเข้าไปสู่ลานสเกต รอบนี้สถานที่ที่เราเลือกเป็นในมหาลัยเราเอง และเพียงแค่เดินเข้ามาก็เหมือนว่าเพื่อนพี่ขุนจะมากันเยอะแยะเต็มไปหมดเลย

“เห้ยไอ้ขุนน พาคนน่ารักมาด้วยเหรอ!”

“เสือก”

ผมแอบสะดุ้งน้อยๆ ตอนพี่ขุนพูดตอบเพื่อน แต่ดูแล้วพี่คนนั้นจะไม่ใส่ใจอะไรนัก แถมยังยิ้มกว้างออกมามากกว่าเดิมอีก…รวมถึงพี่คนอื่นๆ ก็ด้วย

“โหห ตากลมเชียวครับบ”

“แก้มก็ป่องเชียวว”

“ตัวก็เล็กนิดเดียว”

“สั่งกระทืบแม่งเรียงตัวซะหรอกสัด”

ผมหลุดขำเบาๆ เพราะดูเหมือนว่ายิ่งโดนพี่ขุนว่าพวกพี่ๆ เขาก็ยิ่งรับมากขึ้นเท่านั้น ไม่มีแววโกรธเคืองเลยสักนิด…พวกพี่เขากำลังกวนพี่ขุนอยู่แน่ๆ เชื่อผมซี่~~~

“โอ๊ยยิ้มด้วย! พี่ใจจะละลายแล้วค้าบ ชะ…เชี่ย! ไอ้ขุนอย่าทำกู กูแค่ล้อเล่นเองพ่ออ”

“ไปไกลตีนกูให้หมดเลยก่อนที่มันจะลั่น กวนตีนจังพวกเหี้ยนี่”

ผมแอบเงยหน้าขึ้นมองพี่ขุนก็เห็นทั้งสีหน้าและแววตาดุดันอย่างชัดเจน พี่ขุนฉบับน่ากลัวมาแล้วว…

“ไปแล้วก็ได้ กลัวตีนหรอกนะเลยยอมฮ่าๆ”

“ไสหัวไปเลยไอ้สัด”

“อยากหวานกับน้องสองคนก็บอก ไม่ต้องพูดเยอะหรอกไอ้ขุน”

“เออไง”

อะ..เอาอีกแล้ว พี่ขุนชอบพูดอะไรตรงๆ แบบนี้อีกแล้ว ;-;

เมื่อพี่ๆ คนอื่นเดินกลับไปไถสเกตเล่นกันแล้วพี่ขุนก็หันกลับมามองผมอีกครั้ง จับจูงพาผมไปหาที่วางของเอาไว้แล้วหยิบเซฟตี้ในกระเป๋าออกมา

“มา กูใส่ให้”

“ขอบคุณนะครับ”

ผมยอมยืนนิ่งๆ ให้พี่ขุนใส่อุปกรณ์ป้องกันทั้งหมดให้ จนเสร็จแล้วเราถึงได้ลงสนามกัน พี่ขุนให้ผมทบทวนสิ่งที่เคยเรียนไปเมื่อครั้งก่อนช้าๆ เพื่อให้ผมปรับตัวได้อีกครั้ง ผมเองก็ตั้งใจเล่นอย่างดี มีทั้งสะดุดบ้าง ทรงตัวไม่อยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็เริ่มคล่องปรื๋อมากขึ้น

“พี่ขุนเล่นท่ายากๆ ได้ไหมครับ”

“ได้บ้าง ทำไม มึงอยากทำบ้างเหรอ”

“รักดูในคลิปมาน่ะครับ รักว่ามันเท่ดีแต่ก็น่าจะยากเกินไปสำหรับรัก”

“อืม ถ้าอยากเป็นกูก็จะสอน แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้มึงลอง มันอันตราย”

“งั้น…รักเล่นแค่ท่าเบสิกดีกว่าครับฮะๆ รักยังอยากไปเรียนมากกว่าไปเข้าโรงพยาบาล”

หลังจากผมเล่นคล่องกว่าเดิมขึ้นไปอีกแล้วพี่ขุนก็เริ่มปล่อยให้ผมเล่นอย่างอิสระมากขึ้น พี่เขาเองก็ไถสเกตบอร์ดตัวเองข้างกันกับผมไม่ห่างตลอด อ้อ…ลืมบอกไปล่ะว่าวันนี้ผมก็ใส่รองเท้าที่พี่ขุนซื้อให้มาด้วยนะ! เครื่องรางสำคัญจะลืมได้ไง~ รองเท้าคู่นี้นี่เหมือนยันกันล้มของผมเลยนะ

“พี่ขุนน รักขอไปกินน้ำก่อนแป๊บนึงนะค้าบบ”

“อืม ไม่ต้องรีบ”

พี่ขุนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ผมจะเดินออกมาเพื่อนพี่เขาก็แวบเข้าไปคุยเล่นพอดี ผมมุ่งตรงไปทางน้ำดื่มที่เอามาด้วย ดื่มอึกใหญ่เพราะความกระหาย ลดขวดลงเตรียมปิดฝาขวดเพราะอิ่มแล้ว…แต่แล้วสายตาก็มองไปเห็นว่ามีผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่สูงกว่าผมหน่อยเหมือนจะเสียหลักควบคุมสเกตบอร์ดไม่ได้พุ่งไปทางพี่ขุน

และเพราะคนตัวสูงมองเห็นได้ทันจึงคว้าแขนผู้ชายคนนั้นไว้ได้ก่อนจะโดนชนจนเจ็บตัวกันหมด ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าผมอย่างชัดเจน และตอนนี้ผู้ชายตัวเล็กที่ว่าก็กำลังเซเข้าหาพี่ขุนอยู่

“ดะ..เดี๋ยวสิ”

หัวใจที่มันเคยเต้นเป็นจังหวะปกติอยู่ๆ ก็รู้สึกยุบยิบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผมรีบวางขวดน้ำลงแล้วสาวเท้าเข้าไปหาพี่ขุนโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเห็นว่าผู้ชายคนนั้นยังยึดแขนพี่ขุนเอาไว้อยู่ผมก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้นมากเท่านั้น

พี่ขุนห้ามเจ้าชู้นะ!

“ยืนดีๆ เมียกูมองอยู่ ถ้ายังเซอีกกูผลักแล้วนะ”

ผมยืนพองลมเต็มแก้มด้วยความรู้สึกที่คงจะเรียกว่า ‘หึง’ หรือไม่ก็คงจะ ‘หวง’ …แต่คำพูดเมื่อครู่ของพี่ขุนก็พอชวนให้ใจผมหึงน้อยลงบ้าง

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ”

พี่ขุนเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ก่อนที่เขาจะมองตรงมาที่ผมแล้วเดินเข้ามาหากัน มือใหญ่วางลงทาบแก้มผมอย่างอ่อนโยนก่อนจะหลุดยิ้มจางออกมา

“เป็นอะไร มายืนทำหน้าน่ารักแบบนี้คือหึงกู?”

“ฮึ่ยย พี่ขุนเกือบโดนจบชีวิตแล้วนะครับ”

“จบชีวิตเลยเหรอ” เสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แล้วก็เงียบรอฟังผมอธิบาย

“ใช่ครับ! ถ้าเมื่อกี้พี่ขุนเจ้าชู้ละก็พี่ขุนจะโดนรักตีๆ แน่”

“…”

“เพราะขนาดเมื่อเช้ามีคนมาจีบรัก รักยังบอกว่าชอบพี่ขุนไปแล้วอยู่เลย”

“…”

“…”

จากอาการหวงจนใจว้าวุ่นในตอนแรก ตอนนี้ผมก็เริ่มกะพริบตาปริบอย่างงงงวย สีหน้าเอ็นดูก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมขึ้นมาซะอย่างนั้น

“ทะ..ทะไมพี่ขุนถึงเงียบไปล่ะครับ”

“ใคร”

“ครับ?”

“ไอ้เวรนั่นมันเป็นใคร”

โห…

เหมือนอาหารหึงของผมเมื่อครู่จะเป็นแค่อาการของเด็กฝึกหัดไปเลยเมื่อเทียบกับพี่ขุนในตอนนี้…

 

 

 

 

 

…………………………………..

ใครจะหึงโหดได้เท่าพ่อกันเล่าาา555555ไม่มี้หรอกก

อยากเอาทุเรียนไปนั่งกินบนรถพี่ขุนบ้างจังเลยย (っ ˘ڡ˘ ς)

 

ทุกคนค้าาเราจะบอกว่าเราคงไม่ได้อัปนิยายถี่เหมือนเดิมแล้วนะคับบ ช่วงนี้เปิดเทอมแล้วและเป็นปีสุดท้ายด้วยเลยงานเยอะมากๆ เราต้องจัดเวลาใหม่หมดเลยให้ทุกอย่างมันลงตัวที่สุด แต่ก็จะไม่หายแน่นอนค่า! แค่อาทิตย์หนึ่งไม่ได้มาอัปบ่อยเท่าก่อนหน้านี้คับบ

แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกข้อความมากเลยนะค้าา เราพยายามหาเวลาเข้าไปอ่านตลอดเลย เห็นนักอ่านชอบเราก็ดีใจมากๆ เลยค่าา (˘⌣˘) ♡ (˘⌣˘) ฮื่ออ

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว