facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 พายุ (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 พายุ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 249

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2564 14:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 พายุ (1)
แบบอักษร

ลมทะเลและแสงตะวันที่สาดส่องร้อนแรงตลอดช่วงบ่ายทำให้นักท่องเที่ยวที่ตากแดดนานหลายชั่วโมงเกิดความอ่อนเพลียและไม่อยากจะทำอะไรต่อ กอหญ้ารู้สึกเหนียวเนื้อตัวทั้ง ๆ ที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เธออยากจะกลับเข้าห้องไปนอนตากแอร์เย็น ๆ ฟังเพลงสากลฮิตติดชาร์จประจำสัปดาห์และจัดการเคลียร์งานที่แบกมาทำด้วย  แต่ในเมื่อการเดินทางในครั้งนี้มากันเป็นกลุ่ม เรื่องจะให้หนีกลับไปนอนคนเดียวก็คงไปเป็นได้ยาก  

กอหญ้าถอนหายใจยาว เธอรับอาสาจากเพื่อน ๆ ดูแลจัดหาเครื่องดื่มและกับแกล้มในราคาประหยัด เพราะจันทร์เจ้าตัวดีเสนอว่าอยากจะนั่งฟังเพลงริมทะเลและจิบเครื่องดื่มที่ราคาไม่แรงมากนัก แทนการสั่งจากบาร์ริมสระว่ายน้ำของโรงแรม 

ยัยตัวแสบไปหาเรื่องทะเลาะกับลูกค้าจนถูกพักงาน ช่วงนี้จึงต้องประหยัดให้มากเพราะยังเหลือค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าคอนโดมิเนียมให้ต้องผ่อนจ่าย ตัวของกอหญ้าเองก็ต้องระวังเหมือนกัน เพราะมีวี่แววว่าจะถูกให้ออกจากงานมากกว่าพักงานเสียอีก 

สถานการณ์แบบนี้ ประหยัดเอาไว้ก่อนดีกว่า 

หลังจากยืนต่อแถวยาวเหยียดในร้านสะดวกซื้อใกล้โรงแรมนานเกือบสิบห้านาที มือเรียวก็หอบหิ้วเอาเครื่องดื่มกระป๋องหลากหลายสีสัน กอหญ้าจำได้ดีว่าเพื่อนคนไหนชอบดื่มอะไร ความเอาใจใส่ทำให้คนรอบตัวเอ็นดูและไม่บ่นหากเธอจะเผลอทำอะไรซุ่มซ่ามไปบ้าง 

“มาแล้วววววว” คนมีน้ำใจประจำกลุ่มวิ่งกระหืดกระหอบ สองแขนเริ่มล้าจากการแบกของหนักนานเกือบสิบนาที แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนมีความอดทนสูง เรื่องปวดเมื่อยเล็ก ๆ น้อย  ๆ จึงไม่มีหลุดออกจากปาก ทว่าสุดท้ายกอหญ้าก็ต้องนิ่วหน้า เมื่อพบว่าบรรยากาศระหว่างเพื่อนทั้งสามคนที่รออยู่ ดูไม่ราบรื่นเหมือนช่วงบ่ายที่ผ่านมาเสียแล้ว 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอริน แล้วนั่นปลาดาวกับจันทร์เจ้าจะไปไหนกัน” 

“สองคนนั้นคงจะไปเดินเล่นชายหาดกันต่อละมั้ง รินขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ” มารินอ้างว่าเธอรู้สึกเหนื่อย จึงไม่อยากออกไปเดินชมวิวทะเลยามค่ำคืนกับปลาดาวและจันทร์เจ้า 

“อืม ว่าแต่หญ้าได้อะไรมาบ้างเนี่ย เยอะแยะไปหมดเลย มาให้ปล้นซะดี ๆ” กอหญ้าพอจะมองว่าเพื่อนกำลังฝืนยิ้ม  แต่ก็ไม่กล้าถามไถ่อะไรมาก หากมารินอยากเล่าเมื่อไหร่ เธอก็คงจะได้ทราบเอง 

“ก็มีของกินเผื่อหิวตอนดึกนั่นแหละ ต้องทำงานด้วยเลยต้องตุนนิดหน่อย” ในถุงผ้าที่หอบมามีเครื่องดื่มที่มากพอสำหรับทุกคน แต่กลับไม่มีใครยอมรอเธอ กระทั่งมารินก็ขอตัวกลับไปพักที่ห้อง ไม่ได้อยู่สังสรรค์กันอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ 

กอหญ้าลอบถอนหายใจ สงสัยคงต้องปั่นงานยาวแล้วล่ะคืนนี้  

“โธ่เว้ย! ทำไมถึงคิดไม่ออกนะ!” สาวสวยที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยบ่นพึมพำ เธอจิ๊ปากหลังจากเห็นว่าภาพในสมุดสเก็ตช์ดูไม่สวยอย่างที่คิดเอาไว้ 

“พอก็ได้!” ปากบอกแบบนั้นก็จริง แต่มือเรียวกลับขยับร่างภาพไปมาไม่ยอมหยุด และสุดท้ายก็ฉีกกระดาษที่ขูดขีดดินสอลงไปได้ไม่นานออกมา พร้อมกับขยำและปาทิ้งไปที่มุมห้องอย่างแรง 

มองดูดี ๆ มีก้อนกลม ๆ สีขาวกองอยู่บนพื้นเกือบยี่สิบก้อน 

“พอแล้วจริง ๆ ก็ได้” กอหญ้าปรายตามองทรัพยากรป่าไม้ที่เธอเพิ่งจะทำให้มันกลายเป็นของไร้ค่า หมดประโยชน์ใช้งานอะไรไม่ได้อีก ความจริงเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนนิยมใช้แอปพลิเคชันในการวาดภาพ แต่เธอยังชอบเนื้อสัมผัสและการร่างภาพบนกระดาษอยู่ ผลก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น 

ต้นไม้ตายฟรีไปหลายต้น… 

“กอหญ้าเอ๊ย นี่ถ้ายังหาทางทำให้เจ้านายใหม่พอใจไม่ได้ แกต้องคงเปลี่ยนชื่อเป็นกินหญ้าแทนแล้วนะ!”  ถ้าตกงานจริง ๆ เธอก็ยังพอมีเงินเก็บและน่าจะอยู่ต่อได้สบาย ๆ อีกเกือบปี แต่ต้องกินแค่วันละสองมื้อและจะต้องเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น 

หลังจากเสิร์ชข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้อยู่เกือบสิบนาที กอหญ้าก็เริ่มสำนึกได้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้าเพราะความเครียด เธอโคลงศีรษะเบา ๆ ก่อนจะพาตัวเองออกจากห้อง โดยไม่ลืมพับแล็ปท็อปที่มีคำค้นประหลาด ๆ อยู่บนหน้าจอ 

 ‘คนสามารถกินหญ้าเป็นอาหารได้หรือเปล่า?’  

ใจลึก ๆ ก็อยากจะไปตามหาจันทร์เจ้ากับปลาดาว แต่สองคนนั้นไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว ส่วนมารินเองก็ทำหน้าเศร้า บอกชัดว่าอยากอยู่คนเดียว  

“เอ๊ะ! หรือว่าจะไปกวนฟองคลื่นดี” แต่จะให้เรียกรุ่นน้องคนสวยมารับฟังปัญหาของคนวัยทำงานมันก็คงไม่เข้าท่า ฟองคลื่นอุตส่าห์ให้พักในโรงแรมในราคาพิเศษ ไปกวนใจน้องก็คงไม่เหมาะ 

วันนี้คงต้องพึ่งพาตัวเอง… เหมือนกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา 

สองขาเรียวพาร่างสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรเดินตรงไปยังบาร์ริมสระน้ำเพื่อหาอะไรดื่มคลายเครียด กอหญ้าไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่ซื้อมาจึงมีแค่น้ำอัดลม ส่วนเบียร์ของเพื่อนนั้นขมจนเธอดื่มไม่ไหว ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพง เข้าปากทีไรขมหนักทุกที แต่ถ้าเป็นค็อกเทลสักแก้วก็น่าจะพอไหวอยู่ 

“ขอโทษนะคะพี่ภู กอหญ้าขอพีน่า โคลาดาสักแก้วทันไหมคะ” เธอสั่งค็อกเทลที่ตัวเองชื่นชอบ กอหญ้าชอบกลิ่นของกะทิและน้ำสับปะรดมาก มันทำให้ลืมความขมติดปลายลิ้นเล็กน้อย จริง ๆ เธอจะขอให้บาร์เทนเดอร์พี่ภูไม่ใส่เหล้ารัมก็ได้ แต่ถ้าไม่มีแอลกอฮอล์สักสองสามหยดในคืนนี้ เธอคงกลับเข้าห้องไปทำงานต่อแทนการพักผ่อนอย่างที่ตั้งใจ 

“ต้องขอโทษด้วยนะครับน้องกอหญ้า  พอดีพี่ปิดบาร์ได้สักพักแล้วละครับ” ภูผา บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่ออารมณ์ดีนิ่วหน้า เขาจำได้ดีว่าสาวสวยคือเพื่อนรุ่นพี่ของคุณฟองคลื่น ลูกสาวเจ้าของโรงแรม เธอมากับเพื่อนหลายคนและดื่มแค่น้ำผลไม้ตลอดช่วงบ่าย แต่ตอนนี้กลับอยู่คนเดียว แถมสั่งเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์อีกต่างหาก 

“เดี๋ยวกอหญ้ากลับไปหาอะไรดื่มที่ห้องก็ได้ค่ะ” แต่หลังจากภูผาคิดคำนวณอยู่ได้ไม่ถึงนาที เขาก็โพล่งออกไปว่าจะเปิดบาร์และทำเครื่องดื่มให้กับเธอ  

“ไม่เอาดีกว่าค่ะ กอหญ้าเกรงใจ เดี๋ยวไว้กลับมาดื่มพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” รอยยิ้มแฝงความเหนื่อยล้าของเธอทำให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มยืนยันว่าจะเปิดบาร์อีกครั้ง จนเจ้าของเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมา ทั้งสองจึงได้หยุดเกรงใจกัน 

“มาดื่มกับผมดีกว่า ไม่งั้นนายภูผาคงตื๊อคุณไม่หยุดแน่ ๆ” กอหญ้าหันไปตามเสียงนุ่ม พบชายหนุ่มร่างสูงมากกว่าเธออย่างน้อยก็ราวยี่สิบเซนติเมตรยืนอยู่ใกล้ ๆ เขาสวมเสื้อสีขาว พับแขนเสื้อจนถึงข้อศอก กางเกงสีดำถูกพับขึ้นไม่ต่างกัน ความมืดทำให้เธอมองไม่เห็นหน้าของเขา เห็นแค่ฟันเรียงสวยยามยิ้มกว้างและแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ทำให้คนมองต้องกลืนน้ำลายเบา ๆ 

หุ่นดีขนาดนี้ สมควรจะปลดกระดุมทั้งหมด ไม่ใช่แค่สองสามเม็ด… 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว