facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 22

คำค้น : 18+, นิยายวาย, ตลก, ชายรักชาย, ขุนศึก, คับฟ้า, y, ชายxชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.3k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2564 09:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22
แบบอักษร

บทที่ 22 

  

             “อืมห์ รีบตื่นทำไมแต่เช้าหื้ม” 

  

             ท่อนแขนหนัก ๆ รั้งเอวผมไปแนบชิดกับลำตัวที่เปลือยเปล่า น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อผมพยายามแกะแขนที่เต็มไปด้วยรอยสักให้พ้นไปจากตัว ตอนนี้นาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียงบ่งบอกว่าเป็นเวลาหกโมงเช้าและถ้าผมยังมัวแต่นอนเล่นอยู่บนเตียงนานกว่านี้ข้าวเช้าคงจะทำไม่ทันก่อนไปทำงานเป็นแน่ 

  

             “ปล่อย จะไปอาบน้ำ” 

  

             ผมพูดเสียงเรียบดวงตาจับจ้องไปยังกรอบรูปถ่ายของเราสองคนในชุดกี่เพ้าสีแดงบนผนัง ห้องนี้เป็นห้องนอนที่เอาไว้สำหรับบังหน้าเวลาผู้ใหญ่ของเรามาเยี่ยมหรือมาค้างคืนเพราะจะได้ไม่เกิดปัญหาตามหลัง ส่วนผมไม่เคยย่างกายเข้ามาในห้องนี้เลยสักครั้ง ด้วยความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากศูนย์มันจึงทำให้ผมไม่คิดอยากจะเข้ามาข้องเกี่ยวเพราะต่างคนต่างอยู่มันดีที่สุด  

  

             แต่เหมือนสุภาษิตที่กล่าวไว้ เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นท่าจะจริงเพราะตั้งแต่กลับจากเซี่ยงไฮ้สิ่งของทุกอย่างทั้งของผมและขุนศึกถูกย้ายมาไว้ในห้องนี้ราวกับเตรียมการไว้ล่วงหน้า หากนับจากคืนนั้นวันนี้ก็เป็นคืนที่สามในการนอนร่วมเตียงในฐานะสามีภรรยาของเราทั้งคู่และผมก็ไม่ค่อยชินเสียเท่าไหร่นัก 

  

             “ขอนอนกอดต่ออีกหน่อย ตัวมึงหอมทำกูหลับลึกดี” 

  

             ริมฝีปากของชายผู้เป็นสามีขบเม้มลงบนหลังหูในจังหวะเนิบนาบพอให้อาการตื่นตัวในท่อนล่างของผมเคลื่อนไหวยามเช้าเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งเป็นสันเริ่มสาละวนเล่นลงบริเวณซอกคอ ขุนศึกขบเม้มอย่างหยอกล้อกับเนื้อผิวจนผมต้องแหงนหน้ามองขึ้นเพดานห้องด้วยความรู้สึกจักจี้ 

  

             “ผิวคนหรือรังผึ้ง ตอบกูหน่อยทำไมตัวมึงหวานหอมขนาดนี้คับฟ้า” 

  

             ปากบอกจะนอนต่อแต่ฝ่ามือปลาหมึกยักษ์กลับเลื้อยเข้ามาภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งที่มันเป็นเสื้อของขุนศึกเพราะตั้งแต่ย้ายมานอนร่วมเตียงเดียวกันผมมักจะชอบหยิบมาใส่เนื่องจากมันคล่องตัวไม่อึดอัด 

  

             “อื้อ!...” 

  

             นิ้วมือที่คอยลูบไล้หน้าท้องแปรเปลี่ยนเป็นเขี่ยเม็ดบนยอดอกผมเล่นแทน ยิ่งผมไม่ห้ามดูเหมือนขุนศึกจะยิ่งเหิมเกริมเข้าไปใหญ่จนแขนขวาของเจ้าตัวเลื่อนลงสอดเข้าตรงข้อพับบริเวณเข่าให้ขาขวาผมยกชั้นขึ้นและใช้เอวตัวเองกระทุ้งให้แท่งเนื้อถูไถเข้ากับร่องก้นผมอย่างเนียน ๆ  

  

             “ขอได้ไหมคับฟ้า สักยกสองยกก่อนไปทำงาน…” 

  

             ปลายหัวแท่งเอ็นอุ่นเริ่มมีน้ำปริ่มออกมาจนผมสัมผัสได้ ริมฝีปากหนาด้านหลังยังคงดูดคลึงสลับกับลากปลายลิ้นมายังบริเวณท้ายทอยผมไม่หยุด ส่วนช่วงเอวก็กระแทกขึ้นลงโดนก้นผมมากขึ้นหากเป็นช่วงอารมณ์อื่นผมคงจะคล้อยตามได้ง่ายแต่เวลานี้มันกลับไม่ใช่  

  

             ไม่ใช่เวลานี้… 

  

           ไม่ใช่เลยสักนิด… 

  

             “หยุด ถอยออกไปจากตัวกูเดี๋ยวนี้…เอาแขนออกจากต้นขากูด้วยจะไปอาบน้ำ” 

  

             เสียงเรียบไร้การตะคอกหรือตะโกนถูกเปล่งออกเป็นสัญญาณเตือน มีเพียงน้ำเสียงเย็นชาเอื้อนเอ่ยกับร่างสูงที่กำลังใช้ท่อนล่างกระแทกใส่ร่องก้นผมอย่างได้ใจและสนุกสนาน แต่ดูเหมือนว่าคนด้านหลังยังไม่สะทกสะท้านตอบสนองในประโยคของผมสักนิดเดียวเพราะขุนศึกยังขยับเอวต่อไปเรื่อย ๆ อย่างชอบพอ 

  

             “ยกเดียวก็ได้ ขอยกเดียวก็ได้ นะ…” 

  

             ท่อนแขนใหญ่ที่กำลังยกขาผมขึ้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นโอบรัดเอวพลิกให้ผมนอนหงายจากนั้นขุนศึกจึงลุกขึ้นคร่อมตัวผมไว้ด้วยอารมณ์ความต้องการที่พรั่งพรู ขุนศึกไม่พูดพร่ำทำเพลงก้มลงประกบรอยจูบบริเวณซอกคอผมทั้งสองข้างซ้ำไปมาหลายสิบรอบโดยไม่สนใจว่าสายตาผมเริ่มจะหมดความอดทนในอีกไม่ช้า 

  

             “หยุด…” 

  

             “ม้ามันกำลังดีดได้ที่จะให้ลงได้ยังไงคับฟ้า สักยกไหมคนดีควบม้าของเฮียตอนเช้าแล้วสมองจะได้ปลอดโปร่งก่อนไปทำงาน…” 

  

             เปลือกตาผมเลือกที่จะหลับลงอย่างข่มใจเมื่อได้ฟังประโยคจากคนขุนศึกที่ขึ้นคร่อมผมไม่เลิก ราวกับสิ่งที่ผมพูดไปนั้นร่างสูงไม่ได้ฟังผมสักนิด มันจึงทำให้ผมถึงกับถอนหายใจดังเฮือกใหญ่และทันใดนั้นเองการกระทำของขุนศึกทุกอย่างก็หยุดชะงักลงทันที  

  

             “ถอนหายใจดังขนาดนี้ รำคาญกูมากเลยเหรอวะ…” 

  

             “…” 

  

             บทชายหนุ่มหล่อผู้ชอบตัดพ้อวนกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจผมราวกับเป็นตัวเพิ่มเชื้อเพลิงความนอยให้ร่างสูงได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ จากที่ตัวเองโดนคร่อมก็ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ผมไม่รอช้าเมื่อไร้ซึ่งแรงเหนี่ยวรั้งจึงรีบลุกออกไปจากเตียงโดยไม่ชายตามองหน้าขุนศึกแม้แต่น้อย 

  

             แม้แต่เสี้ยวเดียวผมก็ไม่มอง…  

. 

. 

. 

. 

. 

  

             “หอมจังเลย คนสวยทำอะไรกินแต่เช้า” 

  

             เสียงทุ้มเอ่ยถามดังมาแต่ไกลและไม่นานเกินรอฝ่ามือใหญ่ก็มาลูบไล้บริเวณสะโพกผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน ขุนศึกฝังริมฝีปากทาบลงหัวไหล่ซอกคอและท้ายทอยผมเล่นแต่เช้าแต่ผมกลับเบี่ยงตัวให้พ้นจากสัมผัสนั้นไปอีกด้านหนึ่ง ส่วนมือยังทำหน้าที่คนโจ๊กต่อและคิดในใจว่าขุนศึกยังกล้ามาวอแวบนตัวผมอีกอยู่หรือ…เหตุการณ์ในห้องเมื่อเช้าร่างสูงยังไม่เข็ดอีกหรือไง 

  

             “คับฟ้า…” 

  

             เสียงเหงาหงอยของขุนศึกเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาเมื่อการกระทำของผมเลือกที่จะเบี่ยงตัวออกด้วยความรำคาญ เหตุเป็นเพราะตั้งแต่อยู่เซี่ยงไฮ้เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตที่คนรักเก่าของขุนศึกปรากฏตัวขึ้นในคืนนั้น ยิ่งคิดเท่าไหร่ความรู้สึกยิ่งตอกย้ำให้ผมไม่อยากจะเสวนากับร่างสูงมากเท่านั้น หากเรียกสิ่งนี้ว่าโกรธก็คงใช่หรืออาจจะงอนก็ไม่เชิง ถึงแม้จะเป็นแค่อดีตคนรักแต่มันสามารถทำให้ผมรู้สึกไม่สบอารมณ์ได้ง่าย  

  

             ขึ้นชื่อว่าแฟนเก่าใครบนโลกนี้ชอบบ้าง… 

  

           หรืออาจจะมีแต่ไม่ใช่กับคับฟ้าคนนี้เป็นแน่… 

  

             “อารมณ์มึงตึงใส่กูมาสามวันติดตั้งแต่กลับมาจากเซี่ยงไฮ้แล้วนะคับฟ้า แค่กอดมึงยังไม่ให้กอดแถมทำท่ารังเกียจกูอีก มึงเป็นอะไรทำไมไม่บอก…กูไม่ใช่พระพุทธเจ้านะที่รักที่จะตรัสรู้และนิพพานเองได้” 

  

             ทัพพีที่อยู่ในมือเพื่อคนข้าวในหม้อต้องหยุดลง สายตาผมตวัดขึ้นมองร่างสูงข้างกายที่ยืนจ้องผมด้วยสีหน้าราวกับกำลังจะตายอดตายอยากขั้นสุด ไหนจะน้ำเสียงอันแสนจะเศร้าสร้อยและประโยคตัดพ้อพูดใส่ผมไม่หยุดหย่อน เมื่อขุนศึกเห็นแววตาที่ไม่สบอารมณ์ของผมเกินจะทนไหวถึงกับหันไปหยิบปาท่องโก๋มายัดเข้าปากแล้วเคลื่อนย้ายร่างตัวเองไปนั่งรอกินข้าวด้วยสีหน้าซึมอย่างเงียบ ๆ  

  

             “มาค่ะคุณคับฟ้าเดี๋ยวหวานคนข้าวให้ คุณคับฟ้าเชิญนั่งบนโต๊ะอาหารดีกว่านะคะตรงนี้มันร้อน” 

  

             เสียงพี่หวานเดินเข้ามาในครัวตรงมาหาผมที่ยังคงยืนคนโจ๊กกำลังได้ที่ วันนี้พี่หวานเข้ามาบ้านค่อนข้างเร็วกว่าปรกติเพราะขุนศึกนัดกับช่างมาดูระบบท่อน้ำในบ้านเพราะผมกับขุนศึกเราสองคนอยู่ดูงานไม่ได้เลยจำเป็นที่จะต้องให้พี่หวานเข้ามาจัดการแทน ปัญหาเกี่ยวกับบ้านมันช่างบานปลายและไม่มีจุดสิ้นสุดเสียจริงขนาดซื้อมายังไม่ครบปีปัญหาจุกจิกก็พ่วงท้ายมาเป็นขบวน 

  

             “เดี๋ยวผมทำเอง พี่หวานขึ้นไปมาร์คจุดในห้องน้ำที่มันรั่วเลยดีกว่าแล้วลงมาเช็กห้องน้ำข้างล่างด้วยนะ ถ้ามีปัญหาจะได้ให้ช่างแก้ทีเดียวจะได้ไม่ต้องแก้หลายรอบมันเสียเวลา” 

  

             ผมเอี้ยวหน้าบอกผู้เป็นแม่บ้านแล้วกดปุ่มปิดเตาไฟฟ้าเมื่อการทำอาหารเสร็จสิ้นลง พี่หวานยืนถือถาดถ้วยขนาดกลางเตรียมไว้สำหรับให้ผมใส่โจ๊กอย่างรู้หน้าที่  

  

             “ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวหวานจะยกถ้วยโจ๊กไปเสิร์ฟให้ก่อน ส่วนสมุนไพรกระปุกที่สองหวานเติมให้แล้วเรียบร้อยนะคะ และคุณนายก็กำชับกับหวานมาด้วยว่ารอบนี้ให้คุณคับฟ้าดื่มเช้าและก่อนนอนเลยค่ะ” 

  

             ในขณะตักโจ๊กใส่ถ้วยมือผมกลับต้องชะงักเมื่อประโยคบอกกล่าวของพี่หวานที่ว่าสมุนไพรกระปุกที่สองได้มาเติมให้ผมใหม่อย่างไม่ขาดช่วง ผมเบนสายตาตัวเองไปยังชั้นวางของในห้องครัวและก็อดตกใจไม่ได้ว่าผมดื่มสมุนไพรบ้าบอนั่นหมดไปแล้วหนึ่งกระปุกเชียวหรือ 

  

             ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด…. 

  

             “พี่หวานก็เป็นไปกับเขาด้วยอีกคน เมื่อไหร่จะเลิกเอายานั่นมาใส่ลงท้องให้ผมกินสักทีผู้ชายบนโลกไม่มีทางที่ท้องได้ครับพี่หวานอย่าเชื่ออะไรที่ไร้สาระเลย ส่วนม๊าก็ไม่หยุดส่งมาให้อีกจะอะไรกันนักหนากับความงมงายเรื่องแบบนั้น” 

  

             โจ๊กถ้วยที่สองถูกตักในปริมาณมากกว่าถ้วยแรกเพราะขุนศึกไม่ค่อยจะชอบกินอาหารเช้า แต่พอทุกหลัง ๆ ที่ผมทำให้กินก่อนไปทำงานเจ้าตัวมักจะขอเติมอยู่บ่อยครั้งมันจึงทำให้ทุกมื้อเช้าผมจะตักข้าวให้ขุนศึกในปริมาณที่มากกว่าผมเสมอ  

  

             “อย่าหาว่าหวานยุ่มย่ามเลยนะคะคุณคับฟ้า แต่ลองดูก็ไม่เสียหลายนี่คะลองดื่มไปเรื่อย ๆ ให้คุณคับฟ้าคิดซะว่าดื่มน้ำสมุนไพรบำรุงร่างกายเป็นไงคะเพราะช่วงนี้คุณคับฟ้าของหวานดูผิวพรรณดีกว่าปรกติด้วยนะคะเนี่ย ปรกติก็ดูดีมากอยู่แล้วยิ่งช่วงหลังมานี้ยิ่งออร่าพุ่งกว่าเดิมอีกค่ะ” 

  

             ผมส่ายหัวให้กับความคิดของพี่เลี้ยงเพราะสิ่งที่พูดมันช่างเกินจริงไปมากเสียเหลือเกิน ผมละความสนใจและหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งตรงหน้าแทน ผมหันไปยกถ้วยโจ๊กร้อน ๆ มาวางลงถาดใบใหญ่ด้วยความระมัดระวังเพราะกลัวถ้วยที่อยู่ในถุงมือกันความร้อนนั้นจะหลุดแล้วพาลทำหกใส่ตัวผมก่อนที่จะได้กิน เมื่อพี่หวานเดินออกไปเสิร์ฟตัวผมก็ถอดเสื้อกันเปื้อนออกและเดินตรงไปนั่งบนโต๊ะอาหารโดยมีร่างสูงที่ตอนนี้นั่งหน้าหงอยและเอาแต่จับจ้องมองมายังผมด้วยสายตาละห้อย  

  

             “โจ๊กร้อน ๆ กับปาท่องโก๋ค่ะ ส่วนนี่กาแฟของคุณขุนศึกค่ะและนี่น้ำสมุนไพรของคุณคับฟ้าค่ะ ทานข้าวให้อร่อยนะคะและขอให้เช้านี้เป็นเช้าที่สดใสของเจ้านายหวานทั้งสองคนเลยค่ะ” 

  

             ผมหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยใบหน้านิ่งส่วนขุนศึกนั่งมองผมไม่วางตาราวกับเป็นกล้องวงจรปิดส่วนตัวผม เมื่อพี่หวานเอ่ยประโยคอวยพรเหมือนทุกเช้าที่ทำแต่วันนี้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับแปลกไปจนทำให้แม่บ้านคนสนิทของผมรีบเดินออกและเหลือไว้เพียงความเงียบไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่างเราสองคน 

  

             “คับฟ้า…” 

  

             “…” 

  

             เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขานเรียกชื่อผมอย่างแผ่วเบาไม่ได้ทำให้ผมละความสนใจจากการคนโจ๊กในถ้วยเพื่อไล่ความร้อนแม้แต่น้อย เมื่อรู้สึกว่าความร้อนระเหยออกได้ที่ผมจึงคว้าช้อนตักโจ๊กในถ้วยเข้าปากด้วยความหิว 

  

             “คับฟ้า…” 

  

             แต่เหมือนน้ำเสียงหงอย ๆ นั้นไม่คิดจะยอมแพ้ยังคงตั้งใจขานเรียกชื่อผมเพื่อให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าตัวอย่างไม่ลดละ บรรยากาศอันน่าตึงเครียดแบบนี้ใช่ว่าผมชอบเสียเมื่อไหร่แต่เมื่อสมองหวนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เซี่ยงไฮ้ก็พาลทำให้ผมไม่อยากจะคุยกับขุนศึกและหงุดหงิดใจที่ตัวเองไร้เหตุผลอย่างนี้ด้วยเช่นกัน  

  

           ผมกลายเป็นคนงี่เง่าแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่… 

  

             “คับฟ้า…” 

  

             “จะเรียกทำไมนักหนา เรียกแล้วไม่พูดจะเรียกทำไม” 

  

             ผมช้อนสายตาขึ้นมองเสียงที่คอยขานเรียกชื่อผมไม่หยุด ขุนศึกเมื่อเห็นว่าผมยอมปริปากพูดและสบตาด้วยร่างสูงตรงหน้าจึงรีบยกพนมมือขึ้นไหว้ แน่นอนเมื่อเห็นการกระทำของขุนศึกก็ทำเอาผมเกิดความไม่เข้าใจในพฤติกรรมตรงหน้า ขุนศึกไม่ปล่อยให้ผมเคลือบแคลงใจนานเพราะริมฝีปากคู่นั้นเริ่มเอื้อนเอ่ยออกมาในประโยคแรกให้ผมฟัง 

  

           “ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง…” 

  

             ปาท่องโก๋ที่กำลังจะหยิบเข้าปากถึงกับชะงักค้าง ส่วนกรามที่กำลังเคี้ยวข้าวต้องหยุดลงเมื่อเหตุการณ์ตรงหน้าดูมันจะเกินความคาดหมายที่คนอย่างผมคิดไว้ ใครจะไปคาดคิดว่าชายหนุ่มผู้มาดเท่กำลังนั่งพนมมือไหว้ผมด้วยสีหน้าสลด 

  

             “เป็นของมีค่า เมียนั้นเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา หุงหาข้าวปลา ทำให้ผัวกิน…” 

  

             โจ๊กในปากพุ่งออกมาเกือบหมดเมื่อได้ยินบทอาขยานที่ผมเคยท่องสมัยเรียนอนุบาลแต่ทำไมบทอาขยานเมื่อครู่กลับเป็นบทที่ผมไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน สายตาคมกริบเมื่อรับรู้ว่าสามารถเรียกร้องความสนใจจากผมได้สำเร็จขุนศึกยิ่งท่องเสียงดังจนคล้ายกับตะโกนใส่หน้าผมด้วยสีหน้าแววตาที่จริงจังและแน่วแน่ 

  

              ความมุ่งมั่นที่เหลือล้นถูกสื่อออกมาให้ผมได้รับรู้ผ่านระดับเสียงจนพี่หวานที่กำลังปัดกวาดเช็ดถูภายในห้องนั่งเล่นถึงกับชะโงกหัวมาดู ไม่เว้นแม้แต่ศิลป์ที่ยืนไม่ไกลต้องหันหน้ามามองผู้เป็นนายด้วยสีหน้าอึ้งสุดขีดรวมไปถึงลุงคนสวนก็ชะโงกหน้ามาจากประตูทางเชื่อมระหว่างตัวบ้านกับสวนเมื่อได้ยินเสียงตะโกนท่องบทกลอนของผู้เป็นนาย น้ำเสียงหนักแน่นยังคงดำเนินต่อไปจนผมอดคิดไม่ได้ว่าขุนศึกกำลังเล่นพิเรนทร์อะไรแต่เช้า 

  

             “ขอขอบคุณเมียที่ช่วยดูแลหาข้าวให้แก่คุณผัวคนนี้ ได้อิ่มเอมสุขเกษมและเปรมปรีดิ์ ผัวคนนี้อยากขอขอบคุณ” 

  

           ประโยคท้ายดูเหมือนร่างสูงจงใจเน้นเสียงที่สุดแสนจะหนักแน่นและดุดัน เมื่อการท่องบทอาขยานจบลงมือซ้ายของตัวเองที่กำลังถือปาท่องโก๋อยู่ก็ตกลงสู่พื้นเป็นที่เรียบร้อย ผมได้แต่นั่งหน้าเหวออ้าปากค้างมองหน้าหนุ่มธุรกิจชื่อดังอย่างขุนศึก ศิริเจริญสกุลและยังพ่วงตำแหน่งท่านประธานบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเคเอสเอนเตอร์เทรนเมนต์ หนุ่มมาดเข้ม สุขุมต่อหน้าคนอื่นแต่ตอนนี้กลับมาแสดงพฤติกรรมสยบยอมให้แก่ผม  

  

             ด้วยการท่องบทอาขยานขอบคุณเมีย… 

. 

. 

. 

. 

. 

  

             ขุนศึก P 

  

             “จะทำยังไงให้คับฟ้าหายโกรธวะ สามวันอย่างกับสามชาติเมียไม่คุยด้วยคนอย่างกูปวดใจฉิบหาย…ไอ้ธนิน!! กูถ่อมาหาเพื่อให้มึงช่วยคิดไม่ใช่มานั่งดูมึงกินข้าว!” 

  

             ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานของไอ้ธนินหรือผู้อำนวยการบริษัทเป็นเวลาหลายชั่วโมง สายตาที่เคร่งเครียดนั่งครุ่นคิดหาเหตุและผลมาเชื่อมโยงกับตัวเองว่าทำไมและเป็นเพราะเหตุใดร่างบางจึงโกรธมาราธอนใส่ผมขนาดนี้ หากนับหลังกลับมาจากเซี่ยงไฮ้ก็เป็นเวลาสามวันเข้าให้แต่ยังไม่มีวี่แววว่าคับฟ้าจะหายโกรธหายงอนผมสักนิด 

  

             “เปาะเปี๊ยะเจ้านี้อร่อยดีเอาไปกินก่อนสักคำ กูเห็นมึงนั่งหน้าตึงมาเป็นชั่วโมงถ่อสังขารมาถึงห้องทำงานกูเพื่อแค่มาถามว่าจะง้อเมียยังไงเนี่ยนะ…หรือว่าผีเข้าสิงมึงวะ! นั่นไงตาเหลือกใส่กูด้วย! ออกไปจากตัวเพื่อนกูเดี๋ยวนี้ไอ้ผีชั่ว!” 

  

             เอกสารรีไซเคิลวางอยู่บนโต๊ะรับรองแขกถูกยกขึ้นมาปัดเป่าไล่ผีใส่หน้าผมตามความคิดของเจ้าตัว แรงพัดของลมปะทะเข้ามาตรงใบหน้าทำให้ปลายผมที่ถูกเซตบนหน้าอันหล่อเหลานี้ถึงกับหมดความแข็งตัว แขนเสื้อในชุดสูทเนื้อผ้าดีรีบยกมือขึ้นป้องกะบังลมให้ผมตัวเองอย่างหวงแหน  

  

             “ไอ้ห่าผมกูเสียทรงหมด! กูทั้งไดร์ทั้งเซตมาหลายชั่วโมงหยุดพัดไอ้สัส!” 

  

             สายตาอันทรงเสน่ห์ของท่านประธานบริษัทอย่างผมตวัดขึ้นมองไอ้ธนินที่บังอาจทำลายทรวดทรงผมอันมีค่านี้เสียโดยใช่เหตุ กระดาษที่อยู่ในมือของมันเลื่อนลงวางไว้ที่เดิมแทบจะทันทีโดยไม่ต้องให้ผมเสียแรงปริปากพูดออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง 

  

             “อะ เออน่ามึงจะมานั่งหน้าเครียดทำไมวะก็ในเมื่อมึงบอกเองว่าไม่ได้สนใจหรือแยแสน้องคับฟ้าแสนสวย ไม่สนใจแต่แรกก็ปล่อยผ่านไปดิ๊ ถูกบังคับหมั้นไม่ใช่ไง๊ ชายเสเพลเปลี่ยนหญิงไม่เว้นแต่ละวันควงสาวในวงการไม่เลือกหน้าแบบมึงจะมานั่งกลุ้มใจทำไม๊” 

  

             ไอ้ธนินเอ่ยพูดออกมาพร้อมกับนั่งยัดขนมในมืออย่างต่อเนื่องแต่ประโยคท้ายทำไมดูเหมือนว่ามันจะเป็นประโยคจงใจเสียดสีผมทางอ้อมเสียมากกว่าประโยคแสดงความคิดเห็นกัน 

  

             “กูมาเพื่อให้มึงช่วยคิดวิธีง้อเมีย ไม่ใช่มาต่อว่ากูทางอ้อม” 

  

             “วันนั้นยังบอกจะขึ้นอย่างหงส์จะไม่มีวันลงอย่างหมาไม่ใช่หรือไงครับ ทำไมมาวันนี้เรียกน้องคับฟ้าสุดสวยของกูว่าเมียได้เต็มปากเต็มล่ะท่านประธาน โอ๊ย!” 

  

             “ของมึงอะไรไอ้ธนิน! ระวังปากมึงเอาไว้ให้ดี!” 

  

             ขวดน้ำพลาสติกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะถูกผมเขวี้ยงใส่ตัวไอ้ธนินเต็มแรงไม่มีแผ่ว แน่นอนว่าโดนกลางลำตัวไปเต็ม ๆ เพราะด้วยทักษะความแม่นยำของอดีตแชมป์เหรียญทองนักเปตองโรงเรียนอย่างผมไม่เคยพลาด เสียงครวญครางร้องออกมาอย่างเจ็บปวดดังขึ้นในขณะที่ผมนั่งขาไขว่ห้างแผ่นหลังเอนพิงพนักโซฟามองตรงไปยังเพื่อนตัวดีที่ชอบเหน็บแนมผมไม่เลิกรา 

  

             “ถ้ายังพล่ามไม่เลิก เงินเดือนเดือนนี้ของคุณจะถูกหัก…จะเอาแบบนั้นดีไหมล่ะครับผู้อำนวยการธนิน” 

  

             สองมือผมเลื่อนมาประสานเข้าหากันไว้บนหน้าตักและยิ้มพิฆาตส่งกลับไปหาไอ้ธนินที่ตอนนี้ทำหน้าเลิ่กลั่กวางขนมในมือลงแล้วหันกลับมานั่งตัวตรงพร้อมให้คำปรึกษาผมอย่างจริงจังในทันท่วงที 

  

             “โธ่เพื่อนรัก เราก็คนกันเองทั้งนั้นจะมาหักเงินเดือนเพื่อนทำไม…ไม่ทราบว่าจะปรึกษาอะไรเชิญเลยครับ ผู้อำนวยการธนินผู้นี้น้อมรับให้คำปรึกษาท่านประธานเต็มที่” 

  

             แก้วน้ำถูกยกกระดกขึ้นดื่มเพื่อเตรียมพร้อมให้คำปรึกษา สายตาผมจับจ้องมองเพื่อนตัวเองก็ได้แต่ถอนหายใจออกมานับร้อยครั้งด้วยความรู้สึกสงสารตัวเองที่มาขอคำปรึกษาผิดคน หากรู้ว่าเพื่อนตัวเองไม่น่าช่วยได้ผมควรจะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากหยกน้องสาวผู้คลั่งไคล้ซ้อใหญ่ปานจะกลืนกินไปทั้งตัวเสียจะดีกว่า  

  

             “มึงมีสูตรสำเร็จในการง้อเมียบ้างไหมวะ เอาแบบที่ทำครั้งเดียวแล้วหายกลับมาเป็นเหมือนเดิมเพราะเมื่อเช้ากูใช้วิธีกูง้อแล้วเมียไม่หายงอนว่ะ” 

  

             ความรู้สึกตึงเครียดเริ่มกลับมาเป็นกระจุกภายในใจผมอีกครั้งมือขวายกขึ้นกุมขมับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า เพราะมันดันไม่ได้ผลสักวิธี ยิ่งเมียชักสีหน้าบึ้งตึงใส่แถมเป็นคับฟ้าด้วยแล้วผมก็ยิ่งรู้สึกว่าง้อยากกว่าทุกคนที่ผ่านมา เพราะคับฟ้าเป็นคนนิ่งไม่โวยวายมันยิ่งทำให้ผมกระวนกระวายใจไม่น้อย กระวนกระวายจนไม่เป็นอันทำงานถึงกับต้องถ่อสังขารมาขอคำปรึกษาจากเพื่อนสนิทตัวเอง 

  

             “จากที่มึงเล่าสาเหตุทำให้เมียโกรธถ้าเป็นกูก็โกรธวะโจทย์เก่าเดินเข้ามาหายันโต๊ะขนาดนั้น นิสัยผู้ชายจะคล้ายผู้หญิงไหมกูไม่แน่ใจนะแต่ถ้าเป็นเรื่องแฟนเก่าไม่ว่าจะเพศไหนก็คงนอยไปหลายวัน” 

  

             หรือนี่จะเป็นปัญหาหลักที่เมียโกรธแต่ตอนที่อยู่เซี่ยงไฮ้ก็เคลียร์เรียบร้อยดีแล้วนี่ แถมร่างบางไม่แม้แต่พูดถึงด้วยซ้ำ หัวคิ้วผมเริ่มขมวดเข้าหากันเมื่ออย่างไม่เข้าใจ  

  

             เหตุใดใจเมียถึงยากแท้หยั่งถึงเพียงนี้… 

  

             “มึงนี่ก็เจอแต่แจ็กพอตดีจริง ๆ ดันไปเจอซู่จิ่นอีก กูนึกถึงสมัยตอนที่มึงคบกับซู่จิ่นแล้วขนลุกฉิบหาย ผู้หญิงอะไรเกาะติดหนึบอย่างกับปลิง” 

  

             ในจังหวะที่ไอ้ธนินเล่าย้อนถึงเรื่องราวระหว่างผมกับรักเก่าอาการของมันก็เริ่มออกจนถึงกับยกมือลูบแขนกับตัวราวกับขนลุกขึ้นมาจริง ๆ เสียอย่างนั้น 

  

             “เรื่องนั้นไม่ต้องไปรื้อฟื้นขึ้นมาก็ได้ไอ้เวร ตอนนี้กูจะเอาแค่วิธีง้อเมีย!” 

  

             ผมขึ้นเสียงใส่ไอ้ธนินด้วยหน้าตาเคร่งขรึมแล้วโน้มตัวไปหยิบเปาะเปี๊ยะไส้รวมเข้าปากเพราะตัวผมเครียดจนข้าวเที่ยงสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง มัวแต่นั่งกุมขมับคิดเรื่องเมียทั้งวันจนความอยากอาหารแทบจะเป็นศูนย์ 

  

             “ที่บอกว่าง้อในวิธีมึงแล้วไม่สำเร็จ มึงใช้วิธีไหนง้อลองบอกกูมาหน่อยเผื่อจะได้ช่วยปรับแก้ให้ แต่ก่อนที่จะให้กูแนะนำมึงต้องอย่าคาดหวังมากนะไอ้ขุนเพราะกูไม่เคยมีเมียโปรดเข้าใจจุดนี้กูด้วยนะครับเพื่อนรัก” 

  

             ผมยัดเปาะเปี๊ยะคำสุดท้ายเข้าปาก ปัดมือเล็กน้อยแล้วเอนกายพิงพนักโซฟาในท่าเดิมเมื่อไอ้ธนินจี้จุดมาถามวิธีง้อของตัวเองผมก็เจ็บปวดใจไม่น้อย มือขวายกมือขึ้นกุมขมับอีกรอบด้วยอาการสุดแสนจะปวดร้าวราวกับคับฟ้าลากผมไปกลางสี่แยกไฟแดงแล้วเอารถเครนเหยียบ เหยียบตัวผมให้จมลงสู่ธรณี ลงสู่ธรณีไม่พอยังกดร่างผมไปถึงแก่นโลกให้ลาวาใต้แก่นหลอมตัวผมจนละลายและตายไป แถมปฏิกิริยาที่คับฟ้าปฏิเสธคำร้องขอจากพญาหนอนยักษ์ของผมเพียงรอบเดียวทำเอาผมเจ็บปวดปานจะขาดใจเสียเหลือเกิน 

  

             เพราะเหตุใดเมียคนสวยถึงใจร้ายกับผมได้ลงคอ… 

  

             “กูนึกว่าเมียจะรับคำขอโทษเป็นกิจกรรมบนเตียงเมื่อเช้าก็เลยตั้งใจจะจัดให้สักดอกแต่ดันถูกปฏิเสธ ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธพญาหนอนลูกกูสักคนแต่คับฟ้ากลับทำโลกทั้งใบของกูเสียศูนย์ไปเลยว่ะ” 

  

             เมื่อไอ้ธนินฟังเรื่องราววิธีการง้อจบตัวมันจึงลุกขึ้นมานั่งตรงขอบโซฟาตัวเดียวกับผม ท่อนแขนหนักของผู้ชายที่เล่นเวทอย่างสม่ำเสมอทาบลงบนไหล่แล้วใช้ฝ่ามือตบลงมาอย่างให้กำลังใจเบา ๆ  พร้อมกับเสียงถอนหายใจดังเล็ดลอดพอให้ผมได้ยินแล้วก้มลงพูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นใจผมอย่างสุดซึ้ง 

  

             “ไอ้ขุนฟังกูนะ…” 

  

             “ว่ามา” 

  

             ผมยกมือขึ้นกอดอกตั้งใจฟังที่เพื่อนตัวเองกำลังจะบอกวิธีง้อเมียเพื่อปรับแก้วิธีง้อฉบับตัวเองให้มันดีขึ้น หากคราวนี้คำปรึกษาของไอ้ธนินมันสัมฤทธิผลผมจะตกรางวัลให้มันอย่างงาม 

  

             “อ่ะเอาไป…กุญแจคอนโดห้องกูเผื่อคืนนี้มึงต้องได้ใช้กลางดึกหรือไวสุดก็ไม่เกินเย็นนี้นะเพื่อนรัก มาแล้วก็ขนเสื้อผ้ามาไว้ด้วยเผื่อได้อยู่ยาวห้องชายโสดอย่างกูยินดีต้อนรับ” 

  

             หากแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มบาง ๆ พร้อมกุญแจห้องที่มันวางลงบนฝ่ามือผมด้วยน้ำเสียงกึ่งเป็นที่เป็นห่วงกึ่งสมน้ำหน้า ไอ้ธนินตบไหล่ผมอีกครั้งราวกับเวทนาในตัวผมไม่น้อย  

  

             “และกูก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกที่เมียมึงยังโกรธ กูหลงไปคบมึงเป็นเพื่อนได้ยังไงวะฉลาดทุกเรื่องนะแต่ดันมาตายตอนวิธีง้อเมีย…โบ้จริง ๆ เพื่อนกู 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว