จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2559 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11
แบบอักษร

 

#

คงโห 

ข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/556644/2009/08/04/entry-3

อี้หรง

ผมอยากเปิดตัวอย่างอลังการในยุทธจักร ไม่ใช่ในวังที่มีแต่ขุนนางหนุ่มแบบนี้ ท่านพ่อช่วยด้วย!

หลังจากการร่ายรำ ท่านลุงพระราชทานตำแหน่งท่านชายให้ ผมก็กลับมานั่งกับครอบครัว แต่บรรดาขุนนางหนุ่มที่เวียนมาคารวะสุรานี่คืออะไร ผมจะไม่มีโอกาสมีเมียจริงๆหรือนี่ ม่ายยยยย.....

ท่านพ่อเป็นแม่ทัพไม่ใช่เหรอ ตะเพิดพวกนี้ไปสิ ไม่ใช่นั่งจิบสุราอารมณ์ดีแบบนี้

"พี่จื้อเหยียน ข้าหายใจไม่ออก ท่านพาข้าไปเดินเล่นได้หรือไม่" อ้อนไอ้พี่บราค่อนนี่แหละ

"ข้าขอเป็นคนพาท่านชายไปชมดอกไม้ได้หรือไม่" หน้าหนูเบอร์หนึ่งถาม

"ท่านชายจึงไปกับข้า เจ้านับเป็นตัวอะไรได้ เป็นแค่ขุนนางขั้นห้า" เสียงหนึ่งขัดขึ้น มาจากหน้าหนูเบอร์สองนี่เอง

"แล้วเจ้าที่อาศัยตำแหน่งของบิดาแต่ไม่มีความสามารถที่แท้จริงคงภาคภูมิใจยิ่งนัก" หน้าหนูเบอร์สามแขวะ

"ก็คงดีกว่าคนหยาบกระด้างจากชายแดน" หน้าหนูสองด่ากลับ กลายเป็นการถกเถียงของผู้ชายหน้าหนูไปแล้ว ปกติจะต้องมีพระเอกรูปงามมาห้ามทัพสิ ผมฟังก็รำคาญ ท่านพ่อก็หวานอยู่กับท่านแม่ไม่สนใจทิ้งผมเป็นเด็กมีปัญหา หนีไปเดินเล่นดีกว่า

ผมลุกขึ้นเดินออกมาเฉยๆ ไม่สนใจรักษามารยาท คิดว่าพี่จื้อเหยียนต้องตามออกมาแน่ จึงเดินไปถึงริมน้ำตรงที่ไม่ค่อยมีคน ไม่สนใจว่าใครจะทักว่าอะไร น่ารำคาญที่สุด

"คุณหนูสนใจต่อโคลงกับข้าหรือไม่" เสียงคุ้นเคยติดจะซุกซนถามขึ้น

"ซ่านเหล่ย!" ผมทำเสียงดุ

วันนี้ซ่านเหล่ยแต่งตัวงดงามด้วยชุดที่ผมออกแบบให้ นางกำนัลทำงานได้ดีจริงๆ เหมือนอย่างที่ผมคิดไว้เป๊ะเลย ด้วยชุดสีฟ้าขาวขลิบไหมเงินทำให้ซ่านเหล่ยดูสดใสไม่มืดมนเหมือนเคย หน้าหวานแม้จะแฝงความโศกแต่ก็ดีกว่าแรกๆที่ได้เจอ ดูเหมือนนอกจากไม่มีคนสนใจแต่เบี้ยหวัดรายปีสำหรับองค์ชายก็ยังได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ท่านป้าจัดการวังหลังได้ดีพอสมควร อย่างน้อยซ่านเหล่ยก็ไม่โดนรังแก

"หงุดหงิดอะไรรึท่านชาย" ซ่านเหล่ยทรุดตัวนั่งที่ม้าหินข้างๆผม

"มีแต่พวกหน้าหนูมาคารวะสุราข้า ช่างน่าชังนัก ข้าจึงออกมาเดินเล่น" ผมบ่น

"แล้วถ้าเป็นรัชทายาทรูปงามเช่นพี่มาคารวะสุราเจ้าล่ะ" พี่ซ่านเหยาเดินยิ้มมา

"มิกล้า" ผมค้อนใส่

"คารวะองค์รัชทายาท"ซ่านเหล่ยคำนับ

"ไม่ต้องมากพิธี" พี่ซ่านเหยาโบกมือ เหล่านั้นขันทีน้อยก็จัดโต๊ะให้เราอย่างรวดเร็ว มีขนมหน้าตาน่ารับประทานหลายอย่าง

"หรงเอ๋อ เจ้าลองชิมชิ้นนี้สิ ถึงไม่อร่อยเท่าที่เจ้าทำ แต่ข้าก็ให้พ่อครัวทำให้เป็นพิเศษสำหรับงานนี้เชียวนะ" พี่ซ่านเหยาคีบขนมมาจ่อปาก ผมได้แต่อ้าปากรับเคี้ยวตุ้ยๆ หายหงุดหงิดไปหน่อย ถ้าจะให้ดีเอามาอีก

"จิบชาทิกวนอิมเสียหน่อยสิ พี่สั่งคนชงมาให้เจ้าเป็นพิเศษเลยนะ" พี่จื้อเหยียนป้อนชาผม นี่มันฮาเร็มชัดๆแต่ใครอยากได้ฟะ มันต้องสาวๆสวยๆสิ สงสารก็แต่ซ่านเหล่ย นั่งกินขนมตัวลีบเลย

"ซ่านเหล่ย เจ้าลองชิมอันนี้ดู" ผมคีบขนมส่งให้แต่พี่ทั้งสองส่งสายตาโหดเหี้ยมไปให้จนซ่านเหล่ยไปกล้าเอาขนมเข้าปาก

"ถ้าพี่สองคนจะมานั่งทำหน้าแบบนี้ก็กลับไปเลยนะ ข้าไม่ชอบ" ผมยื่นคำขาด

"ขอเจ้าอย่าได้มีโทสะ หน้าสวยๆของเจ้าไม่เหมาะกับการทำคิ้วขมวดแบบนี้" พี่ซ่านเหยายิ้มหล่อแล้วนวดคิ้วของผมให้คลายออก

"เจ้าคนน่าตาย ถือโอกาสลวนลามน้องข้าอย่างนั้นรึ" พี่จื้อเหยียนแทบจะพ่นไฟออกจากปาก

"คิกๆ" เสียงหัวเราะมาจากซ่านเหล่ย

"เจ้าหัวเราะแล้ว" ผมอุทาน

"ทำไมรึ" ซ่านเหล่ยมองผม นี่สิถึงจะเป็นใบหน้าของคนอายุสิบแปด

"ทำตัวให้สมอายุแบบนี้ดีแล้ว" ผมบอก จิบชาที่พี่จื้อเหยียนป้อนให้อีกจิบหนึ่ง 

"ซ่านเหล่ย ที่ผ่านมาพี่ไม่ค่อยได้สนใจเจ้า แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเป็นน้องของพี่นะ" พี่ซ่านเหยาบอก

"แค่นี้ก็ดีสำหรับข้ามากแล้ว ขอบคุณท่านพี่" ซ่านเหล่ยยิ้มสดใส

ผมนั่งเก้าอี้หินมาซักพักก็รู้สึกเมื่อย 

"พี่จื้อเหยียนนั่งแบบนี้" ผมจัดแจงให้พี่จื้อเหยียนนั่งกางขาให้ได้องศาที่ต้องการ แล้วก็พาตัวเองไปนั่งตัก มีกำแพงมนุษย์ให้พิง อ่า...ค่อยสบายหน่อย เพลินได้แป๊บเดียวก็โดนกระชากออกจากพี่จื้อเหยียนะซะนี่ เดี๋ยวจะอาละวาดให้ดู

 

ซ่านหยวน

สายตาข้าจับจ้องแต่หรงเอ๋อ ความโหยหาในใจข้ามันมากจนจะล้นออกมาแล้ว ได้แต่นั่งฟังพวกตาแก่ประจบประแจงท่านพ่อ ปล่อยให้หรงเอ๋อโดนพวกขุนนางหนุ่มและเหล่าคุณชายห้อมล้อม เหล่าองค์หญิงและคุณหนูที่แต่งตัวมาประชันกันวันนี้เมื่อเทียบกับความงามของหรงเอ๋อก็เหมือนฝูงลิง ข้าไม่คิดใส่ใจให้มากความ แม้นางเอาแต่ชม้ายตาให้ข้า มารดามันเถอะ หรงเอ๋อลุกจากโต๊ะโดยที่ไม่มีใครไปด้วย ข้าขว้างจอกสุราในมือทิ้งแล้วลุกขึ้นทันที

"องค์ชายพะยะค่ะ" องครักษ์เงาเรียกข้าไว้ก่อนที่ข้าจะได้เดินไปหาหรงเอ๋อ

"ถ้าเรื่องไม่ใหญ่พอที่จะเรียกข้าจากพระชายาเจ้าโดนแน่" ข้าถึงกับขู่องครักษ์เงาเพียงแค่มันมาขวางข้ามิให้ไปหาหรงเอ๋อ

"เสนาเจ๋อเข้าเฝ้าสนมเจ๋อพะยะค่ะ" 

ข้าเสียเวลาคุยกับองครักษ์เงาอยู่พักใหญ่ กว่าจะหลุดมาก็เห็นพี่รองนั่งป้อนขนมให้แก่หรงเอ๋อที่นั่งอยู่บนตักจื้อเหยียน

ข้าเร่งฝีเท้าผ่านเหล่าขุนนางที่จับกลุ่มคุยกัน ใครที่พยายามจะคารวะสุราแต่เมื่อเห็นหน้าตาบึ้งตึงของข้าก็ไม่มีใครกล้า

ข้าดึงหรงเอ๋อออกจากตักจื้อเหยียนด้วยโทสะ ทำไมหรงเอ๋อถึงประพฤติตัวเยี่ยงนี้

"ปล่อยข้านะ" หรงเอ๋อดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนข้า

"ข้าไม่ปล่อย จะให้ปล่อยเจ้าไปประพฤติตัวเยี่ยงนางคณิกาอีกหรืออย่างไร" ข้าตะคอก

"เจ้าว่าใครเป็นนางคณิกา" หรงเอ๋อหยุดดิ้น เงยหน้ามองข้า สายตาเต็มไปด้วยโทสะแต่ข้ากลับเห็นเป็นลูกแมวพองขนขู่

"เอ่อ..ข้า" ข้าเริ่มได้สติ จึงรู้สึกตัวว่าข้าพูดอะไรออกไป

"พี่ว่าเจ้าควรมีคำอธิบายดีๆให้หรงเอ๋อนะน้องสี่" พี่รองยิ้มหน้าเดิมแต่ข้าเห็นว่ามันกวนโทสะสิ้นดี

"เจ้าว่าใครเป็นนางคณิกา" หรงเอ๋อพูดเสียงเย็น

"ข้า ข้ามิได้ตั้งใจ" มารดามันเถอะ ข้าทำให้หรงเอ๋อมีโทสะอีกจนได้ เรื่องเก่ายังไม่ได้สะสางข้ากลับหาเรื่องใส่ตัวอีกจนได้

"ท่านคงไปหอนางโลมบ่อยจนทราบดีว่านางคณิกาเป็นเช่นไร" หรงเอ๋อสะบัดตัวออกจากข้า ดีที่เขารักษาหน้าข้าบ้างข้าจึงไม่โดนสกัดจุด

"หรงเอ๋อเจ้าอย่าได้เข้าใจข้าผิด ข้ามันเลวพูดไม่ไตร่ตรอง เจ้าจะตีข้าก็ได้แต่ได้โปรดอย่ามีโทสะเลย" ข้าจับมือหรงเอ๋อมาตีหน้าตัวเอง แต่เขากลับดึงมือออก

"พอเถอะซ่านหยวน รอให้หรงเอ๋ออารมณ์ดีกว่านี้เถอะ" จื้อเหยียนปราม ข้าจึงจำต้องเดินคอตกออกมา

"พรุ่งนี้ไปหาข้าที่จวนด้วย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า" หรงเอ๋อพูดลอยๆแต่ข้ารู้ว่าเขาตั้งใจพูดกับข้า เหมือนน้ำทิพย์ชโลมจิตใจที่แห้งผาก

"ข้าจะไป" ข้ายิ้มกว้างแล้วยอมถอยแต่โดยดี ไปนั่งกับท่านอาและท่านอาเขยดีกว่า ข้านั่งมองหรงเอ๋อจากตรงนั้นก็ได้

บนเวทีมีบรรดาคุณหนูตระกูลสูงผลัดกันขึ้นแสดงความสามารถ แต่ข้ามิได้ใส่ใจ พยายามฝากเนื้อฝากตัวกับท่านอาอย่างเนียนๆ

"ทำไมมานั่งคุยกับอาล่ะซ่านหยวน เจ้าไม่เบื่อหรือไง มีแต่เรื่องเก่าๆที่คนแก่คุยกัน" ท่านอายิ้มอย่างใจดี

"ถ้าเป็นเรื่องของหรงเอ๋อข้าก็อยากฟังขอรับท่านอา" ข้าพูดอะไรผิดหรือถึงทำให้ท่านอาน้ำตาซึม ท่านอาเขยยังถลึงตาใส่ข้าอีก

"หรงเอ๋อถูกลักพาตัวไปตั้งแต่เด็กพวกข้าจะมีความทรงจำอะไรมาเล่าให้เจ้าฟัง" ท่านอาเขยกระซิบเสียงเหี้ยม

"ท่านอา ตอนที่หรงเอ๋อถือกำเนิดคงจะน่ารักน่าชังมากใช่หรือไม่" ข้าพยายามชวนท่านอาคุย

"ใช่ ตอนเขาเกิดนะตัวเล็กนิดเดียว แถมไม่ยอมร้องจนข้าใจเสียนึกว่าลูกจะเป็นใบ้เสียแล้ว แถมยังไม่ค่อยยอมดื่มนมอีก ข้าต้องขอบคุณท่านตาที่เก็บหรงเอ๋อไปเลี้ยง ที่ดูแลเขาเติบโตมาแข็งแรงได้เยี่ยงนี้" ท่านอายิ้มชื่น

"เขาเป็นลูกของเรา ต้องเติบโตมาแข็งแรงแน่อยู่แล้ว" ท่านอาเขยลูบมือท่านอาตกอยู่ในความหลังกันสองคน ข้าจึงถือโอกาสเลี่ยงออกมา 

งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงค่ำ เหล่าผู้มาร่วมงานเริ่มเมามาย ข้ามองหรงเอ๋อ มีคนพยายามเข้าไปทำความรู้จักแต่โดนหน้าโหดๆของจื้อเหยียนกับฝีปากเชือดนิ่มๆของพี่รองเลยไม่มีใครเข้าถึงตัวหรงเอ๋อได้

ท่านพ่อกล่าวปิดงานเลี้ยงด้วยการให้หรงเอ๋อบรรเลงเพลงส่งท้าย เขาขอยืมคงโหจากนักดนตรีหลวง บรรเลงเพลงอ่อนหวานเหมือนสายน้ำไหลแฝงความคะนึงอยู่สี่ส่วน เจ้าคะนึงถึงใครหรือหรงเอ๋อ ให้ข้าเป็นคนผู้นั้นได้หรือไม่ แต่หรงเอ๋อไม่มองหน้าข้าเลย

หลังจากงานเลี้ยงข้าจะต้องไปตื๊อท่านพ่อให้หมั้นหมายหรงเอ๋อให้กับข้าให้ได้ ดูจากสายตาบรรดาขุนนางหนุ่มและคุณชายแดนทั้งหลาย ข้าอยากควักลูกตามันนัก!

ความคิดเห็น