อิงอิน หวางเฟยผู้ถูกลืม NC 18+
หวางเฟยที่ไม่ต้องการ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

หวางเฟยที่ไม่ต้องการ

"พระชายาตื่นบรรทมเถิดเพคะ เราต้องย้ายตำหนักแล้ว"  ถิงถิง สาวใช้คนสนิทที่ติดตามมาจากจวนของท่านราชครู ได้เข้ามาปลุกเจ้านาย หลังจากที่นางได้รับคำสั่งจากพ่อบ้านของวังชินอ๋อง ให้พระชายาย้ายตำหนักออกไปทันที เมื่อถึงเช้าของวันใหม่ ถิงถิงไม่เข้าใจ ทำไมพระชายาจะต้องย้าย ตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่ตำหนักที่สร้างไว้เพื่อพระชายาของชินอ๋องหรอกหรือ ช่างใจร้ายนัก คุณหนูของนาง ไม่ใช่นางอุ่นเตียงเสียหน่อย พอใช้งานเสร็จแล้ว ก็คิดจะเฉดหัวออกไปตอนไหนก็ได้ คุณหนูของนางแต่งเข้ามาเป็นหวางเฟยไม่ใช่หรืออย่างไร 

"ย้าย..ย้ายไปไหนหรือ"  อิงอินรวบรวมสติ ร่างกายของนางตอนนี้ยังบอบช้ำจากการถูกท่านอ๋องเคี่ยวกรำมาทั้งคืน ไม่ใช่เพราะความพิศวาสในตัวนางหรอกนะ เหมือนนางจะถูกเขาระบายความโกรธใส่เสียมากกว่า 

"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ รู้แค่ว่าเป็นตำหนักหลังเก่าเพคะ" ถิงถิงรายงานเจ้านาย ทั้งรู้สึกสงสาร นายท่านจะรู้หรือไม่ว่าส่งบุตรสาวให้มาเจอกับสิ่งใดบ้าง สมรสพระราชทานอย่างนั้นหรือ มันช่างไม่มีค่าอันใดเลย 

"ช่วยข้าอาบน้ำเถอะถิงถิง"   

"เพคะ" ถิงถิงรีบทำตามอย่างว่องไว ปกติแล้ว มีหรือที่คุณหนูจะให้นางอาบน้ำให้ หากไม่จำเป็นจริงๆ โธ่..ท่านอ๋อง ทำไมถึงได้รุนแรงกับคุณหนูของนางขนาดนี้นะ  

สองนายบ่าวเร่งรีบ จัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม[1ชั่วยาม=2ชั่วโมง] จึงได้พากันออกไปจากตำหนัก และได้มาพบกับพ่อบ้านใหญ่ของวังอ๋อง ที่มายืนรออยู่ข้างนอกแล้ว 

"พระชายา กระหม่อมได้รับคำสั่งจากท่านอ๋อง ให้พาท่านไปที่พำนักใหม่ ของใช้และสินเดิมของท่านเราได้ขนย้ายไปไว้ให้หมดแล้ว เบี้ยหวัดทุกเดือน กระหม่อมจะให้คนนำไปให้ที่ตำหนักในเอง พ่ะย่ะค่ะ และห้าคนนี้ ก็คือบ่าวและนางกำนัลที่ท่านอ๋องมอบให้ท่าน หากไม่มีความจำเป็น อย่าได้มาที่ตำหนักใหญ่เลยนะ พ่ะย่ะค่ะ"  หวั่งซุนพ่อบ้านใหญ่ของจวนอ๋อง ร่ายยาวถึงสิ่งที่พวกนางควรจะปฏิบัติตัวเมื่ออยู่ในวังอ๋อง 

"อืม.. ข้าเข้าใจแล้ว นำทางสิ ไปกันเถอะถิงถิง"  อิงอินไม่ได้รู้สึกรู้สาและเสียใจอะไรนัก นางเองก็ไม่ได้รักท่านอ๋อง แม้แต่ใบหน้าก็ยังไม่เคยเห็น ค่ำคืนเข้าหอมันก็มืดมิด ต่อให้มีแสงจันทร์สาดส่องมันก็มองเห็นแค่เลือนลาง ทั้งท่านอ๋องก็ยังสวมหน้ากากปิดบังครึ่งของใบหน้าเอาไว้ นางถือว่างานแต่งครั้งนี้ได้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอแค่ท่านพ่อไม่เป็นทุกข์ใจกับนางก็พอแล้ว นานกว่าสองเค่อ พวกเขาถึงได้พากันเดินมาถึงตำหนักเก่าที่ว่า เก่าจริงๆ ดีที่ไม่ได้รกร้างอย่างที่คิด คงจะมีคนมาทำความสะอาดเอาไว้ ไม่เคยขาดกระมัง[1เค่อ=15นาที] ตำหนักเก่าหลังนี้ก็ไม่ได้เล็กเลย ทั้งบริเวณรอบตำหนักก็ยังกว้างขวางอยู่ไม่น้อย ถือว่าท่านอ๋องก็ไม่ได้ใจร้ายกับนางมากนัก ตำหนักนี้อยู่โดดเดี่ยว แยกออกจากตำหนักใหญ่โดยสิ้นเชิง ทั้งยังมีกำแพงอิฐ และประตูกั้นการเข้าออกอีก 'ดีเลย เหมือนนางได้มีจวนเป็นของตัวเองแล้ว' อิงอิน กระหยิ่มกับความคิดของตัวเอง 

"ตำหนักนี้ก็ไม่ได้เลวร้าย กระหม่อมหวังว่า พระชายาคงจะอยู่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ ด้านโน้นจะมีประตูเข้าออก เป็นประตูที่ใช้สำหรับตำหนักแห่งนี้ ท่านสามารถใช้ประตูนั้นได้เลย จะได้ไม่ต้องเดินไกลถึงประตูหน้าวัง" 

หึๆ อิงอิน อยากจะหัวเราะ แค่ที่พ่อบ้านใหญ่พล่ามมา นางก็รู้แล้วว่าพวกเขาไม่ต้องการให้นางไปยุ่งเกี่ยวกับตำหนักใหญ่ แต่ช่างมันเถอะ อย่างน้อยนางก็มีอิสระที่จะเข้าออกไปข้างนอกได้สะดวกโดยไม่ต้องรอขออนุญาตจากใคร  

"ขอบคุณท่านพ่อบ้าน ท่านกลับไปเถอะ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง" 

"เอ่อ..พ่ะย่ะค่ะ" เฮ้อ..ช่างเป็นความรู้สึกที่อึดอัดเหลือเกิน หวั่งซุนเดินไปก็คิดไป เขาก็แค่ทำตามที่ท่านอ๋องสั่งเอาไว้ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกผิดกับ พระชายาวัยเยาว์ผู้นี้นักนะ หรือเป็นเพราะว่า นางไม่ได้โวยวาย หรือเรียกร้องสิ่งใดจากท่านอ๋องอีก ซึ่งผิดกับที่เขาคาดเดาเอาไว้ ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านอ๋องถึงไม่ยอมรับนาง ทั้งที่ตัวท่านอ๋องเองก็ไม่ได้มีใคร หรือนางในดวงใจที่ไหนอีก แล้วเมื่อไหร่จะได้มี พระโอรส และพระธิดา ให้อุ้มชูสักที อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว 

แดนเหนือ... 

ค่ายทหารแดนเหนือนับเป็นค่ายทหารที่หฤโหดที่สุด ของค่ายทหารสี่ทิศ แต่เพราะมี หยางเล่อชินอ๋องคอยดูแล แดนเหนือที่ว่าโหดร้าย ก็ได้คลายความตึงเครียดไว้ได้มากโข เพราะศัตรูที่หวังจะครอบครองแดนเหนือแค่ได้ยินนามของชินอ๋องต่างก็กลัวกันจนหัวหดแล้ว แต่ก็ยังมีพวกโจรบางกลุ่ม ที่ยังออกสร้างความวุ่นวายอยู่ไม่ลดละ 

"เพิ่งจะผ่านคืนเข้าหอมิใช่หรือขอรับ ฝ่าบาทก็ให้ท่านพักยาวได้เป็นเดือน แล้วจะรีบกลับมาทำไมล่ะท่านแม่ทัพ" 

"......" 

"ฮึ..เหมือนข้าพูดกับตอไม้หรืออย่างไร เจ้าจะช่วยตอบข้าสักนิดไม่ได้เลยหรือ"  รองแม่ทัพกงซาน ขึ้นเสียงใส่เพราะเริ่มจะมีน้ำโหกับสหายผู้นี้แล้ว 

"เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่เต็มใจ" 

"แล้วแต่งทำไม มีใครบังคับเจ้าได้หรืออย่างไร"  

"นางเป็นบุตรสาวของท่านราชครูหยวน" 

"แล้วอย่างไรล่ะ เจ้าช่วยพูดให้มันยาวกว่านี้ได้หรือไม่"  กงซานเริ่มจะทนไม่ไหวกับสหายสูงศักดิ์ผู้นี้ยิ่งนัก ไม่รู้จะประหยัดคำไปถึงไหน 

"ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านราชครูหยวนมีความสำคัญอะไรนักหนา เสด็จแม่ถึงอยากให้ข้ารับนางเป็นหวางเฟย หากข้าไม่ยอมฝ่าบาทก็จะรับนางเข้าสู่วังหลัง เจ้าก็รู้ว่าวังหลังของฝ่าบาทนั้นเป็นเช่นไร"  

"เจ้าแต่งกับนาง แล้วทิ้งมาแบบนี้ มันจะไปต่างอะไรกับวังหลังของฝ่าบาทกัน" 

"อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้มีเมียหลายคน" 

"หนีมาแบบนี้คงไม่ได้เข้าหอกระมัง" 

"......." 

"เข้าสินะ" 

"ข้าเมามาก" 

"ฮึ..แล้วเจ้าก็ทิ้งนางมาทั้งที่เข้าหอกับนางแล้ว ไม่ใช่ว่ากลับไปอีกที ลูกโตแล้วหรอกนะ" 

"ไม่มีทางหรอกน่า ข้าให้พ่อบ้านหวั่ง จัดการให้แล้ว" แบบนี้แหละถึงจะดี ทั้งกับเขาและก็ตัวของนางเอง 

เฮ้อ..กงซานถอนหายใจไปหลายตลบ รู้สึกสงสารสตรีที่ได้มาเกี่ยวข้องกับสหายของเขาผู้นี้เหลือเกิน บุรุษไร้ใจก็คือบุรุษไร้ใจอยู่วันยังค่ำ หากไม่ใช่ก็คงจะมีหวางเฟยไปตั้งนานแล้วล่ะ 

 

ที่วังของชินอ๋อง... 

หวั่งซุนเดินวนไปวนมา ด้วยคิดไม่ตกว่าตัวเขาเองได้ลืมสิ่งใดไปหรือไม่ รู้แต่เพียงว่ามันค่อนข้างจะสำคัญมากๆ เหมือนท่านอ๋องจะสั่งเอาไว้ก่อนกลับไปยังแดนเหนือ "เฮ้อ..ช่างมันเถอะเดี๋ยวข้าก็คงคิดออกเองนั่นแหละ" หวั่งซุนบอกกับตัวเอง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะลืมอะไรแบบนี้ ในเมื่อคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกสักที เขาจึงไม่คิดที่จะใส่ใจกับมันอีก 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น