facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 / 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 328

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2564 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 / 3
แบบอักษร

พอได้ออกมาเปิดหูเปิดตา อารมณ์เศร้าภายในใจหลังจากสูญเสียมารดาของแพรพิศค่อยดีขึ้นมาบ้าง เธอก็เหมือนกับเด็กหญิงทั่วๆ ไป ที่เมื่อได้มาเห็นสิ่งสวยๆ งามๆ เพลินหูเพลินตารอบตัวอารมณ์ก็เบิกบานขึ้น ขณะที่ซื้อข้าวของที่แพรพิศขาดเหลือเรียบร้อย และกำลังจะกลับ เผอิญสินีก็ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งโดยบังเอิญ 

"อ้าวป้านี" 

"คุณพีท" สีนีร้องทักบุรุษร่างสูงผิวขาว หน้าตาละม้ายกับอัคราเจ้านายของตน ผิดกันก็ที่ชายหนุ่มคนนี้มีผมหยักโศกสีน้ำตาลเข้ม และที่สำคัญแววตามักส่องประกายสดใสกว่าเจ้านายตนเสมอ 

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดลำลองหลุบมองเด็กหญิงที่เดินมากับสินี พลางถามสั้นๆ "แล้วนี่" 

สินีไม่ทันจะตอบ พิมานก็คาดเดาได้ว่า "เอ๊ะ คงเป็นตัวยุ่งเมื่อวานล่ะสินะ" 

"ใช่แล้วค่ะ คุณพีท อ้อ" แล้วรีบแนะนำเด็กหญิงที่ยืนส่งสายตาสงสัยไปมาระหว่างตนกับชายหนุ่มคนนี้ "แพรนี่คุณพีท เป็นญาติของคุณอัคร" 

แพรพิศเลยต้องรีบยกมือไหว้เขาขณะที่สองมือยังหิ้วถุงพะรุงพะรัง 

พิมานรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม เขามองดูนาฬิกาข้อมือเมื่อเห็นว่ายังพอมีเวลา จึงเอ่ยปากชวนเด็กคนนี้ดู "อยากกินขนมเค้กอร่อยๆ ก่อนกลับมั้ย ฉันจะพาไปกินเอง" 

"จะดีหรือคะคุณพีท" สินีรีบถามด้วยความเกรงใจแทน 

พิมานยิ้มก่อนแล้วตอบ "ดีสิ เพราะธุระผมเสร็จแล้ว ยังพอมีเวลาก่อนจะกลับเข้าบริษัท" 

"ว่าไงไปมั้ย ร้านตรงหน้ามีขนมเค้กอร่อยๆ ด้วยนะ" ก้มหน้าบอกเด็กหญิง พร้อมกับพยักเพยิดไปยังร้านขนมและเครื่องดื่มชื่อดังที่เขาหมายถึง 

แพรพิศหันไปมองผู้อาวุโส อีกฝ่ายก็พยักหน้าขึ้นลงเบาๆ 

"ค่ะ ไปก็ได้ค่ะ" 

เมื่อมานั่งอยู่ภายในร้านขนมแล้ว พิมานสั่งแค่กาแฟแก้วเดียวมาดื่ม ในขณะที่เด็กและแม่บ้านของอัคราก็สั่งขนมและเครื่องดื่มคนละอย่างเท่านั้น ชายหนุ่มนั่งดูคนสองวัยที่กินขนมอย่างเอร็ดอร่อยก็เพลินตาดี ขณะนั้นดวงตากลมใสคู่ตรงหน้าได้ช้อนขึ้นมาพอดี เขาเห็นเธอทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่างระหว่างที่สบตากัน พิมานเลยรีบวางกาแฟลงกับจานใบเล็ก แล้วเป็นฝ่ายถามเสียเอง 

"มีอะไรอยากจะพูดกับฉันหรือ" 

"คุณเหมือนคุณอัครค่ะ บางมุมก็เหมือนมาก จนคิดว่าเป็นพี่น้องกับคุณอัครได้เลย" 

"เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มีหลายคนเคยบอกฉันว่าเราหน้าคล้ายๆ กันเหมือนที่เธอพูดนี่แหละ" พิมานตอบ 

"ถึงภายนอกจะเหมือนกัน แต่..." น้ำเสียงใสๆ เลือนหายไปเสียอย่างนั้น เธอทำท่าคิดอะไรบางอย่างไปด้วย 

"ยังไง" 

"แต่คุณดูใจดีกว่าคุณอัครค่ะ คุณพูดง่าย ยิ้มง่าย ไม่เหมือน..." 

"อัคร" 

แพรพิศพยักหน้ารับ 

"ใครก็ว่าอย่างที่เธอบอกเหมือนกันนะ แต่เธอก็ช่วยเข้าใจเขาหน่อย นายอัครเป็นคนมีปม" เอ่ยแล้วก็ยกกาแฟมาจิบ พร้อมกับมองเด็กหญิงตรงหน้าที่ยังสบตาเขาอยู่ตลอด แล้วเธอก็พูดขึ้น 

"เป็นเพราะแม่หนูใช่มั้ยคะ" เด็กหญิงถามแล้วก็ใช้ช้อนจ้วงตักเนื้อเค้กขึ้นมา แต่ยังไม่ทันส่งเข้าปาก ยังจ้องคนตรงหน้าคล้ายรอคอยการยืนยัน 

"อืม" พิมานรับคำสั้นๆ เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ได้รู้เรื่องราวระหว่างพี่ชายของเขาและมารดาเธอมากแค่ไหน 

"แม่เล่าให้หนูฟังหมดแล้วล่ะค่ะ เรื่องของแม่และคุณอัคร แม่บอกว่าคุณอัครเคยเป็นคนรักเก่าของแม่" 

พิมานทำท่าลำบากใจขึ้น เด็กนี่สามารถพูดถึงเรื่องนั้นได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแหะ "ก็ ประมาณนั้น" 

"นี่คงเป็นอีกสาเหตุที่คุณอัครไม่อยากให้หนูอยู่ใกล้" เธอไม่ได้ถาม แต่เหมือนอยากตัดพ้อกับเขามากกว่า ในขณะที่สินีก็เพิ่งทราบว่าอรพิมกับเจ้านายตนมีความเกี่ยวข้องกันในฐานะคนรักเก่ากันนั่นเอง 

ผู้อาวุโสที่สุดยกน้ำผลไม้ปั่นมาดูดกลั้วคอแล้วฟังบทสนทนาระหว่างแพรพิศและพิมานอีก 

"อย่าไปคิดอย่างนั้นน่า อัครก็คงต้องคิดหลายๆ อย่าง ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ เพราะการอุปการะใครสักคนเป็นเรื่องใหญ่นะ ไม่ง่ายหรอก อีกอย่าง... เกิดว่าวันหนึ่งอัครมี เอ่อ" 

"คุณหมายถึงการแต่งงานหรือคะ" 

พิมานทำท่าประหลาดใจ เด็กนี่หัวไวเข้าใจอะไรได้เร็วดีนี่ เขาจึงพยักหน้า แล้วสำทับอีก "อืม เพราะเรื่องมันไม่ได้กระทบแค่อัคร แต่กระทบกับผู้หญิงของอัครด้วย ที่ฉันพูดไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจอะไรมากมั้ย แต่อย่าเพิ่งไปคาดคั้นเขาให้มากนัก" 

แล้วแพรพิศก็หน้าม่อยลง จริงสินะ อีกหน่อยถ้าเขามีครอบครัว แล้วเธอก็จะยิ่งเป็นส่วนเกินกับชีวิตของเขาน่ะสิ เด็กหญฺิงวางช้อนด้วยไหล่ที่ลู่ลงทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อยๆ ช้อนดวงตาขึ้นมารับคำชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางที่หงอยเหงาลง 

"หนูเข้าใจแล้วค่ะ" 

คนอย่างเธอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ตรงไหน ก็เหมือนไม่เป็นที่ต้องการของใครทั้งนั้น ไม่ว่าเขาหรือกับบ้านของพ่อ พ่อที่ทำให้เธอเกิดมาแท้ๆ ท่านยังไม่ต้องการเลย 

 

หลังจากพาหนึ่งเด็กและหนึ่งผู้อาวุโสไปเลี้ยงขนมและเครื่องดื่มอร่อยๆ กันแล้ว พิมานกำลังเดินออกจากร้านมาพร้อมกับแพรพิศ ส่วนสินีเดินตามหลังทั้งสองอยู่ไม่ห่าง 

ขณะนั้นเท้าสองข้างของแพรพิศก็ก้าวไม่ออกขึ้นมาเสียอย่างนั้น พิมานสังเกตเห็นดวงตาของเด็กหญิงมองไปยังร่างของใครคนหนึ่งที่เดินผ่านหน้าร้านไป เขามองตาม ก็เห็นผู้ชายวัยสี่สิบเดินจูงมือกับเด็กหญิงคนหนึ่งในวัยไล่เลี่ยกับเธอ คิ้วของเขาขมวดเข้าด้วยกันอย่างสงสัย จากนั้นก็ได้ยินเสียงเธอถอนหายใจอย่างดังพร้อมกับเริ่มขยับเท้าเดินออกจากร้านเบอเกอรี่นี้ไป 

"ใครเหรอ" เสียงทุ้มถามขึ้นมา 

"พ่อ" ตอบแล้วเหมือนจะสะดุดใจเสียเอง แพรพิศจึงเงยหน้าพูดอีก "จริงๆ ก็ไม่ใช่พ่อหรอกนะคะ เขาไม่เคยรับหนูเป็นลูก หนูก็ไม่จำเป็นต้องนับเขาเป็นพ่อ" 

"ท่าทางจะเป็นคนที่แรงไม่เบาเลยนี่เรา" เสียงทุ้มยังเย้าทั้งขำและสงสารเธอไปในคราวเดียวก่อน ก่อนถามถึงเด็กผู้หญิงอีกคน "แล้วเด็กอีกคนนั่น..." 

"น้องสา..." เธอหยุดเม้มริมฝากปากแน่น เห็นชัดว่าไม่อยากพูดถึงเด็กผู้หญิงคนเมื่อครู่ที่เดินผ่านหน้าเธอไปได้เท่าไหร่ "เป็นลูกของผู้ชายคนนั้น จริงๆ ก็เป็นน้องสาวหนู แต่หนูก็ไม่อยากรับว่าเป็นน้องสาวอีกเหมือนกัน" 

ดวงหน้าเรียวเล็กของเด็กหญิงดูบูดบึ้งขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจ เมื่อนึกถึงความยโสที่เด็กผู้หญิงคนนั้นแสดงออกกับเธอ ทั้งสายตาและคำพูด ถูกหล่อหลอมมาจากย่าผู้ที่ใจร้ายคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน 

"นี่น่ะเหรอ คนที่อ้างว่าป็นลูกของคุณพ่ออีกคน เป็นพี่สาวของ..." 

น้ำเสียงเล็กๆ เอ่ยขึ้นอย่างกระแทกกระทั้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เดินออกมาดูหน้าของแพรพิศ ขณะที่กำลังยืนรอมารดาเข้าไปคุยกับคนพวกนั้นภายในบ้าน 

"คุณหนูอย่าไปพูดแบบนี้! เดี๋ยวคุณย่ามาได้ยินหรอกค่ะ" สาวใช้คนหนึ่งรีบมาปราม และพยายามดึงตัวเด็กหญิงคนนี้กลับเข้าไปภายในบ้าน ไม่วายยังมองเธอหางตาแบบเหยียดหยันอีกด้วย "จะใช่จริงๆ หรือเปล่าเรายังไม่รู้แน่นะคะ ดังนั้นอย่าไปทึกทักเอาเองว่าเด็กคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับคุณหนู" 

แพรพิศเล่าถึงบรรยากาศในวันที่แม่พาเธอไปพบคนบ้านนั้นล่าสุดให้พิมานฟังอีกเล็กน้อย ก่อนจะเสริมอีกว่า "แม่เคยท้าให้พวกเขาตรวจดีเอ็นเอของหนู แต่พวกนั้นกลับใจเสาะไม่กล้าตรวจเสียเอง พอตัวเองใจเสาะ ก็มากล่าวหาว่าหนูไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับพวกตน และมากล่าวหาแม่หนูอย่างเสียๆ หายๆ ว่าโกหกแอบอ้างเพราะอยากจะจับพ่อจนตัวสั่น" 

แพรพิศระบายลมหายใจที่หงุดหงิด เงยหน้าพูดกับเขาอีก 

"คนพวกนี้นอกจากฐานะแล้ว อย่างอื่นสำหรับหนูก็ถือว่าใช้ไม่ได้สักอย่าง กำพืดเดียวกันหมด" 

พิมานหลุดหัวเราะออกมาอย่างขบขันจนได้ พร้อมกับกอดอกหลุบมองเด็กหญิง แล้วกระเซ้าอีก "วาจาเราก็ไม่เบานี่ ใครสอนให้พูดแบบนี้ หึ" 

"ไม่มีใครสอนหรอกค่ะ หนูรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ว่านอกจากฐานะ ก็ไม่เห็นว่าพวกนั้นจะสูงส่งกว่าคนอื่นที่ตรงไหน" 

พิมานยิ้มตรงมุมปากน้อยๆ จากท่าทางและน้ำเสียงของเด็กคนนี้ ทำให้ชายหนุ่มสัมผสได้ถึงความรั้น ความมีมานะทิฐิสูงของเธอได้อีก เขาคลายสองแขนออกจากอก พร้อมกับเอ่ยกับเธออีก 

"เดี๋ยวให้ฉันแวะไปส่งเธอกับป้านีที่บ้านนั้นดีกว่า ไหนๆ ก็เป็นทางผ่านที่จะกลับบริษัทของฉันอยู่แล้ว" 

จากนั้นพิมานเปลี่ยนใจอาสาไปส่งคนทั้งสองถึงบ้านของอัคราเอง เพราะยิ่งคุยกับเด็กนี่ เขาก็ยิ่งรู้สึกสนุก ทีแรกก็นึกว่าเธอจะเป็นแบบเงียบๆ เสียอีก แต่แล้วกลับเป็นเด็กที่ช่างพูดช่างจาดีเหลือเกิน แบบนี้อัคราคงไม่เหงาหรอก อุปการะเลี้ยงดูเธอไปด้วย คงเหมือนได้นกแก้วนกขุนทองที่ช่างพูดช่างคุยมาเสริมบรรยากาศของบ้านที่เงียบสงัดราวกับป้าช้าให้มีชีวิตชีวากลับมาบ้างล่ะนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว